第6集
กลุ่มคณะที่ดูพิลึกพิลั่นสี่คนราวกับคณะปาหี่ มีชายร่างั์แม้นใบหน้าจะหล่อเหลาแต่กลับบึ้งตึงยิ่งนัก เดินเคียงข้างคนที่มิรู้ว่าชายหรือหญิงหากใบหน้างดงามยิ้มแย้ม ทั้งตัวแต่งแต้มด้วยสีแดงสดตัดกับเรือนผมยุ่งเหยิงสีดำ ตามติดด้วยสองหนุ่มน้อย หนึ่งนั้นใบหน้างดงามราวกับเทพเซียน ค่อนข้างมอมแมมด้วยความซุกซน ใบหน้ายิ้มแย้มดวงตาสุกใสกวาดมองซ้ายบ้างขวาบ้าง มือบางไม่หยุดนิ่งหยิบจับโน่นนี่สองข้างทางไม่หยุด อีกหนึ่งใบหน้าค่อนข้างซูบผอมแต่หาใช่ขี้ริ้วไม่ กลับยิ่งขับดวงตากลมโตให้ดูน่าสนใจยิ่ง ทั้งคู่เดินหนีบเนื้อตัวตามหลังสองหนุ่มรุ่นพี่ต้อยๆ
"เราจะไปไหนกันหรือเลี่ยงเฟิ่ง"อี๋ซูเอ่ยถาม ในปากยังคาบแอปเปิ้ลที่คว้าเอาตามข้างทางที่เดินผ่านมา จางหย่งปรายตามองคนที่ชื่อเลี่ยงเฟิ่งนึกในใจว่าช่างสมตัวจริงแท้ แต่ยากจะเดาได้ว่านกวิหคนี้เป็ชายหรือหญิงกันแน่
"ตามมาเถอะเด็กเ้าปัญหา แล้วหยุดกินได้แล้ว ข้าจำได้ว่าเ้าพึ่งจะกินหมั่นโถวลูกสุดท้ายของข้าลงไปเมื่อไม่นานมานี้เอง"เลี่ยงเฟิ่งทำเสียงเบื่อหน่าย จางหย่งหันกลับไปมองคนด้านหลัง แล้วกลับมามองหน้าเลี่ยงเฟิ่งด้วยสายตามีคำถาม
"ใช่นั่นเขาล่ะ"จางหย่งหลับตาแล้วลืมตาขึ้นทันที นึกสภาพเด็กน้อยผู้นี้ยืนเคียงข้างเ้าภพแล้วอยากจะยกมือกุมหน้าผากให้หายกลัดกลุ้ม
"ใจเย็นๆก่อนเถอะ เด็กนี่มีดีไม่น้อย"เลี่ยงเฟิ่งยกชายแขนเสื้อขึ้นปิดปากหัวหัวเราะ ด้วยเรือนร่างและใบหน้าทุกคนงดงามหมดจดเกินกว่าคนธรรมดาจะพบเห็น ดังนั้นระหว่างเดินผ่านเส้นทาง เหล่ามนุษย์มิมีผู้ใดไม่เหลียวมอง ทั้งหมดกลับหาใส่ใจไม่ยังคงเดินตามกันราวแม่ไก่ลูกไก่
"นี่ทุกคนหยุดก่อนได้หรือไม่"อี๋ซูท้วง
"มีอะไร"เลี่ยงเฟิ่งส่งสายตาดุมาให้
"ขะ..ข้าปวดท้อง"อี๋ซูเอามือกุมท้องเอาไว้ ร้อนถึงปาไช่ที่ห่วงสหายสนิท
"เ้าปวดตรงไหนให้ข้าดูหน่อยเถอะ"ปาไช่รีบดึงมือเพื่อนออก
"กินเยอะสมแล้วที่ปวดท้อง"เลี่ยงเฟิ่งกระแนะกระแหน
"เอาน่ะขอเวลาข้าประเดี๋ยวเถอะ ปาไช่ไปเป็เพื่อนข้าหน่อย"ปาไช่ทำหน้าพิลึก
"นี่เ้าจะให้ข้าไปนั่งดมกลิ่นตอนเ้าปลดทุกข์รึ"อี๋ซูไม่ฟังเสียง คว้าแขนปาไช่ลากหายไปในพุ่มไม้ทันที ปล่อยให้คนร่างั์และคนร่างบางยืนหมุนไปมา
"จุ๊ จุ๊ปาไช่เงียบเสียงก่อน"อี๋ซูใช้นิ้วชี้แตะปากตัวเองเอาไว้
"หืม?เ้าคิดจะทำอะไร"ทั้งคู่หมอบอยู่ในพุ่มไม้สายตามิคลาดจากสองคนที่ยืนรออยู่
