รุ่งเช้า คุรุเทพไห่ซิน กับ คุรุเทพซีหยาง และลูกศิษย์อีก แปดคนก็เหาะลงมาจากเรือเหาะ เข้ามาใน คฤหาสน์ตระกูลจาง เพื่อขอพบผู้นำตระกูล ลุงใหญ่เห็นว่าลอยมาแบบนี้ต้องเป็ผู้วิเศษแน่ๆ เลย จึงให้การต้อนรับพวกเขาเป็อย่างดี เพราะว่าพวกนักพรตแจ้งมาว่า ตรวจพบไอปีศาจ มารวมตัวที่ตระกูลจาง
โดยให้ดูเข็มทิศที่ใช้ตรวจหาปีศาจ ซึ่งเวลานี้ เข็มทิศมันได้หมุนเร็วขึ้น แล้วชี้ไปที่ห้องของ เสี่ยวเทียน พอผู้นำตระกูลเข้ามา ก็ใกับสิ่งที่ได้ยิน ยิ่งได้เห็นกระดานเข็มทิศล่าปีศาจ ทำงานเช่นนี้ ก็เริ่มเชื่อไปมากกว่าครึ่ง
“ พวกเราติดตาม ไอปีศาจนี้มานานหลายเดือนแล้วที่แรกมันอยู่นอกเมืองแถบูเาเฉิงซัน แล้ว มันก็ค่อยเคลื่อนมาที่เมืองฉางอันแห่งนี้ แล้วมาหยุดที่บ้านตระกูลจางของท่าน ทำให้บ้านของท่าน ต้องเกิดเหตุการณ์ วุ่นวายคนในบ้านต้องาเ็เป็แน่แท้” คุรุเทพไห่ซิน ที่สวมบทนักพรตเอ่ยกับ หัวหน้าตระกูลจางซื่อเป่า ซึ่งได้แต่พยักหน้า อย่างเดียว
“ แล้วนี่คือห้องของผู้ใด ไอมารปีศาจช่างแรงนัก ท่านผู้นำจาง เชิญเรียกเขาออกมาตรวจสอบได้ไหม” นักพรตไห่ซิน เอ่ยถามทันที ทำให้ ลุงใหญ่เรียก เสี่ยวเทียนออกมา
พอเสี่ยวเทียนออกมาเห็น นักพรตสองคน กับ ลูกศิษย์อีก แปดคน ก็สงสัยยิ่ง
“ พวกมันเป็พวกเดียวกับคุรุเทพจากดินแดนพิภพชั้น สาม คงมาจัดการกับเ้า”
อาจารย์ลู่เอิน ััพลังของคุรุเทพทั้งสองก็รู้เลยว่า พวกมันเป็ใคร
“ ท่านตา ท่านลุงใหญ่ มาหาข้าแต่เช้าไม่ทราบว่ามีเื่อันใด หรือขอรับ”
ไม่ทันที่จะตอบ เข็มทิศปราบปีศาจ ก็ชี้มาทางเสี่ยวเทียนเป็จุดเดียว แล้ว กระดิ่งที่ข้างตัวของนักพรตก็ดังขึ้น แล้วก็มีลมพัดกรรโชกแรง รอบๆ บ้าน ท้องฟ้า ภายนอกเริ่มมืดคลื้มคล้ายฝนจะตกเมฆดำเข้ามาปกคลุม บ้านตระกูลจางทั้งหมด
คนในบ้านเริ่มแตกตื่น รีบออกมาดูว่า มีเหตุการณ์อะไร ทุกคนเห็นกลุ่มนักพรตกับผู้นำตระกูลยืน เผชิญหน้ากับ เสี่ยวเทียนเพียงคนเดียว ก็เลยเข้ามายืนฟังอยู่ด้วยเป็จำนวนมาก แม่กับเสี่ยวหลิง ก็ออกมาดู ก็แปลกใจไม่รู้ว่าเกิดอะไรขี้น
“ เ้ามารร้าย ออกมาจากร่างเด็กชายคนนี้ซะ อย่าให้ข้าต้องใช้กำลัง” คุรุเทพไห่ซินประกาศออกมาเสียงดัง แม่เสี่ยวเทียนได้ยินเช่นนั้น ก็ะโมาขวางไว้ทันที
“ นี่มันเื่อะไรกัน มารร้ายบ้าอะไร นี่พวกท่านกำลังจะทำอะไร”
“ ไม่มีอะไรน่า ท่านนักพรตตรวจพบไอปีศาจ มารร้ายอะไรเนี่ย ในตัว เสี่ยวเทียน
ให้ท่านนักพรตช่วยทำพิธีปัดรังควาน สักหน่อยไม่เห็นเป็อะไรนี่” ลุงใหญ่เอ่ยง่ายๆ แต่ยังไม่รู้ว่านักพรตจะทำพิธีอย่างไร
