~ หอตำราเจียงหยู ~
จางหลินเดินเข้ามาในหอสมุด เขาหยุดลงเบื้องหน้าโต๊ะที่มีชายชรานั่งอยู่ “ผู้เฒ่าลู่ มีตำราอะไรมาใหม่บ้างหรือไม่?”
“ที่แท้ก็นายน้อยจาง…” เมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนคือจางหลิน ชายชรานามผู้เฒ่าลู่ก็ลุกขึ้นและประสานมือ “มีตำราใหม่หลายร้อยเล่มเพิ่งเข้ามาเมื่อวานนี้ เชิญนายน้อยจางเข้าไปเลือกดูได้ตามสบาย”
จางหลินพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเดินขึ้นบันไดตรงไปยังชั้นที่สาม ราวกับว่าเขาคุ้นเคยกับหอตำราแห่งนี้มากเกินไปจนจำทิศทางและหัวข้อของตำราที่เขากำลังจะค้นหาได้อย่างแม่นยำ
เขาเดินตรงไปยังตู้เก็บตำราตู้หนึ่งและเลี้ยวซ้ายที่ซอยแคบๆของตู้นั้น
แต่จู่ๆฝีเท้าของจางหลินก็ต้องชะงัก เมื่อเขาพบว่าตรงหน้าของเขาคือร่างของหญิงสาวที่มีใบหน้าชดช้อยกำลังพลิกตำราอ่านด้วยคิ้วที่มุ่นลง
ใบหน้าของนางอ่อนโยนและชดช้อยดุจดรุณี ดวงตาสีดำดุจหมึกเป็ประกายแวววาว คิ้วของนางเรียงราวกับปีกหงส์ แม้จะมีผ้าบางๆปกปิดใบหน้า แต่ไม่สามารถบดบังเสน่ห์ที่แผ่ออกมาจากนางได้
นางสวมอาภรณ์สีน้ำเงินและมีพู่หยกสีขาวห้อยอยู่ข้างเอว ทำให้รูปลักษณ์ของนางดูงดงามราวกับเทพธิดามาจุติ กลิ่นอายของนางให้ความรู้สึกสูงส่งและเอื้อมไม่ถึง
ความงามของนางทำให้ชิงเยว่ที่ถือว่าเป็เทพธิดาในเมืองหยางโจวก็ต้องหลีกทาง!
รูม่านตาของจางหลินเบิกกว้าง จนเขาเผลอพึมพำออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ “ชะ-ช่างงดงามอะไรเยี่ยงนี้…”
ราวกับว่าหญิงสาวในชุดสีน้ำเงินได้ยินเสียงพึมพำของเขา นางละสายตาจากตำรา เงยหน้าขึ้นมามองจนพบเข้ากับจางหลินที่กำลังมองตรงมาด้วยการแสดงออกที่ตกตะลึง
จู่ๆ รูม่านตาของนางพลันต้องหดลีบลง ราวกับว่านางรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างในตัวของจางหลิน
เมื่อเห็นว่าจางหลินชะงักไป มุมปากที่ราบเรียบของนางค่อยๆยกเป็รอยยิ้ม “คุณชาย มีอะไรผิดปกติบนใบหน้าของข้าหรือไม่?”
น้ำเสียงที่อบอุ่นเปรียบได้ดั่งน้ำผึ้งชโลมใจ แต่จางหลินรีบส่ายหน้าเพื่อดึงตนเองออกจากภวังค์ ก่อนจะตอบพลางยิ้ม “ข้าแค่จะมาดูตำราเท่านั้น แม่นางสามารถอ่านต่อไปได้”
เขากำลังจะหันหลังเพื่อเดินหนี แต่เสียงที่นุ่มนวลของหญิงสาวก็ดังขึ้น “ช้าก่อน”
จางหลินค่อยๆเอนคอมองกลับไปและถามกลับด้วยรอยยิ้มเก้ๆกังๆ “ไม่ทราบว่าแม่นางมีอะไรจะแนะนำข้าหรือไม่?”
หญิงสาวในชุดสีน้ำเงินยกมือมาป้องปากหัวเราะเบาๆอย่างมีเสน่ห์ ก่อนที่นางจะค่อยๆก้าวไปข้างหน้าและถามว่า “ดูเหมือนว่าคุณชายจะคุ้นเคยกับหอตำราแห่งนี้พอสมควร ท่านพอจะแนะนำตำราที่เกี่ยวข้องกับจิติญญายุทธ์ให้ข้าได้หรือไม่?”
