หลังจากที่ผมกดวางสายจาก 'คุณเกด' โทรศัพท์มือถือในมือยังคงหลงเหลือแรงสั่นะเืจางๆ และความร้อนจากตัวเครื่องที่สะท้อนถึงการสนทนาอันแสนยาวนาน น้ำเสียงห่วงใยเจือความอ่อนล้าจากการเดินทางของภรรยาสาวใหญ่ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของผมไม่จางหาย เธอเอ่ยย้ำซ้ำๆ ในสายด้วยความรักและความไว้วางใจ ฝากฝังให้ผมช่วยดูแลความเรียบร้อยของคฤหาสน์หลังโต และที่สำคัญที่สุดคือเธอเน้นย้ำเื่ 'มีน' ลูกสาวคนเล็กที่กำลังหมกมุ่นอยู่กับการทำโปรเจกต์จบอย่างขะมักเขม้น คุณเกดไม่อยากให้ลูกสาวทำตัวออกนอกลู่นอกทาง หรือเที่ยวเล่นจนเสียงานเสียการ
คำพูดเ่าั้ประหนึ่งโซ่ตรวนแห่งศีลธรรมที่เข้ามารัดตรึงจิตใจของผมไว้ แต่มันกลับขัดแย้งกับความเป็จริงที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างสิ้นเชิง!
ผมยืนอยู่บนโถงทางเดินชั้นสองอันเงียบสงัด จ้องมองบานประตูไม้ที่ปิดสนิทตรงหน้า หัวใจในอกยังคงเต้นกระหน่ำรุนแรงราวกลองรัว ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดช่องจมูกช้าๆ ขณะที่กล้ามเนื้อส่วนกลางลำตัวยังคงตึงเกร็งและปวดหนึบ ภาพของมีนที่สะท้อนผ่านกระจกเงาบานใหญ่ในห้องนอน ภาพเด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดปีที่เปลือยแผ่นหลังและไหล่เนียนละเอียด ร่างกายหลงเหลือเพียงบราเซียลายลูกไม้สีชมพูอ่อนตัวจิ๋วที่โอบอุ้มปทุมถันคู่งามเอาไว้แทบไม่มิด และการที่เธอส่งยิ้มยั่วยวนผ่านเงาสะท้อนในกระจกโดยไม่หลบเลี่ยงสายตาของผมเลยแม้แต่นิดเดียวก่อนจะปิดประตูลงล็อกกลอนใส่หน้า... มันเป็ภาพจำที่คอยแผดเผาสมองของผมให้ขาวโพลนอย่างไร้ทางสู้
ผมลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอที่แห้งผาก พยายามสะกดกลั้นสัญชาตญาณความใคร่ที่ตื่นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก้าวเท้าถอยหลังห่างจากประตูบานนั้นแล้วเดินกลับลงบันไดไม้สักทองตรงไปยังห้องทำงานชั้นล่างช้าๆ ทุกย่างก้าวเป็ไปด้วยความสับสนวุ่นวายในหัวใจ ความรู้สึกผิดบาปชั่วดีตีรวนกับความกระสันอยากตามประสาชายหนุ่มอายุยี่สิบเก้าปีที่เปี่ยมล้นไปด้วยฮอร์โมนพลุ่งพล่าน
เมื่อก้าวกลับเข้ามาในห้องทำงานกระจกใสชั้นล่าง ความเงียบงันปานป่าช้าก็เข้าจู่โจมประสาทััทันที แสงแดดยามบ่ายสี่โมงเย็นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีส้มอมทอง ทอดผ่านแนวกระจกบานใหญ่จากเพดานจรดพื้นเข้ามาตกกระทบบนโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิทและเก้าอี้หนังตัวใหญ่ ลมเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศเป่ารดผิวของผมจนขนลุกซู่ แต่มันไม่ได้ช่วยลดทอนอุณหภูมิความร้อนรุ่มภายในร่างกายของผมได้เลยสักนิด
ผมทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน ดึงสายตาและสมาธิที่กระจัดกระจายกลับมาจดจ่ออยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพา สองมือวางลงบนแป้นพิมพ์เพื่อเริ่มต้นสะสางโค้ดและพิมพ์งานเขียนแบบแปลนระบบเครือข่ายไอทีที่ค้างคา ทว่ามันช่างเป็เื่ยากเย็นเหลือเกิน ไม่ว่าจะพยายามจ้องมองบรรทัดตัวอักษรสีขาวบนพื้นหลังสีดำของโปรแกรมเมอร์มากเพียงใด ใบหน้าสวยสดใส แววตาท้าทายแสนกล และเนินเนื้อนวลเนียนเต่งตึงของลูกสาวคนเล็กของภรรยาก็จะลอยเข้ามาบดบังหน้าจอนั้นเสมอ
"พับผ่าสิ... ตั้งสติหน่อยภัทร" ผมพึมพำกับตัวเองเสียงแหบพร่า ยกมือขึ้นลูบใบหน้าและขยี้ขมับเบาๆ หวังจะขับไล่ความคิดอกุศลออกไปจากสมอง