“ ใช่แล้ว พวกเราไม่ได้เจตนาร้าย แค่ให้พวกเรา ใช้ของวิเศษดึงมารร้ายในตัวของเด็กคนนี้ออกมา ก็ไม่เป็อะไรแล้ว” คุรุเทพไห่ซินรีบเอ่ยตอบทันที
“ ข้าไม่เชื่อ ว่าลูกของข้าจะมีมารร้ายในตัว ข้าไม่ยอมให้ใครมาเตะต้องตัวลูกของข้าเป็อันขาด” แม่เสี่ยวเทียนเอ่ยขึ้นอย่างเฉียบขาด แล้วมองไปที่ท่านตา ดูว่าท่านตาจะคิดอย่างไร
“ ข้าเองก็ไม่เชื่อ ว่าในตัวของเสี่ยวเทียนจะมีมารร้าย” ลุงห้าออกมาปกป้องเสี่ยวเทียนเช่นกัน
“ ท่านนักพรต เื่นี้เป็การเข้าใจผิดกันหรือเปล่า” ท่านตาเอ่ยถามกับนักพรตอีกครั้ง
“ พวกท่านคอยดู” คุรุเทพไห่ซิน โยนยันต์ออกไปแปะร่างของทุกๆ คน โดยที่ทุกคนกลับไม่เป็อะไร แต่ว่าพอจะโดนตัวของเทียน กลับลุกไหม้ไปจนหมด ทุกคนเห็นแล้วก็อดตะลึงไม่ได้
“ มารร้ายตนนี้ มีฤทธิ์เดชมาก ไอแห่งความตายรุนแรงยิ่งนัก ขืนปล่อยเอาไว้ ตระกูลของท่าน คงถึงคราวสูญสิ้นเป็แน่แท้ พวกท่านดูท้องฟ้า ข้าเปิดเนตรให้ทุกคนแล้ว ทุกคนจะเห็นเงาดำลอยอยู่ นั่นคือไอมารจากนรก พวกมันกำลังกลืนกินิญญาของทุก ๆ คน หากปล่อยเอาไว้ พวกท่านทั้งหลายต้องถูกกลืนกินิญญาไปจนหมด ให้ข้าปลดปล่อยเด็กคนนี้เถิด ทุกคนจะได้ปลอดภัย”
“ แล้วเขาจะมีอันตรายไหม” ท่านตาเริ่มคล้อยตาม
“ ไม่เลย ก่อนอื่นข้าต้องสืบิญญา หามารในร่างของเขา จากนั้นก็ให้เขานั่งอยู่ในเขตยันต์แค่ครึ่งชั่วยาม แล้วดื่มน้ำมนตร์ แล้วข้าจะดูดมารร้ายเข้ามาในน้ำเต้าวิเศษของข้าใบนี้ เท่านั้นเอง” คุรุเทพไคซินบอกพิธีการคร่าวๆ ให้กับทุกคนฟัง
“ แค่นี้เอง เสี่ยวเทียนไม่มีอันตรายอะไรเลย ทำไปเถอะ” ลุงใหญ่รีบเอ่ยก่อน
“ ลูกพ่อ เ้าคิดเห็นว่ายังไง” ท่านตาหันมาถามแม่ของเสี่ยวเทียน
แม่ของเสี่ยวเทียนไม่มีวันยอมอยู่แล้ว ขณะที่จะปฏิเสธ เสี่ยวเทียนก็ดึงมือของท่านแม่เอาไว้ แล้วเอ่ยออกมาว่า
“ เฮ้อ เพื่อความสบายใจของทุก ๆ คน เชิญให้ท่านนักพรต ทำพิธีของท่านตามสบายเลย ข้าไม่มีปัญหาอันใด” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกมาแบบนี้ทำให้แม่หันมามองหน้าด้วยความสงสัย หากมีท่านเทพเซียนรู้เข้าไม่โกรธแย่ เลยรึ แต่เสี่ยวเทียนกลับยิ้มให้แม่ แล้วตบมือแม่เบาๆ เหมือนจะบอกว่า ไม่ต้องห่วงเื่นี้
