'จวนสกุลจ้าว'
บนกำแพงสูงของจวนสกุลจ้าว ภายใต้ความมืดมิดปรากฏร่างบุคคลราตรีในชุดดำ 2 คน ใช้ผ้าสีดำปกปิดใบหน้า บ่งบอกถึงเจตนาร้ายกับคนในจวนได้เป็อย่างดี
" ผู้าุโ2.. ท่านมั่นใจนะว่าที่นี่คือจวนสกุลจ้าว "
เสียงหนึ่งในคนชุดดำฟังแล้วเหมือนเป็ชายหนุ่ม เอ่ยขึ้นเบาๆราวกับเสียงกระซิบ
" ข้ามั่นใจสิ.. จากที่สายลับรายงาน.. เด็กสาวที่ชื่อจ้าวซิ่วอิงเป็คนสกุลจ้าว ซื้อจวนของท่านซูไห่ผู้ดูแลหอประมูลั์ แล้วพาครอบครัวเข้ามาอยู่ในเมืองเมื่อสามวันที่แล้ว.. แต่ว่าอาไท่.. ทำไมเ้าไม่ส่งเสียงทางลมปราณคุยกับข้า พูดกันแบบนี้เดี๋ยวคนในจวนก็รู้ตัวหรอก.. "
เสียงกระซิบแหบๆเหมือนคนสูงอายุ ดังขึ้นจากชายที่ถูกเรียกว่าผู้าุโ2 ก่อนจะต่อว่าชายหนุ่มเบาๆ เมื่อนึกถึงเื่นึงขึ้นมาได้
“ ขออภัยผู้าุโ2..”
ชายเสียงหนุ่มกว่าป้องปากกล่าวกระซิบเบาๆ แต่ยังไม่ทันที่ชายชุดดำทั้งคู่จะทำอันใดต่อ กลับมีเสียงสตรีเสียงนึงดังออกมา
" พวกท่านเป็ใคร.."
พร้อมกับเสียงที่ดังขึ้นมาในความเงีบบ ร่างเพรียวของซิ่วอิงในชุดดำหน้ากากดำ โผล่ออกมาจากกลางอากาศในความมืดมิด ชายชุดดำทั้งสองต่างชะงักด้วยความใ ก่อนชายที่ถูกเรียกว่าผู้าุโ2 จะเอ่ยออกมา
" แล้วเ้าเป็ใครกัน.. "
" ข้าก็คือคนที่พวกท่านเอ่ยถึงไงละ.."
ซิ่วอิงเอ่ยเสียงเข้มแต่กดไว้ไม่ให้ดังมากนัก ด้วยเกรงว่าคนอื่นในจวนจะได้ยิน
ผู้าุโ2 ไม่เสียทีที่ผ่านประสบการณ์มายาวนาน เมื่อได้ฟังคำตอบจากร่างที่ปรากฏขึ้นมาจากความมืด เขารีบตรวจสอบพลังปราณของร่างตรงหน้าทันที แต่กลับไม่สามารถตรวจสอบพลังของนางได้เลย
“ หือ..”
ผู้าุโ2เอ่ยเสียงเบาในลำคออย่างแปลกใจ เพราะหากคือจ้าวซิ่วอิงตัวจริงตามคำบอกเล่าของหยางรั่วฉิน คุณหนูใหญ่ของตระกูลหยางซึ่งเป็ศิษย์ปรุงยาของเขา เด็กสาวจ้าวซิ่วอิงคนนี้อยูในระดับปราณปฐีขั้นต้น ซึ่งมีระดับต่ำกว่าตัวเขาหนึ่งระดับ แต่จากการปรากฏตัวของหญิงสาวนางนั้น เขากลับไม่สามารถตรวจสอบพลังปราณของนางได้ แต่ทำให้เขารู้สึกกดดันพอสมควรเช่นกัน
เมื่อตั้งสติได้ผู้าุโ2 ก็ถามกลับทันที
" เ้าคือจ้าวซิ่วอิง.. ที่ทำร้ายคุณชายใหญ่ของตระกูลข้า "
" หือ.. ทำร้ายคุณชายใหญ่ หรือว่าพวกท่านเป็คนตระกูลหยาง"
" อ้าว.. เอ่อ .."
