หนีจากห่าวอี้ซวนมาได้ ลู่อันก็มาปะเข้ากับเฉินตงหน้ามหาวิทยาลัย
...หนีเสือหน้าประตูมาเจอเสือที่ตัวใหญ่กว่าเสียอย่างนั้น...
เฉินตงยืนกอดอกพิงรถหรูของเขา ด้วยท่าทางและรูปร่างหน้าตาโดดเด่นทำให้เขาเป็ที่สะดุดตาของคนที่เดินผ่านไปมา
ตอนแรกลู่อันทำเป็มองไม่เห็น ว่าจะแอบเดินเนียนไปกับฝูงชน แต่สุดท้ายเฉินตงก็เดินเข้ามาคว้าปกเสื้อของเขา
"จะหนีไปไหนเ้าตัวเล็ก คิดว่าไม่เห็นรึ"
"ถ้าช่วยทำเป็ไม่เห็นจะขอบคุณมากเลยครับ" ลู่อันเหลือบมองรถของเฉินตง "จักรยานของผมอยู่ในนั้นหรือเปล่า"
"อยู่สิ"
"งั้นผมขอคืนด้วยครับ ผมจะได้กลับบ้านเร็วหน่อย"
"นั่งรถฉันกลับสิ" เฉินตงยืดอกภูมิใจ "เร็วกว่าเยอะ"
"..."
"อะไร...ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไง แค่นั่งรถฉันต้องรังเกียจขนาดนั้นเลย?"
"เปล่าครับ...แต่ คุณจะไม่ชวนผมไปกินข้าวที่ไหนอีกใช่ไหม"
แก้มของเฉินตงกลายเป็สีแดง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวจนเขาไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
"นี่! เมื่อวานนายเป็คนเลือกร้านนะ"
ลู่อันเปลี่ยนเื่ทันที เขาแบมือ "ขอจักรยานคืนด้วยครับ"
"..."
พรึบ!
เฮือก!
"คุณจะทำอะไร!"
จู่ ๆ เฉินตงก็ย่อตัวลง รวบเอวลู่อัน ยกร่างบางขึ้นพาดบ่าแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
ลู่อันเดินหนี "ปล่อยนะ!"
"อย่าโวยวาย เดี๋ยวคนเข้าใจผิดว่าฉันลักพาตัวนายหรอก"
"แล้วที่ทำอยู่นี่ไม่ใช่หรือไง!"
เฉินตงเปิดประตูรถแล้วยัดลู่อันเข้าไป ดึงเข็มขัดมาคาดล็อกตัวเด็กดื้อเอาไว้
"บอกไว้ก่อนนะ ที่ทำแบบนี้เพราะฉันแค่อยากตอบแทนที่นายให้ค้างที่ห้องเมื่อคืนเท่านั้น พอดีไม่อยากติดหนี้ใคร"
ประโยคสุดท้ายลู่อันรู้ว่าเฉินตงกำลังล้อเลียนคำพูดของเขา
พอเฉินตงเข้ามานั่งในรถ เขาหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางการนั่งแข็งเกร็งของลู่อัน
"ผ่อนคลายหน่อย ฉันแค่จะพาไปส่งอะพาร์ตเมนต์ ไม่ได้จะเอานายไปส่งให้พี่สาวเสียหน่อย"
เด็กหนุ่มถลึงตา
"โอเค ๆ ฉันไม่ควรล้อเล่นแบบนี้ ขอโทษโอเคไหม" เฉินตงยอมแพ้
"..."
ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันอีกกระทั่งกลับถึงอะพาร์ตเมนต์
ลู่อันนำจักรยานไปจอดไว้ยังลานจอดรถหน้าอะพาร์ตเมนต์
เฉินตงยืนรออยู่หน้าทางเข้า
"ทำอะไรครับ" ลู่อันถาม
เฉินตงยักไหล่ "ดูให้แน่ใจว่านายจะไม่ออกไปซนที่ไหนอีก"
"บอกแล้วไงว่าอย่ายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของผม" พูดจบลู่อันก็เดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสาม ห้องของตัวเอง
"นี่ มันไม่ใช่แบบนั้น ฉันไม่ได้จะจับตาดูนาย แค่เป็ห่วงเท่านั้นเอง รู้ไหมนายน่ะจริงจังเกินไป แบบนี้จะทำให้แก่เร็วนะ"
"ไม่อยากได้ยินเื่แบบนั้นจากคนที่แก่ไปแล้วหรอกครับ"
"เดี๋ยวเถอะ!"