และแล้วการไล่ปีศาจ ในตัวของเสี่ยวเทียนก็เริ่มขึ้น คุรุเทพไห่ซินสั่งให้ลุงใหญ่ทำแท่นพิธี มีเครื่องเซ่นไหว้มาพร้อม มีหัวหมู หัวแพะ ไก่เป็ๆ มาอยู่ในแท่นพิธี พอแท่นพิธีจัดเสร็จ เสี่ยวเทียนก็ถูกให้มานั่ง ใน ยันต์แปดทิศที่ คุรุเทพไห่ซิน กับ คุรุเทพซีหยาง ได้ทำขึ้น เสี่ยวเทียนเห็นก็รู้ว่านี่คือยันต์สำหรับกักขังชัดๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะ อาจารย์บอกวิธีทำลายพวกมันอย่างง่ายๆ แล้ว
ก่อนเริ่มพิธี นักพรตไห่ซิน ก็เดินเข้ามาหาเทียนแล้วนำมือ เพื่อมาแตะที่หน้าผากของเสี่ยวเทียน เพื่อสืบดูว่า ในห้วงจิตของเสี่ยวเทียนนั้นมีความลับอะไร แล้วรู้เื่หยกัฟ้าหรือไม่
“ ไม่เลวนี่ นักพรตคนนี้ มีพลังถึงขั้นสืบิญญาได้แล้ว แต่คิดจะเล่นงานข้ารึ ไม่รู้จักตายเสียแล้ว” อาจารย์ลู่เอินปล่อยให้มันสืบิญญาของเสี่ยวเทียนไป แต่ทันใดนั้นสมองของ คุรุเทพไห่ซินก็ถูกจิติญญาของ อาจารย์ลู่เอินควบคุมเอาไว้เป็ที่เรียบร้อยแล้ว
คุรุเทพไห่ซิน นำกระบี่ของตนออกมาทันที แล้วตวัดดาบกลับหลังอย่างรวดเร็ว ลูกศิษย์ที่ตามมาด้วย คอขาดกระเด็นออกมาพร้อมกันทั้งสี่คน
“เ้ามารร้าย พวกเ้าต้องตาย” คุรุเทพไห่ซินเอ่ยออกมา แล้วก็ถีบหน้าอกของคุรุเทพซีหยางจนกระเด็นไปชน แท่นพิธีจนพังราบ ลูกศิษย์อีกสี่คน ต่างก็สุดงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหมือนกับคนในตระกูลจางทั้งหมด แล้วคุรุเทพไห่ซินก็เคลื่อนไหวรวดเร็ว ตวัดกระบี่เชือดคอ ลูกศิษย์อีกสี่คนตายคาที่ จากนั้นก็แทงกระบี่เข้าแทง คุรุเทพซีหยางอีกคน แต่ว่าคุรุเทพซีหยาง เรียกกระบี่ของตนมาป้องกันเอาไว้ เพล้ง ๆ เสียงกระบี่กระทบกัน มีประกายไฟ เปรี้ยะๆ
“ ท่านไห่ซิน นี่ท่านบ้าไปแล้วรึ ข้าซีหยางนะ”
“ ซีหยาง เ้าถูกมารร้ายเข้าสิงร่างแล้ว ข้าต้องกำจัดเ้า” คุรุเทพไห่ซินไม่สนอะไรแล้ว ทำตามที่อาจารย์ลู่เอินสั่งเพียงอย่างเดียว คือฆ่าคนพวกนี้ให้หมด
“ ท่านบ้าไปแล้ว” ซีหยางพูดแค่นั้น ก็เริ่มเอาจริง ขว้างยันต์ะเิเข้าใส่ร่างของท่านไห่ซิน ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เสียงะเิดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองเริ่มขว้างยันต์ะเิเข้าใส่กัน บ้านของตระกูลจากเริ่มพังระเนระนาดไปหมด ลุงใหญ่ถูกลูกหลง โดนยันต์ะเิ ผมฟู ตัวดำ ควันออกปาก ดีที่ไม่เป็อะไรมาก แค่โดนยันต์ะเิห่างๆ แต่คราวนี้ทั้งสองนักพรตเริ่มเอาจริงทั้งสอง ใช้สัตว์ิญญาเสือโคร่ง กับ ิญญานกอินทรี เข้าต่อสู้กัน จนกำแพงบ้านเริ่มพังเป็แถบ
“ อาจารย์ช่วยหยุด พวกมันหน่อยเถอะ มิเช่นนั้น บ้านตระกูลจาง คงเหลือแต่ซากแน่ๆ เลย”
