ย้อนเวลากลับสู้วันโลกาวินาศ

    ตอนที่ 49 หน้าด้าน! หน้าทน! หน้าหนา! หน้าไม่อาย!

    ตอนที่ 49 หน้าด้าน! หน้าทน! หน้าหนา! หน้าไม่อาย!

    หลินฟานเริ่มขยับมือของเขากอดเอวของจิ้งจอกน้อยหนิงเฟยเฟย

    ทันใดนั้น หนิงเฟยเฟยก็มีอาการตัวสั่น ถึงเธอจะเตรียมใจมากแล้วแต่นี้มันก็เป็นครั้งแรกของเธอที่โดนผู้ชายโดนตัวขนาดนี้

    หลินฟานยิ้ม จากนั้นเขาก็พูดขึ้นว่า

    “ เธอคงคิดประมาณว่า หากยอมเป็นผู้หญิงคนฉัน ฉันจะสนับสนุนพี่สาวของเธอให้ตำแหน่งของเธอมั่นคงในกองทัพตระกูลหลินสินะ

    “ แต่! เหมือนเธอกำลังเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไป พี่สาวของเธอไม่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนอะไรทั้งนั้น เธอมีความสามารถทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เธอจะกลายเป็นกำลังรบสำคัญของกองทัพตระกูลหลิน และเธอจะกลายเป็นคนที่สำคัญมากๆ ด้วยตัวเธอเอง  ไม่จำเป็นต้องให้น้องสาวช่วยหรอก “

    หนิงเฟยเฟยขยับหน้าอกทั้งสองเข้าใกล้หลินฟาน เธอถูมันไปมาบนหน้าอกของหลินฟาน แล้วก็พูดขึ้น

    “ คุณหลินคิดมากไปแล้ว ฉันแค่ต้องการบริการคุณเท่านั้น “

    “ แต่มือของเธอสั่นอยู่!! “

    หลินฟานพูดพร้อมเบนสายตาไปที่มือของหนิงเฟยเฟย

    หนิงเฟยเฟยเห็นว่ามือของเธอสั่นอยู่จริงๆ เธอรีบพยายามสั่งให้มันหยุด แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามเท่าไหร่ เธอก็ไม่สามารถหยุดมือที่สั่นอยู่ได้

    หนิงเฟยเฟยรีบแก้ตัว

    “ นี่… นี่เพราะมันเป็นครั้งแรกของฉัน… “

    “ เฮ้อ~ “

    หลินฟานถอนหายใจและยกตัวหนิงเฟยเฟยออกจากตัก

    หลินฟานพูดต่อด้วยใบหน้าจริงจังว่า

    “ ออกไปได้แล้วเด็กน้อย เธอไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงพี่สาวของเธอ เรื่องที่ฉันพูดไปทั้งหมดเป็นเรื่องจริง พี่ของเธอแข็งแกร่งและแข็งแกร่งมากๆ ด้วย ส่วนเรื่องความปลอดภัยของตัวเธอเอง เธอก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ถ้าหากพี่สาวของเธอยังมีชีวิตอยู่ มันก็ไม่มีใครกล้าทำอะไรเธอหรอก

    “ แล้วอีกอย่าง ฉันไม่ชอบเด็กน้อยแบบเธอ รอให้โตกว่านี้อีกสัก 1 – 2 ปี ค่อยกลับมายั่วฉันใหม่ บางทีตอนนั้นฉันอาจจะหลงกลเธอก็ได้ เชิญ!! “

    หลินฟานชี้นิ้วไปทางประตูหลังพูดจบ

    หนิงเฟยเฟยต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เธอก็คิดได้ว่า ในเมื่อสถานการณ์มันเป็นแบบนี้ไปแล้วต่อให้พูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ฝืนมากไปก็รังแต่จะเลวร้ายเปล่าๆ

