นิ้วของเขายาวเรียวดั่งคนที่ไม่เคยต้องทำงานแบกหามหลังมือ มีรอยนูนเล็ก ๆ เป็เส้นจากการที่เส้นเืพาดผ่าน มองเห็นเป็เส้นสีเขียวๆ ผ่านผิวกายขาวสะอาด ผมสีดำขลับหยักศกเล็กน้อย ใบหน้าเกลี้ยงเกลา แม้ว่าจะมองจากมุมบนที่เธอนั่งอยู่และเห็นใบหน้าเขาไม่ถนัดนัก แต่เธอก็แน่ใจว่าเขาต้องเป็คนที่หน้าตาดีคนหนึ่งเลยทีเดียวแต่น่าเสียดายแทนผู้หญิงโสดในบ้านนี้เมืองนี้ ที่เขามีชายสูงล่ำเป็เ้าของอยู่แล้ว
น้ำนิ่งทำแผลที่หน้าแข้งและหัวเข่าให้หญิงสาวเสร็จก็ขยับขึ้นมานั่งบนเตียงข้าง ๆ เธอ เพื่อทำแผลที่แขนให้อีกด้วย ซึ่งนั่นเป็การเปิดโอกาสให้เธอได้เห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน
โอ้โห...โคตรหล่อนี่พระเอกหนังหลบมาพักร้อนหรือเปล่าเนี่ย...
ณ ฟ้าถึงกับมองเขาตาไม่กะพริบ เครื่องหน้าชัดเข้มทุกองค์ประกอบ โครงหน้ารูปไข่คิ้วดกดำเข้มเป็รูปโค้งครอบคลุมดวงตาคู่สวย จมูกโด่งขึ้นเป็สันริมฝีปากบางได้รูปอมชมพูอย่างคนสุขภาพดี แต้มเสน่ห์ด้วยลักยิ้มที่แก้มทั้งสองข้าง แบบนี้แหละสเปกของเธอเลยหัวใจดวงน้อยถึงกับแกว่งไกวไปชั่วครู่ ก่อนที่สมองจะสั่งให้หยุดคิด และนึกถึงความเ็ปที่ยังเป็แผลสดพร้อมกับความเป็จริง ที่ว่าเขาไม่ได้ชอบชะนีอย่างเธอ เก้งต่างหากที่เขาปรารถนา
“เสร็จแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมจะมาพาไปหาหมอ อย่างน้อยก็ไปให้หมอดูแผลหน่อย จะได้มั่นใจว่าไม่เป็อะไรร้ายแรง”
ณฟ้าได้แต่มองเขาพูดตาปริบ ๆจ้องมองริมฝีปากบางได้รูปที่ขยับเอื้อนเอ่ยอย่างเพลินตา อีกทั้งน้ำเสียงและท่วงทำนองการพูดของเขาก็ฟังลื่นหูดีเสียจริง
“ทีนี้คุณก็นอนพักผ่อนได้แล้วนะไม่ต้องร้องแล้ว หรือว่าต้องให้ผมมานอนเป็เพื่อน”
“ไม่ต้อง!” ณ ฟ้าสวนกลับอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ไม่ต้องใช้เวลาคิดสักนิดเดียว
“หึ...”น้ำนิ่งเกือบกลั้นขำไม่อยู่ เมื่อเห็นท่าทางของคนเจ็บที่ทำราวกับกลัวว่าเขาจะอยู่เพื่อล่วงเกินเธอเสียเหลือเกิน “งั้นก็ดีถ้ามีอะไรก็เคาะผนังห้องเรียกผมก็แล้วกัน ผมอยู่ห้องติดคุณนี่แหละ”
น้ำนิ่งพูดจบก็ลุกขึ้นทำท่าจะเดินออกจากห้อง ณ ฟ้าเองก็ทำท่าจะลุกขึ้นเดินตามไปปิดประตูด้วยเช่นกัน
“คุณไม่ต้องลุกหรอกเดินมากระวังแผลจะอักเสบ เดี๋ยวผมล็อกประตูให้เอง”น้ำนิ่งดูอาการแล้วคาดว่าพรุ่งนี้เธอจะเจ็บแผลมากกว่านี้ โดยเฉพาะแผลที่หัวเข่าถ้าต้องขยับขางอเข้างอออกบ่อย ๆ แผลคงได้เืออกอีกครั้ง หลังจากที่แห้งไปแล้ว
ชายหนุ่มเดินไปกดล็อกลูกบิดประตูและออกไปยืนนอกห้องดึงประตูปิด แต่ก่อนที่ประตูจะปิดลงเสียงที่ฟังไม่ถนัดก็ดังขึ้น
