หิมะโปรยปรายข้างนอกนั่นจื่อเย่เดินผ่านเหมือนมันไม่เคย เหน้บหนาว ไม่เสื้อคลุมไม่มีสิ่งกันหนาว
หลี่จวินอุ้ม คะนิ้งเข้าไปในห้องบรรทมวางร่างบางลงแท่นอนอย่างทะนุถนอมหนิงเออร์เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้ สายตาที่มองหลี่จวิน ยังคงเหมือนเดินทั้งชื่นชม และ ศรัทธา
“ดึกแล้วหนิงเออร์เ้าออกไปเถอะข้าเช็ดให้สนมอี๋เซียงเอง รับผ้ามา กำไว้ หนิงเออร์มองตาละห้อย บรรจงเช็หน้าให้คะนิ้ง
“พ่อจ่า หนูจะเปิด สำนักงานนักสืบ” กอดแขนหลี่จวินแน่นหลี่จวินก้มลงจูบที่หน้าผากเบาๆ
“ฝันดีคนดีของข้า” แต่ คะนิ้งไม่ยอมปล่อยแขนหลี่จวินยิ้มนึกเอ็นดูร่างเล็กที่กอดเขาแน่น สอดตัวลงในผ้าห่ม นอนเคียงข้างคะนิ้งไม่ไปไหนอากาศข้างนอกเหน็บหนาวแต่ข้างกายอบอุ่น
อารมณ์และร่างกายปั่นป่วน แต่คนหลับ หลับนิ่งไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัว เป็หลี่จวินเสียอีกที่นอนไม่หลับ
เช้าสดใสคะนิ้ง พลิกตัวไปมาโดนกอดไว้แน่น แอบยกแขนใหญ่ออกเบาๆ แต่ไม่ทันเมื่อหลี่จวินคว้าร่างเล็กมากอด
“หลับสบายดีไหม” คะนิ้งพยักหน้า
“ข้ายังนอนไม่พอ เช่นนั้น ห้ามเ้าไปไหนมาให้กอดก่อน” คะนิ้ง ยอมโดยดี นอนลงข้าง ๆ หลี่จวินจุมพิตหน้าผาก
“ยอมหรือยัง”
“ใครยอม ยอมอะไร”
“ยอม...เป็ของข้า” ใจหวิวไหวจะบ้าตาย
หลี่จวินยิ้ม พลิกให้ร่างบางอยู่ข้างบน กอดเอวกิ่วไว้แน่น
“ทำขนาดนี้ขอขนาดนี่ยังไม่ยอมหากเป็สนมนางอื่นข้า ขื่นใจไปแล้ว”
“ฝ่าาก็ไปขื่นใจสนมนางอื่นสิคะนิ้งจะได้กลับบ้าน” พูดคำว่ากลับบ้าน อยู่ๆ ลมก้พัดหอบเอา ความหนาวเย็นะเืหัวใจ คะนิ้งสะดุ้ง
ก้มลงจูบปาก หลี่จิวนเพราะรู้สึกเศร้าใจหลี่จวิน ไม่พูดพล่ามแล้ว จุบตอบบดขยี้ริมฝีปากด้วยความรัญจวนใจ จนคะนิ้งเกือบสำลัก มืออุ่นสอดเข้าไปในเนื้อเนียนลูบไล้แผ่นหลัง ปากอุ่นยังทำหน้าที่ของมันไม่หยุด
“เสร็จข้าละอี๋เซียง” คะนิ้ง ผลักอกออก
“ฝ่าาหากคะนิ้งไม่อยู่”
“เ้าอย่าไปไหน ข้าไม่อนุญาต”
“ฝ่าาคะนิ้งไม่ใช่คนที่นี่”
“ข้าไม่ให้ไป” เสียงฝีเท้า เบาๆ หลี่จวินพลิกร่างขึ้นค่ะนิ้งไว้นิ่ง ใช้มืออุดปากส่งสัญญาณให้เงี่ยบ เมื่อการเดิน เหมือนกับผู้ที่มีวรยุทะสูงส่ง หลี่จิวน ได้ยินแม้กระทั่งเสียงชักกระบี่ที่มือสังหารพยายามให้เบาที่สุดแกล้งนอนนิ่ง กระบี่ในมือ มือสังหารเงื้อง่า หลี่จวิน ดึงตัวคะนิ้งให้หล่นลงไปข้างล่างแท่นนอนร่างใหญ่ กดทับร่างของคะนิ้งไว้คมกระบี่พลาดเป้าไปเพียงนิดเดียว