    คิดได้ หนิงเฟยเฟยก็หยิบถ้วยน้ำอุ่นแล้วเดินออกไปจากห้อง

    หลินฟานถอนหายใจ แล้วเขาคิดในใจว่า

    ‘ ยังดีที่เราสามารถหยุดเอาไว้ได้ ถ้าเราทำอะไรเธอลงไปตอนนี้การควบคุมหนิงซิวเย่ให้ทำงานให้ก็คงยากขึ้นเยอะ ถึงจะเสียดายก็เถอะ… แต่ก็ต้องปล่อยผ่านไป หนิงซิวเย่มีค่าอย่างมากในเรื่องของการต่อสู้ เราไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ ‘

    หลังจากจัดการเรื่องทั้งหมด หลินฟานก็เริ่มเข้านอน

    …

    หลายชั่วโมงต่อมา

    “ ตรวจสอบสถานะ “

    ติ่ง!

    [ ชื่อ : หลินฟาน ]

    [ เลเวล 6 ]

    [ 77/100% ในการเพิ่มเป็นเลเวลต่อไป ]

    [ พลัง HP: 13/18  SP:7/10  MP:22/27 ]

    [ ทักษะ : เนโคแมนเซอร์(1),ตรวจสอบ(1) ]

    เมื่อตื่นจากการนอน หลินฟานก็ตรวจเช็คสถานะของตัวเองทันที

    หลินฟานพอใจกับผลที่ออกมาพอสมควร ถึงพลังจะไม่ฟื้นเต็มที่ทั้งหมด แต่ MP ก็เพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่เขาต้องการ

    ด้วย MP ที่เพิ่มขึ้น หลินฟานก็จะสามารถอัญเชิญอันเดดออกมาได้อีก 2 ตัว ด้วยอันเดดที่เพิ่มขึ้นมา 2 ตัว การเก็บเกี่ยวค่าพลังวิญญาณของเขาก็จะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าเมื่อวานเกือบเท่าตัว

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก

    เสียงเคาะประตูดังขึ้น

    หลินฟานได้บอกเอาไว้แล้วตั้งแต่เมื่อวานว่าเข้าจะตื่นตอนไหน ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีคนมาเคาะประตูของเขาแบบนี้ แต่! หลินฟานก็บอกไปแล้วว่าถ้าไม่เกิดเรื่องจริงๆ ก็ไม่ควรมารบกวน ถ้าเขายังไม่ออกจากห้องนอน

    หลินฟานสงสัยเล็กน้อยว่าเกิดอะไรขึ้น

    หลินฟานเปิดประตูห้อง

    หลังจากเปิดประตูหลินฟานก็พบกับจางหยานที่ยืนรออยู่ ใบหน้าของเขาไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก เมื่อเห็นใบหน้าของจางหยาน หลินฟานก็เริ่มรู้สึกใจเสียขึ้นมา หากมีเรื่องที่ทำให้จางหยานอยู่ในสภาพแบบนี้ได้ เรื่องนั้นคงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แน่

    หลินฟานทำใบหน้าจริงจัง จากนั้นก็ถามขึ้นว่า

    “ เกิดอะไรขึ้น!? มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นระหว่างการกวาดล้างงั้นเหรอ!? “

    “ ไม่ครับ… “

    จางหยานส่ายหน้า

    จางหยานเริ่มพูดต่ออีกว่า

    “ การกวาดล้างพวกซอมบี้ด้านนอกโดมจัดงานคอนเสิร์ตเป็นไปได้ด้วยดี หลังจากที่คุณหลินกลับมา พวกเราก็ทำตามแผนที่คุณหลินวางแผนเอาไว้ทั้งหมด เพราะงั้น ซอมบี้รอบโดมจัดงานคอนเสิร์ตจึงโดนฆ่าตายหมดแล้ว “

    ได้ยินดังนั้น หลินฟานก็ขมวดคิ้วสงสัย

    มันก็ไม่น่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแล้วไม่ใช่หรือไง? แล้วใบหน้าที่เหมือนมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแบบนั้นของนาย มันหมายความว่าอะไร?

    จริงสิ!

