" พี่จินหยางก็อยู่ เหตุใดหม่อมฉันจะต้องอยู่ด้วยล่ะเพคะ "
" เพราะจินหยางมือหนัก และอีกอย่างก็จะต้องเฝ้ายามด้วย หากพวกมือสังหารบุกเข้ามาอีกเราจะทำเช่นไรล่ะ "
" เหตุผลฟังไม่ขึ้นเพคะ จะมีใครมาบุกที่นี่ได้ ทางเข้าหม่อมฉันก็วางกับดักไว้หมดแล้ว "
องค์ชายถึงกับพูดไม่ออกไม่รู้ว่าจะใช้วิธีใดที่จะได้ใกล้ชิดกับว่านชิง
" ถ้าอยากให้หม่อมฉันดูแลก็แค่เอ่ยออกมาก็พอเพคะ ไม่ต้องอ้างเื่มือสังหารก็ได้ เพราะถึงอย่างไรหม่อมฉันก็ต้องดูแลองค์ชายให้ดีที่สุด เพราะคุณหนูขอไว้ "
" เช่นนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้นเ้าก็เข้ามานอนในห้องกับข้าด้วยนะ นี่คือคำสั่ง "
" เพคะองค์ชาย "
ว่านชิงเอ่ยรับคำสั่งก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป จินหยางหันมามององค์ชายแต่ก็ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร ว่านชิงก็หอบหมอนกับผ้าห่มเข้ามา
" หม่อมฉันจะนอนที่เตียงเล็ก องค์ชายก็นอนบนเตียงนั้นแหละเพคะ ส่วนพี่จินหยางอยากจะเฝ้ายามก็ตามใจนะ ข้านอนล่ะ "
ว่านชิงเอนตัวลงนอน แล้วก็หลับไปเพราะเหน็ดเหนื่อย กับการออกไปวางกับดักนั้นเอง
องค์ชายมองคนตัวเล็กที่หลับไปแล้ว จินหยางเดินออกไปนานแล้ว ซีกวนจึงเดินเข้าไปหาคนที่หลับไปแล้ว
" ขอข้านอนด้วยนะ "
องค์ชายเอนตัวลงนอนข้างๆ กอดคนตัวเล็กไว้หลวมๆเพราะาแตนยังใหม่อยู่ ในเช้าของอีกวันว่านชิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าคนตัวโตกอดตนอยู่
" อะไรกัน ทำไมถึงมานอนอยู่ตรงนี้ได้ ตัวก็โตยังจะมานอนเบียดอีก "
" อืม อ่ะ "
องค์ชายซีกวนขยับตัวก็รู้สึกเจ็บแผลขึ้นมา
" เจ็บหรือเพคะ อย่าพึ่งขยับนะเพคะ "
ว่านชิงรีบลุกขึ้นพยุงคนตัวโตลุกนั่ง
" ข้าไม่เป็ไร คงเพราะขยับตัวแรงไปเท่านั้น "
" แล้วใครให้มานอนในเตียงเล็กๆเช่นนี้ล่ะเพคะ "
" ก็เ้าไม่ยอมไปนอนที่เตียงใหญ่กับข้านี่น่า "
" ตกลงเป็ความผิดของหม่อมฉันหรือเพคะ "
" ใช่เพราะฉะนั้นคืนต่อไปเ้าต้องไปนอนที่เตียงใหญ่กับข้า เข้าใจหรือไม่ "
ว่านชิงมองคนตัวโตอย่างเหนื่อยใจ ก่อนที่จะลุกขึ้นออกจากเตียง แต่ก็ถูกมือหนาดึงไว้ ว่านชิงล้มลงในอ้อมกอดของคนตัวโต
" องค์ชายปล่อยเถอะเพคะ "
" ขอข้าอยู่เช่นนี้ก่อนเถอะนะ อย่าผลักไสข้านักเลย "
ว่านชิงจึงได้แต่นั่งนิ่งปล่อยให้คนตัวโตกอดและเอาหน้าซบลงที่ไหล่อยู่เช่นนั้น จนคนตัวโตพอใจจึงปล่อยให้อีกคนออกจากห้องไป