ลุกพลวดถลาหยิบกระบี่บนที่วางกระบี่ดึง ฝักออกอย่างรวดเร็วเสียงโลหะกระทบกันเสียงดัง หลี่จวินกระบี่หลุดจากมือคะนิ้ง วิ่งเข้าไปใช้วิชาป้องกันตัวถิบมือสังหารอย่างแรง มันกัลับหันปลายกระบี่เพียงพริบตา ไม่ถึง เสี่ยวนาที ปลายกระบี่กำลังจะถุกส่งเข้าสุ่หัวใจของคะนิ้ง หลี่จวินลุกขึ้นขว้างไว้กระบี่คมกริบเสียบเขาที่กลางอกกว้างง่ายดายเืทะลักออกจากปาก คะนิ้งกรีดร้องดังสนั่น เสี่ยวซุน และไป๋จงผลักประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว ไป๋จงพันตูกับมือสังหาร มือสังหารหนีรอดไปได้ เสี่ยวซุน และ คะนิ้ง หอบร่างของหลี่จวินที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเื
คะนิ้งร้องไห้ ฟูมฟาย
“ตามหมอหลวงใครก็ได้ตามหมอหลวง” ะโเสียงดังลั่น ประคองหลี่จวิน นอนบนตักน้ำตาไหลริน
ซินเหยาถลาเข้ามาข้างใน ผลักคะนิ้งออกสุดแรงไป๋จงจับ ซินเหยาไว้
“นังแพศยานางปล่อยให้ฝ่าาได้รับอันตราย” คะนิ้งยังสะอื้น
ไทำไมนางไม่เอาตัวเองรับกระบี่แทนฝ่าา” คำพูดแทงใจดำคะนิ้งอย่างที่สุดประคอง ใบหน้าของหลี่จวินไว้ หมอหลวงหอบหลวมยาเข้ามา เสี่ยวซุนกับไป๋จง พากัน ประตคองหลี่จวินที่ไม่มีสติไปยังแท่นนอน
หมอหลวงตรวจอาการ คะนิ้งถูกไปจงและเสี่ยวซุนพาออกมาข้างนอก
ไทฮองไทเฮา มาถึงอย่างรวเร็วพอๆ กับไทเฮาที่รีบรุดมาทันที
“อี๋เชียง อย่าร้องไห้ จวินเอ๋อต้องปลอดภัย”
“ใครกัน ช่างทำ เสี่ยวซุน สั่งองครัก อารักขาเข้มงวดระหว่างนี้ ให้ ไป่จงอยู่ดูแลสั่งการองครักษ์และเพิ่มกำลังเวรยาม”
“ไทฮองไทเฮา หม่อมฉันขอบคุณที่ห่วงใย ฝ่าา” ไทฮองไทเฮามอง ไทเฮาด้วยหางตา
“หรือเ้าไม่ห่วง”
ไเสด็จแม่อย่าดู๔ูกน้ำใจของ หม่อมฉันนักเพคะหม่อมฉันก็เลี่ยงหลี่จวินมาเหมือนกัน”
“จวินเอ๋อเขารุ้ดี ไม่จำเป็คต้องให้ใครมาเสแสร้ง”
“เสด็จแม่ลูกห่วงใย ฝ่าาไม่น้อยไปกว่าเ้าแฝด”
“หากรู้จักแยกแยะ ก็จะเป็อย่างที่เ้าพูด”
หมอหลวงออกมา
“ท่านหมอ จวินเอ๋อเป็อย่างไรบ้าง”
“ทูลไทฮองไทเฮา กระบี่ไม่โดน จุดสำคัญ ฝ่าบเบาทปลอดภัยแล้วเพียงแต่เสียเืมาก จึงหมดสติไป” ไทฮองไทเฮาถอนหายใจโล่งอก
คะนิ้งถลาเข้าไปในห้องทันที
หลี่จวินนอนหลับตา มีผ้าพันแผล พันรอบอกเปลีอยเปล่าเืสีแดงซึม ออกมาจากแผลเปอะเปื้อนผ้าสีขาวคะนิ้งมองดูสงสารจับใจทั้งโศกเศร้าและใจหาย นั่งลงกุมมือหลี่จวินไว้แน่น
“สั่งให้ค้นให้ทั่วเขตเมืองหลวงหาตัวมือสังหารอย่าให้มันรอดไปได้” ไทฮองไทเฮาสั่งการเสียงดังสนั่น