ลู่อันไขกุญแจเข้าห้องของตัวเอง เฉินตงก็ไขกุญแจห้องของเขาซึ่งประตูอยู่ห่างจากห้องของลู่อันไม่กี่เมตร
"นี่"
"อะไรอีก" ลู่อันกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย
"อย่านอนดึก"
ลู่อันไม่ได้ตอบ เพียงแค่เดินเข้าไปในห้องของตัวเอง ก่อนจะปิดประตูเสียงดัง ทิ้งให้เฉินตงตัดพ้ออยู่คนเดียว
"ฉันก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้ซะหน่อย เ้าเด็กดื้อเอ๊ย"
แล้วชายหนุ่มก็กลับเข้าที่พักของตน เผชิญกับข้าวของมากมายที่เขายังเก็บไม่เสร็จ
แทนที่จะไปห่วงว่าลู่อันจะนอนดึก เขาควรห่วงตัวเองมากกว่า เพราะคืนนี้เขาอาจไม่มีโอกาสได้นอนเลยด้วยซ้ำ
กว่าจะจัดการข้าวของที่ลู่ซูลี่ส่งมาให้เข้าที่เข้าทาง เวลาก็ผ่านไปหลายชั่วโมง
เฉินตงทิ้งตัวลงนอนบนเตียง กวาดสายตาดูสิ่งของต่าง ๆ ที่เขาจัด ไม่สิ ต้องใช้คำว่ายัดเสียมากกว่า
ทั้งหนังสือ เสื้อผ้า รองเท้า และข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ล้วนถูกวางอย่างลวก ๆ ไม่ค่อยเป็ระเบียบเรียบร้อยเท่าไร
เฉินตงไม่ใส่ใจกับการตกแต่ง ถึงอย่างไรเขาก็ไม่คิดจะให้ใครเข้าห้องของเขาอยู่แล้ว ของที่วางก็วางแบบเน้นหยิบจับสะดวกไม่เน้นสวยงาม แบบนี้ถึงจะเหมาะกับชายวัยทำงานที่ไม่ค่อยมีเวลาอย่างเขา
ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง!
เสียงข้อความโทรศัพท์เฉินตงดังรัว ๆ ก่อนที่เขาจะได้เดินเข้าไปอาบน้ำ
มันเป็ข้อความจากลู่ซูลี่ เฉินตงรีบโทรกลับทันที
["เฉินตง ไปไงบ้าง?"]
"ฉันสบายดี"
["หมายถึงน้องชายฉันน่ะ"]
"อ้อ..." เฉินตงเดินไปที่ระเบียง ชะเง้อมองไฟจากห้องลู่อัน ซึ่งมันปิดสนิท "เข้านอนแล้วล่ะ"
เฉินตงรายงานเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ลืมทิ้งท้ายว่าน้องชายของลู่ซูลี่สุขสบายดีทุกประการ
["เยี่ยมมาก"]
"นี่ซูลี่ ฉันว่าเราพอแค่นี้ดีไหม?"
["พูดอะไรของนาย ยังไม่ครบสามวันเลย"]
"คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเธอคิดจะใช้งานฉันต่อหลังจากพ้นสามวันไปแล้ว"
["...ความแตกซะแล้วสิ..."]
"อย่ามาล้อเล่นกับหัวใจชายหนุ่มวัยสามสิบนะ"
ลู่ซูลี่หัวเราะ ["ฉันไม่ได้จะล้อเล่น แต่ตอนนี้ฉันยังจัดการงานที่บริษัทไม่เรียบร้อย นายเป็ผู้ช่วยก็ควรแบ่งเบาภาระงานของฉันไม่ใช่เหรอ?"]
