ม่านหมอกสีขาวหม่นหนาทึบจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วของตนเองปกคลุมไปทั่ว "หุบเขาเมฆหมอก" ราวกับเป็ผ้าคลุมหน้าของมัจจุราชที่กำลังรอคอยเวลาปลิดชีพเหยื่ออย่างเงียบเชียบ เสียงฝีเท้าที่ย่ำลงบนใบไม้แห้งดังก้องอยู่ในโสตประสาทของ เม่ยเหลียน ทุกย่างก้าวที่นางเดินตามแผ่นหลังของ จางฟู่ นายทหารเก่าที่อาซานไว้วางใจที่สุด กลับสร้างความรู้สึกเย็นเยียบที่ขั้วหัวใจอย่างที่นางไม่เคยเป็มาก่อน ในฐานะสตรีที่ผ่านสมรภูมิเรือนหลังและการทรยศของอดีตสามีมาอย่างโชกโชน สัญชาตญาณในตัวนางกำลังร่ำร้องเตือนถึงภัยที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากแห่งความจงรักภักดี
"จางฟู่... อีกไกลหรือไม่กว่าจะถึงซอกหินทิศเหนือ?" เม่ยเหลียนถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มให้ราบเรียบที่สุด ทว่านิ้วมือเล็กๆ ของนางกลับลอบกำมีดพกสั้นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อไว้แน่น
"อีกเพียงครู่เดียวเ้าค่ะฮูหยิน... ที่นั่นเป็ชัยภูมิที่หน่วยล่ามรณะจะหาท่านไม่พบเด็ดขาด" จางฟู่ตอบโดยไม่หันกลับมามอง ทว่าเม่ยเหลียนสังเกตเห็นไหล่ที่สั่นเทาน้อยๆ และหยดเหงื่อที่ซึมออกมาตามไรผมของเขา ทั้งที่อากาศรอบกายเย็นจัดจนเห็นลมหายใจเป็ไอขาว ความผิดปกตินี้คือหลักฐานชั้นดีว่าเขากำลังนำนางไปสู่ "กับดัก" มากกว่าที่หลบภัย
ทันใดนั้น เม่ยเหลียนแสร้งทำเป็สะดุดรากไม้แล้วทรุดกายลงนั่งกับพื้น "โอ๊ย! จางฟู่... ข้าดูเหมือนจะแพลงขาเสียแล้ว ท่านช่วยมาดูให้ข้าทีเถิด"
จางฟู่ชะงักฝีเท้า เขาหันกลับมาด้วยสีหน้าที่ดูตระหนกพรางก้าวเข้ามาหานางอย่างรวดเร็ว "ฮูหยิน! ท่านเป็อย่างไรบ้าง? ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ท่านจะมาาเ็ไม่ได้นะขอรับ!"
ในวินาทีที่เขาก้มตัวลงหมายจะประคองขานาง เม่ยเหลียนกลับใช้จังหวะนั้นเหวี่ยงถุงผ้าไหมที่บรรจุ "หลักฐานปลอม" ออกไปทางหน้าผาเบื้องหน้า จางฟู่เบิกตากว้างด้วยความลุ่มหลงในอำนาจ เขาพุ่งตัวตามถุงผ้านั้นไปโดยสัญชาตญาณของคนทรยศที่้าผลงานไปแลกกับรางวัลจากราชสำนัก!
"นั่นไง... หนอนบ่อนไส้ที่ข้าตามหา" เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจของ อาซาน ดังขึ้นจากเงามืดหลังม่านหมอก
อาซานก้าวออกมาพร้อมกับดาบวงพระจันทร์ที่สะท้อนแสงสว่างรำไร แววตาของเขาที่เคยมองเม่ยเหลียนด้วยความลุ่มหลง บัดนี้กลับเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟันที่รุนแรงจนจางฟู่ต้องทรุดลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว "ท่านนายกอง! ข้า... ข้าเปล่านะขอรับ!"
