ภายในห้องรับรอง..
"เอ่อ...ท่านภาคิน เพื่อไม่ให้เป็ที่จับตามองจนเกินไปข้าและรองผู้อำนวยการจะช่วยกันปิดข่าวให้ แต่ต่อจากนี้เป็ต้นไปสถานะของท่านในโรงเรียนจอมเวทย์จะไม่ใช้ผู้พิทักษ์อีกต่อไป แต่จะเป็ลูกชายของผู้พิทักษ์แทนหวังว่าท่านคงจะไม่คัดค้าน.."
ผู้อำนวยการโรงเรียนจอมเวทย์กล่าวออกมาอย่างลำบากใจ เพราะเขาเข้าใจดีว่าเด็กที่มีชนชั้นสูงส่งอย่างภาคิน จะต้องไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน เพราะเด็กที่เกิดมาจากตะกูลของชนชั้นสูง ส่วนมากจะชอบโอ้อวดบรรดาศักดิ์และความมั่งมีของตัวเอง เพื่อ้าหน้าตาจากคนรอบข้าง ดังนั้นผู้อำนวยการจึงไม่ค่อยจะมั่นใจนักว่าการขอร้องของเขาจะได้รับการตอบรับหรือไม่
"ไม่เป็ไรครับ ป้องกันไว้ก่อนก็ดีแล้ว เพราะถึงยังไงตอนนี้ผมก็ยังไม่สามารถปกป้องตัวเองได้"
ภาคินเข้าใจความคิดของทั้งสองคนดี เพราะตอนนี้เขาแทบจะใช้เวทย์มนตร์ไม่ได้เลย แล้วผู้พิทักษ์อะไรนั่นเขาก็ไม่อยากจะเป็เหมือนกัน และที่สำคัญยิ่งภาคินมีฐานะที่สูงส่งแค่ไหน แต่เขากลับใช้เวทย์มนตร์ไม่ได้เลย มันก็จะยิ่งน่าอายและลำบากยิ่งกว่าการปกปิดตัวเองอีก
และที่สำคัญตอนนี้สำหรับภาคินแล้ว เขาไม่ได้้าชื่อเสียงแต่เป็พลังต่างหากที่เขานั้นแสวงหา ดังนั้นในตอนนี้สิ่งที่เขาต้องสนใจก็คือ การเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเอง และในขณะที่ภาคินกำลังพูดคุยกับจาร์ยทั้งสองท่านอยู่ในห้องรับรองอยู่นั้น
ก๊อกๆ..
"ผมมาแล้วครับ อาจารย์.."
เสียงของนักเรียนโรงเรียนจอมเวทย์คนหนึ่งดังขึ้นมาที่หน้าประตูห้อง ซึ่งนักเรียนคนนี้มีชื่อว่าเมสัน เมสันเป็ศิษย์ส่วนตัวของรองอาจารย์ใหญ่แพนเตอร์ และเป็นักเรียนชั้นปีที่3ของโรงเรียนจอมเวทย์ ส่วนพลังเวทย์ของเมสันอยู่ในระดับนักเวทย์
ระดับนักเวทย์ในต่างโลกนี้แบ่งออกได้ทั้งหมด7ขั้น ส่วนการจะขอเลื่อนระดับขั้นทุกๆคนสามารถเข้าร่วมการทดสอบได้ทุกที่ๆมีโรงเรียนจอมเวทย์ตั้งอยู่ ส่วนการทดสอบของจักพรรดิ์เวทย์ขึ้นไป ต้องไปที่เมืองหลวงเพนดราก้อนเท่านั้น นั่นก็คือโรงเรียนของเหล่าจอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาณาจักร โรงเรียนจอมเวทย์ศักสิทธิ์แห่งอาณาจักรเพนดราก้อน และระดับพลังของนัก เวทย์ในโลกนี้ก็สามารถแบ่งออกได้ดังต่อไปนี้
1.นักเวทย์ฝึกหัด
2.นักเวทย์
3.นักรบเวทย์
4.อัศวินเวทย์
5.จักรพรรดิเวทย์
6.ราชันย์เวทย์
7.จอมเวทย์
8.จอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์
"ท่านภาคินเชิญตามเมสันไป..เขาจะพาท่านไปที่ห้องพัก ส่วนของใช้ที่จำเป็ทั้งหมดข้าจะสั่งให้คนเอาไปให้ท่านในวันพรุ่งนี้..."
ผู้อำนวยการของโรงเรียนจอมเวทย์ชาร์ล กล่าวออกมาอย่างนอบน้อม โดยที่ไม่ได้สนใจเมสันที่กำลังยืนอ้าปากค้างอยู่ข้างๆเลย
"เด็กคนนี้เป็ใครกัน? ทำไมผู้อำนวยการถึงได้นอบน้อมขนาดนี้...?"