"เ้าว่ามันพิลึกหรือไม่ พวกนั้นเป็ใครไม่รู้ จู่ๆอาสาจะพาพวกเราไป เลี่ยงเฟิ่งน่ะข้ายังพอเข้าใจ ว่าเขาเป็นกคงจะเป็เพราะข้าเจอเขาตอนเป็ไข่ จึงเห็นข้าเป็มารดาของเขาไปเสียแล้ว"ปาไช่ทำหน้าเหมือนกินยาขม มีหรือเขาจะไม่รู้ว่าวิหค์มีหน้าที่อะไร แต่เพราะสหายตรงหน้าเป็บุรุษ ยิ่งกลายเป็เื่ที่ไม่เข้าใจไปเสียแล้ว วิหค์ตัวไหนกันที่ออกจากไข่มาเห็นคนแรกจะคิดว่าเป็มารดากันเล่า
"แล้วอย่างไร"ปาไช่ลดเสียงลง
"ก็เป็อะไรไปได้อีก หรือพวกนี้จะเป็นายหญิงท่านส่งตัวมาจับพวกเรากลับ"
"เหลวไหลมีเื่เช่นนี้ด้วยหรือ ฟังข้านะอี๋ซู เลี่ยงเฟิ่งนั่นเขาเป็นกคู่กายเ้าไปแล้ว ดีร้ายเ้าคือนายของมัน ส่วนคนนั้น"คนทั้งคู่มิยอมเอ่ยชื่อได้แต่พยักหน้าชี้แทน
"เขาน่ะดูมีรังสีอำมหิตไม่น้อย ไม่รู้มาดีหรือร้าย"ปาไช่เอ่ยต่อ
"นั่นแหละสิ่งที่ข้ากลัว ดังนั้นพวกเรารีบหนีไปตอนนี้เถอะ"อี๋ซูบอก
"หนี!เ้าคิดว่าเป็เื่ง่ายหรือ ขนาดเลี่ยงเฟิ่งมีวิชาไว้ป้องกันตัวยังทำร้ายคนผู้นั้นไม่ได้เลย"
"ข้ามีวิธีน่าเชื่อข้าสิ"อี๋ซูล้วงในอกเสื้อ หยิบห่อกระดาษสีน้ำตาลมาส่งให้ปาไช่
"นี่คืออะไร"
"ผงหลับไหล"
"ห๋านี่เ้าแอบไปขโมยของนายหญิงมารึ"
"เฮ่ย!เหลวไหลข้าจะไปขโมยมาได้อย่างไร นี่เป็ของท่านหมอยาปู๋ิ่ต่างหากเล่า"อี๋ซูเกือบจะโวยวาย ติดที่ปาไช่กระตุกแขนเอาไว้ก่อน
"อ่อ แล้วเขาให้อะไรเ้ามาอีก"อี๋ซูล้วงออกมาทั้งหมดห้าซอง
"เยอะปานนี้เชียวรึ"
"เอาไว้ป้องกันตัวเอาล่ะๆ เ้ารีบเป่าผงนั่นเถอะน่า พวกเราจะได้ไปเสียที"อี๋ซูบอกเบาๆ ปาไช่แกะห่อยาออก เห็นผงสีขาวละเอียด เขาจึงจัดการเป่ามันให้ลอยฟุ้งในอากาศ ยานี่สามารถทำให้เซียนเทพทั้งหลายหลับไหลไปชั่วครู่ ปาไช่เป่าแล้วทั้งคู่ก็รีบเอาแขนเสื้อปิดจมูกตัวเองเอาไว้ รอให้ยาออกฤทธิ์ไม่นานนักเลี่ยงเฟิ่งและจางหย่งก็ล้มตึงลงกับพื้น
"อู๊ยย พวกเขาจะาเ็หรือไม่ปาไช่"
"ไม่หรอก ไปเถอะรีบไป มิเช่นนั้นเจอพวกเราจะยุ่งไปใหญ่"ปาไช่ดึงแขนเพื่อนค่อยย่องออกจากพุ่มไม้ เมื่อพ้นสายตาแล้วทั้งคู่จึงวิ่งเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในถ้ำที่อับชื้น
"พ้นหรือไม่พวกเราหนีพ้นหรือยัง"อี๋ซูถาม
"พ้นแล้วเขาจับทิศทางของพวกเราไม่ได้แน่นอน"
"ทำไมล่ะ"
"นี่ยังไงเล่า"ปาไช่ชูไม้หลงทิศให้อี๋ซูดู เขาถึงกับหัวเราะร่า
"เ้าฉลาดที่สุดเลยปาไช่"
"ใช่สิก็ข้ามีเพื่อนที่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังเช่นเ้า ข้าจึงต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าเอาไว้ เผื่อความผิดพลาดของเ้ายังไงล่ะ"ปาไช่บ่นทั้งคู่ทรุดลงนั่งบนพื้นกวาดตาสำรวจไปทั่วถ้ำที่มืดมิด
