แต่การจะได้จักรเย็บผ้าในอนาคตก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องรอนานแค่ไหน!
เฉินเจียอวี้แทบจะละสายตาไปจากชุดกระโปรงที่ซูเจียวเจียวสวมอยู่ไม่ได้มันช่างประณีตงดงามจับตาเสียจนเธออยากได้มาครอบครอง
ซูเจียวเจียวมองประกายความอยากได้ในแววตาของเธอแล้วยิ้มกล่าว “ช่างเหยียนบอกว่าคุณตามหาฉันมีอะไรงั้นหรือคะ ชุดกระโปรงมีปัญหาอีกแล้วหรือ?”
เฉินเจียอวี้ส่ายหน้า“เปล่าเลยค่ะ เปล่าเลย”
เธอเผยรอยยิ้มอย่างตื่นเต้น“หลังจากที่คุณช่วยแก้ไขชุดกระโปรงให้ฉันคนส่วนใหญ่ก็พากันชมว่าสวยมากเลยค่ะแม้แต่ครูผู้หญิงที่โรงเรียนก็ยังถามไม่หยุดว่าฉันไปสั่งทำมาจากที่ไหน”
นี่เป็นการสนองความต้องการด้านความรักสวยรักงามของเธอได้อย่างเต็มเปี่ยม!
“ที่บ้านฉันยังมีชุดกระโปรงอีกหลายชุดค่ะ ฉันรู้สึกว่าแบบมันล้าสมัยเกินไปอยากจะให้คุณช่วยแก้ไขให้ทั้งหมดเลย” เธอพูดพร้อมกับมองไปรอบๆอย่างระมัดระวัง “เรื่องราคาไม่ใช่ปัญหาค่ะ”
ซูเจียวเจียวไม่ได้ตอบตกลงทันที“ฉันต้องขอดูชุดกระโปรงก่อนว่าสามารถปรับแก้ได้หรือไม่ค่ะ”
ถึงแม้การปรับแก้ชุดกระโปรงจะง่ายกว่าการตัดชุดใหม่แต่ก็ต้องพิจารณาก่อน
“ตกลง! งั้นคุณไปบ้านฉันสิคะ ฉันจะเอาให้คุณดู” เฉินเจียอวี้กล่าวอย่างตื่นเต้น
ซูเจียวเจียวพยักหน้าจากนั้นเธอก็พาเซียวหยวนซินและหลิวหยวนหยวนไปยังบ้านของเฉินเจียอวี้ด้วยกัน
เฉินเจียอวี้อาศัยอยู่ในตรอกแห่งหนึ่งบ้านของเธอกว้างขวางพอสมควร มีสนามเล็กๆ ด้วย บ้านจัดแต่งอย่างสะอาดเรียบร้อย
เฉินเจียอวี้พาพวกซูเจียวเจียวทั้งสามคนเข้าไปในบ้านก่อนจะรินน้ำหวานสามถ้วยให้พวกเขา
ซูเจียวเจียวเอ่ยปฏิเสธอย่างสุภาพ“ครูเฉินไม่ต้องลำบากก็ได้นะคะ พวกเรายังไม่กระหายน้ำเลย”
“เรื่องชุดคราวก่อน ฉันผิดเองที่เข้าใจคุณผิดคุณไม่ถือโทษโกรธเคืองและยังช่วยแก้ไขชุดกระโปรงให้ฉันอีกฉันยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณของคุณเลย นี่แค่น้ำหวานถ้วยเดียวเองอย่าได้ปฏิเสธฉันเลยนะคะ ไม่อย่างนั้นต่อไปฉันก็ไม่กล้าขอให้คุณช่วยแล้วค่ะ”เฉินเจียอวี้ยิ้มกล่าว
ซูเจียวเจียวได้ยินดังนั้นจึงไม่ได้ปฏิเสธต่อเธอคิดในใจว่าครูเฉินคนนี้ดูจะน่ารักกว่าที่เห็นครั้งที่แล้วมาก
คงเป็นเพราะครั้งที่แล้วชุดกระโปรงใหม่ของเธอถูกทำขาดเธอเสียใจมากจนไม่มีเวลาจะมาสนใจเรื่องอื่น เลยทำให้ตอนนั้นอารมณ์ฉุนเฉียวไปหน่อย
หลังจากที่เรื่องราวทุกอย่างถูกแก้ไขจนกระจ่างเฉินเจียอวี้ก็รู้สึกเสียใจมาก เธอคิดว่าในฐานะครูคนหนึ่งเธอไม่ควรที่จะกล่าวหาคนอื่นโดยที่ยังไม่รู้ความจริง
ดังนั้นเมื่อเห็นซูเจียวเจียวในครั้งนี้เธอจึงชงน้ำหวานให้พวกเขาทั้งสามคนทันที
เซียวหยวนซินกลัวหลิวหยวนหยวนจะทำถ้วยหล่นจึงถือถ้วยป้อนน้ำให้หลิวหยวนหยวนช้าๆ
ส่วนซูเจียวเจียวหลังจากที่ได้ดูชุดกระโปรงหลายชุดที่เฉินเจียอวี้เอาออกมาแล้ว เธอกล่าวว่า“แก้ไขได้ค่ะ แต่ฉันคงต้องคิดค่าแก้ชุดแพงหน่อยนะคะหนึ่งชุดอย่างน้อยก็ต้องหนึ่งหยวนค่ะ”
เฉินเจียอวี้เมื่อได้ยินว่าค่าแก้ไขชุดกระโปรงหนึ่งชุดต้องหนึ่งหยวนก็อดประหลาดใจเล็กน้อยไม่ได้แต่เมื่อเห็นชุดกระโปรงที่ซูเจียวเจียวสวมอยู่สวยงามจริงๆ เธอจึงกัดฟัน“ได้ค่ะ หนึ่งหยวนก็หนึ่งหยวน!”