เวลานี้ บรรยากาศภายในคฤหาสน์ตกอยู่ในความเงียบสงัดอย่างสมบูรณ์ รถตู้คฤหาสน์นำตัวน้าอรและป้าแม่ครัวใหญ่แล่นออกจากรั้วบ้านมุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าเพื่อจัดหาวัตถุดิบและของใช้เข้าร้านอาหารั้แ่บ่ายสามโมงแล้ว ซึ่งพวกเธอน่าจะใช้เวลาอย่างน้อยสามถึงสี่ชั่วโมงกว่าจะกลับมาถึง และเมื่อครู่ใหญ่ๆ ผมก็มองผ่านบานกระจกใสของห้องทำงานออกไป เห็นเงาร่างห้าวๆ ของเตย เพื่อนสนิทของมีน เดินทอดน่องข้ามสนามหญ้าหลังบ้านเพื่อกลับไปยังบ้านพักคนงานของแม่ครัวใหญ่ที่อยู่อีกฝั่งของสวนไปเรียบร้อยแล้วหลังจากทำรายงานส่วนแรกเสร็จสิ้น
นั่นเท่ากับว่า... ในเวลานี้ คฤหาสน์หลังใหญ่โตที่มีพื้นที่กว้างขวางนับร้อยตารางวาหลังนี้ เหลือเพียงผมและมีนอยู่อาศัยตามลำพังแค่สองคนเท่านั้น
ความจริงข้อนี้ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบและเต้นแรงขึ้นมาอีกระลอก ยิ่งความเงียบปกคลุมรอบตัวมากเท่าใด เสียงความคิดดิบๆ ในหัวก็ยิ่งดังขึ้นเท่านั้น ภาพของมีนในชุดนอนลายลูกไม้และกลิ่นหอมแป้งเด็กอ่อนละมุนที่ผสมผสานกับกลิ่นกายสาวสะพรั่งยามเธอขยับตัวเข้ามาใกล้ชิดตอนขยับขออุปกรณ์ทำรายงานยังคงกระจายอยู่เต็มประสาทััการดมกลิ่นของผม ร่างกายส่วนล่างใต้กางเกงขาสั้นสีดำเนื้อบางเบาขยับเกร็งตัวและตื่นตัวบวมขยายขนาดขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงได้ง่ายๆ ผมต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ช้าๆ ลมหายใจหอบกระชั้นถี่ ขัดเคืองอารมณ์ใคร่ที่ค้างคาและไม่ได้รับการปลดปล่อยจนรู้สึกเจ็บแปลบที่แก่นกาย
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ความพยายามที่จะจดจ่อกับงานของผมล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ผมทำได้เพียงนั่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เพิ่มเติม ขณะที่นิ้วมือเคาะลงบนโต๊ะทำงานเป็จังหวะเชื่องช้า แต่แล้ว หูของผมก็จับสัญญาณความเคลื่อนไหวแ่เบาที่ดังมาจากโถงทางเดินด้านนอกได้
'ตึก... ตึก... ตึก...'
เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับก้าวเดินของแมวเหยียบย่ำลงบนพื้นบันไดไม้สักทองเยื้องกรายลงมาสู่ชั้นล่างอย่างช้าๆ เสียงนั้นแ่เบาเหลือเกิน ทว่าในคฤหาสน์ที่เงียบงันจนได้ยินเสียงระบบหมุนเวียนอากาศทำงาน เสียงฝีเท้านั้นจึงชัดเจนจับใจความได้ทุกย่างก้าว จังหวะฝีเท้าทิ้งน้ำหนักลงบนไม้ทีละขั้นอย่างไม่รีบร้อน คล้ายกับคนเดินจงใจจะทอดเวลาและปั่นประสาทผู้ที่รอฟังอยู่ด้านล่าง
ผมรีบยืดแผ่นหลังขึ้นตรง ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยและดูสุขุมเป็ผู้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ นิ้วมือแสร้งเคาะแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ส่งเสียง 'แกร๊กๆ' เสมือนว่ากำลังจดจ่ออยู่กับงานอย่างขะมักเขม้น ทั้งที่ดวงตาของผมกลับลอบมองผ่านบานกระจกใสของห้องทำงานตรงไปยังบันไดทางขึ้นชั้นสองอย่างใจจดจ่อ
แล้วรอยต่อของบานประตูกระจกใสก็ปรากฏเงาร่างโปร่งบางที่ก้าวพ้นเหลี่ยมมุมกำแพงเข้ามา มีนก้าวเดินเข้ามาในห้องทำงานของผมอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าของเธอแฝงเร้นไปด้วยความอ่อนหวาน นุ่มนวล ทว่ากลับซ่อนเร้นเสน่ห์เย้ายวนใจอันแสนร้ายกาจที่ทำให้คนมองแทบหยุดหายใจไปชั่วขณะ
ภาพลักษณ์ของเธอในเวลานี้แตกต่างจากเมื่อบ่ายอย่างสิ้นเชิง และมันก็รุนแรงกว่าภาพสะท้อนในกระจกบานนั้นเสียอีก!
มีนเพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จใหม่ๆ เธอสวมชุดนอนกระโปรงสายเดี่ยวผ้าซาตินบางเบาสีพีชเนื้อเนียนละเอียดลื่นไหลไปตามเส้นสายและสรีระโค้งเว้าของร่างกาย ชายกระโปรงสั้นเต่อเหนือหัวเข่าขึ้นมาหลายนิ้ว เผยให้เห็นต้นขาเรียวขาวผุดผ่องไร้ที่ติ ผิวพรรณของเด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดปีขาวละเอียดดุจน้ำนมสดเต่งตึงสะท้อนกับแสงแดดยามเย็นที่สาดส่องเข้ามา ยามที่เธอก้าวเดิน ชายกระโปรงซาตินพลิ้วไหวแนบชิดไปกับสะโพกผายกลมกลึงนุ่มหยุ่น และสิ่งที่ทำให้เืในกายของผมพลุ่งพล่านจนร้อนฉ่าขึ้นมาทันทีคือ... ภายใต้ชุดนอนสายเดี่ยวซาตินบางสีพีชตัวนั้น ปราศจากการสวมใส่บราเซียหรือยกทรงใดๆ ทั้งสิ้น!
เนื้อผ้าซาตินบางเบาสีพีชแนบลู่ไปกับแผ่นอกอวบอิ่ม เผยให้เห็นรอยยอดอกสีระเรื่อบางเบานูนเด่นชูชันชี้ตั้งขึ้นมาใต้เนื้อผ้าบางอย่างชัดเจนทุกครั้งที่ขยับกาย ลมหายใจของผมสะดุดกึกในลำคอ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงขณะพยายามกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดอย่างยากลำบาก สายตาจ้องค้างอยู่ที่ยอดปทุมถันชูชันคู่นั้นอย่างสั่นไหวและไม่ลืมหูลืมตา
กลิ่นกายของเธออบอวลลอยฟุ้งนำหน้าเข้ามาก่อนตัวเสียอีก มันคือกลิ่นสบู่เหลวเด็กหอมละมุนปนกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ที่สะอาดสะอ้านและบริสุทธิ์ แต่เมื่อผสมผสานเข้ากับกลิ่นอายเนื้อสาวที่ร้อนระอุผุดผ่องจากการเพิ่งชำระร่างกาย กลิ่นนั้นกลับกลายเป็สิ่งปลุกเร้ากามารมณ์ที่ทรงอานุภาพสูงสุด มันลอยเข้ามาปะทะจมูกของผมจนหัวสมองตึงเปรี๊ยะ
"พี่ภัทรคะ..." เสียงหวานใสของมีนดังขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของเธอเจือความออดอ้อนกระเส่าและขี้เล่นในคราวเดียวกัน "ข้างบนร้อนจังเลยค่ะ แอร์ในห้องมีนเหมือนจะไม่ค่อยเย็นเลย ลมแทบไม่ออก เงียบก็เงียบ... มีนเหงาจะตายอยู่แล้วค่ะ เลยอยากลงมานั่งเล่นเป็เพื่อนพี่ภัทรข้างล่าง เปิดพัดลมตรงนี้ให้มีนหน่อยได้ไหมคะ"
เธอยิ้มตาหยี แววตาสุกใสดุจดวงดาวทว่าแฝงรอยประกายแห่งความท้าทายลึกซึ้งมองลอดใต้แพขนตางอนหนา จ้องมองตรงเข้ามาในดวงตาของผมอย่างมีนัยสำคัญ
ผมสูดลมหายใจลึกๆ ข่มความตื่นตัวของร่างกายที่ประท้วงอย่างหนักหน่วง แก่นกายใต้กางเกงตึงขยายใหญ่จนแทบะเิ ผมปั้นหน้าเข้มจ้องมองเธอด้วยสายตาตักเตือน แสร้งส่งเสียงทุ้มต่ำและจริงจังในฐานะพ่อเลี้ยงหนุ่มผู้ดูแลบ้าน
