วันนี้เป็วันที่เตรู้สึกตื่นเต้นเป็ที่สุดเขานอนไม่หลับเกือบทั้งคืน เพราะหลังจากที่กลับออกจากหอของนิวในวันนั้นเขาก็นัดกับมีนไปเที่ยวสองต่อสองโดยให้ข้ออ้างว่าจองรอบหนังไว้แต่ธันวาเบี้ยวนัด ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้นัดอะไรกับเพื่อนไว้เลยเป็มุกเก่าที่ใครดูก็รู้ว่าเตจงใจ แต่มันก็ได้ผลเพราะมีนยอมตกลงจะไปด้วยกันวันนี้แหละที่ทุกอย่างจะถูกปลดล็อค ความในใจของเตจะถูกเผยออกไป
สิ่งที่ทำให้เขาใจกล้าขึ้นมากขนาดนี้อย่างแรกเลยคือเขาหึงมีนกับรองเดือนคณะ และอย่างที่สองคืออยากลบล้างความคิดประหลาดที่เกิดขึ้นใน่นี้ความคิดที่ว่าเขารู้สึกหวั่นไหวกับรุ่นพี่ ทำให้ให้หวนนึกถึงคำที่เพื่อนสนิทพูดขึ้นมาว่า‘ความใกล้ชิดมันทำให้คนหวั่นไหวมานักต่อนัก’ ที่ตอนนั้นคิดว่านิวจะเป็คนหวั่นไหวกับเต แต่กลับกันเป็เขาเองนั่นแหละที่หวั่นไหวกับรุ่นพี่ต่างคณะคนนี้
ไม่ได้..
อีกไม่กี่ชั่วโมงจะต้องสารภาพกับมีนแล้วเขาจะมัวคิดถึงคนอื่นไม่ได้
แต่สุดท้ายเขาก็มายืนอยู่ที่หน้าหอของคนที่บอกว่าจะไม่นึกถึงอีกแต่ทำยังไงได้ในเมื่อตอนนี้เตรู้สึกประหม่าจนไม่รู้จะไปพึ่งใคร เขาเลยต้องมาหานิวอย่างจำใจ คนเดียวที่จะช่วยลดความตื่นเต้นให้ได้
แม้ว่าความใกล้ชิดกับร่างบางเป็เหตุทำให้ใจเต้นหนักกว่าเก่าก็เถอะ
“ตื่นเต้น” เตพูดขึ้นมาหลังจากได้เข้ามาในห้องของรุ่นพี่ต่างคณะ
“ใจเย็นๆ ทำได้อยู่แล้ว”
“จะขอยังไงดี”
“ใจคิดยังไงก็ขอแบบนั้นแหละหาที่โรแมนติกหน่อยได้น่าจดจำ” นิวแนะนำ
“นายว่าที่ไหน ที่มันโรแมนติก”เตขอความคิดเห็นจากอีกฝ่าย ตอนนี้สมองเขาตื้อตันไปหมดจนคิดอะไรไม่ออก
“บนเรือแบบไททานิก” หลังพูดจบก็โดนมือหนาเขกเข้าที่ศีรษะหนึ่งที
“กวน”
“โรแมนติกดีออก”
“ขอยังไงดี ให้เขารู้สึกดี”
“ก็..” นิวมองเข้าไปในดวงตาของเต“ถึงตอนนั้นนายก็รู้เองว่าจะพูดมันออกมายังไง”
“กลัวเขินจนพูดอะไรไม่ออกนี่สิ”
“นึกถึงตอนหมาจะคาบไปกินเข้าไว้”
เหมือนจะได้ผล นิวบอกให้นึกถึงหมาคาบไปกินหน้ารองเดือนคณะบริหารลอยขึ้นมาทันที จากที่ไม่มีความมั่นใจอยู่ๆกลับฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง
“ขอซ้อมหน่อย”
เตเดินไปตรงหน้านิวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานก่อนจะคุกเข่าลงให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกัน ก่อนที่เขาจะปรับสีหน้าให้จริงจังจนคนมองรู้สึกตามไปด้วย
“ไม่อยากเป็เพื่อนแล้ว”
“....”
