Neighbor แค่แอบชอบ [มี E-book]

    ร้านรองเท้า


    “เพียวว่าจะไปดูรองเท้าน่ะค่ะ พี่คินไปเป็นเพื่อนหน่อยได้มั้ยคะ” หลังจากที่ิกินข้าวกันเสร็จและคิดเงินเรียบร้อย ระหว่างที่ฉันและพี่เจกำลังเดินออกจากร้านอาหารก็ได้ยินเสียงหวานใสของเพียวหันไปพูดกับพี่คิน”อือ ไปสิ” ฉันยืนมองพี่คินกับเพียวที่เดินคุยกันอยู่ด้านหน้าแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ ”แกจะไปไหนต่อป่ะ” พี่เจเงยหน้าจากโทรศัพท์แล้วหันมาถาม สายตาฉันเห็นเพียวมองมาทางเราสองคนพอดีเลยคล้องแขนพี่เจแล้วพูดเสียงสดใส”ขวัญอยากไปดูรองเท้าอ่ะ พอดีคู่เก่ามันเริ่มขาดแล้ว” พี่เจทำสีหน้างงงวย แต่พอฉันแหล่สายตาไปทางพี่คิน พี่เจก็พยักหน้าเข้าใจทันที “ซื้อร้านไหน” “ไม่รู้อ่ะพี่เจ แต่ได้ยินว่าเพียวจะไปซื้อรองเท้าพอดี งั้นฉันไปด้วยได้มั้ยเพียว” ฉันหันไปบอกพี่เจจบก็หันไปถามเพียวที่กำลังทำหน้าตึงใส่ฉันด้วยรอยยิ้มใสซื่อ เอาสิ! ถ้าเธอกล้าบอกชอบพี่คินต่อหน้าและทำตัวเหมือนเด็กหวงของขนาดนั้น คนอย่างฉันก็ไม่ยอมแพ้หรอกนะจะบอกให้ ยังไงพี่คินกับเพียวก็ไม่ใช่แฟนกันซะหน่อย ฉันไม่หง๋อยหรอก!”กะ..ก็ได้” ฉันฉีกยิ้มกว้างกลับไปให้เพียวทันที เธอหันหน้าหนีฉันแล้วเดินลากแขนพี่คินไปที่ร้านรองเท้าด้วยความรวดเร็ว “ไปกันพี่เจ“ ฉันหันไปเร่งพี่เจที่ยืนอยู่ข้างๆด้วยเสียงรีบร้อน”เออๆ ไปๆ” พี่เจก็รีบเดินตามฉันเข้ามาในร้านรองเท้าทันที พี่คินนั่งรอเพียวซื้อรองเท้าส้นสูงอยู่ที่โซฟาสีแดงตัวใหญ่ภายในร้าน พี่เจเลยเดินไปนั่งข้างๆเขาเพื่อรอฉันด้วยเหมือนกัน ซึ่งพี่คินไม่ได้พูดอะไรกับพี่เจ เขาทำเพียงเหลือบมองเล็กน้อยแล้วเล่นเกมส์ในโทรศัพท์ต่อ ”พี่เจสีแดงเป็นไงอ่ะ” ฉันหยิบรองเท้าส้นสูงมาลองสวมแล้วถามความคิดเห็นจากพี่เจ แต่พี่คินกลับมองมาที่ฉันด้วยสายตาเรียบนิ่งจนฉันรู้สึกทำตัวไม่ถูก “ขวัญใส่อะไรก็สวย” ฉันหันขวับไปมองพี่เจตาโตทันที เกือบหลุดขำออกมาพอเห็นสีหน้าเหนื่อยหน่ายกับคำพูดของเขาที่สวนทางกันชะมัด โอ๊ยพี่ ถ้าฝืดขนาดนั้นทีหลังไม่ต้องแกล้งพูดก็ได้นะ “เหรอคะ แล้วพี่คินคิดว่าไงบ้างคะ” พอตั้งสติกลั้นขำพี่เจได้ก็หันไปถามพี่คินที่กำลังมองมาบ้าง พี่คินมองที่รองเท้าส้นสูงสีแดงที่ฉันสวมอยู่แล้วเลื่อนสายตาขึ้นมามองหน้าฉันอยู่นานจนฉันรู้สึกประหม่าไปซะเอง “อันนี้ก็สวยดี แต่พี่ชอบให้ขวัญใส่สีนั้นมากกว่า“ ฉันมองไปตามนิ้วชี้ของพี่คินจนเห็นรองเท้าส้นสูงสีดำดีไซน์เก๋ที่เขาบอก แต่ตอนนี้สมองฉันกลับมีคำพูดของพี่คินวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงที่เขาบอกว่าชอบจะเป็นรองเท้าส้นสูงก็ตาม หัวใจฉันก็เต้นแรงอยู่ดี ฉันจะอ่อยพี่คินแท้ๆ ทำไมเป็นฉันที่เขินเองล่ะ บ้ามาก “พี่คินคะ เพียวว่าจะไปดูกระเป๋าก่อนดีกว่าค่ะ พอดีรองเท้าที่นี่ไม่มีไซส์” ผลั่ก! ฉันกำลังจะหันไปมองเพียวที่เพิ่งเดินมา แต่เหมือนหลังโดนผลักด้วยความแรงจนเท้าที่ใส่ส้นสูงอยู่ลื่นล้มหน้าเกือบทิ่มพื้น ยังดีที่มีมือใหญ่มาดึงตัวฉันเอาไว้ซะก่อน “เป็นไรมั้ย” “พะ..