"มีนครับ... ทำไมแต่งตัวแบบนี้ลงมาข้างล่างล่ะ" ผมเอ่ยเสียงเข้ม พยายามรักษาโทนเสียงไม่ให้สั่นไหว "ชุดนอนสายเดี่ยวบางๆ สีพีชแถมนี่ยังไม่ใส่..." ผมกลืนคำว่าบราเซียลงคอไปเพราะความเขินอายปนความรู้สึกดิบ "มันดูล่อแหลมเกินไปนะครับ อยู่บ้านที่มีผู้ชายอยู่ด้วย ถึงพี่จะเป็สามีใหม่ของคุณเกดและเป็คนในครอบครัว แต่แต่งตัวเสื้อผ้าบางเบาไร้ระเบียบแบบนี้เดินไปเดินมามันไม่เหมาะเลยนะ ถ้าคุณเกดมาเห็นเข้า หรือน้าอรกลับมาเจอคงโดนดุแน่ๆ รีบขึ้นไปเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อยดีกว่าครับ"
แทนที่มีนจะสะดุ้งใหรือรีบดึงเสื้อผ้ามาปิดบังทรวงอกอวบอิ่มที่ชูชันทะลุเนื้อซาตินบางสีพีช เธอกลับหัวเราะคิกคักเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะหยอกเย้าของเธอนุ่มนวลชวนปั่นประสาทอย่างยิ่ง มีนขยับกายก้าวสืบเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของผมมากขึ้น เรียวขายาวสีน้ำนมก้าวทีละก้าวอย่างแช่มช้าจนกระทั่งมายืนประชิดขอบโต๊ะหินอ่อนด้านขวาของผม
"โธ่... พี่ภัทรล่ะก็ แก่แดดเป็ผู้ใหญ่ขี้บ่นไปได้" มีนบอกพลางยักไหล่บางทำหน้างอน แววตาของเธอยิ่งวาววับด้วยความสนุกสนานท้าทายมากขึ้น "แม่ไม่อยู่บ้านตั้งสามวัน น้าอรกับป้าพิมก็ออกไปห้างข้างนอกอีกนานกว่าจะกลับ ส่วนยัยเตยก็ขอกลับไปนอนพักที่บ้านหลังสวนแล้ว ในบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้มีแค่พี่ภัทรกับมีนอยู่กันแค่สองคนเองนะคะ จะมีใครมาดุมีนได้อีกล่ะคะนอกจากพี่ภัทร... หรือว่าพี่ภัทรจะใจร้ายดุมีนลงจริงๆ หือ?"
คำพูดและสายตาเชื่อมเชื่อมของมีนเปรียบเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงที่คุกรุ่นอยู่ในอกของผม สองมือของผมที่จับขอบเก้าอี้ทำงานสั่นระริกช้าๆ ลมหายใจอุ่นร้อนหอบถี่กระชั้นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ยิ่งระยะห่างระหว่างเราลดน้อยลง กลิ่นกายสาวสะพรั่งและกลิ่นซาตินบางสีพีชก็ยิ่งชัดเจนจนแทบคลั่ง
มีนไม่รอให้ผมโต้ตอบหรือเอ่ยปากไล่เธออีกรอบ เด็กสาวเอื้อมมือไปลากเก้าอี้สตูลกลมบุหนังสีน้ำตาลไม่มีพนักพิงที่ตั้งอยู่มุมห้องนอนนั่งเล่นเข้ามาใกล้ๆ โต๊ะทำงานของผม เธอไม่ได้วางมันไว้ห่างๆ ทว่ากลับลากมาวางเบียดชิดติดกับเก้าอี้หนังทำงานตัวใหญ่ของผมในระยะประชิด ชนิดที่ไม่มีพื้นที่กว้างขวางเหลือให้อากาศไหลผ่านได้สะดวก
จากนั้นเธอก็หย่อนสะโพกกลมกลึงทิ้งน้ำหนักลงนั่งบนเก้าอี้สตูลตัวนั้นอย่างนิ่มนวล
จังหวะที่เธอนั่งลง ชายกระโปรงซาตินบางสีพีชสไลด์เลื่อนตัวขึ้นไปสูงตามต้นขาขาว เผยเนื้อหนังมังสาเนียนละเอียดขาวละเอียดราวนมสดเกือบถึงโคนขาอ่อน ขาเรียวขาวข้างหนึ่งของมีนขยับมาเบียดชิดทาบทับเข้ากับท่อนขาของผมที่สวมกางเกงขาสั้นสีดำเนื้อบาง ผิวเนื้อต่อผิวเนื้อััเบียดสีกันผ่านเศษผ้าบางๆ ความร้อนระอุจากร่างกายของมีนส่งผ่านเนื้อผ้าซาตินเข้ามาปะทะหน้าขาของผมทันที ร่างกายของผมสะท้านวาบไปทั้งแถบ ตัวตนความเป็ชายที่ตื่นตัวอยู่แล้วยิ่งบวมเป่งขยายขนาดจนตึงเปรี๊ยะปวดร้าวรุนแรงใต้ร่มกางเกง
