ตอนที่12 : จำ!!
2 ปีก่อน
ผมในตอนนั้นเมื่อ 2 ปีก่อน ผมยังจำได้ไม่เคยลืมว่าผมในตอนนั้นไม่รู้จักใครเลยตอนนั้นผมคิดถึงเพื่อน คิดถึงครอบครัว คิดถึงธรรมชาติที่ต่างจังหวัด ผมมองซ้ายมองขวาก็มีแต่ความวุ่นวาย รถราก็วิ่งเต็มบนท้องถนนรถก็ติดควันจากท่อรถก็เหม็นจะหายใจเข้าออกยังต้องระวังปอดเลย เฮอ!! ผมยิ่งดูแล้วก็ยิ่งทำให้ตาลาย ตามฟุตบาลทางเดิน ทางม้าลาย ป้ายรถเมล์มีผู้คนมากมาย มีกระทั้งหาบเร่รถเข็นขายของเต็มไปหมด เห็นแล้วผมกับยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยว ในขณะที่ผมกำลังจะเดินเข้าประตูรั้วของโรงเรียนผมไม่ทันระวังผมเดินชนเข้ากับนักเรียนหญิงผมสีแดงม่วงถักเปียกยาวถึงเอวผมเธอดูเด่นจนผมต้องมองเธอดูสูงผมบางผิวสองสีหน้าคมจมูกโด่ง เธอเงยหน้ามามองด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะยิ้มให้ผม ผมยังจำวันแรกได้ดีที่เป็ครั้งแรกที่ได้รู้จักกับพัสดุ
ก้อนหิน : ขอโทษครับ ไม่ได้ตั้งใจจะชนน่ะ
พัสดุ : อืม!! ไม่เป็ไร
ก้อนหิน : เธอๆ
พัสดุ : ไร!!
ก้อนหิน : ตึกคณะบริหารไปทางไหนอ่ะ เธอรู้ไหม
พัสดุ : รู้สิ
ก้อนหิน : แล้วไปทางไหนอ่ะ
พัสดุ : อยากรู้หรออยากรู้ก็ไปทางเดียวกับเราดิเดี๋ยวบอก
ก้อนหิน : หืมมมม
พัสดุ : จะไปป่ะ!! ยืนนิ่งอยู่ได้!! จะไปคณะนั้นเหมือนกัน
ก้อนหิน : ไปดิๆ ว่าแต่เธอเป็เด็กที่เรียนที่นี้หรอ
พัสดุ : เราพึ่งมาวันนี้วันเเรก อย่าถามเยอะได้ป่ะ
ก้อนหิน : โอเค ได้ๆ ทำไมเธอถึงรู้ว่าตึกอยู่ไหน
พัสดุ : ถึงแล้วตึกที่นายตามหา แยกกันตรงนี้แล้วกันน่ะ
พัสดุหันมาตอบด้วยความหงุดหงิดและยกมือถือขึ้นมาคุยกับใครสักคน และก็มีมือใครคนหนึ่งดึงข้อมือพัสดุกระชากตัวเข้ามากอด ทำให้เห็นนักเรียนชายรูปร่างสูงโปร่งผิวขาวหน้าหวาน
บาร์เรน : คิดถึงที่สุดเลยยยยยย
พัสดุ : ปล่อยได้ล่ะ
บาร์เรน : อ้าวนี้ใครล่ะเพื่อนใหม่หรอ
พัสดุ : กูไม่รู้จัก ใครไม่รู้ กูเจอกลางทางอ่ะพอดีมาทางเดียวกับกูกูเลยพามาด้วย
บาร์เรน : อ้อๆ เอ่อนี้พัสดุส่วนนี้ปกป้องน่ะส่วนกูชื่อบาร์เรนหรือเรียกเรนก็ได้ แล้วนี้นายชื่อไร
ก้อนหิน : ชื่อก้อนหินน่ะ
ปกป้อง : อ้อเค ไปดุูรายชื่อกันมารึยังว่าอยู่ห้องไหน
ก้อนหิน : ดูแล้วอ่ะ
ปกป้อง : อยู่ห้องไหนล่ะ
ก้อนหิน : ห้องAc.103
ปกป้อง : ห้องเดียวกันเลย ทำไมถึงเลือกเรียนบัญชีล่ะ
ก้อนหิน : อ้อที่บ้านให้เรียนแล้วนายล่ะ
ปกป้อง : ตามน้องมาเรียน
ก้อนหิน : บาร์เรนเป็น้องนายหรอ
ปกป้อง : ใช่ๆ
ก้อนหิน : อ้อดูนายเป็พี่ที่ดีมากเลยน่ะ
ปกป้อง : ใช่แล้ว
บาร์เรน : หลงตัวเองไปป่ะว่ะว่าเป็พี่ที่ดีอ่ะ