    อยู่ๆ หลินฟานก็นึกอะไรขึ้นได้ เขาคงประเมินพวกมันเอาไว้ต่ำเกินไป ไม่คิดเลยว่าพวกมันจะเคลื่อนไหวกันเร็วขนาดนี้

    คิดได้ หลินฟานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

    “ พวกตระกูลทรยศมันมากันแล้วสินะ “

    จางหยานแสดงใบหน้าแปลกใจอยู่หลายวิ จากนั้นเขาก็พยักหน้าเป็นการตอบคำตอบ

    หลินฟานคิดเอาไว้แล้วว่าเรื่องต้องเป็นแบบนี้ พวกตระกูลทรยศตอนนี้แทบไม่มีอาวุธอะไรกันเลย เพราะอาวุธแทบทั้งหมดในฐานทัพมณฑลหลินฟาน ได้โดนกองตระกูลหลินขนออกมาจากฐานเรียบร้อยหมดแล้ว

    อาวุธที่พวกนั้นมีอยู่ในครอบครองตอนนี้ อย่างมากก็น่าจะมีแค่ปืนพกไม่กี่กระบอก เพราะพวกทหารระดับสูงทุกคนต่างก็มีปืนพก พกติดตัวตลอด แต่! ก็คงมีกระสุนเหลือไม่มาก เพราะคนปกติเขาไม่พกกระสุนเป็นร้อยนัดพันนัดติดตัวกันหรอก

    หรืออธิบายง่ายๆ พวกตระกูลข้ารับใช้ในตอนนี้ พวกนั้นแทบไม่มีเขี้ยวเล็บอะไรกันเลย

    และในเมื่อพวกตระกูลข้ารับใช้ทรยศมาหาเขาแบบนี้ หลินฟานก็คาดว่า ตอนนี้พวกทรยศนั่นคงหมดทางเลือกกันแล้ว พวกมันคงรู้แล้วว่าตัวเองคงหวังพึงรัฐบาลกลางเจ้านายใหม่ของพวกมันไม่ได้ ถ้าไม่หมดทางเลือกจริงๆ ก็คงไม่หน้าหนาเสนอหน้ามาเจอกับเขา

    “ ต้องขอโทษด้วยครับที่ข้ารับใช้คนนี้ไม่สามารถไล่พวกมันกลับไปได้ พวกมันบอกว่า พวกมันมีเรื่องอยากเจรจากับคุณหลิน ข้ารับใช้คนนี้คิดว่า คุณหลินควรไปคุยกับพวกมันครับ “

    จางหยานพูดด้วยสีหน้ารู้สึกผิด

    หลินฟานถามขึ้นว่า

    “ คนที่มานำกลุ่มคนมาเจรจาครั้งนี้ ก็คือผู้นำตระกูลเว่ยใช่ไหม? “

    “ ครับ “

    จางหยานพยักหน้า

    หลินฟานเดาได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้น หากถามว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากให้หลินฟานคาดเดา ผู้นำตระกูลเว่ยคงเอาจางหลี่ ลูกสาวของจางหยานมาเป็นเครื่องต่อรองให้จางหยานช่วยทำให้ได้เจรจา ไม่งั้นจางหยานคงไม่เสนอให้หลินฟานลองไปคุยดู

    หลินฟานส่ายหน้าเบาๆ เขาอยากบอกเรื่องของจางหลี่ตอนนี้ แต่พูดแบบไม่มีหลักฐานไปก็รังแต่จะเลวร้ายขึ้นเปล่าๆ หลินฟานไม่ต้องการให้จางหยานโกรธจนขาดสติในเวลานี้

    อีกอย่าง หลินฟานยังต้องการให้ตระกูลข้ารับใช้ทรยศทรมานต่อไปอีกสักหน่อย อย่างที่เคยบอกไป การทรมานคนที่ดีที่สุดในวันโลกาวินาศก็คือ การปล่อยให้มีชีวิต หลินฟานจะยอมให้พวกมันตายได้ง่ายๆ ได้ยังไง ไม่มีทาง!

