"อื้ออออ กี่โมงแล้วเนี่ยยังง่วงอยู่เลย" หญิงสาวร่างบอบบางนอนคลุมโปงอยู่ใต้ผ้าห่ม มือขวาก็คลำหานาฬิกาที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง 'ริสา' สาวสวยอายุ 23 ปีที่พึ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังมาได้เพียงปีเดียว ริสาเป็ลูกสาวคนเดียวของบ้านมีพี่ชายสองคนคือหนึ่ง ยุทธกร เป็พี่ชายคนโต หน้าตาหล่อเหลาคมเข้ม นิสัยเป็คนเงียบๆไม่ค่อยพูด เป็คนเ้าระเบียบ ส่วนอีกคนคือนัด อิสระ เป็พี่ชายคนรอง หน้าตาดีมากๆไม่แพ้พี่ชายเลยทีเดียว นิสัยขี้เล่นคนที่ไม่รู้จักจะชอบมองว่าเขาเป็คนเ้าชู้ แต่ความจริงแล้วกลับไม่เป็อย่างนั้นเพราะเขาเป็คนที่รักเดียว ส่วนริสาเป็ลูกสาวคนเล็กของบ้าน หน้าตาสวยคม ดวงตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อย เป็ผู้หญิงที่สวยน่ารักมากคนหนึ่ง หลังจากเรียนจบมาก็มาช่วยพี่ชายทั้งสองคนดูแลธุรกิจครอบครัว ซึ่งครอบครัวของริสาเปิดร้านเพชรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และยังมีร้านอาหารขนาดกลางไม่ใช่ร้านที่ใหญ่มาก หลังจากที่พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตทั้งสามคนพี่น้องจึงได้ตกลงกันว่าจะดูแลกิจการร้านอาหารที่พ่อแม่ช่วยกันสร้างขึ้นมาและจะช่วยกันพัฒนาฝีมือการทำอาหารและพัฒนาร้าน จะทำให้ร้านของพวกเขาเป็ที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น และทุกวันนี้มันก็เป็จริงดังที่ริสาและพี่ๆของเธอตั้งใจไว้ เพราะร้านอาหารของพวกเธอโด่งดังมากๆ ไม่ว่าจะเป็รสชาติอาหารที่อร่อยถูกปากลูกค้า การตกแต่งร้านที่สวยงามน่านั่ง บรรยากาศภายในร้านและรอบๆร้านอบอุ่นร่มรื่นอากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับให้ลูกค้ามานั่งทานอาหารหรือนั่งทำงานมากๆ ส่วนร้านเพชรที่เป็อีกหนึ่งกิจการของครอบครัวริสา หนึ่งจะเข้าไปดูและตรวจสอบบัญชีอาทิตย์ละครั้งเท่านั้น ส่วนเื่อื่นๆส่วนใหญ่จะให้ผู้จัดการร้านดูแลและรายงานกับหนึ่งโดยตรง
"เอ๋!! แปดโมงครึ่งแล้วเหรอเนี่ย ไปอาบน้ำดีกว่า" บ่นพึมพำคนเดียวเสร็จแล้วก็ลุกออกจากที่นอนแล้วเดินตรงไปห้องน้ำทันที
"เฮียหนึ่งขาาาา วันนี้มีอะไรให้กินบ้างริสาหิวมากเลย" พอลงมาจากห้องได้ก็เดินตรงเข้าครัวมาอ้อนพี่ชายทันที
"วันนี้มีข้าวต้มกุ้งอย่างเดียว เฮียตื่นสายกินข้าวต้มง่ายๆไปก่อนล่ะกัน"
"แค่นี้ก็ดีมากแล้ว เฮียทำอะไรก็อร่อย คิคิ"
"ไม่ต้องมาอ้อนเลย ไปตามไอ้นัดมากินข้าวได้แล้ว เดี๋ยวเฮียตั้งโต๊ะรอ กินเสร็จจะได้รีบไปเปิดร้าน"