"วันนี้พวกเรานอนในนี้ก็แล้วกัน"ปาไช่ขยับตัวลุกขึ้น
"เ้าจะไปไหน"
"หาฟืนเ้าเองก็อย่างนั่งเฉยๆไปหาด้วย อีกอย่างข้าจะดูด้วยว่าพอจะมีอะไรให้พวกเรากินได้หรือไม่ อาหารที่กักตุนไว้เ้ากินจนหมดแล้ว"ปาไช่เดินไปบ่นไปจนเสียงหายไปแล้วพร้อมกับร่างกาย อี๋ซูหันมองซ้ายขวาไปทิศทางตรงกันข้ามกับปาไช่ ลึกเข้าไปยังด้านในเขาได้ยินเสียงน้ำตก
"เห มีน้ำตกด้วยแปลกจัง"อี๋ซูเดินเข้าไปใกล้น้ำตกขนาดเล็ก น้ำใสจนกระทั่งเห็นพื้นทรายในแอ่งน้ำนั่น เขาอดใจไม่ไหว ทรุดตัวลงนั่งกวักน้ำเย็นๆนั่นมาล้างใบหน้ามอมแมมของตัวเอง เสียงลมหายใจแรงและเหม็นราวกับซากศพกระจายไปทั่วแอ่งน้ำ อี๋ซูชะงักมือแล้วเงยหน้าขึ้นมองไปทั่ว ทว่าไม่มีสิ่งใดเป็รูปร่างให้เห็น เขานิ่งตะแคงหูเพื่อรับฟังให้มากขึ้น แต่ทั้งหมดกลับเลือนหายไปแล้ว อี๋ซูยักไหล่แล้วกวักน้ำมาล้างแขนขาตัวเองฮัมเพลงในลำคอเบาๆ
"กรืออออ"เสียงคำรามดังอยู่ด้านหลัง เขารีบหันกลับไปมองแล้วต้องเบิกตากว้าง สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือเสือร่างใหญ่ หลังของมันเกือบจะชนเพดานถ้ำ กลิ่นลมหายใจของมันเหม็นสาบจนจะหายใจไม่ออก คมเล็บสีดำคมกริบดวงตาสีเหลืองจ้องมาที่เขาตาไม่กระพริบ
"ชะ..ช่วย..ช่วยด้วย"อี๋ซูกระซิบเสียงแ่
"อาหารของข้ามาให้จับถึงทีเชียวรึ ดีเหมือนกันข้าจะได้ไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อยยาก"เ้าเสือตัวใหญ่ร่อนจมูกไปมา
"มีอีกคนรึนี่ เยี่ยมจริงๆ"มันค่อยก้าวสีขาเดินเข้ามาหาช้าๆ ในถ้ำแห่งนี้มันถูกให้เฝ้าของสำคัญคือไข่มุกถ้ำ มันมีฤทธิ์สามารถรักษาเทพเซียนและมนุษย์ที่ถูกพิษร้าย ไม่ว่าชนิดใดเมื่อได้รับหากกินไข่มุกนี้จะสลายไปหมด ทำให้คนและเทพเซียนเข้ามาเสาะหา แต่ยังไม่มีผู้ใดรอดชีวิตออกไปแม้แต่รายเดียว และเขายังเป็สัตว์เทพในตำนาน หากผู้ใดสามารถนำบ่วงเทพมาคล้องคอเขาได้ เขาจะกลายเป็สัตว์พาหนะของคนผู้นั้นทันที อี๋ซูถอยหลังจนหกล้มหงายหลังลงไปกองกับพื้น เขาใช้ศอกสองข้างไถตัวเองให้ออกห่าง
"หืม เ้าไม่มีกลิ่นอายของมนุษย์ เ้าเป็ตัวอะไรกันแน่"เ้าเสือถาม
"ขะ..ข้าหรือข้าเป็คนของเผ่าวิหค"
"น่าแปลก เ้าออกมาถึงที่นี่ได้อย่างไร"ระหว่างถามเ้าเสือกลับสะดุดกับไอสังหารด้านหลัง มันรีบพลิกตัวกลับไปมองที่มาของไอนั้นทันที ชายหนุ่มรูปงามเหนือเทพเซียนอยู่ในชุดสีดำสอดสลับสีเงิน ใบหน้าสงบนิ่งหล่อเหลาทว่าดวงตาคมเรียวสีดำกลับเปล่งแสงสีแดงจัดจนน่ากลัว ง้าวสีเงินอันใหญ่วาววับด้ามจับสลักลวดลายวิจิตรงดงามยิ่งสะท้อนภายนถ้ำให้สว่างจ้า
