รุ่งเช้า เมื่อแสงแรกของวันสาดส่องเข้ามาในห้อง หานเฟิงผู้ที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
"ตอนนี้ระดับพลังในการฝึกฝนของข้าได้เปิดเส้นลมปราณที่สองแล้ว อีกทั้งยังฝึกฝนจนมั่นคง ย่อมไม่ถูกผู้อื่นมองออกได้ง่าย ๆ "
"ตัวเลือกก่อนหน้านี้ของข้าถูกต้องดังคาด ไม่เช่นนั้นอย่างมากข้าก็คงอยู่เพียงแค่ขั้นตนของการเปิดเส้นลมปราณที่สอง ไม่มั่นคงเช่นนี้ อีกทั้งหลายวันหลังถัดจากนี้คงรักษาความรวดเร็วในการก้าวหน้าเช่นนี้เอาไว้ไม่ได้"
"ตอนนี้ย่อมไม่เหมือนกัน"
"ถึงเวลารวมตัวแล้ว ข้าคงทำได้เพียงรอให้ตกกลางคืน จึงจะสามารถหลอมศิลาิญญาชั้นกลางระดับต่ำความบริสุทธิ์ห้าในร้อยถึงหนึ่งในร้อยที่เหลือได้"
ลานฝึกยุทธ์ตระกูลหาน ตอนที่หานเฟิงไปถึงที่นั่นหานหลินและคนอื่น ๆ เกือบจะมารวมตัวกันครบแล้ว
หานเฟิงชะงักเล็กน้อยก่อนจะพึมพำ "ปกติหานหลินมักจะมาเป็คนสุดท้าย แต่วันนี้เขากลับมาเร็วเช่นนี้ ดูเหมือนว่าการที่จะได้ล่าสัตว์อสูรดึงดูดความสนใจเขาได้ไม่น้อยทีเดียว"
เมื่อหานหลินเห็นหานเฟิงมาถึงก็เปิดปากเอ่ยเสียงเรียบ "เ้ามาแล้วหรือ"
หานเฟิงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเผยยิ้มบาง ๆ ออกมา "ใช่แล้ว"
จากนั้น ทั้งสองก็นิ่งเงียบไป
อย่างไรเสียปกติแล้วหานหลินก็มักจะมองข้ามหานเฟิง ทั้งสองคนไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์อันใดต่อกันมากมายนัก อย่างไรก็ตาม หานเฟิงถอนหายใจอยู่ภายในใจ ไม่ผิดจากที่คาด ความแข็งแกร่งยังคงเป็สิ่งสำคัญ ปกติหานหลินมักจะไม่พอใจเขา เมินเฉยต่อเขา แต่เมื่อเขาแสดงพละกำลังออกมา หานหลินก็ไม่แสร้งทำเป็ไม่เห็นเขาอีกต่อไป ทั้งยังเป็ฝ่ายเริ่มเข้าหาเขาก่อน
ตอนนี้เองหานหลินเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "เ้าพึ่งเปิดเส้นลมปราณที่หนึ่ง แทบจะไม่สามารถจัดการกับสัตว์อสูรระดับสองได้ ถึงตอนนั้นก็ระวังหน่อยล่ะ"
หลังจากกล่าวเช่นนั้น หานหลินก็หมุนกายจากไป เดินไปหาหานเลี่ย โดยไม่เปิดโอกาสให้หานเฟิงได้พูดอะไรแม้แต่น้อย แม้หานเฟิงจะประหลาดใจ แต่ภายในใจกลับอบอุ่นขึ้นมา ไม่ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะมีเื่ขุ่นข้องหมองใจกันอย่างไร สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ยังเป็ญาติกัน เมื่อ่เวลาคับขันมาถึงย่อมต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
หานเฟิงยอมรับน้ำใจของหานหลินไว้ ไม่ได้บอกว่าเขาไม่กลัว
ถึงแม้ตอนนี้หานเฟิงจะใช้เพียงไฟสามัญ แต่ไม่แน่ว่าบางทีอาจจะสามารถฆ่าสัตว์อสูรระดับสามได้
ระดับของสัตว์อสูรกับยาวิเศษไม่ต่างกันนัก ั้แ่ระดับต่ำไปจนถึงระดับสูงมีทั้งสิ้นสิบสองระดับด้วยกัน ตามมาด้วยสัตว์อสูรระดับปฐี และสัตว์อสูรระดับ์
สัตว์อสูรระดับหนึ่งถึงระดับสี่เทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามัญ ในนั้นสัตว์อสูรระดับสองและสัตว์อสูรระดับสามเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามัญระดับกลาง
สัตว์อสูรระดับห้าถึงระดับแปดเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์
สัตว์อสูรระดับเก้าถึงระดับสิบสองเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นล้ำลึก
ูเายอดหยก เป็ูเาระดับต่ำสุดในบรรดาเขาที่รายล้อมเมืองเหรินจง มากกว่าหกสิบในหนึ่งร้อยล้วนแต่เป็สัตว์อสูรระดับหนึ่งถึงระดับสี่ สัตว์อสูรเหนือกว่าระดับสี่ขึ้นไปแทบไม่ปรากฏตัว และถึงแม้พวกมันจะปรากฏตัว ส่วนใหญ่ล้วนเป็ระดับห้าและระดับหก ไม่มีสัตว์อสูรระดับสูงกว่านั้น
ด้วยความแข็งแกร่งของครูฝึกหลินแล้ว สัตว์อสูรระดับต่ำกว่าหกไม่นับว่ารับมือยากสำหรับเขา ขอเพียงพวกมันไม่ได้แข็งแกร่งเกินกว่าระดับหก ครูฝึกหลินเพียงผู้เดียวยังสามารถรับมือกับพวกมันได้ชั่วขณะหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น ครูฝึกหลินไม่ได้ไปที่เขายอดหยกเพียงคนเดียว
"ฮ่าๆ พวกเ้าสิบคนไม่เลวเลย มาถึงแต่เช้าเช่นนี้ ข้าล่ะปลื้มใจจริง ๆ "
ครูฝึกหลินหัวเราะชอบอกชอบใจ จากนั้นทุกคนจึงเห็นครูฝึกหลินและอีกสามคนที่อยู่ข้างหลังเขา ครูฝึกหลินชี้ไปทางสามคนนั้นแล้วเอ่ย "ข้าจะแนะนำให้พวกเ้าได้รู้จัก นี่คือครูฝึกหานหย่งซิ่ง ครูฝึกหลินต๋า และครูฝึกเฝินหลี"
ทุกคนมีสีหน้าจริงจังขึ้นมาโดยพลัน
ตอนนี้ชื่อเสียงของครูฝึกทั้งสามคนนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าหลินเยวี่ย มิหนำซ้ำยังมีมากกว่า
หานหย่งซิ่งเป็บุตรชายของผู้าุโใหญ่ และบัดนี้เป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดารุ่นที่สองของตระกูลหาน ระดับพลังของเขาอยู่ในขั้นมนุษย์หกดารา ตามข้อมูลที่เชื่อถือได้ หานหย่งซิ่งจะเข้าสู่ขั้นมนุษย์เจ็ดดาราภายในหนึ่งถึงสองปีนี้ ถึงตอนนั้นทั้งตระกูลหานจะมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับพลังขั้นมนุษย์ระดับปลายเพิ่มมาอีกหนึ่งคน
อย่าได้ประเมินขั้นมนุษย์ระดับปลายต่ำไป ทั่วทั้งตระกูลหาน ผู้ที่อยู่ในขั้นมนุษย์ระดับปลายมีไม่ถึงสิบคน
ผู้าุโเ่าั้ ยังมีบางส่วนที่ยังอยู่ในขั้นมนุษย์หกดารา
อีกทั้งตอนนี้ ตระกูลหานมีเพียงผู้เดียวที่อยู่ในขั้นมนุษย์ระดับปลาย นั่นก็คือหานอวี้ ผู้นำตระกูลหาน เขาอยู่ในขั้นมนุษย์สิบดารา
ครูฝึกหลินต๋าข้างหลังหานหย่งซิ่งเป็น้องชายแท้ ๆ ของครูฝึกหลิน ทว่าระดับพลังในการฝึกปรือของเขาสูงกว่าครูฝึกหลินหนึ่งระดับ อยู่ในขั้นมนุษย์ห้าดาราระดับต้น
ครูฝึกเฝินหลีผู้ที่ยืนอยู่ท้ายสุด อยู่ในขั้นมนุษย์ระดับสี่ดาราเช่นเดียวกับหลินเยวี่ย
ได้รับการปกป้องจากผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์ระดับกลางทั้งสี่คนนี้ แม้จะเป็สัตว์อสูรขั้นสูงระดับหกในเขายอดหยก ก็ทำได้เพียงตายด้วยความเกลียดชังแล้ว
เห็นได้ชัดว่า เหล่าผู้าุโตระกูลหานให้ความสำคัญกับการฝึกฝนพวกหานหลินทั้งสิบคนเพียงใด