"ทำงานเหนื่อยไหมคะพี่ภัทร ดูแต่หน้าจอคอมพิวเตอร์แบบนี้ไม่ง่วงแย่เหรอคะ" มีนเอ่ยถามน้ำเสียงอ่อนหวานหยดย้อย ใบหน้าน่ารักเอียงมองผม แขนเรียวสวยของเธอยกขึ้นวางพาดบนที่เท้าแขนเก้าอี้ของผม ััแ่เบานั้นลากไล้ผ่านท่อนแขนแกร่งที่มีมัดกล้ามเนื้อนักกีฬาของผมช้าๆ ััอุ่นร้อนของนิ้วมือนุ่มๆ สะกิดความเสียวซ่านให้แล่นพล่านเป็ริ้วๆ ขึ้นมาสู่หัวใจ
ผมหันไปสบตาเธอลึก แววตาของผมตอนนี้คงเต็มไปด้วยความ้าที่พยายามกดข่มไว้เต็มกลืน ผมสูดลมหายใจพยายามเค้นคำพูดตอบกลับไป
"ไม่เหนื่อยหรอกครับมีน... งานของพี่ก็ต้องทำแบบนี้ประจำอยู่แล้ว ส่วนมีนทำรายงานเสร็จแล้วเหรอ ถึงได้ลงมานั่งเล่นสบายใจแบบนี้"
มีนขยับรอยยิ้มแสนเ้าเล่ห์ดุจสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยที่จับเหยื่อได้อยู่หมัด แววตาคู่สวยมองจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผมอย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัว เธอลดระดับน้ำเสียงลงจนกลายเป็เสียงกระซิบแ่เบากระเส่า ปั่นหัวผมจนสมองเบลอ
"รายงานน่ะเสร็จไปส่วนหนึ่งแล้วค่ะ... แต่มีนมีเื่อื่นที่ค้างคาใจอยู่มากกว่า" มีนหยอกล้อพลางยื่นใบหน้าหวานเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ของเป่ารดข้างแก้มของผม กลิ่นแป้งเด็กหอมกรุ่นปะทะซ้ำๆ "พี่ภัทรคะ... มีนถามจริง ๆ เถอะค่ะ เมื่อกี้ตอนบ่ายสามโมงที่ห้องนอนของมีน... พี่ภัทรลอบมองเห็นอะไรในกระจกโต๊ะเครื่องแป้งบานนั้นใช่ไหมคะ? บอกมีนหน่อยสิคะว่าเห็นชัดหรือเปล่า..."
คำถามตรงประเด็นและแฝงความร้ายกาจทำเอาโลกของผมหยุดหมุนไปชั่วขณะ! หัวใจเต้นตูมตามเสียงดังจนกลัวว่าคนข้างตัวจะได้ยิน ลมหายใจหยุดกึกไปหลายวินาทีก่อนจะพยายามปรับเสียงให้ปกติเพื่อปฏิเสธหน้าซื่อตามมารยาทศีลธรรมที่ยังเหลืออยู่
"เห็น... เห็นอะไรกันครับมีน พี่ไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้นแหละ พี่ก็แค่เดินขึ้นไปตรวจดูความเรียบร้อยรอบบ้านตามที่คุณเกดสั่งไว้ เห็นประตูล็อกสลักมันแง้มอยู่พี่เลยกะจะเข้าไปบอกเฉยๆ แต่พอมันปิดสนิทพี่ก็เลยเดินกลับลงมา ไม่ได้แอบดูอะไรเลยครับ" ผมพูดปดคำโต ทว่าสายตากลับสั่นระริกและจ้องมองริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อของเธออย่างไม่ยอมละสายตา