"ไม่ต้องไปตามแล้วล่ะ มาโน่นแล้ว เฮียนัด….รีบๆมาเลยริสาหิวใส้จะขาดแล้ว" ริสาะโเรียกพี่ชายที่กำลังเดินมา
"มาแล้วๆ มีไรให้ผมช่วยมั้ยเฮีย" ไม่พูดป่าว นัดก็รีบเดินเข้ามาช่วยยกชามข้าวต้มไปตั้งโต๊ะทันที จากนั้นทั้งสามคนก็นั่งทานข้าวกัน ซึ่งทุกๆวันทั้งสามคนก็จะมานั่งทานข้าวพูดคุยกันทุกวันเป็ประจำแบบนี้จนเป็เื่ปกติของทั้งสามคนไปแล้ว
"เดี๋ยวก่อนริสา อย่าพึ่งไป" หลังจากทานข้าวกันอิ่มแล้ว ขณะที่ริสากำลังจะลุกขึ้นเก็บชามข้าวไปล้าง หนึ่งก็ได้เรียกริสาให้นั่งก่อน เพราะมีเื่จะปรึกษากับน้องๆของเขา
"มีอะไรหรอเฮีย" ริสารีบถามขึ้นทันที
"เฮียว่าจะปรึกษากับแกสองคน เื่งานที่ร้านนะ เฮียเห็นว่า่นี้ลูกค้าเข้าร้านเยอะมากขึ้น เฮียว่าจะจ้างพนักงานเสิร์ฟอาหาร จ้างสักสามคนให้มาเสิร์ฟอาหารและรับออเดอร์เท่านั้น แกสองคนคิดว่ายังไง"
เมื่อหนึ่งพูดจบทุกคนต่างก็มองหน้ากัน เพราะถ้ารับพนักงานเข้ามาในร้านอาจจะทำให้มีคนรู้ความลับของครอบครัวริสาก็ได้ ซึ่งนั่นจะไม่เป็ผลดีกับครอบครัวของเธออย่างแน่นอน เพราะทุกคนในครอบครัวของริสาจะมีสมบัติเก่าแก่ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษทุกคน ซึ่งทุกคนจะเรียกว่าสมบัติมิตินั่นเอง ซึ่งผู้ชายจะมีแหวนมิติ ส่วนผู้หญิงจะมีกำไลหรือสร้อยคอมิติ และแน่นอนว่าทั้งสามคนต่างก็มีไว้และใส่ติดตัวไว้ั้แ่อายุครบสิบห้าปี และนี่ก็คืออีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ทั้งสามคนตัดสินใจช่วยกันสานต่อธุรกิจของครอบครัวและไม่เคยจ้างพนักงานเลยสักคน จะจ้างแค่บริษัทแม่บ้านมาทำความสะอาดร้าน่เช้าก่อนเปิดร้านและหลังปิดร้านทุกวันเท่านั้น
"ถ้าเรารับพนักงานเข้ามา นั่นหมายความว่าความเสี่ยงที่คนอื่นจะรู้ความรับของเรามากขึ้นนะเฮีย" นัดรีบออกความคิดเห็นทันที
"ริสาว่าก็ดีนะเฮีย ส่วนเื่กำไลหรือแหวนมิติเราก็ระวังเอา ให้พนักงานทำงานอยู่นอกครัว ห้ามเข้ามาในห้องครัวเด็ดขาด ส่วนของใช้หรือของแห้งของสดเราก็แค่เอาส่วนหนึ่งแบ่งใส่ตู้แช่ไว้ โดยแบ่งแช่ไว้แค่พอใช้ต่อวันเท่านั้น หรือถ้าจำเป็ต้องเอาของจากในมิติออกมาเราก็แค่ระวังหน่อยแค่นั้นเอง"
"อื้มมม เฮียคิดว่าวิธีนี้ก็ดีนะ แล้วเฮียหนึ่งคิดว่าไงผมว่าวิธีที่ริสาพูดมาก็ดีนะ" นัด
"งั้นก็ตกลงตามนี้แล้วกัน เอาตามที่ริสาว่ามาแล้วกัน ส่วนเื่รับสมัครพนักงานวันนี้เฮียจะติดป้ายรับสมัครไว้หน้าร้านแล้วกัน เอาล่ะไปเปิดร้านกัน" หนึ่งบอกกับน้องทั้งสองคน
"งั้นเฮียสองคนไปก่อนเลย เดี๋ยวริสาขอไปล้างชามก่อนแล้วเดี๋ยวจะขับรถตามไปที่ร้านนะคะ"