“ขอบคุณนะ”เสียงอ้อมแอ้มดังผ่านลำคอของ ณ ฟ้า
“เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะ”น้ำนิ่งชะงักมือ แล้วเปิดประตูอ้ากว้างอีกครั้ง เพื่อถามเ้าของเสียงให้พูดใหม่
“ฉันพูดไปแล้วถ้าคุณไม่ได้ยินก็แล้วไป ฉันจะนอนแล้ว” หญิงสาวพูดจบก็ยกขาตัวเองขึ้นบนเตียงก่อนเอนตัวลงนอนอย่างทุลักทุเล เธอนอนตะแคงซ้าย ซึ่งเป็ข้างที่ไม่ได้รับาเ็และก็เป็การหันหลังให้กับบุรุษพยาบาลเฉพาะกิจอีกด้วย
หกโมงของเช้าวันต่อมาน้ำนิ่งที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เดินไปเคาะห้องข้าง ๆเพื่อ้าดูว่าคนเจ็บเป็ยังไงบ้างแต่เคาะอยู่สองสามทีก็ไม่มีทีท่าว่าประตูจะเปิดออกเอาหูแนบประตูก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร
“ทำอะไรวะไอ้น้ำ”อินทัชออกจากห้องมาเห็นตอนที่เพื่อนรักกำลังเอาหูแนบประตูห้องของคนอื่นอยู่จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไรเราลงไปหาอะไรกินกันดีกว่า” น้ำนิ่งเดินนำเพื่อนลงบันไดไปด้วยคิดว่าเ้าของห้องคงยังไม่ตื่นเป็แน่ จึงไม่อยากรบกวน
เพื่อนหนุ่มเดินตามลงมาแต่ก็ไม่วายถามด้วยความสงสัย “แล้วนั่นห้องใครวะ ผู้หญิงเหรอ?”
อินทัชไม่ได้รับรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นยามดึกเขาหลับสนิทเพราะออกกำลังกายไปในตอนกลางวันทั้งวันกลางคืนร่างกายจึง้าการพักผ่อน ประกอบกับห้องของเขาไม่ได้อยู่ติดกับห้องที่สร้างเสียงดังเสียงที่รบกวนคนอื่น จึงไม่สามารถทำอะไรเขาได้
“อืม”
“ฮั่นแน่!เดี๋ยวนี้แกเริ่มกลับมาสนใจผู้หญิงแล้วเหรอวะ ฉันก็นึกว่าแกจะครองตัวอยู่เป็โสดไปทั้งชาติแล้วซะอีก”
“ไม่ได้สนใจแบบนั้นโว้ยแต่ยัยนั่นน่ะ คือผู้หญิงที่ฉันขี่จักรยานชนเมื่อวานไง เมื่อคืนเขาร้องไห้เจ็บแผลจนฉันต้องตื่นขึ้นไปดู ไปทำแผลให้เขา”
“ฮ้า!แกเนี่ยนะ ไปทำแผลให้ผู้หญิงคนนั้น” อินทัชถึงกับชะงักเท้า อุทานเสียงดังเบิ่งตาโตจ้องมองเพื่อนราวกับเห็นของแปลกระดับโลก
“เออสิ แกจะใทำไมเนี่ย”น้ำนิ่งหันกลับไปคว้าแขนเพื่อน ดึงให้เดินต่อ “ก็ยัยนั่นเล่นเอายาราดแล้วปิดแผลเลยดินทรายยังติดแผลอยู่เลย ไม่รู้ว่าเป็ผู้หญิงยังไงแค่ล้างแผลใส่ยาแผลตัวเองยังทำไม่เป็ ฉันก็เลยทำให้ เพราะส่วนหนึ่งมันก็เป็ความผิดของฉันเองด้วย”
น้ำนิ่งไม่ได้รู้ตัวเลยว่าขณะที่พูดอยู่นั้นแววตาของเขาแสดงความอ่อนโยนและเป็ประกายมากแค่ไหน แตกต่างจากแววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อพูดถึงบรรดาผู้หญิงที่เทียวไล้เทียวขื่อเข้ามาหาเขาจนทำให้ต้องพาตัวเองมาพักร้อนถึงที่เชียงคานนี่ราวกับคนละคนกัน