“ พวกมันคิดได้ยังไง ว่าข้าเป็มาร ให้มันได้รับบทเรียนซะบ้าง”
“ อาจารย์ นี่มันบ้านของข้าด้วยนะ” เสี่ยวเทียนขอร้องอาจารย์
“ เอาล่ะ ข้าจะจัดการเอง” พออาจารย์ลู่เอินพูดจบ ก็มีเงามือั์ออกมาจากอากาศ ตบเข้าที่ร่างิญญาสัตว์ทั้งสองตัว จนสลายไปทันที ส่วนนักพรตทั้งสองที่กำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็เอาตายนั้น จู่ๆ ทั้งคู่ก็ถูกกระบี่ของอีกฝ่ายแทงเข้าหัวใจของทั้งสองพร้อมกัน สุดท้าย ตายด้วยสภาพยืนแทงกันเอง ต่อหน้าต่อตา ท่านตา และทุก ๆคน
แม่หันมามองหน้า เสี่ยวเทียนที่ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ไม่พูดอะไร แม่เลยอมยิ้มเช่นกันไม่ถามอะไรเช่นกัน เพราะรู้อยู่แล้วว่า เื่แบบนี้มีแต่ท่านเซียนที่ปกป้อง เสี่ยวเทียนเท่านั้นที่ทำได้ แต่ท่านตากับ ท่านลุงใหญ่ ต่างกุมหัวตัวเอง ที่เห็นสภาพบ้านกลายเป็สนามรบ มีศพคนตายกันเกลื่อนบ้าน ลุงใหญที่เสื้อผ้าขาดวิ่น ผมฟูชี้ตั้ง ตัวดำมืด หันมามองท่านตาสำนึกผิดที่ตนเองไม่น่าชวน นักพรตเหล่านี้เข้ามาเลย หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปท้องฟ้าก็กลับมาสว่างเป็ปกติเช่นเดิม
วันนี้เสี่ยวเทียน ถูกเรียกให้มาตัดชุดใหม่ เพราะว่าร่างกายเริ่มโตขึ้นมากแล้ว
และอีกไม่กี่วันข้างหน้า ต้องไปงานเลี้ยงวันเกิดของ ท่านเสนาบดีซุน ที่เคยช่วยพูดกับจักรพรรดิให้ เื่ที่มีปัญหากับตระกูลอู๋
“ ท่านแม่ ข้าไม่ไปได้ไหม” เสี่ยวเทียนไม่ชอบไปงานแบบนี้
“ ไม่ได้ ท่านเสนาบดีซุน อยากพบเ้า อยากเห็นคนกล้าที่ตัดขาของ อู๋เลี่ยงท่านกำชับท่านตา มาว่า ต้องพาเ้าไปให้ได้” แม่เอ่ยไป ก็วัดตัวเสี่ยวเทียนไปโดยมีเสี่ยวหลิง ยืนจับชายเสื้ออยู่ด้านข้าง
“ ท่านแม่ หลิงน้อยคิดถึงท่านพ่อ” จู่ๆ หลิงน้อยก็เอ่ยถึงท่านพ่อ เพราะนานมาแล้วหลิงน้อย ไม่ถามหาท่านพ่อมานานแล้ว ทำให้เสี่ยวเทียนก็สงสัย
“ ท่านพ่อไปทำงาน คงอีกนานกว่าจะกลับ” แม่ก็บอกปัดไปเหมือนเดิม
“ ท่านพ่อไม่รักหลิงน้อยแล้วใช่ไหม”
“ ใครบอก ท่านพ่อรักหลิงน้อยมาก ไว้แม่จะเขียนจดหมายบอกท่านพ่อนะ ว่าหลิงน้อยคิดถึง” แม่เอ่ยปลอบหลิงน้อย พร้อมกับปลอบตัวเองไปด้วย เสี่ยวเทียนมองแม่ด้วยความสงสาร แต่พูดอะไรไม่ได้มากนัก เพราะไม่เข้าใจ ทำไมท่านพ่อถึงอยากได้หยกัฟ้ามากนัก ไม่รู้จะเอาไปทำไมกัน เสี่ยวเทียนเคยถามท่านแม่แล้ว แต่ว่าท่านแม่ก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมเล่าให้ฟัง สักที
