เขาไม่รู้เหตุใดถึงบอกชาวบ้านว่ายังไม่หย่ากับนาง คงเป็เพราะเห็นท่าทางที่อดกลั้นจนเกือบจะหลั่งน้ำตาออกมาเมื่อยามที่มารดาเลี้ยงของเขาต่อว่านาง
หรือจะเป็เพราะสงสารบุตรชายหากโตมาต้องไร้บิดาข้างกาย เช่นเขาที่โตมาไร้มารดาดูแล ตอนที่เขายังเด็กก็เคยนอนกับบิดาแล้วถามถึงมารดาเช่นที่จ้าวเยี่ยนถามเขาเมื่อคืนพอมาตอนนี้เขาจึงเข้าใจแล้วว่าเหตุใดบิดาถึงได้เงียบไปไม่ยอม
อย่างที่ชิงหลิงเคยพูดหากเขาจะแต่งงานใหม่ จ้าวเยี่ยนก็คงต้องมีมารดาเลี้ยง แล้วถ้าหากเขาหามารดาเลี้ยงให้จ้าวเยี่ยนเช่นนางเหยียนชีวิตของบุตรชายก็คงไม่ต่างจากเขาในเวลานี้ จึงทำให้เขาตัดสินใจเช่นนั้น
ส่วนเื่ที่บอกชิงหลิงว่านางอาจจะถูกจับไปถ่วงน้ำก็เป็เขาที่กุเื่ขึ้นมาเองทั้งหมด ยังดีที่นางไม่ได้ไปถามบิดามารดาของนางเสียก่อน
จ้าวเจ๋อหยวนกลับไปเก็บของที่เรือนของเขาก่อนที่จะย้อนกลับมาที่เรือนของชิงหลิง
“กองของท่านไว้ตรงนั้นก่อนเลย”
ชิงหลิงรีบร้องบอกเสียงดัง นางเดินเข้ามาดมกลิ่นที่เครื่องนอน และเสื้อผ้าของจ้าวเจ๋อหยวนที่เขาไปเก็บมาก็พยักหน้าอย่างชื่นชม
“ข้าไม่ได้สกปรกเช่นเ้าเสียหน่อย” เขามองนางอย่างดูแคลน
“เหอะ ผู้ใดจะรู้เล่า” ก็นางไม่เคยรู้เื่ของเขาเลยสักอย่าง
“แล้วขาเ้าไปโดนอะไรมา” ชิงหลิงเห็นเขาทำหน้าบิดเบี้ยวเมื่อก้มลงไปเก็บของ
“ไปรับโทษมา” เขาตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ข้าว่าท่านยังโดนน้อยไป” นางกอดอกมองเขาอย่างยียวน
หากเป็นางทุบตีหรือจะเอาให้น่วมมากกว่านี้แน่นอน
“ท่านเอาของไว้ให้ที่ห้องก่อน แล้วออกมากินข้าว ข้าจะไปตั้งโต๊ะ พาอาเยี่ยนไปล้างมือก่อนกินข้าวด้วย” นางเอ่ยสั่งเขาก่อนจะเดินไปนำอาหารที่อยู่ในครัวออกมา
จ้าวเจ๋อหยวนเมื่ออยู่ในเรือนของผู้อื่นก็ต้องเชื่อฟัง เขานำของเข้าไปเก็บในห้องที่อยู่ข้างห้องของนาง ก่อนจะไปพาบุตรชายที่เล่นอยู่ใต้ต้นไม้ไปล้างมือเพื่อกินข้าว
ชิงหลิงตักข้าวส่งให้จ้าวเจ๋อหยวนและจ้าวเยี่ยน ก่อนจะนำผลรากบังออกมาใส่ธัญพืชแล้วเตรียมนั่งกิน
“เ้ากินอันใด เหตุใดถึงไม่กินข้าว” จ้าวเจ๋อหยวนมองอาหารในถ้วยของนางอย่างแปลกใจ
จะบอกว่าข้าวต้มก็ไม่ใช่ เหมือนแป้งที่ต้มจนเหนียวข้นเสียมากกว่า
“นี่อาหารของข้า วันนี้ข้าไม่ค่อยได้ออกแรง จึงไม่อยากกินข้าว ไม่เช่นนั้นแล้วเมื่อใดน้ำหนักข้าจะลดเล่า” นางก็เอ่ยตอบอย่างไม่ได้คิดอันใด
จ้าวเจ๋อหยวนจึงเพิ่งได้สังเกตนางว่านางเริ่มจะซูบลงจากเมื่อก่อนไปหลายชั่ง หากไม่สังเกตดีๆ ก็คงไม่รู้ เพราะเสื้อผ้าที่นางสวมก็ยังใหญ่โตเช่นเดิม
“เหตุใดต้องลดด้วย” จ้าวเจ๋อหยวนเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ ั้แ่ที่รู้จักนางมา นางก็ตัวใหญ่เช่นนี้มาั้แ่เด็กแล้ว
“เหอะ มีสตรีใดบ้างที่ไม่อยากงาม”
“เ้าจะงามไปให้ผู้ใดดู” จ้าวเจ๋อหยวนขมวดคิ้วหรือนางคิดจะหาสามีใหม่ เพิ่งจะแยกกันอยู่กับเขาได้ไม่ถึงเดือนนางก็มีความคิดเช่นนี้แล้วหรือ
“ต้องให้ผู้ใดดู” ชิงหลิงเงยหน้ามามองเขาราวกับเห็นคนเสียสติ