ซูเจียวเจียวเองก็ไม่คิดว่าเฉินเจียอวี้จะตอบตกลงอย่างง่ายดายเช่นนี้
ต้องรู้ว่าในยุคนี้การจ้างช่างตัดเย็บเสื้อผ้าหนึ่งชุดก็แค่ห้าหยวนกว่าๆ ชุดดีๆ หน่อยก็หกเจ็ดหยวนหากตัดแค่เสื้อตัวเดียวหรือกางเกงตัวเดียวก็ประมาณสองถึงสามหยวนเท่านั้น
ซูเจียวเจียวกล่าวพร้อมรอยยิ้ม“คุณวางใจได้เลยค่ะรับรองว่าคุณจะรู้สึกว่าเงินที่จ่ายไปนั้นคุ้มค่าแน่นอนอีกสามวันฉันจะเอาชุดกระโปรงมาส่งให้คุณนะคะ”
ชุดกระโปรงทั้งหมดหกชุดเธอใช้เวลาสองวันก็แก้ไขเสร็จแล้ว
เมื่อตกลงเวลากันเรียบร้อยซูเจียวเจียวก็จากไป
หลังจากวุ่นวายมานานก็ถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว แต่เซียวหยวนหมิงยังไม่กลับมาตามที่ตกลงกันไว้คือจะรออยู่ที่หน้าร้านอาหารรัฐสวัสดิการ
หลังจากรอไปสักพักก็มีเสียงโวยวายดังมาจากด้านหน้า ผู้คนจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ที่ปากตรอกด้านหน้าซูเจียวเจียวรู้สึกอยากรู้อยากเห็น จึงเดินตามฝูงชนไปดูเธอสั่งให้เซียวหยวนซินพาหยวนหยวนรออยู่ที่หน้าร้านอาหารรัฐสวัสดิการ และอย่าไปไหน
เมื่อมาถึงปากตรอกซูเจียวเจียวพบว่ามีชายร่างสูงสองคนสวมชุดธรรมดาขวางทางอยู่หลังจากสอบถามดูจึงรู้ว่ามีคนแอบค้าขายผิดกฎหมาย ทางการจึงส่งคนมาจับกุม
พวกคนเหล่านั้นที่หนีออกมาจากตลาดมืดก็พากันวิ่งมาทางนี้และถูกกลุ่มยุวชนแดงที่สวมชุดพลเรือนจับกุมไว้
เมื่อครู่ก็เพิ่งจับไปแล้วสองคน
ซูเจียวเจียวใจหล่นวูบพลันรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
อาหมิงจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม…
ซูเจียวเจียวกำมือแน่นมองเข้าไปในตรอกด้วยความกังวล
ในชาติที่แล้วอาหมิงทำธุรกิจนี้ก็ไม่เคยเกิดเรื่องร้ายแรงใดๆชาตินี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเช่นกัน
แต่เธอก็นึกขึ้นได้ว่าเธอได้เกิดใหม่แล้ว เรื่องราวหลายอย่างอาจเปลี่ยนแปลงไปหากมันไม่เป็นไปตามเส้นทางเดิมจะทำอย่างไร?
ในขณะที่ซูเจียวเจียวกำลังกังวลใจอยู่นั้นก็มีคนตบไหล่ของเธอเบาๆ เธอหันกลับไปก็เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาของเซียวหยวนหมิง
“เจียวเจียว”
“อาหมิง…” ซูเจียวเจียวมองเขาด้วยดวงตาเปล่งประกายแห่งความยินดี
เซียวหยวนหมิงมองไปที่ตรอกจากนั้นจึงถาม “พี่สาวกับหยวนหยวนล่ะ?”