มีนหัวเราะคิกคัก แววตาเต็ไปด้วยความขี้เล่นและท้าทายอย่างผู้ชนะ เธอรู้ดีว่าผมกำลังโกหกคำโต
"พี่ภัทรปากแข็งจังเลยค่ะ... โกหกไม่เนียนเลยสักนิด" มีนกระซิบหยอกเย้า แ่เบาจนข้างหูของผมร้อนผ่าว ทันใดนั้นเธอก็ก้มตัวลงต่ำ โน้มใบหน้าและแผ่นอกอวบอิ่มชูชันมาวางคางมนลงบนท่อนแขนซ้ายของผมที่พาดอยู่บนที่เท้าแขน สองเต้าอวบเต่งตึงสีระเรื่อใต้สายเดี่ยวซาตินบางสีพีชบดเบียดเข้าหากันจนเกิดเนินอกลึกขาวผ่องชิดหน้าอกแกร่งของผมอย่างจงใจ
แต่สิ่งที่ทำให้ผมสะท้านสุดตัวจนแทบจะกลั้นเสียงครางไม่อยู่คือ... สายตาหยาดเยิ้มปนเ้าเล่ห์ของมีนไม่ได้มองไปที่อื่นใด ทว่าเธอลดสายตากลมโตคู่นั้นลงต่ำ จ้องเขม็งสะกดอยู่ที่กึ่งกลางลำตัวของผม เป้ากางเกงขาสั้นสีดำเนื้อบางที่บัดนี้บวมเกร็งปูดโปนขยายขนาดนูนเด่นขึ้นมาเป็ลำรูปทรงยาวใหญ่อย่างเห็นได้ชัดจากการถูกกระตุ้นอารมณ์รักและแรงตัณหา
มีนส่งยิ้มหวานแสนร้ายลึก ยื่นปลายนิ้วเรียวสวยของเธอชี้ไปที่เป้ากางเกงที่ปูดนูนนั้นช้าๆ ก่อนจะกระซิบเสียงหวานกระเส่าหยอกเย้าปั่นหัวผมอย่างสนุกสนาน
"พี่ภัทรบอกว่าไม่ได้เห็น... แต่ทำไมร่างกายของพี่ภัทรมันไม่ได้ปากแข็งตามไปด้วยเลยล่ะคะ ดูสิคะ... มันตื่นตัวจนขยายขนาดโตขี้โกหกปูดโปนออกมาฟ้องมีนขนาดนี้แล้ว ยังจะกล้าปฏิเสธอีกเหรอคะว่าไม่ได้แอบดูหน้าอกของมีนในกระจกเมื่อกี้..."
นิ้วมือเล็กๆ ของเธอเริ่มลากไล้ผ่านท่อนแขนกว้างของผมลามขึ้นมาถึงลาดไหล่ แรงกดเบาๆ จากปลายนิ้วสร้างกระแสไฟฟ้าแปลบปลาบซ่านเสียววิ่งพล่านเข้าสู่กระดูกสันหลังของผมทันที ท้องน้อยของผมปั่นป่วนบิดมวนด้วยความเสียวซ่านรุนแรง ความขัดแย้งในใจเริ่มพังทลายลงทีละน้อยต่อหน้าคำพูดยั่วยวนและปฏิกิริยาทางกายที่ตึงเปรี๊ยะจนทนแทบไม่ไหว
"มีน... อย่าเล่นแบบนี้เลยครับ พี่เป็..." ผมพยายามทัดทานด้วยเสียงที่แหบแห้งราวกระดาษทราย คอแห้งผากจนพูดแทบไม่เป็คำ สองมือพยายามขยับเบี่ยงท่อนแขนออกห่างเพื่อสร้างระยะปลอดภัย ทว่าจิตใต้สำนึกส่วนลึกกลับสั่นคลอนอย่างรุนแรง
"พี่ภัทรเป็อะไรคะ? เป็สามีใหม่ของแม่เหรอ?" มีนย้อนถามเสียงหวานหยด แฝงรอยเย้ยหยันนิดๆ ทว่าเย้ายวนจนหัวใจเต้นโครมคราม เธอขยับกายลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้สตูลช้าๆ ชายกระโปรงชุดนอนซาตินบางสีพีชสลัดตัวตกลู่ไปตามแนวต้นขาเนียนใส มีนไม่ได้ถอยห่าง แต่กลับก้าวสืบเท้าเข้ามาตรงกลางระหว่างเข่าทั้งสองข้างของผมที่เปิดอ้าอยู่ตามลักษณะการนั่งเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่
เธอยื่นมือเรียวทั้งสองข้างมาจับไหล่กว้างของผมไว้ ก่อนจะค่อยๆ หย่อนสะโพกกลมกลึงนุ่มหยุ่นทิ้งน้ำหนักลงนั่งช้อนทับบนตักแกร่งของผมโดยตรง!