" เป็อะไรของท่านกัน ทำไมถึงทำตัวแปลกๆเช่นนี้ "
ว่านชิงเดินออกมาแล้วก็เอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินไปทำอาหารในครัว
เรือนบนเขาหลังจากที่ฟานอวี้รักษาตัวจนเริ่มดีขึ้น ก็คิดว่าจะเดินทางกลับเมืองหลวงในอีก 2วัน
" พี่ดีขึ้นมากแล้วอีก 2 วันเราค่อยเดินทางกลับเมืองหลวงก็แล้วกัน แต่พรุ่งนี้พี่จะพาเ้าไปน้ำตกก่อนที่นั่นสวยมาก "
" ท่านแม่ทัพไม่เจ็บแผลแล้วหรือคะ "
" พี่ดีขึ้นมากแล้ว เพราะเ้าดูแลพี่อย่างดีไงล่ะ "
ฝูหรงยิ้มรับกับคำชมของคนตัวโต ก่อนจะหันไปมองชินลี่ที่เดินหนีทั้งสองหนุ่มที่คอยตามวอแวไม่ห่าง
" พี่ชินลี่ ไม่สงสารพี่ทั้งสองคนบ้างหรือ "
" ทำไมจะต้องสงสารคนใจร้ายสองคนนี้ด้วยหล่ะค่ะฮูหยิน ทีทำข้านอนลุกไม่ขึ้นตั้งสองวัน ข้ายังไม่ได้ลงโทษเลย "
ั้แ่ฝูหรงรู้ว่าทั้งสองคนสนิทแม่ทัพ รังแกคนของตนเช่นไรฝูหรงก็ไม่กล้าให้ฟานอวี้เข้าใกล้ตนมากกว่าจับมือเลย
จึงทำให้ฟานอวี้หงุดหงิดทุกครั้งเมื่อเห็นคนสนิทของตน บางครั้งถึงกับสั่งให้ไปตักน้ำให้เต็มตุ่ม ทั้งที่มีคนงานอยู่แล้ว
" เป็เพราะเ้าสองคน ฮูหยินข้าจึงไม่ยอมให้ข้าเข้าใกล้เช่นนี้ ข้าจะหักเบี้ยหวัดพวกเ้า "
" ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยผิดไปแล้ว อย่าหักเบี้ยหวัดข้าน้อยสองคนเลยนะขอรับ "
" นั้นสิขอรับ เดียวจะไม่พอเอาไว้เลี้ยงเมียน่ะขอรับ "
" หึ นี่เ้าสองคนยังมาพูดเช่นนี้กับข้าอีกหรือ "
เื่ราวของเมื่อวานนี้หลังจากที่ชินลี่สามารถเดินเหินได้ ก็เล่าเื่ทุกอย่างให้กับฝูหรงฟัง ว่าเมาจนขาดสติเช่นกันกับอีกสองหนุ่ม แต่หารู้ไม่ว่าสองหนุ่มนั้นตั้งใจต่างหาก
ชินลี่เพียงแค่เล่าว่าทั้งสามทำเช่นเดียวกับคนทั่วไปที่เข้าหอยามแต่งงาน เพียงเท่านี้ก็ทำให้ฝูหรงกลัวการเข้าหอแล้ว นั้นจึงเป็สาเหตุที่ฝูหรงไม่ยอมให้คนตัวโตเข้าใกล้ใน่นี้
" พี่ชินลี่ข้าหิวแล้ว ข้าจะเข้าครัวทำอาหาร "
เมื่อได้ยินชินลี่เอ่ยถึงเื่เมื่อสามวันก่อนฝูหรงก็รีบหนีคนตัวโตทันที
" ฮูหยินพี่ขอโทษจริงๆ เออ มันก็ไม่ได้ร้ายแรงถึงเพียงนั้นหรอกเ้าค่ะ ฮูหยินอย่ากลัวไปเลยนะ "
" จะไม่น่ากลัวได้อย่างไรพี่ชินลี่ ขนาดพี่ลุกไม่ขึ้นจนเป็ไข้เช่นนั้นแล้ว จะไม่น่ากลัวได้เช่นไร "
" นั้นคงเป็เพราะพี่เมามาก เลยขอให้ทั้งสองเออทำแรงๆนะเ้าค่ะ แล้วอีกอย่างก็ชายสองคนด้วย ก็เลยหนักอย่างที่เห็น แต่พี่เชื่อว่าท่านแม่ทัพต้องอ่อนโยนกับฮูหยินแน่ๆเลยเ้าค่ะ "