หลังจากแนะนำตัวแล้ว ครูฝึกหลินก็หันไปมองหานหย่งซิ่ง ในโลกนี้เคารพผู้แข็งแกร่งกว่า และหานหย่งซิ่งก็เป็ผู้แข็งแกร่งที่สุดที่อยู่ที่นี่ ครูฝึกหลินจึงทำตามคำสั่งของหานหย่งซิ่งจากจิตใต้สำนึก
หานหย่งซิ่งโบกมือ "การฝึกในครั้งนี้ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็ผู้นำก็คือท่าน ท่านตัดสินใจเถอะ ข้าเพียงแค่มาคอยช่วยเหลือคนเหล่านี้ยามมีปัญหาเท่านั้น"
ครูฝึกหลินต๋ากล่าวยิ้ม ๆ "ใต้เท้าหานหย่งซิ่งกล่าวได้ไม่ผิด ท่านพี่ ท่านเตรียมการเถอะ"
เฝินหลียักไหล่เป็เชิงว่าเห็นด้วยเช่นกัน
ครูฝึกหลินลูบจมูกแล้วเอ่ยอย่างช่วยไม่ได้ "เอาเถอะ เช่นนั้นสิบวันนี้พวกท่านจักต้องฟังคำสั่งของข้าให้ดี"
"เด็ก ๆ อย่าแตกแถว พวกเ้าตามข้าขึ้นเขายอดหยก"
ตอนนี้เอง หานหลินจึงเอ่ยถามออกมา "ครูฝึกหลิน เหตุใดข้าไม่เห็นพี่หญิงโหรวกับคนอื่น ๆ เล่า? "
ครูฝึกหลินพลันแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย "พวกเ้าดูเหมือนอยากจะฝึกพร้อมกับผู้หญิงมากสินะ?เ้าอย่าได้ฝัน สถานที่ฝึกของเ้ากับบรรดาผู้หญิงอยู่คนละที่กัน"
หานหลินหน้าดำคล้ำขึ้นมา เขาไม่ได้คิดเช่นนั้น เขาเพียงแค่อยากแข่งขันกับพี่หญิงโหรวก็เท่านั้น
ในฐานะผู้ที่มีระดับในการฝึกยุทธ์ระดับสามผู้เดียวทั่วทั้งตระกูลหาน หานโหรวเป็เป้าหมายของหานหลินมาโดยตลอด
ถึงแม้ในยามนี้หานหลินจะเปิดเส้นลมปราณที่สี่แล้ว ระดับความสามารถในการฝึกยุทธ์ของหานโหรวยังอยู่เหนือกว่าหานหลินสองระดับ อีกทั้งนางยังฝึกฝนมามากกว่าหานหลินสี่ห้าเดือน บัดนี้นางเปิดเส้นลมปราณที่หกแล้ว ว่ากันว่าเส้นลมปราณที่เจ็ดใกล้จะเปิดเร็ว ๆ นี้แล้ว
ครั้นกล่าวถึงหานโหรว ชั่วขณะหนึ่งลึกลงไปในดวงตาของเด็กหนุ่มคนอื่น ๆ เผยความเคารพชื่นชมออกมา
นางหน้าตางดงาม พร์สูงส่ง ย่อมเป็เทพธิดาในใจของพวกเขาหนุ่มน้อยกลุ่มนี้
"หานโหรวหรือ?เ้าก็เป็เป้าหมายในการไล่ตามของข้าเช่นกัน อีกทั้งข้าเชื่อว่าการตามเ้าให้ทันนั้น ใช้เวลาเพียงไม่นาน" หานเฟิงพึมพำกับตนเอง
ครูฝึกหลินปัดมือ "เอาล่ะ พวกเ้าไม่ต้องคิดให้มากมาย ตามข้ามา"
กลุ่มคนทั้งสิบสี่ออกเดินทางในทันที จุดหมายปลายทางของพวกเขาก็คือูเายอดหยก!
ตีนเขาูเายอดหยก
ครูฝึกหลินโบกมือ ทุกคนจึงหยุดฝีเท้า ครูฝึกหลินกล่าวด้วยท่าทีเคร่งขรึม "พวกเ้าผู้ใดรู้ข้อมูลเฉพาะของูเายอดหยกบ้าง? "
เหล่าเด็กหนุ่มต่างเหลียวมองหน้ากัน ปกติพวกเขาเอาแต่ฝึกยุทธ์ ไม่ได้สนใจเื่นี้แม้แต่น้อย
ใบหน้าครูฝึกหลินเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมา "พวกเ้าฟังให้ดีล่ะ สิ่งที่ข้าจะกล่าวต่อไปนี้ อาจจะเกี่ยวพันไปถึงว่าพวกเ้าจะสามารถรอดชีวิตออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่!"
"ูเายอดหยกแบ่งเป็สองส่วน เขตรอบนอกและเขตรอบใน ในเขตรอบนอก สัตว์อสูรส่วนใหญ่จะเป็สัตว์อสูรระหว่างระดับหนึ่งกับระดับสอง อาจจะมีสัตว์อสูรระดับสามบ้างเล็กน้อย แต่ในเขตรอบใน ส่วนใหญ่ล้วนเป็สัตว์อสูรระดับสามและระดับสี่ มีความเป็ไปได้ว่าจะมีสัตว์อสูรระดับห้าหรือระดับสูงกว่านั้นปรากฏตัว"