ผู้าุโ2 ถึงกับพูดอะไรไม่ออก เพราะตัวเองดันหลุดปากไปแล้ว จากที่จะแอบมาตรวจสอบเงียบๆ กลับกลายเป็เปิดเผยตัวตนไปเสียได้
ขณะที่ผู้าุโ2กำลังอ้ำอึ้งอยู่นั้น ชายหนุ่มที่มาด้วยก็เอ่ยขึ้น
" ถูกแล้ว.. พวกเราเป็คนตระกูลหยางแห่งเมืองัฟ้า.. เ้าทำร้ายคุณชายใหญ่ของเรา คิดว่าตระกูลหยางจะปล่อยเ้าไปง่ายๆอย่างนั้นรึ.."
" หึๆ.. ข้ากับคุณชายใหญ่ของท่านต่อสู้กันอย่างยุติธรรม เมื่อพ่ายแพ้าเ็ต้องโทษตัวเองที่อ่อนแอ.."
ซิ่วอิงตอบแบบไม่ไว้หน้าหรือหวั่นเกรงใดๆ
" เ้า.."
ชายหนุ่มคนนั้นชี้หน้าซิ่วอิงด้วยความโมโห
" เด็กน้อย.. เ้าอย่าหยิ่งผยองให้มากนัก ตระกูลหยางไม่ใช่อะไรที่เ้าดูิ่ได้ "
เป็ผู้าุโ2 ที่ยังใจเย็นกว่า กล่าวเตือนขึ้นมา
" หึๆ.. พวกอ่อนแอชอบอ้างตระกูลข่มขู่ผู้อื่น หรือว่าพวกเ้าไม่มีฝีมือของตนเอง "
คำพูดของซิ่วอิงเหมือนน้ำมันราดเข้ากองไฟ ชายหนุ่มเืร้อนไม่อาจทนการเหยียดหยามได้อีกต่อไป สะบัดมือนำกระบี่ออกมาจากแหวนมิติ แล้วพุ่งทะยานเข้าหาซิ่วอิงพร้อมกับแทงกระบี่เข้าใส่อย่างรวดเร็ว
‘ชิ้งงงๆๆ’
ซิ่วอิงรีบยกฝ่ามือควบแน่นปราณในอากาศ สร้างเป็เกราะคุ้มกันด้านหน้าตัวเองทันที
‘เกราะวายุ’
‘ปั้งงงง’
ปลายกระบี่ของชายหนุ่มชุดดำพุ่งแทงเข้ากับเกราะวายุของซิ่วอิงอย่างจัง แต่กลับไม่สามารถทะลุฝ่าเข้าไปถึงตัวเธอได้แม้แต่น้อย ซิ่วอิงไม่รอช้าสวนกลับทันควันเช่นกัน
‘ ฝ่ามือไร้ลักษณ์ ’
ซิ่วอิงใช้ฝ่ามือไร้ลักษณ์วิชาระดับนภา กระแทกสวนกลับไปด้วยกำลังปราณ 7 ส่วน ชายหนุ่มผู้นั้นก็ไม่ประมาท รีบรั้งกระบะบี่กลับมาป้องกันตนเองอย่างเร็ว
ผ่านไป 2 อึดใจ กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากการโต้ตอบของซิ่วอิง ชายหนุ่มผู้นั้นมองหน้าซิ่วอิงคล้ายดั่งเย้ยหยัน แต่ทันใดนั้น กลับปรากฏปราณรูปฝ่ามือโผล่ขึ้นมาจากความว่างเปล่า ก่อนจะพุ่งเข้าปะทะเข้ากับตัวของชายหนุ่มอย่างจัง
‘ปังงงง’
แรงกระแทกที่พุ่งเข้ามาอย่างเร็วจนเขาตั้งรับไม่ทัน ทำให้ร่างของชายหนุ่มกระเด็นตกลงไปนอกกำแพง กระอักเืออกมาคำใหญ่ กระตุกยึกๆอยู่ชั่วครู่สุดท้ายก็แน่นิ่งไป
" จะ เ้า.. บังอาจทำร้ายคนของข้า.. "
ผู้าุโ2 หายจากอาการตื่นตลึงส่งเสียงคำรามออกมา แล้วรีบะโลงไปหาร่างไม่ได้สติของชายหนุ่ม ก่อนจะตรวจอาการของเขาอย่างเร็ว
ซิ่วอิงยืนบนกำแพงสองมือไพล่หลัง กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเ็า
" ฮึ.. บุกรุกบ้านเรือนผู้อื่นยามดึกดื่น อีกทั้งยังโจมตีข้าก่อน าเ็แค่นี้ถือว่าข้าไว้หน้าพวกเ้ามากแล้ว.."