"ก็ได้ รีบตามมาล่ะ" หลังจากพูดคุยกันเสร็จทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไป ระยะทางจากบ้านไปที่ร้านนั้นก็ไม่ไกลเท่าไรเพราะร้านตั้งอยู่ห่างจากบ้านเพียงแค่ห้ากิโลเมตรเท่านั้น
หลังจากเปิดร้านทั้งสามคนต่างก็วิ่งวุ่นกันไม่ได้หยุดพักกันเลย เพราะวันนี้ลูกค้าเยอะและที่ร้านก็ไม่มีพนักงานเลยทำให้ทั้งสามคนเหนื่อยกันมากๆแม้แต่ข้าวเที่ยงก็ไม่ได้กินกันด้วยซ้ำ
"โอ้ยย ทำไมวันนี้ลูกค้าเยอะจังเลย ริสาเดินจนขาจะก้าวไม่ออกแล้ว หิวข้าวก็หิวจนใส้จะขาดแล้ว เฮียอ่าาา ริสาเหนื่อยจังเลย งื้ออๆๆๆ" พอลูกค้าเริ่มน้อยลงทำให้ริสาได้มานั่งพักและบ่นให้พี่ชายทั้งสองคนฟังทันที
"เอาน่าพรุ่งนี้ก็ได้หยุดแล้ว งั้นเดี๋ยววันหยุดพรุ่งนี้เฮียพาริสาคนสวยไปช้อปหาซื้อของกันดีมั้ย" พอเห็นน้องสาวสุดที่รักบ่นเหนื่อยนัดก็รีบพูดปลอบน้องสาวเลยทีเดียว
"จริงอ่ะ เฮียนัดพูดแล้วห้ามเบี้ยวริสาเด็ดขาดเลยนะเพราะริสาจะไปหาซื้อขนมแล้วก็ของกินของใช้มาเก็บไว้ให้เต็มกำไรของริสาเลย ฮ่าๆๆ"
"ไม่เบี้ยวแน่นอน เตรียมเงินไว้ให้พอจ่ายก็พอไม่ใช่หยิบๆๆ พอถึงเวลาจ่ายเรียกเฮียไปจ่ายเหมือนทุกครั้งก็พอ หึหึ" นัดรีบพูดดักทางน้องสาวทันที
"โถ่ เฮียก็อย่าขี้งกไปหน่อยเลยน่า ริสาก็ซื้อแต่ของที่จำเป็ทั้งนั้นจ่ายให้นิดๆหน่อยๆทำเป็บ่นไปได้ ชิ"
"โอ้โห เอาอะไรมาพูดว่านิดๆหน่อยๆกันฮ่ะ ว่าแต่เฮียหนึ่งจะไปกับเราสองคนมั้ย" นัด
"ก็คงต้องไปอยู่แล้ว ต้องไปซื้อของไว้ทำอาหารด้วย พวกของสดก็จะหมดแล้ว ไหนจะเครื่องปรุงต่างๆอีก โน่นลูกค้าเรียกแล้ว ไปๆรีบไปทำงานอีกไม่นานก็ปิดร้านแล้ว" หนึ่ง
จากนั้นทั้งสามคนพี่น้องก็แยกย้ายกันทำงาน ต่างคนต่างก็ยุ่งอยู่กับหน้าที่ของตัวเองจนได้เวลาปิดร้านทั้งสามถึงได้นั่งพักเหนื่อย วันนี้เป็อีกหนึ่งวันที่วุ่นวายมากๆของริสาและพี่ชายทั้งสองคนของเธอ หลังจากที่ลูกค้าออกจากร้านหมดแล้วทั้งสามคนก็ทำอาหารกินกันที่ร้านเลยเพราะไม่อยากไปเสียเวลาทำอาหารที่บ้านอีกเพราะวันนี้ทุกคนต้องต้อนรับลูกค้าไหนจะคนที่มาสมัครงานอีกเลยทำให้ทั้งสามคนแทบจะก้าวขาไม่ออกกันเลยด้วยซ้ำ
พอกลับมาถึงบ้านก็พากันเดินไปห้องใครห้องมันทันที ส่วนทางด้านริสาหลังจากเข้าห้องมาแล้วก็รีบอาบน้ำเตรียมตัวจะนอนทันที แต่พอจะนอนจริงๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาซะก่อน
'ตื้ดดดดด ตื้ดดด ตื้ดด'
"ฮัลโหล ว่าไงยัยแพรโทรมาตอนนี้มีเื่ด่วนอะไรรึป่าว"
"กว่าจะรับสายได้นะคะแม่คนงาม ก็ไม่มีอะไรมากหรอกฉันแค่จะโทรมาถามแกว่าสนใจจะไปทำบุญที่เชียงรายด้วยกันมั้ย"