ก้อนหิน : ทำไมอ่ะ เขาไม่ดีหรอ
บาร์เรน : ใช่ไม่ดีมาก
ปกป้อง : จริงอ่ะ
ผมยืนมองสองพี่น้องที่วิ่งหยอกล้อกัน ผมรู้สึกอิจฉาคู่พี่น้องคู่นี้น่ะ ดูรักกันมากเลยดูแลกันดีถึงผมอาจจะรู้จักกันแค่วันแรกแต่ก็ััได้ว่าพวกเขาสองคนดูเป็พี่น้องที่รักกันมาก
หน้าห้องAc.103
ก้อนหิน พัสดุ บาร์เรน และปกป้องต่างพากันเข้ามาในห้องทุกคนเลือกต่างพากันเลือกที่นั่งประจำของตัวเองทุกคนต่างจองที่นั่งที่ติดหน้าต่างกัน ปกป้องกับบาร์เรนนั่งด้วยกัน แต่ก้อนหินกับพัสดุนั่งกันคนล่ะโต๊ะ พัสดุนั่งข้างหน้าบาร์เรนส่วนก้อนหินนั่งหน้าพัสดุ
ปกป้อง : ทำไมไม่นั่งกับพัสดุล่ะก้อน
ก้อนหิน : อ้อพอดีอยากนั่งริมหน้าต่างอ่ะ
ปกป้อง : อ้อ
บาร์เรน : พัสดุมึงไม่เอากระเป๋าไปวางไว้ในลิ้นชักหรือว่างไว้ข้างล่างตรงที่มึงนั่งก็ได้ เพื่อมีใครเขาอยากนั่งข้างมึง มึงว่างกั๊กทีแบบนี้ใครเขาจะไปกล้านั่งกับมึงว่ะ
พัสดุ : ก็กูไม่อยากให้ใครมานั่งอยู่แล้ว!!
บาร์เรน : แกนี้น่ะจริงๆเลยเอาไปใส่ในลิ้นชักเลย
ในขนาดที่สองคนนี้เถียงกันไปมาอยู่นั้น ก็มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้องเดินมาทักทายปกป้องเป็ผู้หญิงที่น่ารักมีเสนห์บุคลิคดูอ่อนหวานอ่อนโยนผิวขาวหน้าหวานผอมบางตัวเล็กถักเปียกสองข้างยาวถึงบ่าของเธอ เธอส่งยิ้มหวานให้กับทุกคน เธอเดินมายืนอยู่ตรงหน้าปกป้อง
ของขวัญ : พี่ปกป้อง
ปกป้อง : อ้าว!! ขวัญ เรียนห้องนี้หรอ?
ของขวัญ : ใช่ บังเอิญจังเลยน่ะ ได้เรียนห้องเดียวกับพี่ปกป้องด้วย ดีใจจัง ข้างพี่มีคนนั้งแล้วหรอ
ปกป้อง : ใช่ พี่นั่งกับน้องพี่
ของขวัญ : อ้อ คนนี้หรอที่พี่บอกขวัญอ่ะ
บาร์เรน : เธอจะนั่งก็ได้น่ะเดี๋ยวเราไปนั่งกับพัสดุ
ของขวัญ : เฮ้ย!! ไม่ต้องย้ายหรอกเราแค่หยอกเล่นเฉยๆ
พัสดุ : ใครอ่ะ
บาร์เรน : ไม่รู้ว่ะ
พัสดุ : เอ้าไรว่ะ นั้นพี่มึงน่ะเว้ย
บาร์เรน : แล้วไงอ่ะ กูต้องรู้ทุกเื่ของมันทุกเื่หรอว่ะ
ปกป้อง : อืมขวัญ เรียกพี่ว่า ปกป้องเฉยๆจะดีกว่า ไม่ต้องมีพี่นำหน้าหรอก
ขวัญ : อืมก็ได้ๆ ปกป้อง
ปกป้อง : เอ่อนี้ ขวัญน่ะ ส่วนนี้เรนน้องชายที่พี่บอกเราอ่ะ นี้ก้อนหินพัสดุ…นู้นไอ้นนท์
อานนท์ : อืมสวัสดีทุกคน จองที่ให้กูป่ะเนี่ย
ปกป้อง : จองล่ะ หลังกูอ่ะ
อานนท์ : ไม่นั่งกับกูหรอว่ะเพื่อน นี้กูยอมย้ายสาขาสอบใหม่เพื่อมาเรียนใหม่เพราะมึงเลยน่ะ
ปกป้อง : กูไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลยมึง มึงมาของมึงเองกูไม่ได้ขอร้อง
อานนท์ : ได้ๆ มึงพูดแบบนี้ใช่ไหม มึงจะไม่นั่งกับกูจริงๆหรอเพื่อนรัก ใช่สิกูไม่ใช่น้องชายสุดที่รักของมึงนิ!!