หลังจากวัดตัวเสร็จแล้วเสี่ยวเทียนก็ออกไปด้านนอก เพราะว่า ต้าเกินจะมาชวนเสี่ยวเทียนออกไปข้างนอก
“ มีเื่อะไรน่าดูเหรอ”
“ วันนี้ จางชง กับ ซุนจ้าน ท้าประลองกัน ที่สำนัก สะท้านฟ้า มีคนไปดูกันเยอะเลย พวกเราไปดูด้วยกันไหม” ต้าเกินมาชวน ไปดูจางชง ประลองกับซุนจ้าน
“ พวกเขาจะประลองกันทำไม”
“ ก็พวกเขาเรียนที่สำนักสะท้านฟ้าด้วยกัน พวกเขายังไงก็ต้องต่อสู้ชิงชนะเลิศเพื่อเข้าไปเป็ศิษย์สายใน แต่เพราะตระกูลของเรา กับ ตระกูลซุนเป็ตระกูลใหญ่ คนมากมายก็เลยอยากไปดู”
“ ก็ได้ อยู่บ้านก็ไม่มีอะไรทำ ไปดูพวกเขาประลองกันก็ดีเหมือนกัน”
เทียนเข้าไปขออนุญาตแม่เสร็จแล้ว ก็ออกไปที่สำนักสะท้านฟ้า เห็นผู้คนในสำนักและนอกสำนักเข้ามาดู การต่อสู้ของทั้งสองคน มากมาย ทำให้สนามต่อสู้ที่จุคนได้เป็พัน กลับดูแคบลงไปเลย
“ โอ้โห ทำไมคนมากันแน่นขนาดนี้” เสี่ยวเทียนสงสัย
“ มีคนตั้งโต๊ะเดิมพันน่ะซิ คนเลยมากันมากขนาดนี่”
“ อีกฝ่ายเก่งมากเลยหรือไง”
“ ก็เก่งอยู่นะ เคยสู้บนเวทีมาแล้ว เกือบ สามสิบครั้ง ชนะหมด ส่วนจางชงก็สิบกว่าครั้งก็ชนะหมดเช่นกัน”
“ พวกเราเข้าไปดูกันเถอะ” เสี่ยวเทียนเข้าไปใกล้ๆ ก็มีคนของโต๊ะพนัน เข้ามาเสนอราคาต่อรองให้ฟังทันที
“ ราคาต่อรอง ซุนจ้านเป็ต่อ แทงสามจ่ายหนึ่ง ส่วน จางชงแทงหนึ่ง จ่ายถึงสามสนใจไหมน้องชาย” เสี่ยวเทียนเลิกคิ้วขึ้นทันที
“ สามต่อหนึ่งเลยหรือนี่?” เสี่ยวเทียนสนใจ
“ เ้าสนใจเล่นพนันรึ?” ต้าเกินไม่คิดว่าเด็กเพียง 6 ขวบจะสนใจเื่นี้
“ ก็ตั้งแทงหนึ่งจ่ายสาม ถ้าข้าแทง 1 ล้านเหรียญเงิน จะกล้ารับพนันไหม” เสี่ยวเทียนหันไปถาม คนรับพนัน
“ ได้อยู่แล้ว เ้าจะแทงพนันฝ่ายไหนล่ะ”
“ ข้าเชื่อว่าจางชงต้องชนะ ข้าแทง 1 ล้านเหรียญ” เสี่ยวเทียนโยนถุงเงินออกไป โต๊ะพนันรับเอาไว้ แล้วให้ป้ายพนันมาให้เสี่ยวเทียน 1 อัน
“ นี่.. เ้ามั่นใจจางชงขนาดนี้เลยรึ”
“ ข้าไม่ได้มั่นใจ จางชง แต่ข้ามั่นใจ อาจารย์ข้ามากกว่า”
“ ท่านเซียนบอกเช่นนี้รึ” เสี่ยวเทียนพยักหน้ก ต้าเกินมีเงินเหลืออยู่สี่แสนเหรียญ
เข้าไปทุ่มแทงตามเสี่ยวเทียนไปหมด เลย แล้วทั้งสอง ก็เข้าไปดู การชกของคู่นี้อย่างใกล้ ๆ ที่ขอบเวทีเลย
“ พี่จางชง สู้ สู้” เสี่ยวเทียนชะโงกหน้ามาบอกให้จางชงที่กำลังยืนอยู่บนเวทีทำให้หันมามองอย่างงง
“ พวกเราแทงข้างนายไว้ เป็ล้านเหรียญเลยนะ อย่าทำให้พวกเราผิดหวังล่ะ” ต้าเกินะโบอกออกไป จางชงสะดุ้งโหยงเลย
“ อะไรนะ นี่พวกเ้าแทงว่าข้าจะชนะ ไปเป็ล้านเชียวรึ?”