"อ๊ะ..." ผมครางต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่านเมื่อสะโพกนุ่มละมุนของเธอกดทับบดเบียดเข้ากับท่อนเอ็นร้อนผ่าวที่ขยายขนาดขึงเกร็งเต็มพิกัดใต้กางเกงขาสั้นสีดำโดยไม่มีสิ่งใดกั้นขวางนอกจากเนื้อผ้าบางๆ สองชิ้น
กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งเด็กและผิวสาวะเิฟุ้งกระจายโอบล้อมตัวเราสองคนไว้ในทันที ไอร้อนระอุจากเรือนร่างบางของมีนส่งผ่านชุดนอนซาตินบางสีพีชแนบเนื้อเข้าหาผิวของผม ความอุ่นนุ่มของทรวงอกอวบหยุ่นสองเต้าที่บดเบียดแนบชิดติดกับอกแกร่งของผมผ่านสายเดี่ยวบางเบาจนยอดอกชูชันเสียดสีกับเสื้อยืดสีเทาของผมสั่นริ้วสะท้านไปถึงทรวงใน
มีนยกแขนเรียวขึ้นโอบรอบคอของผมอย่างออดอ้อน ใบหน้าน่ารักหงายขึ้นสบตาผมในระยะห่างไม่ถึงหนึ่งคืบ ลมหายใจร้อนระอุของเธอบดเบียดเป่ารดปลายจมูกและซอกหูของผมจนร่างกายร้อนผ่าวประหนึ่งเตาเผาไฟ
"ในบ้านตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลยนะคะพี่ภัทร... น้าอรก็ไม่อยู่ ยัยเตยก็กลับไปที่พักแล้ว มีแค่เราสองคนเท่านั้นเอง..." มีนกระซิบเสียงหวานแหบพร่า ดวงตากลมปรือฉ่ำด้วยไฟปรารถนาจ้องมองริมฝีปากของผมอย่างมีความหมาย "พี่ภัทรไม่อยากเล่นเกมกับมีนจริงๆ เหรอคะ? มีนเหงาจะตายอยู่แล้ว... อยากให้พี่ภัทรช่วยสอนเกมของผู้ใหญ่ให้มีนหน่อยจังเลยค่ะ..."
ััอบอุ่นและนุ่มละมุนของสะโพกกลมกลึงที่ขยับบดเบียดขยี้ลงบนตัวตนของผมช้าๆ เป็จังหวะ ราวกับกำลังปั่นหัวหยอกเย้าให้เนื้อในของผมสั่นสะท้าน ความกตัญญู ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และเสียงเตือนสติของคุณเกดในสายโทรศัพท์พังทลายสลายหายไปในพริบตาเดียวเมื่อตัณหาความใคร่เข้าครอบงำสติสัมปชัญญะของผมอย่างสมบูรณ์แบบ!
ผมหมดสิ้นความอดกลั้นและตบะแตกอย่างสิ้นเชิง!
"มีน... เธอแสนร้ายกาจเกินไปแล้วนะ" ผมพูดเสียงพร่าต่ำ ลืมความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไปจนหมดสิ้น สองมือหนาใหญ่และร้อนผ่าวเอื้อมออกไปโอบกระชับเอวคอดกิ่วของเธอไว้ สองมือบีบเค้นลงบนสะโพกนุ่มและเอวบางจนชุดนอนซาตินยับย่น ดึงรั้งร่างโปร่งบางของมีนเข้ามากระชับแนบอกอุ่น บดเบียดสะโพกกลมของเธอเข้ากับตัวตนที่แข็งขืนตึงเปรี๊ยะปวดร้าวของผมจนเนื้อแนบเนื้อแทบไม่มีช่องว่างกั้น
"อื้อ... พี่ภัทร..." มีนครางเสียงหวานประท้วงเบาๆ ในลำคอ ทว่าใบหน้าสวยหวานกลับแหงนเงยขึ้นรับัั ดวงตาหรี่ปรือเยิ้มหลับตาลงพริ้ม ริมฝีปากอิ่มสีชมพูเผยอออกเล็กน้อยรอคอยจุมพิตอย่างท้าทายและเต็มใจยิ่ง
ผมก้มใบหน้าลงไปซุกไซร้ซอกคอขาวระหงเนียนละเอียด สูดดมกลิ่นเนื้อสาวสะพรั่งและกลิ่นหอมกรุ่นรุ่มร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาจนแทบคลั่ง ปลายลิ้นร้อนชื้นแตะััเลียลากไล้ตามรอยชีพจรที่เต้นตุบๆ บนลำคอระหง ลากลงมาถึงแอ่งไหปลาร้าโค้งเว้าสวยงาม มีนสั่นสะท้านกอดรอบคอของผมแน่นขึ้น แอ่นอกอวบอิ่มชูชันชี้ตั้งสะบัดเร่ารับััร้อนของผมอย่างหลงใหล
ผมลากริมฝีปากอุ่นขึ้นมาตามแนวคาง เลียไล้พรมจูบตามซอกหูที่ร้อนผ่าว ก่อนจะแหงนใบหน้าสบประสานสายตาชั่วครู่ ลมหายใจร้อนเป่ารดกันและกันจนร้อนรุ่ม ผมก้มศีรษะลงช้าๆ เตรียมจะประกบจูบบดเบียดขยี้ริมฝีปากอิ่มสีชมพูฉ่ำหวานชวนลิ้มลองคู่นั้นของเธอให้สาสมกับความกระสันปวดร้าวที่เธอเป็คนก่อขึ้น
ทว่าในจังหวะที่ริมฝีปากของเราสองคนเกือบจะแตะัักันในระยะไม่ถึงมิลลิเมตร...
