ตอนที่ 26: มหาพายุทะลัก และการปะทะแห่งคลื่นความคิด
“ห้าวินาทีสุดท้าย... สี่... สาม... สอง... หนึ่ง! สัญญาณความถี่ต่ำลึกปล่อยเต็มกำลังแล้วครับ!” กานต์ ะโก้องห้อง B3 พร้อมกับรัวนิ้วล็อกค่าพารามิเตอร์บนแผงควบคุมหลัก
ครืนนนนน!
เสียงสั่นะเืระดับไมโครเฮิรตซ์ดังกึกก้องทะลุผ่านชั้นหินใต้ดินลึก แรงกระแทกของ "สึนามิทางอารมณ์" ถูกส่งผ่านเสาถอดรหัสคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า กระจายตัวออกไปทั่วทั้งเมืองในชั่วเคี้ยวหมากแหลก บนหน้าจอมอนิเตอร์จำลองเมือง กราฟพลังงานสีแดงฉานอันเต็มไปด้วยคลื่นคอร์ติซอลและอะดรีนาลินทะลักพรวดขึ้นมาจากเบื้องลึก ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกปลดพันธนาการ
พนักงานหลายคนภายนอกห้องเริ่มมีอาการมือสั่น หน้าซีด และหายใจติดขัด าแทางอารมณ์ในอดีตถูกคลื่นพิษสะกิดให้ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง
"อั่ก...!" วิท ยกมือขึ้นกุมศีรษะ ร่างกายสั่นสะท้อนจากแรงปะทะ "ธรรม... มันหนักมาก! คลื่นความตื่นตระหนก... มันกำลังบีบให้สมองส่วน Amygdala ของพี่สั่งการสู้หรือถอย!"
"พี่วิท! ตั้งสติไว้ครับ!" เมย์ หันมาะโสู้เสียงหวีดหวิวของสนามแม่เหล็ก "อย่าไปเพ่งที่ความกลัว! จำเทคนิคที่คุณธรรมสอนได้ไหม? Physiological Sigh เดี๋ยวนี้เลยพี่!"
"สูดเข้าสองหน... ผ่อนออกยาวๆ..." วิท พยายามเค้นเสียงพร้อมกับหลับตาแน่น ผ่อนลมหายใจออกทางปากยาวๆ เพื่อสร้างช่องว่างให้ระบบประสาท Parasympathetic ดึงอำนาจการควบคุมกลับคืนมา "ฮู่ววว... พี่... พี่ดึงสติกลับมาได้แล้ว!"
ในเวลาเดียวกัน บนหน้าจอการสื่อสารฉุกเฉิน ภัทร ซึ่งยืนประจําตำแหน่งโหนดกระจายคลื่นสติอยู่ที่ออฟฟิศชั้นบน ได้ปรากฏภาพขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มเด็ดเดี่ยว ั์ตาของอดีตผู้นำผู้แข็งขืนบัดนี้เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งปัญญา
"ธรรม! ทางนี้พวกเราทุกคนประจํานที่แล้ว!" ภัทร สื่อสารผ่านไมค์ด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ "พวกมันคิดว่าคนในออฟฟิศนี้คือเหยื่อ... แต่พวกมันคิดผิด! ทุกคน... เริ่มกระบวนการเปลี่ยนผ่านพลังงานได้!"
ภาพบนจอมอนิเตอร์แสดงให้เห็นพนักงานนับร้อยคนที่กระจายอยู่ทั่วเมือง ไม่ว่าจะเป็ นลิน, เมย์, ภัทร หรือทีมงานฝ่ายต่างๆ ต่างพร้อมใจกันสูดลมหายใจเข้าลึก และแผ่คลื่นความเมตตาและสติบริสุทธิ์ออกไปประสานกับ "ข่ายงานสติควอนตัม" (Quantum Mindfulness Network)
วิ้งงงงงง!
เสียงการหักเหของคลื่นพลังงานดังขึ้นในระดับมิติควอนตัม คลื่นสีแดงฉานที่พุ่งเข้ามาปะทะกับข่ายงานสติสีฟ้าสว่าง ไม่สามารถทะลวงผ่านปราการแห่งปัญญาไปได้ พลังงานความโกรธและความกลัวอันมหาศาลเมื่อชนเข้ากับสภาวะสุญญตา กลับถูกดูดซับและปรับจูนความถี่จนค่อยๆ เปลี่ยนกลายเป็สีฟ้าอ่อนที่อบอุ่นและนิ่งสงบ
ภาพของชายปริศนาบนหน้าจอหลักเริ่มสั่นคลอน สัญญาณภาพลอยซ้อนทับกันด้วยความขัดข้อง เสียงของเื้ัผู้บงการแผดก้องออกมาด้วยความใและไม่ยินยอม
"เป็ไปไม่ได้! นี่มันเื่บ้าอะไรกัน?!" ชายปริศนา สบถลั่น ั์ตาใต้เงามืดฉายแววแตกตื่น "คลื่นสึนามิทางอารมณ์ระดับเมือง... ทำไมมันถึงถูกดูดซับลงได้อย่างง่ายดายขนาดนี้?! พวกแกทำอะไรกับสัญญาณของฉัน?!"
ธรรม ก้าวขึ้นมายืนหน้าจอมอนิเตอร์ สบตากับเงาปริศนานั้นด้วยสายตาทรงพลังและเรียบสงบ
"คุณมองเห็นแค่ความอ่อนแอของมนุษย์ยามไร้สติ..." ธรรม เอ่ยตอบด้วยบทพูดนุ่มนวลแต่ฟาดฟันเข้ากลางใจ "แต่คุณไม่เคยเข้าใจเลยว่า ยามที่มนุษย์มีสติและปัญญา... ไม่มีพายุอารมณ์ลูกใดในโลกนี้ ที่จะทำลายจิตใจอันบริสุทธิ์ลงได้!"
"อย่ามาสามหาวกับฉัน!" ชายปริศนา ตะคอกเสียงดังจนลำโพงแตกซ่า "แกคิดว่าสลายคลื่นระลอกแรกได้แล้วจะชนะอย่างนั้นหรือ?! ฉันจะเร่งกำลังส่งเสาใต้ดินให้ถึงขั้นสูงสุด... ต่อให้เซลล์สมองของคนทั้งเมืองนี้ต้องลัดวงจรจนเป็บ้า ฉันก็จะไม่ยอมแพ้พวกแก!"
"กานต์! อาเกริก!" ธรรม หันไปส่งสัญญาณด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว "ได้เวลาปิดฉากศูนย์ควบคุมใต้ดินนั้นอย่างถาวรแล้วครับ!"