“จิติญญายุทธ์?” จางหลินผงะไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะชี้ตรงไปยังทิศทางของชั้นที่สอง “ลงไปยังชั้นที่สอง ตรงไปที่ชั้นวางแถบสีดำทางซ้ายมือสุด ที่นั่นมีตำราที่เกี่ยวข้องกับจิติญญายุทธ์อยู่ั้แ่วิธีการกระตุ้น การปลุก การรักษาหรือแม้แต่การยกระดับจิติญญา แม่นางสามารถลองหาดูจากที่นั่นได้”
หญิงสาวในชุดสีน้ำเงินยิ้มออกมาอย่างซาบซึ้ง “ขอบคุณ”
แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างจางหลินรู้สึกราวกับว่าเขาถูกชะตากับหญิงสาวผู้นี้อย่างไรชอบกล เขาจึงเอ่ยถามไปโดยไม่ได้ตั้งใจ “ขอทราบได้หรือไม่ว่าแม่นางมีชื่อแซ่อันใด? ข้าอยู่ที่นี่มานานแต่ไม่เคยเห็นหน้าแม่นางมาก่อน”
หญิงสาวในชุดสีน้ำเงินแนะนำตัวอย่างเป็มิตร “ข้าแซ่หลี่ ชื่อเชียนเหม่ย ข้ามิใช่คนจากเมืองหยางโจว”
“ปรากฎว่าเป็แม่นางหลี่เชียนเหม่ย…” จางหลินประสานมือแนะนำตัวในทันที ”ข้าน้อยจางหลิน ยินดีที่ได้รู้จัก”
หลี่เชียนเหม่ยพยักหน้าเบาๆ ทุกท่วงท่าของนางให้ความรู้สึกที่อ่อนโยนราวกับว่ามันเป็คุณลักษณะของนางมาั้แ่กำเนิด “ในเมื่อเป็เช่นนี้เชียนเหม่ยขอตัวก่อน”
จางหลินยกมือขึ้นมาประสานอย่างยิ้มแย้ม ก่อนที่หลี่เชียนเหม่ยจะก้าวออกลงไปยังชั้นที่สองในทันที
“หลี่เชียนเหม่ย...จะมีสตรีที่งดงามและสมบูรณ์แบบเช่นนี้ในผืนพิภพได้อย่างไร? หากจะพูดว่านางคือเทพธิดาที่จุติลงมาจาก์ ข้าก็คงจะเชื่อเช่นกัน” จางหลินที่กำลังมองคล้อยหลังอดไม่ได้ที่จะพึมพำในใจ จากนั้นเขาเดินตรงไปยังชั้นวางและหยิบตำราที่สนใจขึ้นมาเปิดดู
. . .
ในขณะเดียวกันนั้นหลี่เชียนเหม่ยก็ลงมาด้านล่างของหอสมุด นางถือตำราจำนวนมากไว้ในมือราวกับว่า้าตรวจสอบตำราเหล่านี้ให้แน่ใจ
เมื่อเวลาผ่านไปนางหยิบตำราและวางลงหลายครั้งก่อนจะถอนหายใจด้วยความผิดหวัง
พรึ่บ!
จู่ๆ กลับมีชายชราปรากฏขึ้นด้านหลังของนางด้วยการโค้งคำนับ “องค์หญิง”
ใบหน้าที่ใจดีของหลี่เชียนเหม่ยเปลี่ยนไปเมื่อเห็นชายชราผู้นี้ปรากฏตัวขึ้น นางละสายตาจากตำราและมองกลับไปด้วยแววตาไม่พอใจ “ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกข้าว่าองค์หญิง”
ชายชราตัวสั่นด้วยความกลัวและรีบเปลี่ยนสรรพนาม “คะ-คุณหนูน้อย ฝ่าาได้ส่งให้ข้ามารับคุณหนูน้อยกลับไป อีกไม่นานจะมีงานเลี้ยงใหญ่ ฝ่าาหวังว่าคุณหนูน้อยจะอยู่ที่นั่น”
หลี่เชียนเหม่ยมีสีหน้าที่ไม่พอใจเล็กน้อย “ท่านพ่อจะห้ามปรามข้าได้อย่างไร? หากไม่รีบหาวิธีการฟื้นฟูจิติญญายุทธ์ของท่านพ่อ เกรงว่าอีกไม่นานท่านพ่ออาจจะเป็อันตรายได้”
ชายชรากลับส่ายหน้าและให้เหตุผลว่า “แม้จิติญญายุทธ์ของฝ่าาจะถูกทำลาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฝ่าาจะพ่ายแพ้แก่ผู้เฒ่าเ่าั้ และอีกอย่างต่อให้เมืองหยางโจวจะเคยเป็บ้านเกิดของท่านผู้นั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีวิธีการรักษาจิติญญายุทธ์ให้แก่ฝ่าาได้”
เมื่อเห็นว่าหลี่เชียนเหม่ยเงียบไป ชายชราก็กล่าวในลักษณะวิงวอน “การที่ท่านหลบหนีออกมาเช่นนี้ไม่เป็ผลดีสำหรับจักรวรรดิ ข้าหวังว่าคุณหนูจะกลับไปพร้อมกับข้าเพื่อไม่ให้ฝ่าาต้องหนักใจ”
หลี่เชียนเหม่ยเหล่มองพลางกล่าวถาม “แล้วใครจะช่วยตามหาวิธีการฟื้นฟูจิติญญายุทธ์ที่แตกสลายให้แก่ท่านพ่อ?”
ชายชราอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบตอบกลับ “ข้าจะให้คนอื่นมาจัดการเื่นี้แทน”
หลี่เชียนเหม่ยอดไม่ได้ที่จะกลอกตา “หากพวกท่านมีความสามารถจริงๆ คงไม่จำเป็ที่ข้าจะต้องหนีออกจากวังมาเพื่อหาวิธีช่วยเหลือท่านพ่อเช่นนี้หรอก”
ชายชราอดไม่ได้ที่จะเขินอาย
หลี่เชียนเหม่ยส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ นางวางตำราทั้งหมดลงเมื่อตระหนักได้ว่าไม่มีตำราที่นาง้า
จู่ๆ นางก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้และรีบเอ่ยถาม “ผู้เฒ่าหลิง ท่านพอจะรู้จักชายที่ชื่อจางหลินในเมืองหยางโจวนี้หรือไม่?”
ชายชราที่ถูกเรียกว่าผู้เฒ่าหลิงลูบเคราครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ “ก่อนที่ข้าจะมาที่นี่ ตลอดทางมีการกล่าวถึงชายผู้หนึ่งที่ถูกเรียกว่าจางหลิน ว่าเขากำลังจะแต่งงานกับหญิงสาวจากตระกูลชิงที่ถือได้ว่าเป็ตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองหยางโจว...แต่ข้าไม่แน่ใจว่าเขาใช่คนที่คุณหนูน้อยถามถึงหรือไม่”
“โอ้? เขากำลังจะแต่งงานงั้นรึ?” หลี่เหม่ยเชียนมีสีหน้าที่แปลกประหลาด
ผู้เฒ่าหลิงมีสีหน้าแปลกๆเมื่อเห็นการแสดงออกของนาง ก่อนที่น้ำเสียงของเขาจะเย็นลง “เป็ไปได้ไหมว่าจางหลินผู้นั้นทำให้ท่านขุ่นเคือง?”
หลี่เชียนเหม่ยรีบส่ายหน้า “มิใช่ เมื่อครู่นี้ข้าเพิ่งได้เจอกับเขาและััได้ถึงจิติญญายุทธ์ที่แปลกประหลาด ราวกับว่าจิติญญายุทธ์ของข้ารู้สึกต่ำต้อยกว่าเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าชายผู้นั้น”
“เอ๊ะ!?” ผู้เฒ่าหลิงอุทานด้วยความใ “จิติญญายุทธ์ของท่านอยู่ในระดับ์จำแลง จะเป็ไปได้อย่างไรที่เมืองอันห่างไกลเช่นนี้จะมีผู้ที่จิติญญายุทธ์ที่เหนือกว่าระดับ์จำแลงอยู่?”
หลี่เชียนเหม่ยเองก็ครุ่นคิดกับตัวเอง แต่นางรู้สึกว่าทันทีที่นางได้พบเจอกับจางหลินก่อนหน้านี้ จิติญญายุทธ์ของนางมีปฏิกิริยาตอบสนองราวกับว่าอยากให้อยู่ห่างจากชายหนุ่มผู้นั้นให้ไกลที่สุด และอย่าได้ตั้งตนเป็ศัตรูกับเขาเป็อันขาด!
มันเป็สัญญาณเตือนของจิติญญายุทธ์ระดับสูงที่มีเจตจำนงเสรีเมื่อต้องพบเจอกับจิติญญายุทธ์ที่มีระดับสูงกว่า!
ซึ่งั้แ่เกิดมานางไม่เคยมีปฏิกิริยาเช่นนี้มาก่อน
หรือบางทีอาจจะพูดได้ว่าั้แ่นางเกิดมา นางยังไม่เคยพบเจอผู้ใดที่มีจิติญญายุทธ์ในระดับที่สูงกว่า เฉกเช่นตอนเจอกับจางหลินนอกจากบุคคลที่แข็งแกร่งกว่าในวัง
จู่ๆความสนใจก็ฉายวาบผ่านแววตาของหลี่เชียนเหม่ย ก่อนที่นางจะออกคำสั่ง “ผู้เฒ่าหลิง ไปสืบค้นประวัติของชายที่ชื่อจางหลินมาให้ข้า ข้าอยากจะรู้เช่นกันว่าเขาเป็อัจฉริยะประเภทใด”
“ขอรับ” ผู้เฒ่าหลิงประสานมือรับคำสั่ง