“ไม่เอาแบบนี้แล้วจะเอาแบบไหนล่ะครับ” ฉันทวิชญ์ถามอย่างจนปัญญา ที่เอาผู้หญิงเหล่านี้มาให้เลือกเพราะเห็นว่าเป็สเปกและรสนิยมของเ้านาย
“คนที่ไม่มีภาระผูกพันทางครอบครัว” ปัถย์คิดว่าสำคัญ เพราะมันควบคุมง่าย ตกลงกับเ้าตัวคือจบ ไม่มีคนอื่นเข้ามาข้องเกี่ยว
“ไม่มีญาติอย่างนี้เหรอครับ” ถ้าพูดถึงผู้หญิงที่มีคุณสมบัตินี้ ในหัวผุดภาพวาริศาขึ้นมาทันที จนฉันทวิชญ์ต้องรีบสลัดภาพนั้นทิ้ง ไม่ได้เด็ดขาด เขาจะทำให้ชีวิตของวาริศาน่าสงสารมากไปกว่านี้ไม่ได้
ผู้ชายคนนี้บทจะตัดขาดกับใครก็ตัดขาดอย่างไม่สนใจไยดี และด้วยหน้าตาแบบนี้ใครที่หลวมตัวเข้ามาข้องเกี่ยวไม่เคยจะรอดที่จะตกหลุมรัก ดังนั้นตัดไฟั้แ่ต้นลมน่าจะดีที่สุด
“ได้ก็จะดีมาก ยอมรับเงื่อนไขที่ผมจะเสนอได้”
“ว่าแล้วผมก็ยังไม่รู้เงื่อนไขของคุณปัถย์เลยนะครับ”
“ตั้งท้องโดยวิธีธรรมชาติ”
ฉันทวิชญ์ถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง แล้วแนะนำ “ทางวิทยาศาสตร์น่าจะชัวร์กว่าหรือเปล่าครับ”
“ผมแข็งแรงขนาดนี้แต่จะให้ใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ ดูถูกกันเกินไปหรือเปล่า” ปัถย์มองเลขาฯ ด้วยสายตานิ่งเรียบ
“โอเครับ วิธีธรรมชาติก็วิธีธรรมชาติ มีอีกไหมครับ” ฉันทวิชญ์เลิกขัด เพราะรู้ว่าปัถย์มั่นใจในตัวเองกับเื่พรรค์นี้มาก
“คลอดแล้วต่างคนต่างแยกย้าย ไม่เรียกร้องสิทธิ์ของความเป็แม่ทีหลัง ที่สำคัญผมอยากได้คนที่ไว้ใจได้”
“เป็เงื่อนไขที่โหดพอสมควรเลยนะครับ” แค่เห็นก็สงสารคนที่จะมารับงานอย่างอดไม่ได้
“แต่ค่าจ้างก็สมน้ำสมเนื้อนะครับ ผมทุ่มไม่อั้น คุณมีคนที่พอจะแนะนำไหมล่ะครับ” ปัถย์หรี่ตามองเลขาฯ คนเก่งที่ไม่ว่าอะไรก็หามาให้เขาได้หมด
“ไม่มี...” ฉันทวิชญ์ปฏิเสธยังไม่ทันจะจบประโยคเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงของผู้หญิง “ขออนุญาตค่ะ” ซึ่งได้ยินแค่เสียงเขาก็รู้ว่าใคร จึงรีบลุกจะไปดักเอาไว้ไม่ให้วาริศาเข้ามา แต่ก็โดนปัถย์รั้งเอาไว้ด้วยการถาม
“ใคร” ปัถย์เลิกคิ้วมองฉันทวิชญ์ที่ตอบกลับเสียงแ่อย่างรู้สึกใจคอไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก “ผู้ช่วยผมครับ”
“เข้ามา” ปัถย์เอ่ยปากอนุญาตทันทีและส่งสัญญาณมือให้ฉันทวิชญ์กลับมายืนที่เดิม เพราะได้ยินว่าเธอเป็คนที่รู้จักเขาดีที่สุดก็เลยอยากเห็นหน้าสักครั้ง
และในเวลาต่อมา เขาก็เห็นหญิงสาวรูปร่างเล็กความสูงน่าจะแค่อกเขามั้ง เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องอะไรบางอย่างในมือ
“ของขวัญที่ให้เตรียมไว้ค่ะ พอดีได้เวลาเลิกงานแล้ว ซีจะเอาวางไว้บนโต๊ะก็กลัวหาย เลยเอาเข้ามาให้ตามที่พี่วิชญ์ได้บอกเอาไว้ว่าถ้าไม่เจอให้เข้ามาไว้ในห้องท่านประธานค่ะ” วาริศาอธิบายอย่างละเอียดอย่างกลัวโดนตำหนิ เพราะปกติเธอไม่ค่อยจะได้เข้ามาในห้องนี้ ทุกอย่างต้องผ่านฉันทวิชญ์หมด
“ขอบใจนะ จะกลับแล้วเหรอ”
“ค่ะ” วาริศาที่ไม่กล้ามองท่านประธานตรง ๆ ก้มศีรษะให้เขาแล้วรีบพาตัวเองออกไปจากห้องที่ชวนอึดอัดนี้อย่างไว โดยไม่รู้เลยว่าคนที่เธอกลัวนั้นมองตามหลังไปจนลับสายตา
“ผมรู้ว่าคุณมีผู้ช่วย แต่เพิ่งจะเคยเห็นหน้า” ปัถย์ดึงสายตากลับมาที่ฉันทวิชญ์พลางหรี่ลงราวกับกำลังจับผิดอะไรบางอย่าง