ผู้าุโ2 ตรวจอาการของชายหนุ่มที่าเ็ ทราบว่าเป็อาการาเ็ที่ไม่รุนแรงเท่าใดนัก ด้วยพลังลมปราณระดับปฐีของนาง หากนางตั้งใจลงมือหนักกว่านี้คนของเขาคงตายไปแล้ว
ซิ่วอิงยืนปักหลักอยู่บนกำแพง สายตามองไปยังผู้บุกรุกทั้งสอง เห็นผู้าุโ 2 นำโอสถออกมาให้ชายผู้นั้นกินลงไป ครู่นึงเขาก็ได้สติฟื้นจากการาเ็
เหตุที่ซิ่วอิงยั้งมือไม่ใช้พลังทั้งหมดในการต่อสู้ เพราะหากทำเช่นนั้นชายผู้นี้คงตายในฝ่ามือเดียว ตอนนี้เธอยังไม่พร้อมที่จะปะทะกับตระกูลหยาง เพราะกำลังฝ่ายเธอนั้นน้อยเกินไป อีกทั้งยังไม่รู้จุดประสงค์ของพวกเขา จึงเอ่ยถามขึ้นว่า
“ ท่านสองคนแต่งกายปกปิดใบหน้า มายืนบนกำแพงบ้านข้ายามวิกาลเช่นนี้.. มีจุดประสงค์อันใด”
ผู้าุโ2 ประคองชายหนุ่มยืนขึ้น เงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวบนกำแพง ใบหน้าสวมกากดำที่แสนลึกลับ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ วันนี้หยางรั่วฉินศิษย์ของข้า กลับมาบอกว่าพวกนางถูกเ้าทำร้าย ข้าจึงอยากมาดูว่า ‘จ้าวซิ่วอิง' ที่ศิษย์ข้าพูดถึง อยู่ที่จวนนี้หรือไม่เท่านั้น”
“ ถูกแล้ว.. จ้าวซิ่วอิงที่คุณหนูหยางกล่าวถึงคือข้าเอง ..”
ซิ่วอิงกล่าวจบคนทั้งคู่ก็เงียบไป ก่อนที่ผู้าุโ2 จะตัดสินใจถามขึ้นมาอีกครั้งในสิ่งที่ตนอยากรู้
“ โอสถที่เ้าให้คุณชายใหญ่.. เป็ของผู้ใด”
“ เป็ของอาจารย์ข้า.. ซึ่งข้าไม่จำเป็ต้องบอกท่านว่าอาจารย์ข้าคือผู้ใด” ซิ่วอิงกล่าวอ้างถึงอาจารย์ขึ้นมา เพราะตอนนี้เธอยังไม่้าให้ใครรู้เื่ของตนเองมากนัก
เมื่อได้ยินคำตอบของเด็กสาวผู้ลึกลับ ผู้าุโ2พลันเงียบไปอีกครั้ง ความจริงแล้วเขาเองนั้นไม่อยากเผยตัวตน หากไม่พลั้งปากไปในครั้งแรกคงกลับไปเสียนานแล้ว
เขาเป็ถึงผู้าุโอันดับสองของตระกูลหยาง หากมีใครรู้ว่าแอบเข้าบ้านคนอื่นกลางดึก คงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ในเมื่อไม่มีผู้ใดรู้เห็นขณะคุยกัน เขาคงต้องยอมเสียหน้ากลับไปทั้งแบบนี้แล้ว
ซิ่วอิงเมื่อเห็นผู้าุโ2กำลังครุ่นคิด จึงรู้ว่าผู้าุโ2 ไม่ได้้าที่จะต่อสู้ จึงลดท่าทีแข็งกร้าวลง แล้วเอ่ยเสียงเรียบขึ้นว่า
“ ผู้าุโ.. พวกท่านกลับไปเสียเถอะ.. แล้วข้าจะถือว่าคืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
เมื่อซิ่วอิงกล่าวจบ ผู้าุโ2 มองหน้าเธออยู่ชั่วครู่ ก่อนจะประคองร่างชายหนุ่มลุกขึ้นยืน แล้วพาทะยานหายไปในความมืดทันที
ซิ่วอิงใช้พลังิญญาตรวจสอบบริเวณโดยรอบ พบบุคคลที่ไม่รู้ตัวตนหลายคนแอบซุ่มดูอยู่ไกลๆ แต่มีพลังลมปราณเพียงระดับชั้นปรมาจารย์ จึงคิดว่าคนพวกนี้คงเป็พวกสายลับที่คอยสืบเสาะเื่ราวเท่านั้น
‘เฮ้อ.. เห็นทีเื่คืนนี้คงจะปิดไม่ได้เสียแล้ว’
ซิ่วอิงไม่อยากจะสร้างศัตรูก่อนที่ตัวเองจะพร้อมรบ จึงทำเป็ไม่รู้ตัวว่าตกอยู่ในสายตาพวกเขา จากนั้นทะยานขึ้นไปยังจุดสูงสุดของหลังคาจวน แล้วมองลงไปตรวจสอบรอบๆ
“ หือ..”