"สนใจสิ ว่าแต่ไปวันไหนหรอแล้วจะไปกี่วันมีใครไปบ้าง" ริสาถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น เพราะนานแล้วที่เธอไม่ได้ออกไปทำอะไรแบบนี้
"ว่าจะไปวันศุกร์หน้าอ่ะ อีกอย่างก็ไปกับพวกพี่จอยพี่นนท์แล้วก็พี่ๆที่เคยไปครั้งก่อนๆนั่นล่ะ แต่ครั้งนี้ตกลงกันว่าจะไปกันสามวันนะ เพราะตั้งใจจะไปบริจาคข้าวสารอาหารแห้งแล้วก็พวกของใช้ที่จำเป็สำหรับชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนดอย"
"โอเค เดี๋ยวฉันขออนุญาตเฮียก่อนนะ ถ้าได้หรือไม่ได้ยังไงพรุ่งนี้ฉันจะโทรไปให้คำตอบแกแล้วกัน"
"เอาตามนั้นก็ได้ งั้นฉันไม่รบกวนแกแล้วแกพักผ่อนเถอะ ฝันดีนะ"
"ฝันดีเช่นกัน" หลังจากวางสายริสาก็ทิ้งตัวลงนอนแล้วก็หลับไปทันที
ก๊อกๆๆๆๆ " ริสาตื่นรึยัง เฮียหนึ่งให้มาตามลงไปกินข้าว" นัดขึ้นมาเคาะประตูห้องของริสา เพราะถูกพี่ชายใช้ให้มาเรียกน้องสาวลงไปกินข้าว
"ตื่นแล้วเฮียนัด ริสากำลังจะลงไปพอดี"
"รีบๆเลยเฮียหิวแล้ว" พอเห็นหน้าริสาที่เปิดประตูมานัดก็รีบเร่งให้ไปกินข้าวทันที
หลังจากทุกคนกินข้าวอิ่มแล้วก็พากันมานั่งเล่นที่ห้องรับแขก ซึ่งเป็ที่ประจำของทั้งสามคนที่ชอบมานั่งเล่นนั่งคุยกัน พอคุยกันไปได้สักพักริสาก็ขออนุญาตพี่ๆของเธอเื่ไปเชียงรายกับเพื่อนๆ แต่ก็ไม่ใช่เื่ง่ายๆเลยที่พี่ชายทั้งสองจะยอมให้เธอไป เพราะพี่ชายเธอเป็พวกหวงน้องสาวมากๆ ั้แ่เล็กจนโตถ้าริสาอยากไปไหนไกลๆก็ต้องมีพี่ชายไปด้วยตลอด น้อยครั้งมากๆที่พี่ชายของเธอจะยอมให้ไปกับเพื่อนๆ และครั้งนี้ก็เหมือนกัน ไม่ว่าริสาจะพูดอ้อนวอนยังไงก็ไม่สำเร็จสักที
"เฮียยยย นะๆๆให้ริสาไปเถอะนะเฮียแค่สามวันเอง ริสาอยากไปทำบุญช่วยเหลือชาวบ้านบ้าง อีกอย่างที่ร้านก็รับพนักงานมาเพิ่มแล้วด้วย"
"ไม่ได้ ยังไงก็ไม่ได้ ริสาเป็ผู้หญิงจะไปลำบากนั่งรถไกลๆขึ้นเขาขึ้นดอยแบบนั้นมันอันตราย อยากบริจาคก็ไปซื้อของที่ริสาอยากบริจาคไปให้เพื่อนนำไปให้ชาวบ้านก็ได้นี่นา ไม่เห็นต้องไปเองเลย" นัดพูดขึ้นมาบ้าง
"โถ่ เฮียนัดอ่ะ ริสาก็อยากไปเองนี่นา ถ้าเฮียกลัวริสาลำบากนั่งรถริสาขึ้นเครื่องไปก็ได้ ส่วนรถริสาก็เอาเข้าไปไว้ในกำไรมิติพอถึงที่นั่นริสาค่อยแอบเอาออกมาขับก็ได้นี่นา นะๆๆเฮีย ให้ริสาไปเถอะนะคะ" ริสาทั้งพูดอ้อนวอน ทั้งทำหน้าเศร้าน้ำตาคลอเพื่อให้พี่ชายทั้งสองของเธอใจอ่อน
"เฮ้อออออ!! ก็ได้ๆ แต่ริสาต้องรับปากกับเฮียก่อนว่าจะดูแลตัวเองดีๆ แล้วก็เวลาจะเรียกเอาอะไรออกจากกำไรก็ให้ระวังอย่าให้คนอื่นเห็นเด็ดขาด"
"เย้ๆๆๆ เฮียหนึ่งของริสาใจดีที่สุดเลย ริสาสัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเลย จะไม่ทำอะไรที่ทำให้ตัวเองลำบากเด็ดขาดเลยค่ะ"
