หลังจากเนโครกลับมาถึง สิ่งที่ได้พบเจอคือสภาพบ้านที่พังทลาย เขาที่ไม่มีทางเลือกอื่นจึงต้องก้าวเท้าเข้าไปในซากปรักหักพังของตัวบ้าน และได้ภวานาในใจขอให้ทุกๆ คนปลอดภัย
แต่ทว่าความจริงนั้นไม่อาจจะหลีกหนี เขาได้พบกับร่างอันไร้วิญญานของคนในครอบครัว ความรู้สึกเ็ปและความทรมานที่เขารับรู้นั้นมากเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการ ความรู้สึกโกรธ เกลียด เคียดแค้น ทำให้ร่างกายของเขาค่อยๆ ถูกพลังงานอันดำมืดเข้าครอบงำ ออร่าที่ทะลักออกมาเริ่มปกคลุมตัวของเขาเอาไว้ จนในที่สุดก็ถูกมันกลืนกินจนหมดเหลือเพียงก้อนพลังงานที่เหมือนกับรังไหม
[เริ่มแล้วสินะภาชนะแห่งความเกลียดชังของข้า อยากแก้แค้นงั้นเหรอ หรืออยากทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เ้าเ็ป ได้!! ข้าจะมอบพลังให้กับเ้า จงใช้พลังนี้ทำลายพวกมันซะ ข้าจะถามเ้าอีกครั้ง สิ่งที่เ้า้าจะทำคืออะไร]
"ฉันจะจัดการพวกมันให้หมด" เขาได้ะโออกมาสุดเสียง
ทันใดนั้นความมืดที่แผ่ขยายออกมาจากตัวของเนโครได้กลืนกินทุกสิ่งรอบตัวเข้าไปและในที่สุดก็ะเิออก แรงะเิของมันทำลายสิ่งปลูกสร้างที่อยู่รอบข้างจนหมด สิ่งที่เหลือในตอนนี้มีแค่เพียงหมอกควัน
หลังจากหมอกควันจางหายก็ได้ปรากฏร่างของเนโครที่กลายเป็อสูรขนาดใหญ่ พื้นดินที่เขาเหยียบอยู่ยุบลงไปจนกลายเป็หลุมลึก เนโครในตอนนี้โดนความเคียดแค้นเข้าครอบงำจนขาดสติ เขาค่อยๆ ก้าวเดินไปโดยที่รอบตัวของเขามีออร่าขนาดใหญ่ปกคลุม
[เอาพลังที่ข้าให้ไป มาใช้ได้แค่นี้เองอย่างนั้นเหรอ แต่ความโกรธเกลียดที่เ้ามีอยู่ในตอนนี้... มันน่าสนุกจริงๆ!!]
ทันใดนั้นเนโครในร่างอสูรได้ไปมุ่งตรงไปหาอสูรอีกตนที่กำลังอาละวาดอยู่
ทางด้านผู้กองนัลจิตัวเขาได้ต่อสู้กับอสูรคลั่งและยื้อเวลาเอาไว้ได้นานพอ ทำให้ผู้อพยพสามารถหนีออกไปจากเมืองได้สำเร็จ ในการต่อสู้ตัวเขามีความคล่องตัวเป็อย่างมากจึงแทบไม่ได้รับาเ็อะไร แต่เขาก็เป็เพียงมนุษย์จึงมีขีดจำกัด ทำให้ตอนนี้เขาแทบจะหมดสภาพไม่มีแรงเหลือพอที่จะยื้อต่อไปได้อีก จึงทำได้แค่รอความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"บ้าเอ้ย!! ทำอะไรมันไม่ได้เลย เราเสียคนในทีมไปหมดแล้ว แต่อย่างน้อยพวกเราก็ถ่วงเวลาเอาไว้ได้ ถึงจะแค่สิบนาทีเองก็เถอะ
แต่ตัวเราเองคงไม่รอดไปจากที่แห่งนี้ เราก็ทำเท่าที่ทำได้ไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรให้เสียใจภายหลังอีก..." เขาได้นั่งลงและยอมรับชะตากรรม ตัวเขาตอนนี้ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นยืน
อสูรร้ายค่อยๆ เดินเข้ามาหาเขาทว่า ทันใดนั้นก่อนที่มันจะถึงตัวเขาก็ได้มีอสูรอีกตนปรากฏตัวขึ้น
อะไรกัน!! มีปีศาจโผล่ออกมาอีกตัว สถานการณ์ตอนนี้มันสิ้นหวังสุดๆ ไปเลย แค่ตัวเดียวเมืองยังพังพินาศขนาดนี้
ตู๊ม!!! เสียงปะทะกันของอสูรทั้งสองตน
แรงปะทะนั้นทำให้ผู้กองนัลจิกระเด็นออกไปอีกทั้งสิ่งก่อสร้างรอบๆก็ได้รับความเสียหายไปด้วย
"สะ สู้กันเองเหรอ?? ถ้าเป็แบบนี้ดีเลย ระหว่างที่รอกองทัพมาช่วยถ้าพวกมันต่อสู้กันเองจนเหลือตนใดตนหนึ่งได้ก็คงดี แต่ถ้าต้องรับมือพวกมันพร้อมกันต่อให้มีกองกำลังมามายขนาดไหน ก็คงไม่มีประโยชน์..."