"โดยให้เป็พี่เลี้ยงเด็กเนี่ยนะ?"
["น้องชายของฉันก็เป็เด็กดีไม่ใช่เหรอ?"]
"โอ้! เธอลองมาเลี้ยงเองสิ ทั้งดื้อ ทั้งพูดยาก แถมชอบทำหน้าบึ้งใส่ทุกคน..." เฉินตงเอาแต่บ่นถึงพฤติกรรมของลู่อันนานกว่าสิบห้านาที
ลู่ซูลี่สรุปได้ว่า ["พวกนาย...สนิทกันดีนะ"]
เฉินตงอยากจะเอาหัวโหม่งกำแพงให้รู้แล้วรู้รอด สิ่งที่เขาพยายามสื่อสารไม่ได้เข้าสมองลู่ซูลี่เลยแม้แต่น้อย
["ฉันรู้ว่านายจะทำเพื่อฉันเสมอ ใช่ไหมเฉินตง?"]
ชายหนุ่มถอนหายใจ รู้สึกตัวเองโง่งมหลงกับคำพูดและความหวังเพียงเล็กน้อยที่หญิงสาวหยิบยื่นให้ สุดท้ายเขาก็ทำตามที่เธอ้าอยู่ดี
วันต่อ ๆ มา เฉินตงยังคงคอยตามลู่อันอยู่เรื่อย ๆ จนพักหลังลู่อันเริ่มจะคุ้นชินกับการเปิดประตูห้องออกมาเจอเฉินตงยืนกอดอกเก๊กท่าอยู่หน้าระเบียง
"ไง หลับสบายไหม?" เฉินตงทักทายด้วยรอยยิ้ม แต่อีกฝ่ายกลับถอนหายใจใส่เขา
พวกเขารู้จักกันมานานเกือบหนึ่งอาทิตย์ แต่ลู่อันก็ยังไม่เลิกทำตัวหมางเมิน
ยิ่งเป็เช่นนั้นเฉินตงก็ยิ่งรู้สึกท้าทาย ไม่เกี่ยวกับคำขอของลู่ซูลี่ ตอนนี้เขาอยากดัดนิสัยตายด้านของเด็กหนุ่มคนนี้เสียเหลือเกิน
เฉินตงไปรับไปส่งลู่อันทุกวันแม้เด็กหนุ่มคนนั้นไม่้า เขาก็ไม่สน
ลู่อันลำบากใจ ต่อว่าก็ไม่ได้ เพราะเฉินตงไม่ได้ทำเื่ไม่ดี ส่วนใหญ่ชายคนนั้นแสดงความเป็ห่วงเป็ใย ดูแลลู่อันราวกับไข่ในหิน
ทั้งสองต่างไม่รู้ว่าเมื่อไรการใช้ชีวิตร่วมกันจะจบลง เพียงคิดว่ายิ่งจบเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี...
ตกเย็นวันนั้น ขณะที่ลู่อันกำลังทำงานของมหาวิทยาลัย จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงร้องดังลั่น
"อ๊ากก!"
ราวกับมีใครบางคนกำลังจะตาย
เขาวิ่งออกไปดู พบเฉินตงกำลังไอค่อกแค่กอยู่หน้าห้อง ในมือกอดแล็ปท็อป ควันสีดำลอยออกมาจากประตูห้องของเขาที่เปิดอ้าเอาไว้ มันส่งกลิ่นเหม็นไหม้รุนแรง จนลู่อันต้องยกมือขึ้นปิดจมูก
"คุณทำบ้าอะไรอีก..."
