ตอนที่ 56เกมของผู้อยู่รอด!
หลังจากนั้นเมื่อขนของเต็มกระบะแล้วเพชรก็สั่งให้คนขับรถไปทีละคัน
ทยอย ๆปล่อยออกไปโดยเป้าหมายคือโรงงานที่กำลังสร้างของเสือน้อยเพราะเจ้าตัวก็รออยู่ที่นั่น พอปล่อยจนครบทุกคัน ก็โทรติดต่อเสือน้อย…
“เออกูรออยู่ที่โรงงานเปิดไฟเรียบร้อยแล้ว! ส่วนไอ้พวกเก้าคนนั้น มึงไปพูดกับมันตามที่กูบอกนะ…”เสือน้อยก็อธิบายให้ฟัง
เพชรเดินกลับมาที่ป่าเปลี่ยวด้านหลังวัดเขาเดินไปหาทีละกลุ่มเริ่มจาก ‘ห้าผู้อยู่รอด’
ก่อนจะไปข่มขู่ว่า“หากรู้ตัวว่าอยากมีชีวิตสงบสุขก็อยู่เงียบ ๆ อย่าปริปากบอกใครส่วนใครแจ้งความผลที่ตามมา รับผิดชอบกันเอาเองก็แล้วกัน เป็นพวกลูกน้องแก๊งค้ายาใครรู้มึงจะซวยเอา กูได้ไปดูบ้านมันมาแล้วรถก็ไม่มีเหมือนที่พวกมึงบอกแต่ยาบ้าน่ะเต็ม…”
พวกเขาเงียบเป็นคำตอบก่อนถูกปิดตาและมัดไว้กับต้นไม้ และถูกกำชับว่า“ถ้าใครไม่อยากตายหลังจากนี้ห้ามขยับจนกว่าจะได้ยินเสียงนาฬิการอบถัดไป”
ในขณะที่พูดเพชรก็หยิบนาฬิกาปลุกที่วางไว้ขึ้นมาและส่งให้คนอื่นเขาทดสอบตามที่เสือน้อยสั่งเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
ดังนั้นทุกครั้งที่พวกเขาได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกทั้งกลุ่มต้องสะดุ้งโหยงจนเยี่ยวราดซึ่งมันคล้ายกับเสียงบอกเวลาตายของพวกเขาอย่างไรอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ทั้งสองกลุ่ม
เสือน้อยทำแบบนี้ เพื่อให้มันตื่นตระหนกและรู้สึกหวาดกลัวถ้าป้อนคำสั่งหลังจากนี้ พวกมันจะเชื่อโดยสมัครใจเพราะกลัวความตาย!
จิตใจของทั้งสองกลุ่มที่ถูกแยกออกจากกันต่างก็ถูกเสือน้อยเล่นงานจนแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดีตอนที่ได้ยินเสียงนาฬิกาเป็นครั้งแรก พวกเขาก็ขยับตัวตื่นตระหนกทว่ากลับได้ยินเสียงผู้คุมความตาย ดังเตือนขึ้น จึงทำให้รอบหลัง ๆไม่มีใครกล้าคิดอะไรออกนอกลู่นอกทาง
จากนั้นเพชรก็เดินไปหา ‘สี่คนที่ต้องตาย’ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ในกลุ่มสภาพสะบักสะบอมก็ได้ยินเสียงสวรรค์มาโปรดพวกเขานึกว่าต้องตายจริง ๆ เสียแล้ว เพชรได้พูดประโยคเดิมพวกเขาถูกมัดเอาไว้กับต้นไม้
จากนั้นเพชรก็เดินออกไปพร้อมกับนาฬิกาปลุกคนกลุ่มใหญ่ก็เดินออกจากที่เกิดเหตุไปขึ้นเรืออย่างสงบ และพร้อมเพรียงก่อนที่เรือจะออกจากท่าไปโดยไม่มีใครสังเกต
ขับสวนทางในตอนที่พวกเขามาขับวนอยู่รอบหนึ่งกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ยามค่ำคืนก่อนที่จะกลับบ้าน
……
“ถอดชุดไอ้โม่งสีดำ…โยนไว้บนเรือเดี๋ยวจะมีคนมาเก็บเองกลับไปก็ทำตัวให้เป็นปกติ ตอนนี้พวกเราล้างแค้นสำเร็จแล้ว!” เพชรกล่าว
“กูว่าป่านนี้แม่งหงอยแดกแล้วมั้ง”หนึ่งในกลุ่มคนพูดขึ้น หลังจากนั้นทุกคนต่างก็พากันหัวเราะร่า
ส่วนเพชรภายใต้หมวกไอ้โม่งไม่มีใครเห็นว่าแท้ที่จริงแล้วเหงื่อเขาไหลออกมากแค่ไหนตั้งแต่รู้ว่าไอ้บ้านั่นมันค้ายาแถมยังต้องบุกเข้าไปในบ้านมันอีกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าชีวิตนี้จะใจกล้าได้ขนาดนี้
แต่โชคดีที่เขารู้ว่า…แม้นท้องฟ้าจะรั่วแต่ก็จะมีคนคอยกางร่มให้แน่นอนว่าคนที่เขาหมายถึงคือเสือน้อย
แต่ที่เพชรไม่เข้าใจทำไมเสือน้อยถึงทิ้งมีดเก้าเล่มไว้ให้ทั้งเก้าคน?
