แต่สีหน้ายังคงเก็บงำบางอย่างไว้
"ฝานกงกงกลับมาพร้อม จดหมายฉบับร่าง ยื่นส่งจดหมายให้ฮ่องเต้
สีหน้าของฮ่องเต้เรียบเฉยไม่อาจคาดเดาอารมณ์ความรู้สึก หว่านหนิงกำมือของลี่หยางอย่างปลอบใจ
"ฉบับนี้ก็มิได้มีการสั่งให้ปล่อยตัวแต่อย่างใดไท่จือเ้าว่าอย่างไร"
"เสด็จพ่อ คนของลูกอาจมีใครที่พยายามจะหาผลประโยชน์จึงได้กระทำเื่แบบนี้โดยพลการลูกกลับไปตั้งใจสอบสวนคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด"
"หว่านหนิงเ้าดูเสียหน่อย"ฝานกงกงนำจดหมายฉบับร่างมาให้เปรียบเทียบกัน หว่านหนิงคลี่จดหมายทั้งสองฉบับ
"มีผู้เปลี่ยนอักษร ลายมือของหว่านหนิงมีหนักเบาขอฝ่าาทอดพระเนตร" หยิบพู่กันมาตวัดเป็ประโยคเดียวกันนั้น ฮ่องเต้โบกมือเหมือนจะบอกว่าไม่ต้องแล้ว
"ข้าเข้าใจแล้วอาจเป็อย่างที่ไท่จือพูดคนของไท่จือมีให้ใช้สอยมากมายอาจมีสักคนที่นอกแถว ไท่จือคราวหลังจะทำการสิ่งใดตรวจสอบเสียให้ดีก่อน"
"เสด็จพ่อสั่งสอนถูกแล้วลูกวู่วามเกินไป ครั้งนี้พี่ห้าต้องมาถูกกล่าวหาอีกทั้งพระชายาของพี่ห้าก็ต้องวุ่นวายไปด้วย เื่บ้านเมืองไม่ใช่หน้าที่ที่หญิงงามเช่นชายาพี่ห้าจะต้องกังวลเอาเวลา ไปแต่งตัวสวยๆ รอพี่ห้าที่ตำหนักจะดีเสียกว่าครั้งนี้พี่ห้าคงไม่ถือสา"พูดเป็เชิงปรามหว่านหนิง
"ข้าแต่เดิมทำการสิ่งใด หากไม่ผิดก็มักจะผิดหรือหากผิดก็จะกลายเป็เื่ใหญ่อยู่แล้วครั้งนี้ไม่มีการรับโทษนับว่า์มีตา"น้ำเสียงแสดงความน้อยใจฮ่องเต้ ถอนหาใยยาว
"หว่านหนิงเองก็วู่วามเกินไปเกรงว่าองค์ชายห้าจะต้องเดือดร้อนเพราะหว่านหนิงเป็คนร่างหนังสือขึ้นมาเองกับมือ ดีที่คนของไท่จือหยิบผิดไปไม่เช่นนั้นคงไร้หลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ใจ"ความจริงหว่านหนิงจงใจวางฉบับร่างทั้งสองไว้ใกล้กันและเก็บฉบับจริงไว้
"คราวหลังหวังว่าไท่จือจะตรวจสอบให้ดีพี่ห้าของท่านหากมองผิวเผินมักจะเป็คนที่ทำสิ่งใดก็ผิดพลาดแต่หากมองให้ถ่องแท้จะรู้ว่าแวดล้อมขององค์ชายห้ามักมีแต่คนที่คิดจะโยนความผิดให้เขา"
"หุบปากของเ้าเสีย"ลี่หยางตวาดหว่านหนิงเสียงดังลั่น
หว่านหนิงใไม่น้อยแต่กลับสงบนิ่ง ดุจหินผาไท่จืออมยิ้ม
"อิงไถพาพระชายากลับตำหนักร้อยดาว"
"หว่านหนิงทูลลา"ย่อตัวทำความเคารพฮ่องเต้ก่อนจะกลับออกไปทันที
"เื่ราวในครั้งนี้ยังหาตัวคนผิดไม่ได้ ทุกอย่างในวังหลวงมักเป็เช่นนี้ไท่จือ ข้ามอบหมายให้สืบหาคนกระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว"ฮ่องเต้พูดตัดบทเมื่อเห็นว่า เหตุการณ์จะเลวร้ายลงไปกว่าเดิม
ไท่จือในดวงตาเต็มไปด้วยแววครุ่นคิดต่างจากลี่หยางที่แววตาเจ็บซ้ำอย่างที่สุด
"องค์ชายทรงไม่เห็นควมหวังดีของพระชายาหรืออย่างไร"อิงไถนึกโมโหแทนตามนิสัยมุทะลุของนาง
"องค์ชายจงใจทำแบบนี้เพียงเพื่อปกป้องข้า ไท่จือกับฝ่าาหาใช่คนที่ข้าจะต่อกรด้วยเพียงแค่คำพูดไม่กี่คำของข้า"รู้สึกเหมือนกำลัง ต่อสู้กับศัตรูที่เหนือกว่า จนไม่อาจเอื้อมเห็นทีจะต้องพึ่ง มันสมองของมารดาเสียแล้ว
...ตำหนักฮองเฮา….
"555เื่ราวที่เล่ามาสนุกสนานยิ่งกว่าหุ้นละคร”
“เสด็จแม่รู้ไหมความจริงลูกตั้งใจจะ ไปร่วมแสดงกับพวกเขา แต่เห็นว่าละครฉากนี้ปล่อยให้ไท่จือกับพี่ห้าเล่นกันไปสองคน อ๋อแล้วยังมี พระชายาคนสวยของพี่ห้าที่นางช่างกล้าเสียจริงคำพูดของนางแต่ละคำล้วนเหมือนคมกระบี่ที่บาดลึก และยังใช้ฝ่ามือกดลงไปให้จมลึก”
“นางฉลาด แต่เ้าเห็นไหมว่าลี่หยางฉลากกว่านาง อย่างน้อยเขาก็ไม่แสดงท่าทีใดใด และยังทำเป็โมโหนางต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าาและไท่จือป้องกันนางจาก หมาป่าอย่างไท่จือ”
“ไท่จือดำเนินแผนการอย่างดียังโดนนางตลบหลังใครจะคิดกันว่านางจะร่างจดหมายไว้อีกฉบับ เสด็จพ่อแม้้ากล่าวโทษไท่จือเพียงใด แต่ตำแหน่งไท่จืออย่างไรก็ต้องให้ความสำคัญอันดับสองรองมาจากฮ่องเต้ เสด็จพ่อทำเช่นนี้นอกจากพี่ห้าไม่กล้าตำหนิแล้วไท่จือยิ่งได้ใจ แต่หากจะทำอะไรก็คงจะระวังตัวมากขึ้น”
“เ้าสิบสี่ลี่จาง ของแม่ช่างฉลาดหลักแหลมหากกำจัดสองคนนั้นได้ ตำแหน่งไท่จือหากไม่ยกให้เ้าคงไม่ได้”ใบหน้าหล่อเหลาทว่ากับ มีแววตาร้ายกาจไม่น้อย