"ฉัน แค่ก! ฉันไม่ได้ ฉันแค่ แค่ก แค่ก!" เฉินตงพูดติดขัด เหมือนคนจะขาดใจตาย
ลู่อันใช้แขนโบกพัดควันดำ เดินฝ่าเข้าไปในห้อง
ถึงอันตราย แต่ลู่อันไม่อาจปล่อยให้ไฟไหม้อะพาร์ตเมนต์ที่เขาอาศัยอยู่ได้
ควันดำไม่ได้ลอยออกมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่กลับลอยออกมาจากจานกระเบื้องใบหนึ่ง บนนั้นมีวัตถุสีดำวางอยู่คาดว่าครั้งหนึ่งมันน่าจะเคยเป็อกไก่หรืออะไรทำนองนั้นมาก่อน
"นี่มันอะไรครับ" ลู่อันใส่ถุงมือผ้าหยิบจานใบนั้นขึ้นมา
เฉินตงเบนสายตาหนีไปทางอื่น หากไม่กำลังรู้สึกผิด ก็อับอายเกินกว่าจะยอมรับความจริง ว่าเขาตั้งเวลาอุ่นอาหารนานเกินไป จนทำให้อกไก่กลายเป็เถ้าถ่าน
"ดีนะครับที่ไฟไม่ไหม้"
"..." เฉินตงไม่มีอะไรจะเถียง ครั้งนี้เขาผิดเต็ม ๆ "อะพาร์ตเมนต์นี้ไม่มีสปริงเกอร์ดับเพลิงหรือไงนะ"
"ค่าเช่าไม่แพงก็แบบนี้แหละครับ" ลู่อันเข้าไปเปิดหน้าต่างและประตูระเบียง เพื่อระบายเอากลิ่นเหม็นและควันดำภายในห้องออกไป "ดีนะครับที่ผู้ดูแลยังไม่รู้ ไม่งั้นคุณได้โดนด่าทั้งเดือนจนอยู่ไม่ได้แน่"
"อึก..."
เฉินตงค่อย ๆ ก้าวเข้ามาในห้อง เขาดูเกลียดห้อง คงอยากกลับบ้านจริง ๆ ของตัวเองเต็มแก่
"มัวทำอะไรถึงได้ปล่อยให้มันไหม้ได้ขนาดนี้ครับ" ลู่อันนำวัตถุสีดำไปทิ้งหลังจากที่แน่ใจแล้วว่ามันไม่หลงเหลือความร้อนอยู่อีก
"เอ่อ...พอดีมีงานด่วนต้องส่งให้บริษัท เลยจดจ่อมากไปหน่อยน่ะ แถมฉันยังไม่ได้กินมื้อเที่ยงด้วย ก็เลย..."
ลู่อันถอนหายใจ "เพราะเอาแต่ตามผมทั้งวันเลยไม่มีเวลาใช่ไหมครับ"
เฉินตงเบนหน้าหนีอีกครั้ง ซึ่งเป็การตอบนัย ๆ ว่า...ใช่
ชายคนนี้มองภายนอกเหมือนผู้ใหญ่เคร่งขรึม ร่ำรวยและมีความสามารถ แต่กลับมีมุมที่เซ่อซ่าแบบเด็ก ๆ เหมือนกัน
พอเริ่มกลายเป็คนรู้จักกัน ลู่อันก็ทำใจทิ้งชายผู้หิวโหยทั้งยังมีงานกองพะเนินเอาไว้คนเดียวไม่ได้
"คุณไปทำงานเถอะ เดี๋ยวผมทำอะไรให้กิน"
"หา?"
เฉินตงไม่อยากเชื่อหูตัวเอง มองดูลู่อันเดินไปสวมผ้ากันเปื้อนแล้วเข้าไปในครัว
ที่จริงเฉินตงว่าจะแก้ปัญหาด้วยการสั่งอาหารจากแอปพลิเคชัน (ซึ่งเขาควรทำแบบนั้นั้แ่แรก) ทว่าไหน ๆ เด็กหนุ่มเสนอตัวแล้ว นี่เป็ครั้งแรกที่ลู่อันแสดงความมีน้ำใจต่อเฉินตง ไม่มีเหตุผลที่เขาต้องปฏิเสธ
"โอ้..." เฉินตงเดินไปนั่งลงที่เตียง "ขอบใจ"
อืม...ก็มีมุมที่น่ารักเหมือนกันนี่...เฉินตงคิด