“เป็แฟนกันนะ...”
หัวใจของคนที่ถูกเป็ภาพจำลองของมีนเต้นแรงไม่ต่างกับคนที่กำลังซ้อมสารภาพรักเลยสักนิด
“...มีน”
นิวเสตามองไปทางอื่นเมื่อชื่อบุคคลที่สามถูกเอ่ยออกมาพลางเกลี่ยจมูกแบบเก้อๆ สงสัยจะอินไปสักหน่อย
“ตอนสารภาพก็อย่าลืมมองตาล่ะแสดงความจริงใจ” นิวเอ่ยคำแนะนำ
“อืม..ชุดวันนี้โอเคยังแล้วผม..”
มือเล็กเอื้อมไปจัดทรงผมให้อีกฝ่ายนิดหน่อยก่อนจะมองโดยรวม “หล่อแล้ว”
“ไปก่อนนะ ได้เวลาพอดี”
“อือ...โชคดีนะ”
เตมาก่อนเวลานัดเช่นเคยเพราะเขาไม่ชอบให้ใครมารอแต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้เขาจะมารอก่อนเวลานัดเกือบชั่วโมง ร่างสูงเดินไปเดินมาอยู่กับที่ไม่ได้เพราะตื่นเต้น ภายในหัวของเขาพยายามคิดไปด้วยว่าจะทำอย่างไรดีต้องทำอะไรก่อนหลัง
“รอนานไหม” มีนมาตามเวลานัดแบบพอดิบพอดี
“ไม่นานเลย” โกหกคำโตพร้อมกับส่งยิ้มที่คิดว่าดีที่สุดไปให้ เขาอุตส่าห์ซ้อมที่หน้ากระจกอยู่นานสองนาน
เตพามีนมาร้านคาเฟ่แมวก่อนจะไปดูหนังอย่างที่นัดเอาไว้เพราะเคยได้ยินเ้าตัวพูดว่าอยากไปอันที่จริงเตไม่ค่อยชอบสัตว์มีขนสักเท่าไร ต่างจากมีนที่เป็ทาสแมวมากๆภายในร้านน่ารักเหมาะกับคนน่ารักแบบมีนแต่ไม่เหมาะกับเตเอาซะเลย
ร่างสูงมองคนตัวเล็กเล่นกับสัตว์พวกนั้นด้วยสายตาอ่อนโยนยังไงมีนก็ยังเป็คนที่เขาชอบอยู่ดี บางทีที่ใจเต้นกับนิวมันคงจะเป็อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้นแหละก่อนที่จะมีแมวสีส้มตัวหนึ่งมาคลอเคลียร์ที่ขาอย่างออดอ้อน ใบหน้าของมันดูเป็มิตรทำให้นึกถึงใครบางคนขึ้นมาที่มีนิสัยคล้ายกับมัน
เขากดถ่ายรูปเอาไว้ส่งไปหาคนที่กำลังนึกถึงแต่รออยู่นานนิวไม่ตอบกลับมาเขาจึงสนใจมีนแทน
“ถ่ายรูปกันเต”
ใช้เวลาอยู่ในคาเฟ่แมวไม่นานพวกเขาก็ออกมาเพื่อไปโรงหนังตามที่เตนัดไว้แต่แรกนี่ก็ใกล้เวลาหนังจะฉายแล้ว
ขณะที่เดินมือหนาและมือเล็กเฉียดกันไปมาอยู่หลายครั้งจนเตต้องยกมือลูบคออย่างเก้ๆ กังๆ เขาอยากจับมือกับมีนแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงจับเลยได้ไหม หรือต้องขอก่อน เขาดูเงอะงะเสียจนรำคาญตัวเองอยู่บ่อยครั้ง ทำไมอยู่กับนิวถึงได้เป็ธรรมชาติแต่พออยู่กับมีนมันช่างยากเย็นเหลือเกิน
เมื่อเข้ามาอยู่ในโรงหนังที่มืดมีเพียงแสงจากจอขนาดั์วันนี้โชคดีที่มีคนในโรงหนังไม่เยอะสักเท่าไรร่างสูงเหลือบมองเสี้ยวใบหน้าของคนด้านข้างที่ตั้งใจมองจออยู่เป็ระยะ จู่ๆใบหน้าใครคนหนึ่งก็ซ้อนเข้ามาในความคิด ป่านนี้นิวจะทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ อาจจะกำลังตั้งใจทำวิทยานิพนธ์หรือตั้งใจวาดรูปเล่นเหมือนตอนนั่งติวอยู่
แล้วจะไปคิดถึงทำไมเนี่ย...