ปกป้อง : หยุดเลย!! กูจะนั่งกับน้องกู
ของขวัญ : ว้าว!! ปกป้องพูดชัดเจนแบบนี้ขวัญคงต้องหลบทางให้น้องชายพี่จริงๆแล้วใช่ไหม
อานนท์ : อ้อหรอ อยากนั่งกับน้อง แล้วน้องขวัญสนใจมานั่งข้างพี่ไหม
ของขวัญ : อืม ไม่ดีกว่า
พัสดุ : ขวัญนั่งกับเราไหม
ขวัญ : งั้นขวัญนั่งกับพัสดุน่ะ อานนท์นั่งคนเดียวล่ะกันน่ะ
อานนท์ : เคๆเป็เพื่อนกันไม่เรียกพี่ล่ะหรอ เคๆนั่งคนเดียวก็ได้
ก้อนหิน : นั่งด้วยกันไหมล่ะอานนท์
อานนท์ : ไม่อ่ะ นั่งคนเดียวดีกว่า อยากอินดี้
ก้อนหิน : ถ้างั้นก็ตามสบายเลย
ก้อนหินรู้สึกถูกชะตากับพัสดุเขาเลยตีสนิทกับพัสดุ ก้อนหินเล่นหยอกล้อกับพัสดุและทั้งสองคนก็สนิทกันทุกๆวันเวลามาเรียนหรือกลับบ้านก้อนหินจะไปรับไปส่งทุกวันบางทีก็พากันไปดูหนังกันสองคนบางทีก็ไปกันเป็กลุ่ม ก้อนหินนึกถึงเื่ราวที่ผ่านมาเขาก็รู้สึกคิดถึงพัสดุเหมือนกัน แต่เขาก็รู้สึกเสียใจผิดหวังที่วันนี้พัสดุจากที่นิสัยน่ารักกว่านี้แต่กลับไม่น่ารักเขานึกถึงเหตุการณ์วันนี้ เขาเองก็มีส่วนผิดเหมือนกันแต่ก็เลือกที่ไม่พูดคำว่าขอโทษ เขาได้แต่มองมือถือที่โชว์เป็เบอร์โทรติดต่อของพัสดุแต่ก็เลือกกดปิดหน้าจอเก็บมือถือใสกระเป๋าเขาหันมามองหน้าพาสเทลที่นั่งอยู่ข้างๆเขา
ก้อนหิน : พาสเทลไม่ได้เป็ไรแล้วใช่ำหม งั้นกลับห้องก่อนน่ะ
พาสเทล : จะไปล่ะหรอ ไม่อยู่กินข้าวด้วยกันหรอ
ก้อนหิน : ไม่อ่ะ พาสเทลกินเลย เจอกันวันเปิดเทอมน่ะ
ก้อนหินเดินออกจากห้องพาสเทลเดินไปที่ห้องของเขา เขานั่งมองออกไปหน้าต่าง เขามองดูตึกมากมายมีต้นไม้เพี่ยงไม่กี่ต้น เขานั่งถอนหายใจด้วยความรู้สึกเพลียเหนื่อย ในขณะที่ก้อนหินกำลังนั่งครุ่นคิดอะไรอยู่ก็มีเสียงดังมาจากประตู แอ๊ดดดด ก้อนหินจากที่นั่งเหม่ออยู่ริมหน้าต่างต้องหันมาดูที่ประตู อยู่ก็มีคนเปิดประตูเข้ามาในห้องโดยที่ไม่เคาะประตูเขาหันไปด้วยความหงุดหงิดที่เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวแต่กลับพบว่าผู้ที่เปิดประตูเข้ามาในห้องกับเป็พ่อแม่และน้องสาวของเขาที่มาหาถึงห้อง
ก้อนหิน : อ้าว!! สวัสดีครับ
แม่ : สบายเนาะ
พ่อ : นั่งทำอะไรอยู่ล่ะ
ก้อนหิน : นั่งคิดไรไปเรื่อยอ่ะ เดี๋ยวไปเอาน้ำมาให้
แก้ว : ไม่ต้องเอามาให้หนูน่ะ หนูซื้อน้ำมาล่ะ
แม่ : เป็ไงมั้งอยู่ได้ไหม ก็น่าจะอยู่ได้ล่ะ สบายดีเนาะไม่ต้องทำไร
ก้อนหิน : อืม!! ก็อยู่ได้
แม่ : กลับไปอยู่บ้านเราไหม? ถ้าจะสบายขนาดนี้ ห้องนี้ก็ให้พี่กล้าเขาอยู่ อีกอย่างก็อยู่ใกล้มหาลัยพีเขาด้วยเขาจะได้ไม่ลำบาก อีกอย่างบ้านก็อยู่ใกล้โรงเรียนมึงด้วยนิ!!