แต่เมื่อมองไปยังประตูจวนด้านล่าง กลับเห็นชายสามคนนั่งคุกเข่าหันหน้ามาทางตนเอง พร้อมกับกุมมือคารวะโดยที่ไม่ส่งเสียงอันใด
‘วู้บบบ’
ซิ่วอิงใช้ทักษะมายาเร้นเงาหายวับจากหลังคา ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าชายทั้งสาม เมื่อทั้งสามคนเห็นร่างของซิ่วอิง จึงกล่าวขึ้นมาพร้อมกันด้วยเสียงไม่ดังนัก
“ คารวะนายน้อย..”
“ อืมม.. เป็พวกเ้าเองหรือ คืนนี้อยู่เวรเฝ้าหน้าประตูใหญ่สินะ”
ซิ่วอิงเอ่ยถามเบาๆ
“ ขอรับนายน้อย..”
“ เื่เมื่อครู่นี้พวกเ้าเห็นหรือไม่..”
“ เรียนนายน้อย.. พวกข้ารู้ตัวตอนที่ได้ยินเสียงท่านต่อสู้กับผู้บุกรุก ต้องขออภัยที่พวกข้าไม่อาจรับรู้ ขณะที่พวกเขาลอบเข้ามาขอรับ ”
ชายหนุ่มผู้เป็หัวหน้าชุดกล่าวขึ้นมา
“ เื่นี้ไม่อาจโทษพวกเ้า.. คนพวกนั้นอยู่ในระดับปราณปฐีกับยอดยุทธขั้นสูง เหนือกว่าพวกเ้าสองขั้นใหญ่ ไม่แปลกที่พวกเ้าไม่สามารถรับรู้ถึงตัวตนพวกเขาได้ ”
ซิ่วอิงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่แสดงอาการขุ่นเคืองใดๆ
“ ขอบคุณนายน้อยขอรับ..”
“ พวกเ้าอยู่ระดับปรมาจารย์ขั้นสูงกับขั้นกลาง.. นี่เป็โอสถทะลวงปราณความบริสุทธ์เต็มสิบส่วน พวกเ้ากินกันคนละเม็ดจะบรรลุระดับยอดยุทธ์ได้.. พรุ่งนี้่เย็นพวกเ้าทั้ง 6 คนไปพบข้าที่ป่าไผ่หลังจวน”
กล่าวจบซิ่วอิงก็มอบโอสถให้ไป 6 เม็ด โดยสั่งให้เอาไปให้อีกสามคนด้วย
“ ขอรับนายน้อย..”