เมสันได้แต่เก็บเื่สงสัยนี้ไว้ในใจโดยที่ไม่กล้าถามออกมา เพราะเมสันเป็คนที่ฉลาดและสามารถแยกแยะได้ ว่าเื่ไหนสมควรถามและเื่ไหนไม่สมควรจะถาม เพราะเมสันถูกรองอาจารย์ใหญ่แพนเตอร์พร่ำสอนเื่พวกนี้อยู่เสมอ
"เชิญตามข้ามาเลย ท่านภาคิน..." เมสันเอ่ยออกมาด้วยอาการเกรงๆ เพราะเขาไม่เคยพูดคำสุภาพกับคนที่มีอายุน้อยตัวเองกว่ามาก่อน
"เห้อหวังว่าคงจะไม่มีใครไปยั่วโมโหเขานะ" แพนเตอร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ ในขณะที่กำลังจ้องมองไปยังด้านหลังของภาคินที่ค่อยๆเดินออกไปจนลับสายตา
"เื่ของท่านภาคินเ้าไม่ต้องไปกังวลเหรก สิ่งที่เ้าสมควรจะกังวลตอนนี้นะคือกาไรปเก็บกวาดศพเ่าั้ และอีกอย่างเราจะไปหาอาจาร์ยใหม่จากที่ไหนดี เพราะเราสองคนสังหารพวกเขาไปหมดแล้ว"
ชาร์ลถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้
"งั้นเ้าออกไปจ้างพวกนักรบเวทย์ที่้าเป็อาจารย์ของโรงเรียนเรามาให้เร็วที่สุด ส่วนค่าจ้างก็ให้แพงกว่าปกติหน่อยเพราะเรารีบ ส่วน2-3วันนี้ก็ให้พวกนักเรียนรุ่นพี่สอนรุ่นน้องไปก่อนก็แล้วกัน"
หลังจากที่แพนเตอร์ได้รับคำสั่ง เขาก็รีบเดินทางออกไปจากโรงเรียนเพื่อตามหาอาจารย์คนใหม่ ของโรงเรียนจอมเวทย์ทันที
และแล้วเจ็ดวันผ่านไปอย่างรวดเร็วอีกครั้ง..
ภายในห้องเรียน
"ไม่เข้าใจ?ไม่เข้าใจทำไมต้องมาเสียเวลาวาดวงเวทย์? ทำไมต้องมาร่ายบทเวทย์ยาวๆ?"
หลังจากที่ภาคินเข้าเรียนในโรงเรียนจอมเวทย์ ในฐานะนักเรียนชั้นปี1 ตอนนี้เขากำลังนั่งฟังอาจารย์สอนเกี่ยวกับการวาดวงเทย์เพื่อเป็ตัวแปร ในการหยิบยืมพลังงานจากธรรมชาติ แล้วเปลี่ยนสภาพของมันมาเป็พลังเวทย์ ตามชนิดของธาตุนั้นๆ
สมมุตินักเรียนคนหนึ่งมีธาตุั้แ่กำเนิดคือธาตุไฟ นักเรียนคนนั้นก็จะต้องมีบทเวทย์ธาตุไฟ เพื่อใช้เป็ตัวกลางในการหยิบยืมพลังงานของธรรมชาติธาตุไฟ และนี้ก็คือบทเรียนแรกในฐานะนักเวทย์ฝึกหัดที่ทุกคนจะต้องได้เรียนรู้ เพราะนักเรียนพวกนี้ยังไม่ได้เป็นักเวทย์เต็มตัว ดังนั้นจึงยังสามารถหยิบยืมพลังเวทย์จากธรรมชาติได้ มันจึงง่ายต่อการทดลองและเรียนรู้
เพราะหากวันใดที่เด็กหนุ่มสาวเหล่านี้ ก้าวขึ้นเป็นักเวทย์เต็มตัวแล้วละก็ ความสามารถในการหยิบยืมพลังเวทย์จากธรรมาชาติก็จะหายไป และที่สำคัญหากนักเวทย์มีระดับมานามากเท่าไหร่ ความยากและการควบคุมของบทเวย์ก็จะยากขึ้นเท่านั้น
และที่สำคัญยิ่งนักเวทย์มีระดับสูงเท่าไหร่บทเวทย์ก็จะยิ่งยาวขึ้น แถมวงเวทย์ก็จะยิ่งซับซ้อนยิ่งๆขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นหากคนที่ไม่มีความจำเป็เลิศ หรือขยันจริงๆ มันก็ยากที่คนทั่วไปจะก้าวไปถึงขั้นนักรบเวทย์ได้ แม้จะใช้เวลาตลอดทั้งชีวิตก็ตาม
และเพราะความยากนี้เองที่ทำให้โรงเรียนจอมเวทย์แห่งนี้มีนักรบเวทย์น้อยมากๆ เมื่อเทียบกับโรงเรียนจอมเวทย์ในเมืองใหญ่ๆ แต่ถึงอย่างนั้นโรงเรียนจอมเวทย์แห่งนี้จะตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ระดับสอง แต่ก็มีพื้นที่อยู่เกือบ10เอเคอร์หรือประมาณ40,000 ตารางเมตรเลยทีเดียว