"หุบปาก! ข้าเห็นทุกอย่างด้วยตาตนเอง จางฟู่... เ้าเอาชีวิตของพี่น้องและ 'ยอดรัก' ของข้าไปเดิมพันกับลาภยศโสมมพวกนั้นได้อย่างไร!" อาซานตวัดดาบเพียงครั้งเดียว คมดาบก็กรีดผ่านลำคอของจางฟู่จนโลหิตสีแดงฉานพุ่งกระเซ็นอาบชโลมพื้นดินที่ชื้นแฉะ
เม่ยเหลียนหลับตาลงพรางซบหน้าลงบนเข่า นางไม่ได้รู้สึกสงสารคนทรยศ ทว่าความเครียดที่ต้องแบกรับมาตลอดหลายชั่วยามทำให้ร่างกายของนางเริ่มสั่นสะท้าน อาซานรีบเก็บดาบแล้วโผเข้าไปโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนแกร่งทันที เขาซุกใบหน้าลงบนซอกคอขาวผ่องของนาง ััถึงชีพจรที่เต้นระรัวด้วยความห่วงใย "ข้าขอโทษเม่ยเหลียน... ข้าไม่ควรปล่อยให้เ้าเสี่ยงเพียงลำพังเช่นนี้"
"ข้าไม่เป็ไรอาซาน... ข้าเพียงแต่... ใจหายที่เห็นคนที่เราไว้ใจกลับกลายเป็มัจจุราช" นางกระซิบเสียงพร่าพรางกอดตอบเขาแน่น อ้อมกอดที่ดิบเถื่อนทว่าจริงใจของอาซานคือที่พึ่งเดียวที่ทำให้นางรู้สึกว่าตนเองยังมีความหมายในโลกที่เต็มไปด้วยการลวงหลอก
ความเงียบสงัดหลังการสังหารกลับกลายเป็จุดเริ่มต้นของพายุอารมณ์ที่รุนแรงขึ้น กลิ่นอายของความตายและความตื่นเต้นที่ยังตกค้างอยู่ในกระแสเืเปลี่ยนเป็ความ้าทางกายที่รุนแรง อาซานไม่ได้พานางกลับไปที่กระท่อมในทันที ทว่ากลับอุ้มนางขึ้นนั่งบนโขดหินใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนา ััที่หยาบกร้านทว่าเร่าร้อนเริ่มรุกล้ำเข้าไปใต้สาบเสื้อสีฟ้าครามที่เปรอะเปื้อน
"เม่ยเหลียน... ให้ข้าได้ยืนยันอีกครั้งเถิดว่าเ้ายังอยู่กับข้าจริงๆ" เขาเอ่ยเสียงแหบพร่าพรางบดจูบลงบนริมฝีปากของนางอย่างรุนแรงและโหยหา เป็จุมพิตที่รสชาติเหมือนป่าดิบและอิสรภาพที่แลกมาด้วยเื เม่ยเหลียนตอบสนองเขาด้วยแรงอารมณ์ที่เพิ่มขึ้นทวีคูณ นางขยุ้มกลุ่มผมของเขาไว้แน่นพรางเบียดเสียดเรือนกายเข้าหาอกอุ่นอย่างไม่ลดละ ความซ่านสยิวที่ลึกซึ้งแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิวพรรณ
อาซานเริ่มรุกรานอาภรณ์ของนางด้วยความเชี่ยวชาญ มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสะโพกผายและเรียวขางามที่เขามอบรสรักให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า "กายาของเ้า... หัวใจของเ้า... จะไม่มีใครหน้าไหนมาชิงมันไปจากข้าได้อีก" เขาละเลียดใช้ริมฝีปากขบเม้มยอดอกอิ่มที่ชูชันท้าทายสายตาผ่านผ้าเนื้อหยาบ สร้างความเสียวซ่านจนเม่ยเหลียนต้องแอ่นกายรับด้วยความรุ่มร้อน เสียงครางรัญจวนของนางดังสะท้อนไปตามหน้าผา ประสานกับเสียงลมหนาวที่พัดหวีดหวิวอยู่ภายนอก
ทุกจังหวะที่อาซานขับเคลื่อนไปข้างหน้าคือการประกาศชัยชนะเหนือโชคชะตาที่อยุติธรรม การเริงรักท่ามกลางความเสี่ยงที่หน่วยล่ามรณะอาจจะปรากฏตัวขึ้นทุกเมื่อ ยิ่งช่วยทวีความสยิวซ่านให้สูงขึ้นอย่างไม่เคยเป็มาก่อน เม่ยเหลียนหลับตาลงพรางจินตนาการถึงใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความพ่ายแพ้ของเหล่าศัตรู ความสะใจนั้นทำให้นางถึงจุดสุขสมที่รุนแรงจนร่างบางสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมกอดของชู้รัก หยาดเหงื่อและน้ำตาแห่งความพึงใจหยดลงบนผิวพรรณที่นวลเนียน เป็พยานให้กับรักต้องห้ามที่แสนจะเร่าร้อนกลางม่านหมอกแห่งนี้
หลังพายุอารมณ์สงบลง อาซานประคองนางไว้อย่างทะนุถนอมท่ามกลางสายลมที่เริ่มพัดแรงขึ้น เขาจุมพิตที่หน้าผากของนางเบาๆ "เราต้องรีบไปแล้วเม่ยเหลียน... ควันที่เกิดจากการสังหารจางฟู่อาจล่อหน่วยล่ามรณะมาที่นี่ในไม่ช้า" เขารีบช่วยจัดแจงอาภรณ์ให้นางอย่างเบามือ ทว่าแววตาของเขากลับมีความเด็ดเดี่ยวบางอย่างที่ทำให้นางรู้สึกว่าศึกสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
"ข้าพร้อมแล้วอาซาน... ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด ข้าจะทำให้ราชสำนักได้รับรู้ถึงความจริงที่เฉินหยางซ่อนไว้" เม่ยเหลียนยืนขึ้นด้วยท่วงท่าที่สง่างามเยี่ยงพยัคฆ์สาว แววตานางนิ่งสงบเยี่ยงผิวน้ำที่แฝงไปด้วยน้ำแข็ง
ทั้งคู่ก้าวเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์ลับใต้ดินที่นำพาออกสู่เส้นทางหลังหุบเขา ทิ้งเื้ัไว้เพียงร่างไร้ิญญาของคนทรยศและกลิ่นอายของกามารมณ์ที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ... รอวันที่จะกลับมาแผดเผาทุกความอยุติธรรมให้มอดไหม้ลงในรัตติกาลที่กำลังจะมาถึง!