ก้อนหิน : ครับ
แม่ : ่นี้เงินกูหมุนไม่ทัน ไปช่วยกันทำงานที่บ้านด้วย
ก้อนหิน : ครับ จริงผมหางานพาร์ทไทม์แถวนี้ทำก็ได้น่ะ
แม่ : กูสั่งอะไรก็ทำตามกู มึงไม่มีสิทธ์ออกความคิดเห็น บ้านเราไม่ได้แย่ขนาดให้มึงไปทำงานพาร์ทไทม์ แค่มึงกลับไปช่วยที่บ้าน มันจะตายรึไง หรืออยู่ที่สบายเกินไป
ก้อนหิน : ผมแค่อยากลองหาเงินเองบ้างไง อยากใช้ชีวิตของผม
แม่ : ชีวิตมึงมันอยู่ในกำมือกู มึงจำเอาไว้ด้วย
ก้อนหิน : ครับ
แม่ : จริงๆกูตั้งใจจะมารับให้กลับวันนี้น่ะ
ก้อนหิน : จริงผมกลับวันนี้เลยก็ได้น่ะ!!
แม่ : มึงอย่ามาประชดกู!!
ก้อนหิน : ประชดอะไร!! ผมยังไม่ได้ประชดอะไรเลย
แม่ : ก็ที่มึงทำอยู่นี้ไง!! เถียงคำไม่ตกไม่ตกฟากน่ะมึงอ่ะ เดี๋ยวก็ตบคว่ำหรอก!!
ก้อนหิน : ผมทำอะไร!! ผมยังไม่ได้ทำไรเลย แม่ก็เป็แบบนี้ตลอดเลยอ่ะ
แม่ : กูก็เป็แบบนี้แล้วมันจะทำไม!! อย่ามาเถียงกู!! กูเป็แม่มึงน่ะ!! มึงจำไว้ใส่หัวของมึงเอาไว้!!
ผมในตอนนั้นรู้สึกอึดอัดมากผมไม่อยากโต้ตอบอะไรผมเลยเลือกที่จะเงียบ ผมนั่งเงียบอยู่สักครู่ผมตัดสินใจลุกออกจากตรงนั้น ในขณะที่ผมกำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำ อยู่ๆก็มีแก้วน้ำถูกปาใส่หัวของผม ตุบ เพร้ง!! เืค่อยๆไหลลงบนไหล่ของผม ผมหันไปมองผู้เป็แม่ที่ปาแก้วใส่หัวผมด้วยความโมโหผมปิดประตูเสียงดังด้วยความโกรธเสียใจ ผมเดินเข้ามาในห้องน้ำรู้สึกเหมือนจะหมดแรงผมค่อยนั่งลงกับพื้นในห้องน้า ผมร้องไห้ออกมาพร้อมกับเอามือสองข้างปิดปากเอาไว้ไม่อยากให้เล็ดลอดออกมา ผมร้องไห้อยู่ในห้องน้ำอย่างเงียบๆ ผมร้องไห้อยู่ในห้องน้ำสายตาผมมองไปที่ประตู ปึง!! ปึง!! เสียงทุบประตูยังคงดัง ดังมาพร้อมกับเสียงด่าทอผมกับรู้สึกแย่ผมมีคำถามอยู่ตลอดว่าเขาไม่เป็ห่วงผมบ้างหรอไม่รู้สึกรักผมเหมือนพี่กับน้องบ้างหรอทำไมเขาไม่อ่อนโยนกับผมบ้างยิ่งผมคิดยิ่งรู้สึกแย่ ผมอยู่ในห้องน้ำสักพักผมค่อยๆลุกขึ้นผมถอดเสื้อออกเพื้อล้างเืของผมผมขยี้เสื้อของผมที่มีเืของตัวเองยิ่งผมขยี้มันรู้สึกเ็ปจนผมต้องร้องไห้ออกมาอีกครั้งหนึ่ง ผมทุกอย่างจัดการกับความรู้สึกตัวเองให้กับมาเป็ปกติก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำพร้อมกับเดินผ่านพวกเขาไปที่ระเบียงตากเสื้อและเดินเข้าห้องไปในห้องที่พวกเขานั่งกันอยู่
แม่ : มึงอย่ามาทำตัวแบบนี้กับกู!!