"ใคร เ้าเป็ใคร"เ้าเสือเอ่ยถาม
"ข้าจะเป็นายคนต่อไปของเ้า"หลิงไท่เอ่ยปากเสียงเรียบเฉกเช่นเดียวกับใบหน้า
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า น้ำหน้าอย่างเ้าน่ะหรือเอาชนะข้าให้ได้ก่อนดีหรือไม่ ั้แ่อดีตกาลที่ผ่านนับแสนปี ไม่เคยมีใครสามารถแตะได้แม้แต่เส้นขนของข้า เด็กปากกล้าอย่างเ้าหรือจะมีปัญญา"มันเอ่ยเยาะเย้ยโดยไม่ได้สังเกตุง้าวประจำกายของผู้ถือเลยสักนิด หากมันตรึกตรองดูจะรู้ได้ทันทีว่าอาวุธของผู้ที่ถืออยู่นี้จะเป็ของผู้ใดไปได้อีก
"ถ้าอย่างนั้น เ้าก็มาเป็พาหนะคู่กายข้าเสียเถอะ"หลิงไท่ะโเงื้อง้วงขึ้นสูงฟาดฟันเ้าเสือเองฝีมือหาด้อยไม่ ต่างต่อสู้กันจนะเืถ้ำอี๋ซูพยายามจะหนี มุดซ้ายเลี่ยงขวาแต่กลับไม่อาจทะลวงออกมาได้จึงจำต้องติดอยู่ด้านใน เสียงอาวุธฟาดอากาศไปมาปนเสียคำรามจนผมยาวปลิวยุ่งเหยิง เขาได้แต่หลับตาปี๋ใช้หูฟังและเดาเหตุการณ์ตรงหน้า เผ่าวิหคนั้นมีหูดียิ่งเนื่องจากเผ่าวิหคเป็เผ่าที่อ่อนแอยิ่งนัก หลิงไท่ฟาดฟันกับเสือไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เ้าเสืออ่อนล้าเต็มทีจึงคิดหาทางลัด มันหันมาคว้าตัวอี๋ซูเอาไว้คมเล็บคมกริบจ่ออยู่ซอกคอขาว หลิงไท่ตวัดสายตามอง
"อีกแล้วไอวิหค์นี่"หลิงไท่เอ่ยปากสายตาเรียวจ้องไปที่ใบหน้าชุ่มน้ำ สายตาคมไล่สำรวจใบหน้างดงามนั่นละเอียดมากขึ้น หาได้คำนึงถึงคมเล็บที่จ่ออยู่ตรงลำคอเด็กหนุ่มนั่น
"ข้ามิรู้จักมักใคร่กับคนผู้นี้ ใยข้าจะต้องสนใจว่าจะอยู่หรือตาย"หลิงไท่เอ่ยเสียงเย็น
"ฮ่า อ่า ข้าพึ่งนึกได้ว่าเ้าคือองค์หลิงไท่นี่เอง เหตุใดท่านจึงมาระรานข้าด้วย ต่างคนต่างอยู่น้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลองอยู่แล้ว"
"เพราะการศึกข้าจำเป็ต้องใช้เ้าอย่างไรเล่า"หลิงไท่ตอบ ใบหน้าดุดันน่ากลัวยิ่งนัก เส้นเืเริ่มปูดขึ้นจากขมับจนเห็นเป็เส้นชัดเจน ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเื
"เทพแห่งา!!"เ้าเสือถึงกับก้าวถอยหลัง มันยังไม่ลืมที่จะลากอี๋ซูไปด้วย
"ปล่อยคน!"
"ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย ท่านเทพช่วยด้วย"อี๋ซูะโร้องเสียงดัง หลิงไท่บัดนี้ใบหน้าดำทะมึน เสียงกรามบดกันจนได้ยินเสียง สองมือหนาได้รูปปูดโปนจากเส้นเอ็นที่กำกระชับด้ามง้าวเอาไว้
"อยากได้คนก็ตามข้ามาเองเถอะ"เ้าเสือกระโจนหายไปในความมืดพร้อมเด็กหนุ่ม หลิงไท่รีบกระโจนตามเข้าไปภายในทันทีเช่นกัน