……
เสือน้อยนั่งรออยู่ที่โรงงานพร้อมกับไอ้ยักษ์ใหญ่สองสมุนซ้ายขวา เขาสั่งให้ เตรียมถุงมือ กับอุปกรณ์ทุกอย่างที่จำเป็นไว้แล้วหลังจากติดต่อกับเพชรเสร็จ เสือน้อยก็สั่งเปิดไฟสว่างไปทั่วทั้งบริเวณ
ไม่นานรถคันแรกก็เข้ามาจอดเสือน้อยก็ลุกขึ้นไปเช็กดูว่ามีอะไรมั้ง กวาดตามองผ่าน ๆ
“นายน้อยครับขนมาหมดเรียบร้อยแล้ว” ชายหนุ่มคนหนึ่งพูด พร้อมส่งกุญแจรถให้ยักษ์ใหญ่
“ขอบใจมากพี่แตงไปนั่งพักในรถตู้ก่อนให้หายเหนื่อย แล้วค่อยมาช่วยตรงนี้”จากนั้นเสือน้อยก็สั่งไอ้ยักษ์ใหญ่ นั่งคัดแยกเอกสารที่มาพร้อมกับรถคันแรก
หลังจากนั้นรถสิบสองคันก็เข้ามาจอดเรียงรายเสือน้อยให้ลูกสมุนใช้เวลาแยกเอกสารอยู่นานสองนาน ส่วนตัวเขาไม่มีปัญญานั่งอ่านแค่มองก็ตาลายแล้ว อาศัยให้ไอ้ยักษ์ใหญ่สองคนเป็นหูเป็นตา
หลังจากแยกเอกสารอยู่นานก็ปรากฏว่าเป็นคำสั่งซื้อเสียส่วนใหญ่ และเป็นกระดาษที่มีลายมืออ่านไม่ออกไม่มีเอกสารรถยนต์เลยส่วนพวกลังไม้ตอนนี้เขาไม่สนใจเท่าไหร่
จึงให้ลูกน้องแยกออกเป็นสองทีมทีมหนึ่งกระจายกันไปค้นเอกสารในรถ ส่วนคนกลุ่มใหญ่ก็กำลังยกลังไม้ลงมาจากรถลากมาวางไว้หน้าเสือน้อย!
จากนั้นหาไปได้ไม่นานปรากฏว่าทุกคันมีเอกสารเล่มรถทะเบียนที่ซ่อนอยู่ที่นั่งด้านข้างคนขับเป็นอย่างนี้ทุกคันส่วนเอกสารอื่น ๆ ยักษ์ใหญ่ นั่งดูอย่างละเอียดปรากฏว่าเป็นรายการสั่งของทั้งชื่อที่อยู่ของคนค้าขายยาบ้า! พวกเขารายงานให้เสือน้อยฟัง
เสือน้อยลูบคางในใจทันใดนั้นก็นึกถึงพี่มอส หวนนึกถึงคำพูดวันที่พี่มอสมาเจอ
“บางทีพี่อาจต้องการความช่วยเหลือจากผมก็ได้ใครจะไปรู้” เสือน้อยก็ยิ้ม ๆ วางแผนเตรียมปั๊มยศให้พี่ชาย
จากนั้นก็ถึงเวลางัดลังไม้ลูกน้องทุกคนต่างก็ทยอย ๆ ยกลังไม้มาวางไว้ต่อหน้าเสือน้อยโดยให้ไอ้ยักษ์ใหญ่เป็นคนเปิด ส่วนคนที่เหลือเสือน้อยให้ไปนั่งพัก
เขาพูดไว้ว่า“ของแบบนี้ยิ่งคนรู้น้อยเท่าไหร่ ยิ่งเป็นผลดีกับตัวพวกพี่ ๆ เองมากเท่านั้น”ลูกน้องก็พอรู้ตัว ของร้อนผิดกฎหมายแบบนี้ มีหรือใครอยากจะเข้าไปยุ่งลำพังแค่พวกเขาขับรถขนยาบ้ามาก็ใจฝ่อแทบจะแย่แล้ว!