ทั้งสามกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงเบาๆแต่หนักแน่น
“ อืม.. พวกเ้าทำงานเถิด ข้าจะไปพักผ่อนแล้ว "
ซิ่วอิงกล่าวจบทะลุมิติกลับเข้าไปยังเรือนตนเองทันที
เมื่อซิ่วอิงกลับเข้าไปในเรือนตนเอง เห็นน้องสาวเธอนอนกอดเ้าเสี่ยวอันหลับอยู่บนเตียง มีร่างใหญ่ของเสี่ยวไป๋นอนเฝ้าอยู่ด้านหน้า มันยกหัวขึ้นมองซิ่วอิงเล็กน้อย แล้วนอนต่ออย่างไม่ทุกข์ร้อน ซิ่วอิงไม่กล่าวอันใดนั่งลงข้างๆมัน แล้วเริ่มโคจรพลังปรับแต่งลมปราณอีกครั้ง
‘จวนตระกูลจ้าว’
ยามเช้าแสงสว่างเริ่มสาดส่องเข้ามาในห้อง ซิ่วอิงลืมตาขึ้นมาด้วยความสดชื่น เธอลุกขึ้นแล้วเข้าไปอาบน้ำแปรงฟันในมิติ เมื่อออกมาจากมิติเห็นเสี่ยวไป๋นั่งคอยอยู่ก่อนแล้ว มองไปบนเตียงเห็นน้องสาวนอนกอดเสี่ยวอันยังไม่ตื่น จึงพูดด้วยเสียงแ่เบาว่า
“ เสี่ยวไป๋เราไปเดินเล่นกัน..”
‘โฮกก'
เสือขาวร่างใหญ่ร้องขานรับเสียงเบาเช่นกัน แล้วเดินตามซิ่วอิงออกไปจากเรือน ที่หน้าเรือนมีต้าเหลียนพ่อบ้านใหญ่ กับหยูฮัวสาวใช้ส่วนตัวของน้องสาวยืนคอยอยู่ สองพ่อลูกสะดุ้งนิดนึงเมื่อเห็นเสี่ยวไป๋ ก่อนจะเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
“ อรุณสวัสดิ์ขอรับนายน้อย/อรุณสวัสดิ์เ้าค่ะ”
“ อืม.. ข้าจะออกไปเดินเล่นกับเสี่ยวไป๋ พ่อบ้านไปเตรียมน้ำชาและให้แม่ครัวย่างเนื้อมาให้เสี่ยวไป๋สักชิ้น แล้วเอาไปให้ข้าที่ศาลากลางสระน้ำ.. ส่วนหยูฮัวคอยดูแลคุณหนูอยู่ที่นี่..”
“ ขอรับ/เ้าค่ะนายน้อย”
จากนั้นซิ่วอิงกับเ้าเสือขาวร่างใหญ่ เดินเล่นรับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้ารอบสระน้ำอย่างเพลิดเพลิน แต่บรรดาสาวใช้ทุกคนที่กำลังทำหน้าที่ตนเอง ยามที่เห็นเสี่ยวไป๋ต่างยืนตัวเกร็งด้วยความหวาดกลัว ถึงแม้ซิ่วอิงจะบอกว่ามันจำทุกคนได้และไม่ทำร้าย แต่คงต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าทุกคนจะเคยชินกับมัน
ในศาลากลางสระบัว พ่อบ้านเตรียมน้ำชาคอยไว้แล้ว เมื่อซิ่วอิงเข้าไปนั่งก็ชงชาให้ทันที เสี่ยวไป๋เดินไปนอนหมอบอยู่ใกล้ๆ พ่อบ้านเหลียนจึงนำเนื้อย่างชิ้นใหญ่ไปวางตรงหน้ามัน
ซิ่วอิงยิ้มน้อยๆ มองเสี่ยวไป๋ที่กินเนื้อย่างอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะดื่มชาของตนเองพลางมองบรรยากาศรอบๆ ในใจคิดว่านี่สิน่ะถึงจะเป็ความสุขที่แท้จริง