" อือ พี่ชินลี่พูดอะไรเนี้ย ท่านแม่ทัพไม่พิศวาสข้าหรอก ถึงท่านแม่ทัพจะขอให้ข้าอยู่ต่อ แต่ท่านแม่ทัพก็ไม่เคยมีท่าทีจะแตะต้องข้ามากกว่าจับมือด้วยซ้ำ คงยังติดใจเื่ที่ข้าเคยมีสามีมาแล้วเป็แน่ "
" แต่ก็สามีหลอกๆนะเ้าค่ะ ถ้าท่านแม่ทัพมั่วแต่คิดเื่นี้ก็โง่เต็มที "
ชินลี่เอ่ยกับผู้เป็นาย ก่อนที่จะยิบผักส่งให้กับฝูหรงเพื่อทำอาหาร ฝูหรงยิ้มออกมาไม่ได้สนใจที่จะเอ่ยถึงเื่นี้อีก เมื่อทำอาหารเสร็จจึงไปอาบน้ำ
ชินลี่ตักน้ำใสถังแช่ให้กับนายของตนเรียบร้อยก็ออกไป ปิดประตูลงฝูหรงยังคงแช่น้ำอย่างสบายใจ โดยที่ไม่รู้ว่ามีใครบางคนเดินเข้ามาในห้อง
แต่ด้วยสัญชาตญาณที่มีจึงรีบดึงผ้ามาคลุมตัวก่อนจะขวากระบี่ที่อยู่ไม่ไกลมาถือแล้วหันไปทางคนที่เดินเข้ามา แต่ภาพตรงหน้ากลับเป็ชายชุดดำที่ถูกแทงจากด้านหลังทะลุออกมา กระบี่ถูกดึงออกจากตัวของชายชุดดำ
ฟานอวี้รีบเข้าไปกอดฮูหยินไว้ทันที
" าเ็ตรงไหนหรือไม่ "
" ข้าไม่เป็อะไรเ้าค่ะ "
" ท่านแม่ทัพพวกมือสังหารตายและบ้างคนหนีไปได้ขอรับ "
" อย่าเข้ามา รออยู่ด้านนอกนั้นแหละ ปิดประตูด้วย "
" ขอรับ "
ฟานอวี้มองคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอด ก่อนที่จะอุ้มออกมาจากถังแช่น้ำ แล้วถอดเสื้อผ้าที่เปียกออกจนหมด โดยที่อีกคนยืนตัวสั่น ตอนนี้ไม่รู้ว่าฝูหรงสั่นเพราะกลัวมือสังหาร หรือสั่นเพราะกลัวคนตัวโตกันแน่
" กลัวมือสังหารหรือว่ากลัวพี่กันล่ะ"
ฟานอวี้คิดว่าคนตัวเล็กนั้นคงจะกลัวตัวเองเสียมากกว่า และก็เป็เช่นนั้นจริงๆ
" เออ ท่านแม่ทัพให้พี่ชินลี่เข้ามาได้ไหมเ้าค่ะ "
" ฝูหรง อย่ากลัวพี่เลยนะ พี่จะไม่ทำอะไรเ้าถ้าเ้าไม่ยินยอม เพราะฉะนั้นอย่ากลัวพี่เลยนะ "
ฟานอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกับคนตัวเล็ก มือหนาเอื้อมไปยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ให้กับฮูหยินของตน มือเล็กจับที่มือของคนตัวโต ทำให้ฟานอวี้หยุดชะงัก
ฝูหรงหลับตาลงก่อนที่จะเขย่งเท้าขึ้นไปเพื่อจะจูบคนตัวโต ฟานอวี้ยกยิ้มในความไร้เดียงสาของฮูหยิน หากตนไม่สืบมาก่อนก็คงจะคิดว่านี่เป็การแสดงของคนตัวเล็กเป็แน่
นิ้วเรียวถูกดีดลง
ที่หน้าผากคนตัวเล็ก ฝูหรงใจึงรีบลืมตาขึ้นมอง ใบหน้าสวยเริ่มแดงเพราะรู้สึกอายกับการกระทำของตน
" ใครเขาหลับตาจูบเช่นนี้กันเล่า "