ระหว่างนี้เราต้องสังเกตุการณ์และเก็บข้อมูล ว่าแต่ถ้าเกิดเหลือแค่ตนเดียวแต่ภัยพิบัติระดับนี้จะมีอาวุธไหนในโลกที่จะจัดการมันได้อย่างนั้นเหรอ ผู้กองนัลจิเขาได้คิดออกมาอย่างสิ้นหวัง
การต่อสู้ของอสูรทั้งสองตนทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบข้างพังทลาย เมืองได้รับความเสียหายไปกว่าครึ่ง ทว่าเนโครก็ยังไม่สามารถจัดการกับอสูรอีกตนลงได้ แต่เขาก็ยังโจมตีเข้าใส่อสูรคลั่งด้วยความโกรธแค้น แต่ยิ่งโจมตีเข้าใส่ มันก็เหมือนเป็การปลุกสัญชาตญาณของอสูรคลั่ง ตัวของมันเริ่มหลบการโจมตีแล้วเปลี่ยนเป็ฝ่ายไล่ต้อนเนโครแทน
การโจมตีของอสูรคลั่งนั้นหนักหน่วง ทว่าทุกการโจมตีที่เนโครได้รับมันเหมือนจะสร้างความเสียหายให้เขาอย่างมาก แต่ความเป็จริงก่อนที่การโจมตีของอสูรคลั่งจะถูกตัวของเนโคร ก็ได้มีออร่าแผ่ออกมาเพื่อลดความเสียหาย แต่ถึงจะเป็แบบนั้นเขาก็ยังเป็ฝ่ายที่เสียเปรียบอยู่ดี
[น่าผิดหวัง ข้าให้พลังไปมากมายมหาศาลเ้ากลับใช้ได้ไม่ถึงเศษเสี้ยว แค่สติของตัวเองยังไม่สามารถดึงกลับมาได้ เ้าจะไม่ได้แก้แค้น ออร่าที่ช่วยรับความเสียหายใช่ว่าจะช่วยป้องกันได้ตลอด เ้าจะตาย และมันจะเป็ความตายที่เปล่าประโยชน์ ดึงสติของเ้ากลับมาซะ ถ้าเ้าทำได้ก็จะได้พลัง และจะได้แก้แค้น... (แล้วใช้มันเพื่อข้า) ]
ภายในจิตใต้สำนึกของเนโคร ตัวตนของเขาที่ล่องลอยอยู่ท่ามกลางความมืดมิด แต่เพราะเสียงของดวงจิตสีดำที่เข้ามา ทำให้เขาค่อยๆ ได้สติ ตัวเขาได้ตื่นขึ้นมาจากความฝันอันแสนเลวร้าย และสิ่งแรกหลังจากได้สติเขาก็ได้เอ่ยกับดวงจิต
"ขอบคุณ ถ้าเกิดสูญเสียตัวตนไปก่อนก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ชีวิตฉันหลังจากนี้จะมอบให้นาย แต่นายก็ต้องมอบพลังให้ฉันเพื่อเป้าหมายของพวกเรา" ตัวเขาได้ตั้งเป้าหมายในการมีชีวิตต่อจากนี้ ชีวิตของเขาจะมีเพื่อกำจัดดวงจิตทุกตนที่จุติในร่างของมนุษย์ เขาคิดว่าตัวตนพวกนั้นจะเปรียบเสมือนภัยพิบัติที่จะทำให้ทุกสิ่งล่มสลาย อีกทั้งยังเป็ต้นเหตุที่ทำให้เขาสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตไป
เนโครที่ได้สติกลับมาเขาสามารถควบคุมร่างของตนเองที่เปลี่ยนเป็อสูรได้ มันจึงทำให้การต่อสู้ของเขาเริ่มมีความเฉียบคมขึ้น เขาสามารถหลบการโจมตีและสวนกลับไปได้ทุกครั้ง การที่เขาสามารถทำแบบนั้นได้เป็เพราะออร่าที่ไหลเวียนอยู่รอบตัว สิ่งนี้เปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของร่างกายมันสามารถดูดซับความเสียหายก่อนที่จะถูกตัว เขาจึงใช้ประโยชน์จากมันเป็ตัวช่วยตรวจจับการเคลื่อนไหว
แต่การโจมตีของเนโครที่สวนกลับไปไม่ได้มีพลังทำลายมากพอ อสูรอีกตนไม่ได้รับความเสียหายเท่าที่ควร การต่อสู้เลยยืดเยื้อ เมื่อเป็เช่นนั้นก็ได้มีเสียงของดวงจิตเอ่ยกับเขา
[ลองรวบรวมออร่าที่อยู่รอบตัวไว้ที่จุดๆเดียว แล้วค่อยปล่อยออกไปดูสิ]
[คู่ต่อสู้ระดับนี้เ้ายังใช้เวลานาน เ้านั่นเป็เพียงอสูรระดับต่ำ เป้าหมายของเ้าที่ตั้งไว้มันยากยิ่งกว่านี้เป็พันเท่า อย่าทำให้ข้าผิดหวัง]
เมื่อดวงจิตพูดจบ เนโครก็ได้ลองทำตามในทันที เขารีบถอยออกมาเพื่อทิ้งระยะห่างแล้วใช้เวลาไม่ถึงห้าวินาทีเพื่อรวบรวมพลัง จากนั้นบีบอัดมันไว้ที่ปลายหมัด แล้วก็ได้โจมตีออกไป
การโจมตีของเขาโดนเ้าอสูรคลั่งเข้าไปเต็มๆ ผลของการโจมตีในครั้งนี้มันสร้างความเสียหายทั้งทางกายภาพและทางจิตใจ ถึงผู้ที่ถูกโจมตีในครั้งนี้จะเป็อสูรคลั่งก็ไม่มีข้อยกเว้น
ความเสียหายทางจิตที่อสูรตนนั้นได้รับเป็พลังที่ก่อให้เกิดความกลัวที่ไม่สามารถอธิบายได้ มันเป็เหมือนกับพลังที่กระตุ้นความรู้สึกกลัวออกมาจากสัญชาตญาณ
ทำให้อสูรคลั่งพยายามที่จะวิ่งหนีแต่มันก็ไม่เป็ผลเนโครได้ตามไปและโจมตีเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง เขาได้รัวหมัดที่รวบรวมออร่าอัดใส่อสูรเป็ชุด และด้วยการโจมตีที่ต่อเนื่องในครั้งนี้ ดวงจิตของอสูรตนนั้นก็ค่อยๆแตกสลาย ร่างกายที่โดนโจมตีค่อยๆกลายเป็เศษฝุ่นผงจนไม่เหลือสิ่งใดเลย
หลังจากการต่อสู้สิ้นสุดลงเหลือแค่เพียงซากปรักหักพังแต่ไม่มีร่างของอสูรหลงเหลืออยู่เลย ทางด้านผู้กองนัลจิที่ได้เห็นการต่อสู้ทั้งหมด เขารู้สึกโล่งใจที่การต่อสู้นั้นจบลงโดยอสูรอีกตนที่ชนะการต่อสู้ก็ได้หายไปเช่นกัน หลังจากผ่านเหตุการณ์หายนะไปได้กว่า1สัปดาห์กำลังเสริมที่ขอไปก็ได้เดินทางมาถึง
สาเหตุที่พวกเขามาช่วยเหลือล่าช้าเป็เพราะเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้นทั่วประเทศ