“มีน...” เสียงทุ้มเรียกคนตัวเล็กที่กำลังดูจออย่างตั้งอกตั้งใจ
“หืม?”
ขอจับมือหน่อย...
“จะหนาวไหม มีนไม่ใส่เสื้อแขนยาว”เตพูดเปลี่ยนเื่ทันทีที่เห็นมีนนั่งลูบแขนตัวเองอยู่เขาก็ลืมเตรียมเสื้อกันหนาวมาด้วยสิ
“นิดหน่อย”
เอายังไงดีล่ะเหมือนว่าจะได้โอกาสนะ
“เอ่อ...จับ”
“หืม”
“..จับมือเราไหม”
มีนมองไปที่มือหนาที่ยื่นมาให้อย่างชั่งใจเขารู้สึกแปลกที่อยู่ๆ เพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานมาขอจับมือแม้แต่เพื่อนที่สนิทกันยังไม่เคยจับมือเลยด้วยซ้ำมากสุดก็แค่จับข้อมือเวลาจะลากไปไหนมาไหนดวงตาใสราวกับลูกกวางจ้องมองไปที่อีกคนที่ยังไม่ได้ชักมือกับไป เตแบมือค้างอยู่ที่วางพักแขนรอให้มีนตัดสินใจในขณะที่สายตาหันไปมองจอหนังราวกับไม่คิดมากอะไร
สุดท้ายคนตัวเล็กก็พ่ายแพ้ต่อความเย็นในโรงหนังแห่งนี้ยอมจับมือของอีกคนวินาทีที่มือเย็นเยียบของของมีนทาบทับลงมาบนฝ่ามือที่ใหญ่กว่าพาเอาร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยเขาอมยิ้มเบาๆ เมื่อคนตัวเล็กไม่ได้ปฏิเสธ ก่อนที่มีนจะเอามืออีกข้างมาจับซ้อนไว้อีกทีแบ่งปันความเย็นไปให้มือหนา
ตอนนี้เตดูหนังไม่รู้เื่อีกแล้วเขาเกร็งแขนข้างขวาโดยอัตโนมัติไม่กล้าขยับ ให้มีนจับเล่นราวกับว่ามือของเขาเป็ถุงร้อนก่อนจะค่อยๆ ผ่อนคลายในเวลาต่อมา
พอได้จับแล้วดูเหมือนมือของมีนเล็กกว่ามือของเขามากและนุ่มเกินกว่าจะเป็มือของผู้ชาย ต่างจากที่เคยจับกับนิวอย่างสิ้นเชิง ทั้งััและความรู้สึก
เมื่อออกมาจากโรงหนังเป็เวลาเกือบเย็นแล้วสิ่งสุดท้ายที่เขาตั้งใจจะทำก็คือหาที่เหมาะๆ และสารภาพรักกับมีน ห้างใหญ่ใจกลางเมืองแบบนี้ที่โรแมนติกที่สุดก็คงจะเป็ลานน้ำพุที่อยู่หน้าห้างแล้วล่ะคราวแรกเตอยากพามีนไปแถวท่าเรือด้วยซ้ำ จู่ๆ ก็นึกถึงคำแนะนำของนิวขึ้นมา ที่ว่าให้ไปสารภาพรักบนเรือไททานิกนึกแล้วก็ขำดีอยู่เหมือนกัน
แต่เดินพ้นตัวห้างมาเพียงแค่นิดเดียวมีนก็เรียกเอาไว้ก่อน
“เต”
“หืม?”
