ตอนที่ 18 เซิ่งอันหนิงไม่เคยพ่ายแพ้ในความเป็เลิศ
เซิ่งอันหนิงทำเป็มองไม่เห็นท่าทางของโจวเอ้อร์นี และเร่งให้โจวสือซวินรีบกินอาหาร “เร็วเข้า ปล่อยให้น้ำแกงเย็นหมดมันไม่ดีต่อร่างกายนะ”
โจวสือซวินนิ่งไปพักหนึ่ง ไม่นานก็รับกล่องข้าวมากินเงียบ ๆ อย่างเชื่อฟัง
จูกุ้ยฮวาเห็นสองสามีภรรยาไม่ได้ให้ความสนใจทางนี้เลย นางจึงตบหลังโจวเอ้อร์นีด้วยความโกรธเคืองและพลางเอ่ยขึ้น “แกมันไม่เอาไหน กินอาหารเย็น ๆ มันมีผลต่อกระเพาะขนาดนั้นเลยหรือไง? ถ้าไม่มีชีวิตมั่งคั่งแบบนั้นจะต้องมาเจ็บป่วยแบบที่คนรวยเป็ไหม”
เซิ่งอันหนิงไม่ได้ยินในสิ่งนางพูดแม้แต่น้อย เธอเองก็รู้สึกหิวเช่นกัน ทำไมจะต้องไปสนใจเื่ของคนอื่นด้วย
เมื่อเห็นท่าทางของโจวเอ้อร์นีที่ดูเหมือนว่าจะพูดอะไรขึ้นมา จู่ ๆ เธอก็มีความคิดที่จะสังเกตเด็กสาวสักครู่ หล่อนมีเอวหนา ดูไม่มีส่วนโค้งเว้าอย่างที่หญิงสาวควรจะเป็
เมื่อได้ยินจูกุ้ยฮวาพูดจาคลุมเครือขึ้นมา เซิ่งอันหนิงก็อดที่จะเอ่ยแทรกไม่ได้ “ตอนนี้พวกคุณไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาลเหรอ? พอดีเลย ลองไปตรวจร่างกายสักหน่อยสิ อย่ารอช้าเพราะเื่อื่นเลย”
โจวเอ้อร์อีรู้สึกตื่นตระหนก เด็กสาวมองดูเชิ่งอันหนิ่งด้วยความประหม่า “พูดจาเหลวไหลอะไรน่ะ? เื่อื่นอะไร?”
รอบเดือนของหล่อนไม่มาสามเดือนแล้ว และก็ได้ยินเหล่าภรรยาในหมู่บ้านพูดคุยกันเกี่ยวกับอาการตั้งครรภ์ ตอนนี้ท้องของหล่อนเริ่มแข็งขึ้นมา และเอวก็รู้สึกว่าจะหนาขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่กล้าคิดว่าตัวเองจะตั้งครรภ์
ในค่ำคืนก่อนวันที่เด็กหนุ่มปัญญาชนจะกลับเข้าเมืองไป ด้วยความกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่กลับมา พวกเขาจึงมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน
เพียงแต่มีครั้งนั้นแค่ครั้งเดียวเท่านั้น จะตั้งครรภ์ขึ้นมาจริง ๆ หรือ?
ไม่กี่วันมานี้โจวเอ้อร์นีตื่นตระหนกมาโดยตลอด หล่อนกลัวว่าตนจะตั้งครรภ์จริง ๆ ดังนั้นเมื่อเซิ่งอันหนิงเอ่ยมาเช่นนี้ จึงทำให้เด็กสาวรู้สึกกลัวยิ่งขึ้น ถ้าหล่อนท้องจริง ๆ หล่อนควรจะทำอย่างไรดี!