แต่หากใครคิดว่าตอนนี้เธอมีเงินมากมาย แล้วสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องทำอะไรเลย ก็คิดผิดแล้ว เพราะว่าในโลกนี้ปลาใหญ่กินปลาเล็ก เข้มแข็งรังแกอ่อนแอ หากอ่อนแอถึงจะร่ำรวยอาจยากจนได้ภายในพริบตา หากจะอยู่รอดต้องแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ซิ่วอิงคิดคำนึงอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยถามพ่อบ้านที่ยืนคอยรับคำสั่งอยู่ไกล้ๆ
“ พ่อบ้านเหลียน.. เป็อย่างไรบ้างมีปัญหาติดขัดอันใดหรือไม่”
“ เรียนนายน้อย.. ทุกอย่างเรียบร้อยดีขอรับ คงเป็เพราะตระกูลจ้าวของนายน้อยเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ จึงยังไม่มีผู้ใดมาเยี่ยมหรือมาก่อกวนขอรับ”
คำตอบของพ่อบ้านเหลียน ทำเอาซิ่วอิงถึงกับแอบยิ้มมุมปาก
‘เมื่อก่อนอาจจะไม่มี.. แต่หลังจากวันนี้คงมีแน่นอนแล้ว อย่างน้อยก็ตระกูลหยางละนะ’
ซิ่วอิงกำลังคิดเพลินๆ พลันมีเสียงพูดพร้อมเสียงหัวเราะดังลั่นมาจากหน้าศาลา
“ ฮ่ะๆๆ.. นายน้อยท่านไม่คิดชวนข้าดื่มชาด้วยหรือ”
เป็ตงห่าวนั่นเองที่เข้ามาั้แ่เช้า เนื่องจากซิ่วอิงกลัวว่าจะมีใครไปก่อกวน เมื่อคืนจึงให้ตงห่าวไปดูแลร้านโอสถ ที่กำลังปรับปรุงใกล้แล้วเสร็จ
“ ท่านลุงตง.. เชิญเข้ามารับน้ำชาก่อน ข้ามีเื่จะปรึกษากับท่านอยู่พอดี ”
ซิ่วอิงเอ่ยชวนอย่างเป็กันเอง ตงห่าวแอบมองไปยังเสี่ยวไป๋ที่แหล่ตามองมายังตนเองนิดนึง แล้วหันกลับไปกินเนื้อย่างอย่างสบายใจ เขาค่อยๆเดินเข้าไปนั่งข้างซิ่วอิง ซึ่งแน่นอนว่าต้องห่างจากเ้าเสือขาวมากที่สุด พ่อบ้านเหลียนคารวะให้ตงห่าวแล้วรินชาวางไว้ตรงหน้า
ซิ่วอิงจึงกล่าวกับพ่อบ้าน
“ พ่อบ้านเหลียน.. ที่นี้ไม่มีอะไรแล้วท่านไปดูท่านพ่อกับท่านแม่เถิด “
“ ขอรับนายน้อย”
เมื่อเห็นซิ่วอิงให้พ่อบ้านจากไป ตงห่าวรู้ได้ในทันทีว่านายน้อยของตน ต้องมีเื่สำคัญปรึกษาแน่นอน
“ นายน้อยมีเื่อะไรเร่งด่วนหรือไม่ “
“ ท่านลุงตง เื่นี้เป็เื่สำคัญมาก..”
จากนั้นซิ่วอิงเริ่มเล่าทุกเื่ให้ตงห่าวฟัง ั้แ่ที่เธอต่อสู้กับนายน้อยตระกูลหยางเมื่อวาน และเื่ที่ผู้าุโ2 กับพวกมาตรวจสอบที่จวนเมื่อคืน จนถึงเื่ชายหนุ่มคนที่มาด้วยกัน ต่อสู้พ่ายแพ้ให้กับเธอจนาเ็กลับไป
“ นายน้อย.. เื่นี้ข้าว่าไม่ใช่เื่เล็กๆเลยนะ”
“ แต่ข้าคิดว่า.. ตราบใดที่เรายังมิได้เปิดร้านขายโอสถ คนตระกูลหยางคงยังไม่มองเราเป็ศัตรู อาจจะมองว่าเป็เื่กระทบกระทั่งกันเล็กน้อยเท่านั้น”