“ยิ้มอะไร” มีนถามขึ้นหลังจากหันมาเจอเตกำลังก้มหน้ายกยิ้มมุมปากอยู่คนเดียว
“เปล่าๆ...ขอบคุณที่วันนี้มีนมาเป็เพื่อนนะ”
“ถามตรงๆเลยนะ...แกชอบเราหรอ”
คำถามตรงไปตรงมาของมีนทำเอาเตนิ่งอึ้งเขาไม่คิดว่าจะโดนจู่โจมเร็วแบบนี้ เขายังไม่ทันจะพามีนไปในที่ๆคิดว่าโรแมนติกเลยด้วยซ้ำ แผนที่เตรียมไว้ดูท่าจะไม่เป็อย่างที่คิด
แต่ในเมื่อมันมาถึงขั้นนี้เตจึงต้องเดินต่อเขามาไกลกว่าจะหยุดแล้ว
“มีน..เรามีอะไรจะบอก”
“อะไรหรอ”
เตเงียบไปสักพักใหญ่จนมีนต้องหันหน้ามาเลิกคิ้วเอียงคอถามอีกครั้งมันเป็ภาพที่น่ารักมากสำหรับร่างสูงที่คอยมองอีกฝ่ายมานานเขาสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอดก่อนจะมองใบหน้าของมีนด้วยสายตาจริงจัง
“คือเราชอบมีน..”
ระหว่างที่เตไปเดทกับมีนทางด้านนิวที่ไม่รู้จะทำอะไรโปรเจคธีสิสก็เพิ่งส่งรอบที่สองไปวันก่อนเขาคิดอยากพักผ่อนแต่ไม่อยากอยู่ห้องจึงออกไปหาอะไรทำด้านนอกแก้เซ็ง
ไม่รู้ป่านนี้ร่างสูงจะเป็อย่างไรบ้าง
หากเตกลับมาก็คงจะดีที่แนะนำไปทั้งหมดน่าจะได้ผลบ้างล่ะ ดูท่าทางมีนเองก็ชอบเตอยู่เหมือนกัน
นิวตั้งใจจะกลับหอหลังจากที่ออกไปข้างนอกมาทั้งวันเมื่อก่อนการไปเที่ยวคนเดียวเป็เื่ปกติมากสำหรับคนอย่างนิว แต่พอไปเที่ยวกับเตครั้งนั้นไม่รู้ทำไมเกิดรู้สึกว่าการเที่ยวคนเดียวช่างน่าเบื่อไม่มีใครช่วยตัดสินใจระหว่างเลือกของหรือกระทั่งตอนดูหนังจบไม่มีใครให้คุยแลกเปลี่ยนความคิดด้วย
เหงาจัง..
แต่ขณะที่กำลังยืนรอรถแท็กซี่ที่ไม่มีผ่านมาสักคันโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นพอดูที่หน้าจอก็พบว่าเป็เบอร์ของเตเขาเผลอยิ้มดีใจอออกมาโดยที่ไม่รู้ตัวรีบกดรับสายทันที
“เป็ไงบ้าง”
‘อยู่ไหน มาหาหน่อย’ น้ำเสียงจากปลายสายฟังดูไม่ค่อยจะดีสักเท่าไร
“นายอยู่ไหน”
เมื่อมาถึงนิวก็เจอร่างสูงที่ยืนหันหลังให้อยู่นิวเดินเข้าไปยืนด้านหลังอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะใช้มือแตะหลังเรียกให้อีกฝ่ายหันมา
ดูจากสีหน้าของอีกฝ่ายนิวก็คาดเดาได้ทันทีว่าคำตอบของเื่นี้เป็เช่นไร
ร่างหนาโอบกอดร่างบางไว้แนบอกใบหน้าที่เศร้าสร้อยจมไปไหล่แคบของคนที่ตัวเตี้ยกว่าความผิดหวังถูกส่งผ่านความแน่นของอ้อมกอด มือเล็กลูบแผ่นหลังกว้างเบา ๆอย่างปลอบประโลม
ไม่มีคำพูดใด ๆ เอื้อนเอ่ยพวกเขากอดกันอยู่แบบนั้นเนิ่นนาน
อันที่จริงนิวควรจะรู้สึกเห็นใจเตแต่ทำไมเขากลับดีใจและโล่งใจก็ไม่รู้…