สองสมุนซ้ายขวาหยิบเอาอุปกรณ์ออกมาก่อนออกแรงงัดลังไม้ บางอันก็เป็นลังไม้ใส่ตุ๊กตาพอกรีดออกมาเป็นยาบ้าล้วน ๆบางอันก็เป็นกระเป๋าที่เก็บเป็นอย่างดี
พบปืนพกพาจำนวนมากมีใบครอบครองมาพร้อม ดูคล้ายคลังแสงย่อม ๆ ส่วนที่ไม่มีเอกสารบ้างก็มีเล็กน้อย
ดูเหมือนไอ้หมอนี้เงินมันเยอะนักเชียวเอาเงินสดมาแปรรูปมาเป็นปืนสะสมก็นะนี่มันพ่อค้ายาบ้านี่หว่า
จากนั้นก็เปิดลังไม้ต่อไปเจอเป็นอาวุธสงครามสองลัง ส่วนที่เหลือเป็นยาบ้ากับกัญชาทั้งหมดเสือน้อยสั่งตอกลังไม้ จากนั้นก็ขนขึ้นรถกระบะเก่า ๆ สภาพโทรม ๆ คันหนึ่งก่อนจะสั่งให้ ‘พี่อยู่’ ขับรถเอาของไปส่งคืนเจ้าของ
พี่อยู่ขับรถกระบะคันโทรมโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนกำลังขนของอะไรอยู่ด้านหลัง แต่เขาเชื่อใจนายน้อย ยังไม่ลืมเหลือบตามองกระจกหลังก็อุ่นใจขึ้นมา เพราะพาพวกมาเยอะเสียขนาดนี้
เพราะคนที่เหลือถูกสั่งรวมตัวให้ขึ้นรถตู้ตามพี่อยู่ไปเสือน้อยแจกอาวุธปืนให้พวกพี่ ๆ ที่นั่งอยู่ในรถทุกคนก็ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย
เสือน้อยก็ใจกล้านั่งรถตามมาบัญชาการด้วยตัวเองพอถึงที่บ้านเป้าหมาย เสือน้อยก็เดินลงไปอย่างใจเย็น พี่อยู่พอจอดรถเสร็จก็เดินมาอยู่ด้านหน้ารถตู้แล้ว
ที่เขามานี่เป็นเพราะต้องการเก็บกวาดรายละเอียดต่างๆ เขาสำรวจมองรอบด้านอย่างถี่ถ้วน ก่อนมองไปที่รอยล้อรถบนพื้น
จึงสั่งให้พี่อยู่ขับรถกระบะเข้าออกใหม่ทับรอยพวกนั้นจากนั้นเสือน้อยเดินเปิดประตูเข้าไปในบ้านโดยที่ลูกน้องไม่ทันรู้ตัวพอเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งกรูตามกันไป แต่ถูกเสือน้อยสั่งให้แยกกระจายไปดูต้นทางให้ดี
เสือน้อยเดินเข้ามาสำรวจในบ้านอย่างใจเย็นในมือถือปืนลูกโม่ไว้ไม่คลาย แววตาฉายแววคมกริบเหมือนพร้อมที่จะลั่นไกกลิ่นเหม็นที่โชยมาทำให้เขาต้องเอาผ้าปิดจมูกเดินเข้าไปถึงห้องของไอ้หัวหน้าขบวนการ เขาเข้าเอาเท้าเขี่ย ๆ ก็ยังไม่ตื่น
แต่ก็ปล่อยให้ตัวมันนอนเมายาต่อไปเสือน้อยเดินสำรวจบ้านอีกรอบก่อนสั่งให้คนยก ‘ลังยาบ้า’ หลายลังลงมาไปวางไว้ในห้องต่าง ๆหลังจากทำเสร็จแล้วก็สั่งลูกน้องตรวจสอบความเรียบร้อยไม่ให้เหลือร่องรอยไว้เด็ดขาด นี่คือสาเหตุที่เขาต้องกลับมาดูด้วยตาตัวเอง
เขาตั้งใจมอบรถกระบะโทรมๆ คันนี้คืนให้แก่เจ้าตัว พร้อมลังไม้ตุ๊กตา จากนั้นไม่นานทุกคนก็ขึ้นรถตู้ขับรถออกไปท่ามกลางความมืดมิด ไม่มีใครเห็นมาสังเกตเห็นเลยสักคนเดียวเพราะทั้งไม่มีคนอยู่และพวกเขาลงมืออย่างเงียบเชียบ
【 จบภาคที่ 1 】