ทั้งสองหนุ่มเป็เพื่อนรักกันมาั้แ่สมัยเรียนมัธยมอินทัชเป็คนรักการท่องเที่ยว งานของเขาคือนักออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ไม่สังกัดหน่วยงานไหนทั้งที่มีแต่คนตามหาตัวเขา และบริษัท้าจ้างเขาทำงานมากมายเพราะผลงานที่โดดเด่น แต่อินทัชไม่เคยสนใจ เขาสบายใจที่จะใช้ชีวิตเช่นนี้รับงานตามความพอใจของตนเอง เวลาที่เหลือจากนั้นคือเวลาสำหรับการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็ในประเทศหรือต่างประเทศเขาก็ปรารถนาที่จะไปใช้ชีวิตที่อิสระของเขา
ส่วนน้ำนิ่งนั้นเหมือนชีวิตของเขาจะเสียศูนย์ั้แ่แฟนสาวเสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุก่อนหน้าที่จะแต่งงานกันเพียงหนึ่งอาทิตย์ น้ำนิ่งเป็พี่ชายคนโตมีน้องชายอีกหนึ่งคนชื่อน้ำลึก พ่อแม่สร้างธุรกิจเอาไว้ให้เขาได้สืบสอดกิจการ และเขาไม่เคยทำให้พ่อแม่ต้องผิดหวังหลังจากเรียนจบบริหารธุรกิจมาจากต่างประเทศ ก็เข้ามาบริหารกิจการของครอบครัว ให้พ่อแม่ได้เกษียณตัวเองไปพักผ่อนซึ่งเขาก็ทำได้ดีเสมอมา แต่นั่นเป็ก่อนที่เขาจะต้องเจอกับเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อน...
ในห้องประธานบริษัทพลาส แพ็ก จำกัด น้ำนิ่งกำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะอย่างขะมักเขม้นก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้นแล้วประตูก็เปิดออกโดยไม่ต้องรอคำอนุญาตจากเ้าของห้อง
น้ำนิ่งเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้กับผู้มาเยือนก่อนจะก้มไปให้ความสนใจกับเอกสารบนโต๊ะต่อ
พิชญดาเดินเข้ามานั่งที่พนักเก้าอี้ผู้บริหารตัวใหญ่แล้วโอบกอดเขาไว้ด้วยความรัก ใบหน้าสวยยื่นเข้าไปหอมแก้มเขาหนึ่งฟอด
“น้ำทานข้าวรึยังคะถ้าเอาแต่ทำงานจนลืมทานข้าว ระวังจะเป็โรคกระเพาะน้าโบว์ไม่อยากเห็นเ้าบ่าวไปยืนปวดท้องหน้าหงิกหน้างอในวันงานแต่งของเรานะคะ”
น้ำนิ่งเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้แฟนสาวพร้อมกับเกี่ยวเอวเธอลงมานั่งที่ตักเขาแทน “ผมสั่งให้เลขาฯสั่งข้าวขึ้นมาให้แล้วครับ ไม่ต้องเป็ห่วงนะ ผมต้องเป็เ้าบ่าวที่ยืนยิ้มสวย ๆให้เ้าสาวของผมตลอดงานแน่นอน” พูดจบก็เอาจมูกเขี่ยแก้มนิ่ม ๆ เล่น ก่อนจะกดลงไปสูดกลิ่นหอมๆ ฟอดใหญ่
“น่ารักมากค่ะ”หญิงสาวยกสองมือขึ้นประคองใบหน้าเกลี้ยงเกลาของชายคนรักเอาไว้ “แล้วบ่ายนี้น้ำพอจะมีเวลาว่างบ้างไหมคะโบว์ว่าจะเอาการ์ดใบสุดท้ายไปแจกให้เพื่อนที่ปากเกร็ด จะไปด้วยกันไหม?”