เซิ่งอันหนิงมองดูท่าทางประหม่าของโจวเอ้อร์นี ก็รู้ได้ทันทีว่าตนนั้นคาดเดาไม่ผิด “ไปตรวจดูก็จะได้คำตอบ ถ้าหากว่าป่วยจริง ๆ ฉันจะให้น้ำแกงเป็ดนี่กับเธอ”
จูกุ้ยฮวาเองก็รู้สึกว่าเซิ่งอันหนิงนั้นพูดจามีเหตุผล แต่ก็ยังคงไม่เข้าใจว่าหญิงสาวนั้นหมายความว่าอะไร เพียงแค่ได้ยินว่าจะได้กินน้ำแกงเป็ด จึงผลักโจวเอ้อร์นี “ถูกต้อง แกไปตรวจหน่อยสิ ่นี้แกบอกว่าไม่ค่อยสบายนี่ ยากนักนะที่พี่สะใภ้รองจะเอาใจใส่แบบนี้”
ไหนเลยโจวเอ้อร์นีจะกล้าไป เด็กสาวสั่นศีรษะเบา ๆ “หนูไม่เป็อะไร หนูสบายดี และก็ไม่ได้อยากกินน้ำแกงเป็ดนั่นเท่าไหร่หรอก”
จูกุ้ยฮวารู้สึกว่าลูกสาวผู้นี้เริ่มมีพิรุธ จึงจ้องมองหล่อน
เซิ่งอันหนิงเองก็คร้านจะพูดอะไรมากกว่านี้แล้ว ทั้งสองคนก็ได้เงียบลง เมื่อรอให้โจวสือซวินกินอาหารเร็จ เธอจึงได้ยกหม้อน้ำแกงเป็ดออกไป เอาไปวางไว้ที่ห้องครัวของโรงอาหารน่าจะปลอดภัยกว่า
ส่วนตนเองซื้อหมั่นโถวแกล้มผักดองมานั่งกินกลางแดด พลางคิดว่าจะหาวิธีการหาเงินทำธุรกิจเล็ก ๆ ในเมืองอย่างไรดี
คงจะดีกว่าการนั่งมองเงินในกระเป๋าที่ค่อย ๆ ลดลงไป
ในตอนที่เซิ่งอันหนิงกัดหมั่นโถวนั้น ก็ได้มีแพทย์หญิงสองคนเดินมาจากบริเวณข้างหน้า ทั้งสองพูดคุยกันในเื่ชุดชั้นในและครีมทาหน้า ดูเหมือนว่าพวกหล่อนจะมากจากเมืองใหญ่ เพราะเนื้อตัวมีกลิ่นหอมมากกว่าครีมทาผิวที่ขายในร้านค้าเสียอีก
ยังมีชุดชั้นในที่สวมไปแล้วรู้สึกสบายมาก ๆ นั้นอีก
เมื่อฟังแล้วเธอก็เกิดความสงสัย และััไปที่หน้าอกของตัวเอง หลังจากที่เธอทะลุมิติมานั้น เ้าของร่างเดิมสวมชุดชั้นในที่มีกระดุมเล็ก ๆ อยู่ข้าง ๆ และรัดหน้าอกเอาไว้แน่น จนไม่มีส่วนโค้งเว้าเลย เธอจึงคิดว่าในยุคนี้ยังไม่มีชุดชั้นในให้ใส่
แท้จริงแล้วเป็เพราะเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่มีนี่เอง
ถ้าทำเสื้อชั้นในขายเพื่อทำเงินล่ะ? เธอจึงเกิดความคิดจะหาโอกาสซื้อหนังสือกลับมาอ่านสักหน่อย และเธอจำได้ว่านโยบายการเข้ามหาวิทยาลัยนั้นได้ถูกประกาศใช้และสามารถสมัครเข้าไปสอบได้แล้ว เพียงแต่รูปแบบจะเป็อย่างไรเธอเองก็ยังไม่รู้ ดังนั้นการเตรียมตัวให้ดีก็ไม่เสียหายอะไร
หลังจากที่ครุ่นคิดเสร็จ จู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าตนเองนั้นไม่มีความสามารถในการเย็บผ้า และยังคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปใครจะยังอยากเย็บเสื้อผ้าอยู่อีก ดังนั้นเซิ่งอันหนิงจะไปเอาความมั่นใจในการทำเสื้อผ้ามาจากไหน?
เซิ่งอันหนิงรู้สึกท้อแท้ขึ้นมาทันที แต่ถ้าได้อ่านหนังสือแล้ว เธอคงรู้วิธีทำอาหาร เย็บเสื้อผ้า และทำธุรกิจเล็ก ๆ ด้วยฝีมือของเธอเองได้
เพียงแค่ว่าเธอยังมีทักษะทางการแพทย์อยู่ เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมและยังพอรู้เื่ยาจีนอยู่บ้าง เธอจึงไม่ปักใจเชื่อว่าตนเองจะไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้ในยุคนี้
ทันใดนั้นเซิ่งอันหนิงก็ได้มีความมุ่งมั่นขึ้นมา เธอรีบยัดหมั่นโถวแห้ง ๆ ชิ้นสุดท้ายเข้าปาก และยกน้ำขึ้นมาดื่ม
เซิ่งอันหนิงลุกขึ้นเตรียมตัวที่จะกลับห้องพักผู้ป่วย แต่เธอก็ต้องชะงักไปเพราะพบกับโจวเอ้อร์นีที่มีสีหน้าโกรธเคือง “เซิ่งอันหนิง เธอระวังคำพูดของเธอไว้ด้วย อย่ามาพูดจาเหลวไหล ไม่เช่นนั้นฉันจะไม่ปล่อยเธอเอาไว้แน่ ๆ”
เซิ่งอันหนิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เด็กสาวผู้นี้จะเอาอะไรมาขู่เธอ? เธอจึงแสร้งทำเป็ยิ้มมองดูโจวเอ้อร์นี “ถ้าฉันยุ่งไม่เข้าเื่ แล้วทำไมเธอถึงตามฉันมาล่ะ?”