ซึ่งถือว่ากว้างมากๆ สำหรับโรงเรียนในเมืองใหญ่ระดับสอง ส่วนชั้นเรียนของโรงเรียนจอมเวทย์นั้นมีทั้งหมด4ชั้นด้วยกันโดยแบ่งตามลำดับน้อยไปมาก และอีกเื่ที่สร้างความแปลกใจให้ภาคินอยู่ไม่น้อยในตอนนี้คือ การเรียนของแต่ละคนที่นี้จะใช้เวลาไม่เท่ากันสมมุติภาคินเพิ่งจะเข้าชั้นปี 1
แต่หากภาคินมีพรสรววค์หรือความสามารถที่เกิดตัว ภาคินก็สามารถเข้ารับการทดสอบเพื่อขอเลื่อนระดับชั้นเรียนได้ทันที โดยไม่ต้องสนใจว่าภาคินนั้นจะอายุเท่าไหร่ เพราะโรงเรียนแห่งนี้จะวัดกันที่ความสามารถเท่านั้น ดังนั้นภายในโรงเรียนนี้จึงมีนักเรียนที่มีอายุั้แ่10ขวบ จนไปถึง40ปีเลยทีเดียว
"เห้ยดูเ้านั่นดิ!!มาจากชนชั้นสูงแท้ๆ แต่กลับต้องมาเรียนเวทย์มนตร์ั้แ่พื้นฐานแบบนี้ น่าขายหน้าเป็บ้าเลยว่ะฮ่าๆ"
เสียงนินทาแบบเปิดเผยดังขึ้นมาเป็พักๆ หลังจากที่อาจารย์สอนเวทย์มนตร์ได้เดินออกไปจากห้องแล้ว และเสียงนินทานี้ก็เริ่มดังขึ้นมาเรื่อยๆเพราะเด็กในห้องนี้ ล้วนไม่ชอบขี้หน้าภาคินทั้งสิ้น เพราะภาคินที่มาจากชนชั้นสูงแท้ๆ แต่กลับไม่สามารถวาดวงเวทย์ หรือร่ายคาถาได้เลย จึงทำให้เขาในตอนนี้กลายเป็ไอโง่ในสายตานักเรียนคนอื่นไปแล้ว
"หืม.. แม้แต่ต่างโลกก็มีสินะพวกที่ชอบล้อเลียนคนอื่น เพื่อแลกกับความสนุกของตัวเองฮึ!!"
ภาคินที่ได้ยินก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะถึงยังไงคนพวกนี้ก็ทำได้แค่พูดล้อเลียนเท่านั้น แต่หากว่าพวกเขาล้ำเส้นมากไปกว่านี้ตัวเขาเองก็คงไม่สามารถที่จะปล่อยพวกมันไปได้เช่นกัน เพราะภาคินนั้นหาใช่คนที่มีความอดทนมากมายนัก
และที่สำคัญภาคินในตอนนี้ยังมีเื่สำคัญบางอย่างที่ต้องคิดอยู่ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ให้ความสนใจกับคำพูดของคนพวกนั้นมากนักเนื่องจกาตอนนี้เขายะงไม่หายสงสัยว่าทำไม เขาจะต้องวาดวงเวทย์? แล้วทำไมเขาต้องมาร่ายบทเวย์ด้วย? ก็เพราะเขานะสามารถใช้มันออกมาได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาทำเื่พวกนั้นเลยด้วยซ้ำ
ส่วนเื่นี้แม้แต่ภาคินเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงสามารถทำได้แบบนี้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจก็คือ มันต้องเกี่ยวข้องกับธาตุมืดที่อยู่ในตัวของเขาอย่างแน่นอน
แต่..ในขณะที่ภาคินกำลังนั่งคิดอยู่เงียบๆเกี่ยวกับเื่ราวที่ยังคงสงสัย และกำลังวางแผนที่จะกลับไปยังโลกปัจจุบันอยู่นั้น
"เห้ยลูกพี่พวกข้าถามไม่ได้ยินหรือไงว่ะ!!!"
จู่ๆก็มีเสียงะโดังขึ้นมาที่ด้านหลังของภาคิน และสิ่งที่ตามมาพร้อมเสียงนั่นก็คือฝ่ามือขนาดใหญ่ ที่ตบลงไปยังหัวของภาคินจากด้านหลังอย่างรุนแรง
"เห้ยอย่าตบมันแรงดิว่ะ นั่นมันลูกชายของผู้พิทักษ์เมืองใหญ่ระดับ3เลยนะโว้ย เมืองพ่อค้านะรู้จักไหมฮ่าๆ"
"มาจากเมืองใหญ่ระดับ3แล้วไง? อย่าหยิ่งให้มันมากนัก ลูกของชนชั้นสูงเหรอ?แล้วยังไงว่ะ ลูกพี่พวกข้าก็ชนชั้นสูงเหมือนกัน
โว้ย!!"