    “ นำทาง! ในเมื่อมันหน้าหนามาเจอกับผมแบบนี้ ผมก็ต้องมีมารยาทไปเจอหน้าของมันเหมือนกัน ผมอยากรู้จริงๆ ว่าผู้นำตระกูลเว่ยมันจะมาไม้ไหน “

    หลินฟานออกคำสั่งแล้วเริ่มออกเดิน

    “ ครับ!! “

    จางหยานตอบรับแล้วเริ่มเดินตาม

    ….

    ณ ประตูทางเข้าหลักของมหาลัยหลินหนาน

    ประตูทางเข้าของมหาลัยในเวลานี้ มันได้ต่างออกไปจากเวลาปกติเป็นอย่างมาก ในตอนนี้ ทางฝั่งด้านในของมหาลัยมีทหารอยู่จำนวนหนึ่งถืออาวุธครบมือ และมีรถฮัมวี่ 2 คัน จอดปิดทางเข้าเอาไว้

    ภาพที่เกิดขึ้นกับประตูทางเข้าหลักของมหาลัยในเวลานี้ มักจะเป็นภาพที่จะเห็นได้บ่อยๆ ในหนังซอมบี้ เวลาทหารปิดกันเมืองหรือปิดกันประเทศเพื่อหยุดเชื้อซอมบี้

    อีกทั้ง ตรงทางเข้ามหาลัยหลินหนายังโดนเอาลวดหนานมาขึงเอาไว้ หากไม่ลงมาเอาออกก่อน ต่อให้เหยียบรถพุ่งชนเต็มที่ รถก็คงไม่สามารถหลุดเข้าไปในมหาลัยได้

    ส่วนอีกฝั่งที่โดนลวดหนามแบ่งเขตเอาไว้ อีกฝั่งก็เต็มไปด้วยซากศพของซอมบี้นอนตายอยู่เต็มถนน ซอมบี้ทุกตัวต่างก็ตายเพราะโดนระเบิดหัวกันทั้งหมด ทว่า ด้านหน้าประตูตอนนี้มันไม่เหลือซอมบี้ที่มีชีวิตอยู่สักตัว แต่กลับมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังยืนอยู่

    ด้านหน้าของกลุ่มคนที่ยืนอยู่คือชายแก่อายุประมาณ 60 ปี

    ส่วนด้านหลังชายแก่ก็เป็นคนหนุ่มสาวอีก 5 คน ทั้ง 5 คนแต่งตัวด้วยชุดสูทดูดี

    และด้านหลังของทั้ง 5 คน ก็คือพวกชายที่สวมชุดทหารอีกประมาณ 20 – 30 คน

    ชายแก่ที่ยืนอยู่หน้าสุดของกลุ่มก็คือ ผู้นำตระกูลเว่ย เว่ยฉางอาน!

    ส่วน 5 คนที่แต่งตัวดูดี คนเหล่านั้นก็คือคนหนุ่มสาวของ 5 ตระกูลข้ารับใช้ทรยศ  พวกนี้โดนส่งมากับเว่ยฉางอานก็เพื่อสังเกตการณ์การเจรจาครั้งนี้ พวกเขาทั้ง 5 คน ต่างก็มีตำแหน่งระดับสูงในตระกูลกันทั้งนั้น

    ส่วนพวกทหารที่อยู่ด้านหลังสุด พวกเขาต่างก็เป็นพวกทหารที่อยู่ในการดูแลของพวกตระกูลข้ารับใช้ทรยศ แต่ถึงจะบอกว่าเป็นทหาร พวกทหารของพวกตระกูลข้ารับใช้ทรยศก็ต่างจากทหารที่อยู่หน้าประตูมหาลัยมาก

    ทหารฝั่งที่อยู่ในมหาลัยหลินหนาน พวกเขามีทั้งปืน มีทั้งชุดเกราะและอาวุธจำเป็นต่างๆ ของทหารครบมือ แต่ทหารฝั่งตระกูลข้ารับใช้ทรยศ ทหารเหล่านั้นมีเพียงปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวกันเท่านั้น

    “ จางต๋าหมิง!! พวกเรารอมาหลายชั่วโมงแล้ว ทำไมคุณหลินยังไม่ออกมาอีก นี่ตระกูลจางของพวกนายไม่อยากเห็นหน้าของจางหลี่แล้วใช่ไหม ห่ะ!!! “