นางอยากลดน้ำหนักให้เท่ากับภพที่แล้ว ต้องอวดรูปร่างให้ใครดู ที่นางอยากลด เพราะตัวนางจะได้กลับมามั่นใจอีกครั้ง ไม่ใช่เช่นนี้ที่ไม่กล้าออกไปสู้หน้าคนอื่น
“ข้าคิดว่าเ้าจะหาบิดาใหม่ให้อาเยี่ยนเสียอีก”
“เป็ความคิดที่ดี” ชิงหลิงยกนิ้วโป้งให้เขา พร้อมทั้งพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
หากสามีเก่าไม่ดี ก็สู้มีสามีใหม่จะดีเสียกว่า นับว่าั้แ่ที่เขาเข้าเรือนนางมา ประโยคนี้นับว่าน่าฟังที่สุด
ชิงหลิงนางไม่ได้คิดเลยว่าจ้าวเจ๋อหยวนกำลังประชดนางอยู่
“โจว ชิง หลิง เ้าช่างไร้ยางอายนัก”
“เื่อันใด หากเ้าจะหาเื่ข้าก็เงียบปากเสีย ข้าไม่อยากให้อาเยี่ยนได้ยินวาจาที่ไม่น่าฟัง” ชิงหลิงถลึงตามองเขา เพราะตอนนี้บุตรชายของนางกำลังมองบิดากับมารดาสลับไปมา
จ้าวเจ๋อหยวนจำต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมโทสะ วาจาของนางเกือบทำให้เขากระอักเืออกมาเสียแล้ว
“ท่านจะกลับเมืองเมื่อใด”
“อีกสองวัน มีอันใด”
“แล้วจะกลับมาเมื่อใด”
“ไม่รู้ มีอันใด” จ้าวเจ๋อหยวนเงยหน้าขึ้นมามองนางอย่างสงสัย
“ข้าอยากได้ของในเมือง แต่ไม่เป็ไรข้าจะให้บิดาไปซื้อให้”
“เช่นนั้นข้าจะซื้อแล้วนำกลับมาให้เ้า ไม่ต้องไปรบกวนท่านพ่อตา”
“ก็ดี” ชิงหลิงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“เ้าทำอาหารเองหรือ”
จ้าวเจ๋อหยวนเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่ หรือเพราะหลังจากที่โดนนางวางยาเขาก็ไม่เคยกินอาหารของนางจึงไม่รู้ว่านางทำอาหารได้อร่อยเพียงนี้
“ใช่ อร่อยสู้เหลาอาหารที่เ้าทำงานได้หรือไม่”
“ก็ดี”
“เหอะ ข้าว่าของข้าต้องอร่อยกว่าอยู่แล้ว” นางเชิดหน้าขึ้นอย่างได้ใจ
จ้าวเจ๋อหยวนคิดว่าพูดคุยกับนางเช่นนี้ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด อาจจะเป็เพราะทั้งคู่มีหนังสือหย่าอยู่ในมือ นางจึงเลิกเกาะติดอยู่กับเขา
หรือนางคิดจะหาบิดาเลี้ยงให้อาเยี่ยนจริงๆ จ้าวเจ๋อหยวนชำเลืองมองชิงหลิงอยู่บ่อยครั้ง ก็พบว่านางแทบจะไม่ได้สนใจเขาเลย เอาแต่สนใจอาเยี่ยนที่นั่งกินข้าวด้วยตนเองอยู่
จ้าวเจ๋อหยวนวางตะเกียบในมือลงอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อก่อนนางไม่เคยเมินเขาเช่นนี้มาก่อน
“หากท่านไม่ได้ทำอันใด ไปที่เรือนช่างไม้ เอาของกลับมาให้ข้าที”
ชิงหลิงเมื่อมีคนให้ใช้เหตุใดนางต้องปล่อยให้เขาอยู่อย่างสุขสบายในเรือนของนางด้วยเล่า
จ้าวเจ๋อหยวนหยิบถุงเงินที่นางเคยคิดให้ออกมาส่งกลับไปให้นาง เผื่อนางจำเป็ต้องใช้จ่ายภายในเรือนจะได้ไม่ต้องไปรบกวนท่านพ่อตาท่านแม่ยายอีกแล้ว
“ไม่ต้อง ข้าจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว” ชิงหลิงไม่รู้ความหมายของจ้าวเจ๋อหยวน เมื่อเขาส่งถุงเงินให้นาง นางจึงโบกมือปฏิเสธไป
“เอาไว้ใช้จ่ายในเรือน เ้าจะได้ไม่ต้องไปรบกวนท่านพ่อตาท่านแม่ยายแล้ว”
“จริงด้วย ไว้ข้าจะหามาคืนให้ท่าน”
“ไม่ต้อง ถึงอย่างไรข้าก็กินดื่มอยู่ในเรือนของเ้า”