“ผมต้องทำงานน่ะสิใกล้ถึงงานเราแล้ว ผมอยากรีบเคลียร์งานให้เสร็จ ผมจะได้มีเวลาพาโบว์ไปฮันนีมูนหลายๆ วันไงครับ”
“โอเคค่ะน้ำมีเวลาพักนานก็ดี โบว์จะได้มีคนพาไปดูร้านดอกไม้ตามที่ต่าง ๆโบว์อยากเก็บมาเป็ไอเดียเปิดร้านดอกไม้ของเราค่ะ”
ในเย็นวันนั้นเอง ที่น้ำนิ่งได้รับโทรศัพท์จากเ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งว่าแฟนสาวของเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตงานที่กองอยู่ตรงหน้าหมดความสำคัญลงทันที งานจะเยอะขนาดไหนก็วางไว้ได้หมดชายหนุ่มรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ แต่ก็สายไปแล้วเขาไม่ทันแม้แต่จะพูดคำรักเป็ครั้งสุดท้ายให้เธอฟัง ชายหนุ่มเอาแต่โทษตัวเองที่ตอบปฏิเสธแฟนสาวไป หากวันนั้นเขาไปกับเธอ ก็คงไม่ต้องเสียเธอไปอย่างไม่มีวันได้กลับคืนเช่นนี้
และหลังจากที่เขาสูญเสียแฟนสาวไปแล้วน้ำนิ่งก็หันหลังให้กับธุรกิจของครอบครัว ปล่อยให้น้องชายทำหน้าที่แทนส่วนตัวเขาก็มาเปิดร้านดอกไม้ สานต่อความฝันของแฟนสาว โดยไม่คิดที่จะมองผู้หญิงคนไหนอีก
น้ำนิ่งไม่ใช่ว่าจะยอมรับผู้หญิงคนไหนง่ายๆ เนื่องจากความผิดหวังกับรักแรกในสมัยเรียน ผู้หญิงที่เขาแอบชอบและแอบตามเธออยู่นานนับเดือน กว่าจะรวบรวมความกล้าไปบอกชอบเธอได้ ซึ่งก็ได้ผลเธอยอมคบกับเขา และแสดงออกกับเขาเหมือนเป็แฟนมาตลอดหลายเดือนจนกระทั่งเขามารู้ทีหลังว่า ระหว่างที่คบกับเขาผู้หญิงคนนั้นก็มีคนอื่นอยู่ด้วยเสมอมามีก่อนที่จะตอบตกลงเป็แฟนกับเขาแล้วด้วยซ้ำเขากลายเป็แค่ของเล่นให้เธอโดยไม่รู้ตัว และเมื่อลับหลังเขาก็เอาเขาไปนินทากับเพื่อน ๆ อย่างสนุกสนาน
จากความผิดหวังในครั้งนั้น ก็ทำให้เขาเสื่อมศรัทธาในตัวผู้หญิงจนกระทั่งได้เจอกับพิชญดา คนที่ทำให้เขายอมรับในความดีของเธอได้แต่ก็กลับต้องสูญเสียอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ทำให้เขาเ็ปแสนสาหัสจนกลายเป็แผลในใจที่ไม่มีอะไรจะเยียวยาได้