    ชายสวมชุดสูทดูดี ผู้เป็นตัวแทนจากตระกูลหวังตะโกนถาม

    คนที่รับหน้าที่เป็นหัวหน้าป้องกันประตูอยู่ตอนนี้ก็คือ จางต๋าหมิง จางต๋าหมิงที่ยืนอยู่ก็มองไปทางชายคนที่ตะโกนด้วยแววตาไม่ใส่ใจ จากนั้นเขาก็พูดว่า

    “ ถ้าน้องสาวของฉันเป็นอะไรไป ตระกูลหวังทั้งตระกูลต้องตอบคำถามนี้ “

    “ แก…!! แกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร แกรู้ไหมว่าฉันมีตำแหน่งอะไรในตระกูลหวัง “

    ชายจากตระกูลหวังโต้ตอบด้วยอารมณ์ไม่พอใจ หากไม่ใช่เพราะฝั่งตัวเองกำลังเสียเปรียบ เขาคงสั่งให้พวกทหารฆ่าจางต๋าหมิงไปแล้ว ไอ้เวรนี่มันอวดดีเหลือเกิน!

    จางต๋าหมิงยังคงมองชายจากตระกูลหวังแบบไม่ใส่ใจ จากนั้นก็พูดขึ้นว่า

    “ แกคือผู้อาวุโสของตระกูลหวังที่อายุน้อยที่สุด หวังชง! ทำไมฉันจะไม่รู้จักแก แต่แกลืมสถานะของตัวเองไปแล้วหรือไง ก่อนเกิดวันโลกาวินาศ สถานะของฉันก็สูงกว่าผู้อาวุโสแบบแก เพราะฉันคือผู้นำตระกูลจางคนต่อไป

    “ และพอเกิดวันโลกาวินาศแบบนี้ สถานะของฉันกับแกมันก็ห่างกันไปอีก ตอนนี้พวกเราตระกูลข้ารับใช้มีอาวุธอยู่ในมือ พวกเรามีปืน มีรถหุ้มเกาะ มีรถถัง และมีเฮลิคอปเตอร์โจมตี พวกแกละมีอะไร เหอ! ไอ้พวกทรยศ!! “

    จางต๋าหมิงมองพวกทรยศด้วยสายตาดูถูก

    จางต๋าหมิงเองก็รู้สึกไม่ต่างอะไรจากชายตระกูลหวัง หากไม่ใช่เพราะโดนพ่อของเขาห้ามเอาไว้ และเป็นห่วงน้องสาวของเขา จางต๋าหมิงก็คงจะฆ่าไอ้พวกเวรหน้าด้านหน้าหนาพวกนี้ไปหมดแล้ว

    “ แก!! อย่าลืมซะละว่าน้องสาวของกะ- “

    “ หยุดได้แล้วหวังชง!! พวกเรามาเจรจาพวกเราไม่ได้มาหาเรื่องกับฝั่งตระกูลหลิน หากนายยังพูดไปมากกว่านี้ ฉันก็คงต้องใช้กำลังเพื่อหยุด!! “

    ผู้นำตระกูลเว่ย เว่ยฉางอานหยุดเอาไว้ก่อนที่หวังชงจะพูดจบ

    หวังชงแสดงท่าทางไม่พอใจเล็กน้อย แต่ด้วยสถานะของเขาในตอนนี้ หากขัดคำสั่งผู้นำตระกูลเว่ยที่นี่ ตัวเขาคงจะมีแต่ปัญหาแน่ๆ และอีกอย่าง การมาครั้งนี้ก็มาเพื่อเจรจาจริงๆ