“ ใช่แล้ว” ข้ามั่นใจ พี่จางชงต้องชนะแน่ๆ
“ ถ้าข้าแพ้ อย่าเสียใจก็แล้วกัน” แก๊ง ! เสียงสัญญาณระฆังยกแรกเริ่มขึ้นแล้ว
ทั้งสองคนเดินเข้าหากันบนเวที มีกรรมการคอยห้ามอยู่ 1 คน
“ กติกาไม่มีอะไรมาก จะกัดหู หยิกแขน ข่วนหน้า ถ่มน้ำลาย จับทุ่ม จิ้มตา เตะเป้า ทำอะไรก็ได้ให้คู่ต่อสู้ล้มไปไม่ลุก ก็ชนะแล้ว หาก คู่ต่อสู้ร้องยอมแพ้อีกฝ่ายก็ชนะ เช่นเดียวกัน เอาล่ะ เมื่อเข้าใจกันแล้ว ลุยกันได้” กรรมการไม่ได้สนใบหน้าของทั้งสองคนที่ทำหน้า งงๆ ว่า กติกาแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ แต่ไม่ทันได้สนใจ ทั้งสองเดินหน้าเข้าปะทะ แลกหมัดกัน อย่างไม่ยั้ง แต่ส่วนใหญ่จางชง ที่่ชกสั้นกว่าจะถูกอัดใบหน้า เสียจนใบหน้าเริ่มบวมเป่งแล้ว แต่ว่าจางชง ไม่ใช่ไก่กาที่ไหน เขาก็ฝึกซ้อมต่อสู้มานับไม่ถ้วน เื่แค่นี้ ไม่ย่อท้อ ถึงแม้จะโดนหมัดเข้าไปสี่ครั้ง ก็สามารถชกสวนไปโดนหน้าซุนจ้านหนึ่งครั้งก็ดีใจแล้ว แก๊ง แก๊ง !! ระฆังหมดยก นักสู้ทั้งสองกลับมาที่มุม
“อาจารย์ถ้าจะไม่ดีแล้ว โดนอัดไปสี่ห้าที สวนกลับแค่ทีเดียว หน้าตาพี่จางชงเริ่มบวมเป็หมูแล้ว” เสี่ยวเทียนเริ่มใจคอไม่ดีเลยกลัวสูญเงินเหรียญตั้ง หนึ่งล้านแน่ะ
“ เ้ารีบขึ้นไปบนเวที แล้วข้าจะเปิดจุดชีพจรมันเอง” เสี่ยวเทียนะโขึ้นไปบนเวที แล้วเข้าไปนวดไหล่ ให้จางชง โดยที่พี่เลี้ยงต้องถอย เพราะรู้จักเสี่ยวเทียนเป็อย่างดี
“ พี่จางชงข้าจะเปิด จุดชีพจรให้พี่อีก 100 จุด พี่จะมีหมัดหนักกว่าเดิม คราวนี้มันไม่รอดแน่ ลุยมันเข้าไปเลยเข้าใจไหม” แล้วอาจารย์ลู่เอินก็ใช้มือของเสี่ยวเทียน ทำการเปิดจุดชีพจรเพิ่มให้อีก 100 จุดทำให้ จางจงมีพลังหมัดมากขึ้น
จางชงลืมตาโพลง ด้วยความใ ที่เืลมบัดนี้พุ่งพล่าน เหมือนกินยาโด๊ปไปกว่าสิบเม็ด จางชงใช้หมัดทั้งสองชกกัน เสียงดังป๊าป ๆ ข่มขวัญซุนจ้านที่มองมาอย่างสงสัย
“ ไปอัดมันเลย” เสี่ยวเทียนะโลงมาข้างล่างพร้อมส่งเสียงะโเชียร์พร้อมกับต้าเกินดังลั่น....