พอได้รับอนุญาตให้ไปได้ ริสาก็ยิ้มร่าเริงขึ้นมาทันที ซึ่งแตกต่างกับนัดที่ไม่อยากให้น้องสาวไปเท่าไรแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะพี่ชายคนโตได้อนุญาตไปแล้ว แต่พอมองเห็นน้องสาวตัวเองมีความสุขก็ทำใจร้ายกับน้องสาวไม่ลงอีกอยู่ดีจึงต้องยอมให้ริสาไปช่วยเหลือชาวบ้านบนดอย
"เอาล่ะ นี่ก็สายแล้วไปหาซื้อของกันเถอะ ส่วนริสาก็หาซื้อของที่จะไปบริจาคไว้ด้วยเลยก็แล้วกัน เตรียมตัวไว้ก่อนก็ดี พอใกล้วันที่จะไปจริงๆเฮียจะพามาหาซื้อเพิ่มก็แล้วกัน"
"ได้เลยค่ะ เราไปกันเถอะริสาพร้อมแล้ว" พูดจบก็เดินไปคล้องแขนพี่ชายทั้งสองคนเดินไปขึ้นรถทันที
เมื่อทั้งสามคนมาถึงห้างดังแห่งหนึ่งก็ได้พากันเดินไปหาซื้อของที่จะใช้ทำอาหารและเครื่องใช้ต่างๆที่ต้องใช้ในร้านอาหารกันทันที หลังจากซื้อของที่จำเป็ต้องใช้ในร้านอาหารเสร็จแล้วทั้งสามคนก็ไปหาซื้อของใช้ส่วนตัวของแต่ล่ะคนกัน
"เฮียค่ะ ริสาว่าเราแยกกันซื้อของใครของมันดีกว่าค่ะ ใครซื้อเสร็จก่อนก็ไปรอกันที่ร้านพิซซ่าดีมั้ยค่ะ ริสาอยากกินร้านนั้น อิอิ"
"เอาแบบนั้นก็ได้" นัดเห็นด้วย
"อืมมม งั้นเราก็แยกกันตรงนี้เลยแล้วกัน ริสาก็ซื้อให้เยอะๆหน่อยซื้อของจำเป็ที่จะต้องใช้ตอนไปบนดอยด้วยล่ะ"
"รับทราบครับผมมมม" หลังจากตกลงกันแล้วริสาและพี่ๆของเธอก็แยกกันไปซื้อของของตัวเอง
'อืมมมมม ฉันจะซื้ออะไรดีน้าาาา เสื้อผ้า รองเท้า ครีม น้ำหอม ขนม พวกของใช้ในครัวเครื่องปรุงต่างๆ แอลกอฮอล์นี่ขาดไม่ได้แน่นอนเลย เต็นท์ ผ้าห่ม หมอน พวกของสดก็จำเป็ โอ้โย๋วววว!! สงสัยต้องซื้อทุกอย่างเลยสินะ555' คิดไปมือก็หยิบของใส่รถเข็นไปคนเดียว ใช้เวลาไม่นานของก็เต็มรถเข็นจนต้องเปลี่ยนคันใหม่ ซึ่งรวมๆแล้วกว่าริสาจะซื้อของครบก็ใช้เวลาไปถึงสองชั่วโมงเต็มๆ พอจ่ายค่าสินค้าเสร็จริสาก็ตรงไปหาพี่ๆของเธอทันที
"ริสามาแล้ว รอนานมั้ยเฮีย" พอมาถึงโต๊ะที่พี่ชายทั้งสองนั่งรออยู่ริสาก็ยิ้มหวานให้ก่อนเลยเพราะกลัวว่าจะถูกพี่บ่นว่าซื้อของนาน
"ไม่นานเท่าไร นัดก็พึ่งมาถึงเหมือนกัน จะกินอะไรก็สั่งเถอะจะได้กลับบ้านกัน"
พอเห็นน้องๆมากันครบแล้วหนึ่งก็บอกให้สั่งอาหารทันที หลังจากกินอาหารกันอิ่มก็พากันกลับบ้านเพื่อไปพักผ่อน ซึ่งชีวิตในแต่ละวันของทั้งสามคนก็เป็อยู่แบบนี้มาตลอด ร้านอาหารจะหยุดอาทิตย์ล่ะหนึ่งวันเพื่อพักผ่อนและซื้อของเตรียมไว้ทำอาหารขาย ของที่ซื้อมาก็จะเก็บไว้ในแหวนหรือกำไลมิติของทั้งสามคน ส่วนเหตุผลที่ต้องเก็บไว้ในแหวนหรือกำไลนั้นเพราะสามารถเก็บไว้ได้ตลอดเวลาไม่เน่าเสียนั่นเอง