ก้อนหิน : ผมทำไรผิดว่ะ!!! ผมทำอะไรก็ไม่ได้สักอย่างอันนั้นก็ไม่ได้นี้ก็ไม่ได้ห้ามไปหมดทุกอย่าง ถามจริงเหอะนี้เป็แม่ผมจริงไหม!!
แม่ : มึงอย่ามาพูดแบบนี้กับกูน่ะ!!
ก้อนหิน : ทำไมผมจะพูดไม่ได้ก็มันคือความจริง
เพียะ!! เพียะ!! ผมพูดจบประโยคฝ่ามือของผู้เป็แม่ก็ตบตีผม จนคนเป็พ่อที่ทนดูไม่ได้ต้องลุกขึ้นมาห้ามผมกับแม่
พ่อ : พอๆแยกๆ กลับบ้านแม่มึง ส่วนมึงจะโต้ตอบอะไรหนักหนามึงก็แค่เงียบเอ่อๆอ่อๆไปกับเขามึงจะได้ไม่โดนแบบนี้ แม่มึงก็เกินไปกลับบ้าน
แม่ : มึงก็เข้าข้างแต่มัน ให้ท้ายมันตลอด
พ่อ : กลับบ้านเถอะเดี๋ยวอาทิตย์หน้ามารับน่ะไปๆ แม่มึงแก้วไปลูก พาแม่ไป
แก้ว : จ้าพ่อ พี่หนูกลับก่อนน่ะ
หลังจากที่พ่อพาแม่และน้องออกจากห้องไป ในขณะเดียวกันก้อนหินนั่งอยู่บนโซฟาเขาร้องไห้ออกมาพร้อมกับโมโหปนเสียใจเขาระบายอารมณืออกมาด้วยการกวาดของที่อยู่บนโต๊ะกระจายลงพื้นเขาปาข้าวของใส่พื้นและพนัง จนเขาเริ่มหมดแรงเขาค่อยนั่งลงและเอนตัวนอนกับพื้นห้องเขามองดูสิ่งของที่อยู่ใกล้มือเขาหยิบปามันให้พ้นมือของเขา เขาร้องไห้ออกมาจนตอนนี้ไม่มีน้ำตาแล้วเขาในตอนนี่ที่นอนอยู่กับพื้นพร้อมกับมองสิ่งของที่ตกกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น สมองของเขาในตอนนี้มีแต่ความคิดที่ไม่ดีเท่าไรหนักเขาะโสิ่งที่เขาคิดออกมา “แม่งอยู่ไปเพื่ออะไรว่ะ!! แม่งเอ๋ยพยายามทำดีแค่ไหนก็ไม่เคยดีในสายตาของพวกเขาเลยนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ว่ะ….ทำไมหายใจไม่ค่อยออกว่ะหรือว่ากำลังจะตายว่ะ… ดีเลยตายตายเลยอยากตายพอดีเลยทำเหี้ยไรก็ไม่ได้สักอย่ากไม่เคยได้ทำอะไรตามใจตัวเอง ต้องโดนบงการชีวิตตลอดนี้กูมีอะไรที่เป็ของกูบางว่ะ นี้มันร่างกายกูน่ะ” เขาพูดเสร็จเขาหลับตาลงช้าๆภาพที่เขามองอยู่ข้างหน้าจากที่ชัดก็กลายเป็เบลอและภาพก็ตัดเป็สีดำที่มืดมิดเขาได้ยินแต่ลมที่พัดผ้าม่าน วิ้ว วิ้ว วิ้ว วิ้ว และค่อยๆเงียบหายไป