“พวกเขากำลังรอเราอยู่ที่หน้าร้านอาหารรัฐสวัสดิการด้านหน้า” ซูเจียวเจียวลดเสียงลง “พวกเราไปคุยกันข้างหน้าดีกว่า”
เมื่อเดินห่างจากตรอกมาแล้วซูเจียวเจียวจึงถามเซียวหยวนหมิงว่าเกิดอะไรขึ้น
เซียวหยวนหมิงกล่าวว่า“ผมออกมาตั้งแต่แรกแล้ว คนพวกนั้นส่งเสียงดังเกินไป”
ซูเจียวเจียวเมื่อได้ยินดังนั้นก็โล่งใจ“ดีแล้วล่ะ ไปเถอะ พวกเราไปกินข้าวกันก่อน”
เซียวหยวนหมิงมองไปรอบๆเมื่อไม่เห็นใคร เขาจึงหยิบเงินในกระเป๋าออกมาใส่ในมือของซูเจียวเจียว“ผมขายงูตัวนั้นได้สิบหยวน นี่คือเงินส่วนที่เหลือที่ผมเพิ่งหามา”
ซูเจียวเจียวมองดูแล้วพบว่ามีถึงยี่สิบห้าหยวน
นั่นหมายความว่านอกจากเงินค่าขายงูแล้ว เขายังหาเงินจากการค้าขายได้อีกสิบห้าหยวน
แค่เช้าเดียวก็หาเงินได้สิบห้าหยวนไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมคนถึงได้ยอมเสี่ยงกับการค้าขายผิดกฎหมายทั้งที่รู้ว่ามีความเสี่ยงสูง
ซูเจียวเจียวเก็บเงินไว้ในช่องลับของกระเป๋าสะพายสีเขียวทหาร
เมื่อมาถึงหน้าร้านอาหารรัฐสวัสดิการเซียวหยวนซินพาหยวนหยวนยืนรออยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน เธอไม่ค่อยได้มาตัวอำเภอและกลัวว่าหากเธอเดินไปไหนมาไหนซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงกลับมาแล้วจะไม่เจอพวกเธอดังนั้นเธอจึงไม่กล้าขยับไปไหนเลย
เซียวหยวนหมิงอุ้มหลิวหยวนหยวนขึ้นมา“ไปกันเถอะ วันนี้น้าจะพาหนูไปกินของอร่อย”
ใบหน้าเล็กๆของหลิวหยวนหยวนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ของอร่อย…กินๆ!”
ทั้งสี่คนเข้าไปในร้านอาหารรัฐสวัสดิการเซียวหยวนซินเมื่อเห็นราคาอาหารก็คิดที่จะถอยทันที “อาหารของที่นี่แพงเหลือเกินพวกเราซื้อแค่ซาลาเปากินกันดีกว่า กลับไปถึงบ้านฉันจะต้มเส้นหมี่ให้ทุกคนกินเอง”
ซูเจียวเจียวกล่าวพร้อมรอยยิ้ม“พี่คะ ตอนนี้ก็เที่ยงแล้ว กว่าจะกลับถึงบ้านก็คงบ่ายสองโมงเลยไม่เป็นไรหรอกค่ะ นานๆ ทีพวกเราก็ได้กินร้านอาหาร ไม่ได้มากินทุกวันเสียหน่อย”
สุดท้ายซูเจียวเจียวก็สั่งหมูตุ๋นหนึ่งจานผัดพริกหยวกกับมันฝรั่งหนึ่งจาน เนื้อวัวตุ๋นน้ำแดงหนึ่งจานและน้ำแกงสามรสอีกหนึ่งชาม
กับข้าวสามอย่างกับน้ำแกงหนึ่งอย่าง
ช่วงนี้คนในร้านอาหารไม่เยอะดังนั้นอาหารจึงมาเร็วมาก กลิ่นหอมฟุ้งลอยมาแตะจมูก
เซียวหยวนซินเห็นอาหารเต็มโต๊ะก็รู้สึกเจ็บปวดใจนี่มันต้องใช้เงินเท่าไรกันเนี่ย!
เธอรู้ว่าครอบครัวของน้องสะใภ้มีฐานะดีมีเงินและบัตรแลกของส่งมาให้ทุกเดือน แต่ก็ไม่ควรที่จะใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้!
แต่เธอก็นึกขึ้นได้ว่าถ้าน้องสะใภ้หาเงินได้ เธอก็ย่อมใช้เงินได้
ยิ่งกว่านั้นชีวิตของตนก็ยังยุ่งเหยิงเสียยิ่งกว่าของน้องชายและน้องสะใภ้เสียอีก