พี่คิน” ปลายจมูกฉันเกือบชนกับปลายจมูกของพี่คินเพราะใบหน้าเราใกล้กันมากจนฉันได้กลิ่นบุหรี่จากลมหายใจของเขา มือทั้งสองข้างของฉันจับอยู่บนไหล่แกร่ง เข่าข้างหนึ่งยันไว้กับโซฟา หน้าอกก็บดเบียดไปกับแผงอกกำยำแข็งแรงของพี่คินแนบแน่น ตอนแรกก็ว่าจะหันไปด่าเพียวที่เป็นคนผลักฉัน แต่พอมันกลับเป็นแบบนี้ก็อยากจะขอบคุณเธอด้วยซ้ำที่ทำให้ฉันอ่อยพี่คินได้โดยไม่ตั้งใจ “เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” มือใหญ่ของพี่คินที่จับอยู่รอบเอวฉันกระชับแน่นขึ้นจนฉันรู้สึกเขินขึ้นมาเฉยเลย”ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่คิน” “ทีหลังใส่ส้นสูงอยู่ก็ระวังหน่อย ถ้าเกิดพี่ช่วยไม่ทันจะเป็นยังไง” ฉันสบสายตาคมของพี่คินที่มองมาดุๆแล้วก็ได้แต่กัดริมฝีปากล่างไว้จากนั้นก็พยักหน้าเบาๆกลับไปแทน เขาจะมาดุฉันทำไมเนี่ย ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ ”ทำไมต้องดุด้วยก็ไม่รู้” ฉันบ่นอุบอิบเสียงเบาอยู่คนเดียว แต่พี่คินกลับดึงแก้มฉันเบาๆหนึ่งทีแทน หมับ“พี่ได้ยินนะ” “อย่าดึงแก้มขวัญสิพี่คิน” “อ่ะแฮ่มๆ“ ฉันกับพี่คินหันไปมองตามเสียงด้านข้างก็เห็นพี่เจกำลังทำเป็นไอแค่กๆ แต่สายตาแหล่มาทางฉันแล้วยิ้มอย่างคนรู้ทัน ฉันเลยต้องอมยิ้มเล็กน้อยและค่อยๆถอยห่างจากพี่คินมายืนที่เดิม ทันทีที่ทุกอย่างกลับเป็นปกติพี่คินก็เกาท้ายทอยตัวเองไปมา ส่วนเพียวก็กำลังทำสีหน้าไม่พอใจใส่ฉันอยู่ แล้วเดินไปนั่งลงที่โซฟาข้างพี่คินเหมือนกำลังอารมณ์เสีย เหอะ ฉันมา กกว่าป่ะที่ควรอารมณ์เสียใส่เธอ ผลักมาแรงขนาดนั้นถ้าพี่คินไม่ช่วยไว้ฉันคงหน้าทิ่มพื้นไปแล้ว คิดแล้วก็รู้สึกโมโห”กลับกันเถอะค่ะพี่คิน เพียวรู้สึกเหมือนจะไม่สบาย” เพียวคล้องแขนพี่คินแล้วพูดเสียงออดอ้อนจนฉันที่มองอยู่ถึงกับต้องเบะปาอย่างหมั่นไส้ “เหรอ ไปหาหมอมั้ย” “ไม่เป็นไรค่ะ พักผ่อนก็คงดีขึ้น“ “อือ แล้วขวัญจะให้พี่ไปส่งที่บ้านมั้ย วันนี้พี่ต้องไปที่บ้านพอดี” ฉันหันไปหาพี่เจทันที เห็นพี่เจแอบปัดมือไล่อยู่ยิกๆแล้วตลกชะมัด”ขวัญพี่ต้องรีบกลับแล้วอ่ะ แม่โทรมาบอกว่ามีธุระด่วน ยังไงผมฝากไปส่งขวัญหน่อยนะครับ” พี่เจพูดรวดเดียวจบก็สบัดตูดเดินออกจากร้านรองเท้าด้วยความรวดเร็วโดยไม่รอพี่คินพูดเลยสักนิด เออดีจริงๆ “ถ้าพี่คินไม่สะดวก...””กลับพร้อมพี่”“โอเคค่ะ” ฉันยิ้มกว้างทันทีที่พี่คินพูดจบ แถมหันไปยิ้มเยาะเย้ยใส่เพียวที่มองหน้าฉันอย่างกับจะพุ่งมาตบงั้นแหล่ะ ว้า รู้สึกดีชะมัดเลย “กลับกันได้ยังคะ เพียวปวดหัว” ฉันไม่สนใจน้ำเสียงจะเป็นจะตายของเพียวเท่าไร แล้วเดินไปหยิบรองเท้าส้นสูงคู่ที่พี่คินบอกขึ้นมา “รอแปปนะเพียว ฉันขอซื้อคู่นี้ก่อน พอดีพี่คินบอกว่าชอบคู่นี้ แถมยังเป็นไซส์ฉันอีก ไม่ซื้อเสียดายแย่“ พอฉันพูดแบบนั้นเพียวก็ทำสีหน้าหงุดหงิดจนปิดไว้ไม่อยู่อีกต่อไป อยากกระชากหน้ากากความใสซื่อของเธอออกจริงๆ เห็นแล้วชวนหงุดหงิด