*ปัง!*
เสียงเลื่อนประตูสไลด์บานกระจกทางเข้าคฤหาสน์หลักด้านหน้าถูกกระชากเปิดออกอย่างรุนแรงและกะทันหัน เสียงกระแทกของโลหะและกระจกดังสนั่นก้องกังวานลัดเลาะตามทางเดินเข้ามาในห้องทำงาน พร้อมกับเสียงฝีเท้าเหยียบย่ำหนักๆ ก้าวเข้ามาในโถงทางเดินหลักอย่างรวดเร็ว
"มีน! อยู่ไหนน่ะ? ฉันลืมไอแพดกับชีทสรุปบทเรียนไว้ในห้องนอนแกเนี่ย เดี๋ยวต้องรีบไปช่วยแม่จัดของในครัวต่อแล้วเนี่ย!" เสียงห้าวๆ คุ้นเคยของ 'เตย' ะโเรียกหามีนเสียงดังลั่นบ้านขณะเดินตรงดิ่งเข้ามาทางห้องทำงานชั้นล่าง
เสียงนั้นราวกับเสียงะเิที่ดึงสติของเราสองคนให้กระเจิดกระเจิงและตื่นตระหนกวูบใหญ่ในทันใด!
ผมและมีนสะดุ้งตัวโยนผละออกจากกันอย่างรวดเร็วด้วยความตื่นตระหนกใสุดขีด มีนรีบสไลด์ตัวก้าวออกจากหน้าตักของผม ยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว มือเรียวสวยรีบจัดแจงชุดนอนกระโปรงสายเดี่ยวซาตินบางสีพีชของเธอที่ยับย่นให้เข้าที่ ดึงสายเดี่ยวที่ร่วงหลุดไปข้างหนึ่งขึ้นพาดบ่าระหงอย่างเร่งรีบ ทว่าสีหน้าตื่นใของเด็กสาวแสนร้ายกาจคนนี้กลับจางหายไปอย่างรวดเร็ว แปรเปลี่ยนเป็แววตาเสียดายปนประกายความสนุกสนานหยอกเย้าดุจเดิม
เธอก้มใบหน้าหวานลงมากระซิบข้างใบหูของผมด้วยลมหายใจร้อนผ่าวที่ยังคงหอบกระชั้น
"เกือบไปแล้วนะคะพี่ภัทร... แย่จังเลย ยัยเตยเข้ามาขัดจังหวะซะได้..." มีนกระซิบเบาหวิวพร้อมส่งยิ้มหวานเย้ายวนแสนซน "วันหลัง... เราค่อยมาเล่นกันใหม่นะคะ"
พูดจบเธอก็ยื่นใบหน้าน่ารักเข้ามาขโมยหอมแก้มของผมเร็วๆ ฟอดใหญ่จนได้กลิ่นแป้งเด็กหอมกรุ่นติดปลายจมูก พร้อมแลบลิ้นสีชมพูเล็กๆ ใส่ผมอย่างทะเล้นท้าทาย ก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งแกมเดินออกไปจากห้องทำงานกระจกใสเพื่อต้อนรับเพื่อนสนิทอย่างรวดเร็ว
"มีน! แกอยู่ข้างล่างเหรอ..." เสียงเตยดังใกล้เข้ามา ขณะที่มีนส่งเสียงตอบกลับไปร่าเริงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
ทิ้งให้ผมนั่งตัวสั่นเทาอยู่บนเก้าอี้ทำงานหนังตัวใหญ่ ลมหายใจยังคงหอบกระชั้นถี่ ลำคอแห้งผากราวดินทรายขาดน้ำ แก่นกายปวดร้าวค้างคาบวมเป่งขึงเกร็งขยายเต็มที่ในกางเกงขาสั้นสีดำด้วยอารมณ์ใคร่เสน่หาที่ถูกปลุกเร้าจนดิ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดทว่าไม่ได้รับการปลดปล่อยจนทรมานไปทั้งท้องน้อย
จิตใจของผมในตอนนี้เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย ความตื่นตระหนกใ และความหวาดเสียวว่าเตยจะเดินเข้ามาเห็นพิรุธหรือสภาพร่างกายที่ขยายเกร็งตื่นตัวจนปิดบังไม่มิดของผมในห้องทำงานแห่งนี้... ซึ่งมันอาจกลายเป็จุดเริ่มต้นของพายุลูกใหญ่ที่กำลังคืบคลานเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้โดยที่ไม่มีใครคาดคิด!