“ ก็เป็ไปได้.. แต่นายน้อยท่านก็อย่าวางใจนัก เพราะพวกตระกูลใหญ่ส่วนมากจะเย่อหยิ่งจองหอง.. หากพวกมันโดนกระทำแม้เพียงนิด จะหาทางเอาคืนทุกรูปแบบ.. อีกทั้งพวกเราเป็ตระกูลเล็กๆมีคนไม่มาก พวกมันต้องไม่เกรงกลัวพวกเราอย่างแน่นอน ”
ตงห่าวกล่าวอย่างเป็กังวล
“ ท่านลุงตง.. ท่านอยู่เมืองนี้มานานเป็คนกว้างขวางพอตัว ท่านมีสหายหรือพอจะติดต่อกลุ่มทหารรับจ้าง มาเข้าร่วมกับพวกเราได้บ้างหรือไม่”
ซิ่วอิงเอ่ยถึงแผนการของตนเองขึ้นมา
“ ก็พอมีอยู่นายน้อย.. แต่ข้ากลัวว่าพวกเขาจะไม่ตกลงน่ะสิ”
“ หึๆๆ.. ลุงตงท่านดูแคลนข้าเกินไปแล้ว หรือท่านลืมไปว่ากลุ่มอินทรีเหินของท่าน เข้าร่วมกับข้าด้วยเหตุใด”
ซิ่วอิงกล่าวพลางหัวเราะเบาๆอย่างคนมีเล่ห์เหลี่ยม
“ โอ้.. จริงด้วยข้าลืมไปเสียได้ ด้วยเงินทองและทรัพยากรของนายน้อย มีหรือที่พวกมันจะปฏิเสธได้ลงคอ..ฮ่ะๆๆ”
“ ดี.. ถ้าเช่นนั้นวันนี้ท่านลุงไปติดต่อทุกคนมาหาข้าได้หรือไม่.. แต่ข้ามีข้อแม้ว่า แต่ละคนต้องมีพลังปราณระดับยอดยุทธขึ้นไปเท่านั้น ”
“ ได้แน่นอนนายน้อย ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง..”
“ ขอบคุณท่านลุง.. ตอนนี้พลังปราณท่านเป็เช่นไรบ้าง พร้อมจะทะลวงขั้นต่อไปรึยัง”
“ นายน้อย.. เหลืออีกไม่มากพลังปราณของข้าจะเต็มร้อยส่วน สามารถทะลวงขั้นต่อไปได้”
“ อืมม.. ถ้าเช่นนั้น เย็นนี้ข้าจะให้ทำให้พวกท่านทะลวงด่านต่อไปได้เลย”
“ ขอบคุณนายน้อย.. แต่พวกเราเพิ่งจะเลื่อนระดับเมื่อ 2 วันที่แล้วนี่เอง.. จะเป็ไปได้เหรอ”
“ ท่านลุงไม่ต้องกังวลไป ข้าทำได้อย่างแน่นอน.. แต่ตอนนี้พวกเราไปทานอาหารร่วมกับทุกคนก่อนดีกว่า วันนี้ยังมีเื่ต้องทำอีกมาก ”
กล่าวจบซิ่วอิงลุกขึ้นเดินนำตงห่าวกับเสี่ยวไป๋ไปยังห้องอาหาร ไปถึงพบกับบิดากับมารดานั่งคุยกันอย่างมีความสุข เสี่ยวหยวนตัวน้อยกำลังป้อนเนื้อย่างให้เสี่ยวอัน เสี่ยวอันก็กินเนื้อย่างอย่างเอร็ดอร่อย เสี่ยวไป๋ที่เดินตามซิ่วอิงมาเดินไปหาเสี่ยวหยวนแล้วนอนลงข้างๆ ส่วนพี่สาวทั้ง 3 ยังไม่ออกมาจากห้อง คงจะบ่มเพราะลมปราณกันอยู่
หลังจากทุกคนร่วมทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย ซิ่วอิงบอกกับพวกเขาว่าวันนี้ตนมีเื่ต้องทำอีกมาก ก่อนที่ซิ่วอิงจะออกไปจากจวน เธอได้ให้ตงห่าวเล่าทุกเื่ให้บิดาฟัง และช่วยกันไปหากองกำลังมาเพิ่ม แต่อย่าให้ท่านแม่กับน้องสาว และคนอื่นๆในจวนรู้อย่างเด็ดขาด
‘ตลาดกลางเมือง’