โจวเอ้อร์นีโกรธเซิ่งอันหนิงมาเป็เวลานาน จึงเอ่ยวาจาที่รุนแรงออกไป “ฉันก็จะให้พี่รองเลิกกับเธอไงล่ะ เธอคิดว่าพี่รองของฉันหวงแหนเธอมากหรือไง? พี่ไฉ่เสียดีกว่าเธอตั้งมากโข ทั้งอบอุ่นทั้งงดงามจนพี่รองไม่ฟังใครทั้งนั้น เขาฟังพี่ไฉ่เสียคนเดียว ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ พี่รองก็คงจะแต่งกับพี่ไฉ่เสียไปแล้ว”
เซิ่งอันหนิงรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย แต่เธอก็ยังคงยิ้มเยาะเย้ยออกมา “เหรอ? งั้นก็คงจะน่าเสียดายมาก ๆ ต่อให้เป็ไฉ่สงไฉ่เสียอะไรนั่น ท้ายที่สุดแล้วพี่รองของเธอก็แต่งกับฉันอยู่ดี ในเมื่อเธอมีความสามารถนักก็ไปบอกกับพี่รองซะสิ ให้เขาหย่ากับฉันซะ ”
โจวเอ้อร์นีรู้สึกโกรธเป็อย่างมาก เด็กสาวกัดฟันและเอ่ยคำพูดไม่ดีขึ้น “เซิ่งอันหนิง หล่อนรอไว้เลยนะ ฉันจะรอดูว่าหล่อนจะได้ใจไปได้อีกกี่น้ำ!”
กล่าวเสร็จโจวเอ้อร์นีก็จากไปอย่างรวดเร็ว
เซิ่งอันหนิงมีความสุขเป็อย่างมาก การที่ทำให้ผู้คนพูดไม่ออกนับว่าเป็ความสามารถของเธอ
และมันก็ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว
เซิ่งอันหนิงกลับห้องผู้ป่วยไปอย่างอารมณ์ดี โจวสือซวินพิงกายกับหัวเตียง คุณหมอเข้ามาเปลี่ยนยาพอดี ส่วนจูกุ้ยฮวาและโจวเอ้อร์นีที่เพิ่งจะอารมณ์เสียไปเมื่อสักครู่ก็ไม่ได้กลับมา
เซิ่งอันหนิงยกหลังมือขึ้นเหมือนกับหมอที่ตรวจอยู่ในห้องอย่างไรอย่างนั้น หญิงสาวเข้ามาดูอาการของโจวสือซวินพลางแตะหน้าผากของเขา “ดีขึ้นมาเยอะแล้วนี่ แล้วก็ลงมาเดินได้แล้ว แต่นอนนิ่ง ๆ อยู่บนเตียงจะดีที่สุดค่ะ”
โจวสือซวินเริ่มคุ้นเคยกับนิสัยของเซิ่งอันหนิง และมองดูเธอถอยหลังไปสองก้าว ชายหนุ่มจึงเม้มปากเอ่ยขึ้น “อีกสองวันผมก็ออกโรงพยาบาลได้แล้ว ว่าจะกลับหมู่บ้านเหอวานสักครั้ง คุณอยู่ในเมืองก็ได้ ถึงตอนนั้นจะให้หน่วยงานออกใบรับรองให้กับคุณ”
เซิ่งอันหนิงไม่ได้ตอบในทันที หญิงสาวเดินเตร็ดเตร่อยู่แถว ๆ นี้มาได้สองวันแล้ว ยังไม่มีใบรับรองสำหรับอาศัยในเมืองเลย ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกจับได้ว่าเป็คนเร่ร่อน และหอพักหลายแห่งก็ไม่ยอมรับ
ทั้งยังเห็นได้ชัดว่าว่าในเมืองนี้เป็เมืองที่ตระกูลเซิ่งอาศัยอยู่ แต่โจวสือซวินกลับไม่เคยบอกให้เซิ่งอันหนิงกลับบ้านเลยสักครั้ง
ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม เซิ่งอันหนิงไม่ได้มีสถานที่ไหนที่มีความสุขกับครอบครัว และไม่ได้มีความทรงจำที่ใกล้ชิดกับครอบครัวเลย จึงทำให้เซิ่งอันหนิงรู้สึกว่าเ้าของร่างเดิมสูญเสียความทรงจำไปหรือไม่?
แต่ในเมื่อหญิงสาวไม่อยากกลับบ้านของตน โจวสือซวินจะเตือนอะไรได้?
ยิ่งกว่านั้น าแของโจวสือซุนก็เพิ่งจะหายไม่เท่าใด หากเขากลับไปชนบท าแก็คงกำเริบอีกครั้ง และง่ายต่อการติดเชื้อ
โจวสือซวินเป็คนที่ปฏิบัติต่อเธออย่างดีที่สุดในโลกนี้ และเธอก็ควรปฏิบัติต่อเขาอย่างดีเช่นกัน
เมื่อเซิ่งอันหนิงคิดถึงจุดนี้ เธอก็ได้มีความคิดขึ้นมา “ฉันจะกลับไปกับคุณค่ะ”
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
จะมาเถียงกับอันหนิงยังเร็วไปร้อยปีนะหนู
ถึงมีครั้งเดียวแต่ถ้าไม่ใส่ถุงไม่กินยาคุมก็ท้องได้จ้ะอิหนู พอๆ กับความคิดที่ว่าชักออกมาหลั่งนอกแล้วจะไม่ท้องเลย
ไหหม่า(海馬)