    หวังชงผสานมือไปทางผู้นำตระกูลเว่ย จากนั้นก็พูดขึ้นว่า

    “ ครับ!! “

    ผู้นำตระกูลเว่ย เว่ยฉางอานพยักหน้ารับ

    จากนั้นผู้นำตระกูลเว่ยก็มองไปทางจางต๋าหมิงด้วยใบหน้าปั้นยิ้ม แล้วเขาก็พูดขึ้นว่า

    “ หนุ่มน้อยตระกูลจาง ต้องขอโทษด้วยกับคำพูดของหวังชงเมื่อครู่ พวกเราตระกูลเว่ยทุกๆ คน มองจางหลี่เป็นสมาชิกในครอบครัวของเรา พวกเราตระกูลเว่ยไม่มีทางทำอะไรเธออยู่แล้ว

    “ เพียงแต่ว่า! สิ่งที่หวังชงพูดเมื่อครู่มันก็ไม่ผิดทั้งหมด พวกเรารอมาตั้งแต่ตี 3 จนตอนนี้มัน 6 โมงเช้าเข้าไปแล้ว คุณหลินยังไม่ออกมาเลย นายช่วยไปบอกให้คุณหลินรีบออกมาหน่อยได้ไหม พวกเราเองก็มีความอดทนเหมือนกัน

    “ และฉันก็เกรงว่า หากการเจรจาครั้งนี้ไม่สำเร็จขึ้นมา จางหลี่ที่อยู่ในตระกูลเว่ยก็คงใช้ชีวิตลำบากขึ้นมาก ต่อให้เป็นฉัน ฉันก็คงปกป้องเธอไม่ได้หากคนในตระกูลเว่ยไม่ชอบเธอ เฮ้อ~ “

    ผู้นำตระกูลเว่ยแสดงใบหน้าเศร้าใจออกมาระหว่างพูด

    จางต๋าหมิงที่ได้ยินก็รู้สึกว่า ไอ้จิ้งจอกเฒ่านี่มันกวนประสาทจริงๆ บอกว่าไม่ทำร้าย บอกว่าเห็นเป็นครอบครัว แต่ประโยคช่วงหลังมันฟังยังไงก็เป็นการข่มขู่ชัดๆ

    ‘ ไอ้แก่เวร!! ‘

    จางต๋าหมิงสบถอยู่ในใจ

    แต่ถึงจะโกรธขนาดไหนจางต๋าหมิงก็พูดแบบที่คิดไม่ได้ นั่นเพราะพูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แถมอาจจะทำให้เรื่องมันแย่ลงไปอีก

    จางต๋าหมิงปั้นยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า

    “ จิ้งจอกทะ.. ไม่สิ! ท่านผู้นำตระกูลเว่ยไม่ต้องเป็นห่วงไป อีกไม่นานคุณหลินก็จะมาแล้ว เมื่อวานคุณหลินต่อสู้หนักมาก เขาเลยต้องพักผ่อน หากรอได้ก็รอ หากรอไม่ได้ก็กลับไปก่อนแล้วค่อยมาใหม่ …ส่วนเรื่องของจางหลี่ หากเธอได้รับบาดเจ็บหนึ่งแผล ตระกูลเว่ยทุกคนก็ต้องได้รับเหมือนกัน

    “ หลังจากนี้ผมจะไม่ตอบอะไรอีก หากมีใครพูดอะไรไม่เข้าหูขึ้นมาอีกครั้ง ครั้งนี้ผมจะไม่ตอบด้วยลมปาก แต่มันจะเป็นเม็ดกระสุนที่ตรงเข้าไปหาแทน หวังว่า! ท่านผู้นำตระกูลเว่ยจะควบคุมคนของท่านได้ “

    จางต๋าหมิงรีบตัดบทสนทนาหลังพูดจบ เพราะเขาไม่อยากปะทะฝีปากกับจิ้งจอกเฒ่าตระกูลเว่ย

    ผู้นำตระกูลเว่ยแสยะยิ้มเล็กน้อย เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับจากคำพูดกวนประสาทของจางต๋าหมิง ผู้นำตระกูลเว่ยรู้ดีว่า เขาไม่ควรเถียงในเวลาแบบนี้ เพราะถึงจะเถียงชนะไปมันก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร เขามาที่นี่เพื่อเจรจากับหลินฟานเท่านั้น เรื่องอื่นเขาไม่สนใจ

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลากลับสู้วันโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189