ซิ่วอิงนำหน้ากากมาใส่แล้วออกจากจวน วันนี้เธอตั้งใจเดินไปเรื่อยๆไม่เร่งรีบ เมื่อเดินผ่านใจกลางเมืองสองข้างถนนผู้คนเดินกันให้ขวักไขว่ บ้างมาซื้อ บ้างมาขาย ดูวุ่นวายยิ่งนัก ซิ่วอิงมองความวุ่นวายตรงหน้าแล้วคิดว่า
‘ไม่เป็ระเบียบเอาเสียเลย.. เ้าเมืองน่าจะจัดร้านค้าพวกนี้ให้เป็สัดส่วน เป็ที่เป็ทาง.. เอๆ.. หรือว่าเราจะไปปรึกษาเื่นี้กับเ้าเมืองดีมั้ยนะ’
“ พี่สาวซื้อขนมมั้ยเ้าคะ ”
ซิ่วอิงที่เดินไปคิดไปอยู่เพลินๆ พลันได้ยินเสียงเรียกซื้อขนมจากด้านข้าง หันไปดูเห็นเด็กหญิงตัวน้อยน่ารักวัยไม่เกิน 8 ขวบ กำลังยืนมองเธอตาปรอย สายตาใสๆมองสบตาเธอนิ่ง ไม่ได้กลัวหน้ากากดำที่เธอใส่สักนิดเดียว ซิ่วอิงรู้สึกถูกใจเด็กน้อยคนนี้นัก จึงเอ่ยถามว่า
“ โอ้.. หนูน้อยเ้าขายขนมอะไรบ้างล่ะ”
“ มีหลายอย่างเ้าค่ะ พี่สาวดูได้เลย”
ซิ่วอิงมองดูขนมหลายชนิดตรงหน้า เป็ขนมโบราณที่เธอรู้ชื่อบ้างไม่รู้บ้าง แต่เมื่อเห็นขนมก็คิดถึงน้องสาว และพวกเด็กๆลูกคนงานของเธอทันที
“ เด็กน้อย.. พี่สาวซื้อทั้งหมดเลยได้มั้ย”
“ ได้เ้าค่ะ.. เดี๋ยวข้าไปเรียกท่านยายมาคิดเงินนะเ้าคะ ”
“ อ้าว.. แล้วท่านยายเ้าอยู่ไหนล่ะ”
“ ท่านยายขายขนมอยู่ตรงโน้นเ้าค่ะ”
เด็กหญิงพูดพลางชี้มือไปทางยายแก่คนนึงที่ขายของอยู่ไม่ไกล เมื่อซิ่วอิงพยักหน้าให้เด็กน้อยยิ้มด้วยความดีใจ แล้วรีบเดินไปหายายตัวเอง
ขณะที่ซิ่วอิงยืนรอสองยายหลาน พลันได้ยินเสียงแม่ค้าร้านข้างๆคุยกัน
‘นี่ยายจาง ได้ยินข่าวหรือไม่’
‘เื่อันใดรึยายจู’
‘ก็นายน้อยชินบุตรชายเ้าเมืองน่ะสิ ป่วยเป็โรคอันใดก็ไม่รู้ ท่านเ้าเมืองหาหมอมารักษากี่คนก็ไม่สามารถรักษาได้’
‘นายน้อยชินไป๋หลง.. ที่เป็ศิษย์หลักของสำนักัฟ้าน่ะรึ’
‘ใช่แล้วละ.. เห็นว่านายน้อยชินกับพวกรับภารกิจของสำนัก ไปกวาดล้างพวกโจรูเาด้านทิศใต้เขาหมื่นอสูร แต่กลับป่วยหนักกลับมา’
‘เฮ้อ.. นายน้อยชินไป่หลงผู้นี้เป็คนดีนัก ถึงจะเป็บุตรชายเ้าเมืองแต่ไม่เคยรังแกชาวบ้าน.. น่าสงสารจริงๆ’
ซิ่วอิงยืนหูผึ่งแอบฟังแม่ค้าคุยกันอยู่ ครู่นึงเด็กหญิงก็กลับมาพร้อมกับยายของเธอ ซิ่วอิงเห็นขนมของยายยังเหลือจึงซื้อมาทั้งหมด ซิ่วอิงที่กำลังมีความสุขกับข่าวที่ได้รับจากแม่ค้า จึงให้เงินไปเด็กน้อยกับยายไปถึง 50 เหรียญทอง ซึ่งเกินราคาขนมไปมาก สองยายหลานโค้งคำนับขอบคุณเธอหัวแทบติดพื้น
ซิ่วอิงจึงยิ้มให้สองยายหลานแล้วเดินจากมา ภายในใจกลับคิดด้วยความลิงโลด
‘อืม.. บุตรชายเ้าเมือง.. สำนักัฟ้า.. โจรูเา.. ดูเหมือน์เป็ใจให้เราไม่น้อย’
……………………………………