ตอนที่ 26 สัตว์ประหลาด
“ผมเป็มนุษย์แน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์” เด็กชายยืดอกอย่างภาคภูมิ“แต่ว่ากง แล้วผมต้องทำไงให้ใช้ลมปราณเหล่านี้ได้ครับ”
ร่างจิตของเด็กชายหินมองไปในตัวที่มีกลุ่มพลังงานหมุนวนสองกลุ่มอยู่ภายใน
“วิธีการฝึกปรืออาจจะยุ่งยากในตอนแรกหลังจากใช้จนคล่องแคล่วก็ไม่เป็ปัญหาอีก เพียงแค่แบ่งสำนึกเป็สองส่วนส่วนหนึ่งควบคุมลมปราณจักรวาล อีกส่วนควบคุมร่างกาย ฟังดูอาจง่ายแต่ยาก....เดี๋ยวยังไม่จบ” ชายชรากล่าวอย่างผู้าุโมีความรู้มากมาย หวังจะให้เด็กชายยอมรับนับถือตนเองแต่เด็กชายกลับเริ่มทำความเข้าใจและปฏิบัติทันทีอย่างกับเกิดมาเพื่อสิ่งเหล่านี้
“เช่นนี้เอง ง่ายกว่าที่คิดนะกง”ร่างจิตเด็กชายหินควบคุมพลังงานสายหนึ่งมารวมที่มือขวาฉับพลันที่ร่างกายเนื้อที่มือขวาปรากฏหมอกไอกลุ่มหนึ่งเกิดขึ้นเช่นกันนับว่าเข้าถึงแก่นสำคัญของการควบคุมพลังผสานกายได้อย่างมหัศจรรย์ชายชราได้แต่อ้าปากกว้างจนค้างติดพื้นไปพักใหญ่จวบจนตั้งตัวได้รีบกล่าวอย่างตระหนกทันทีว่า
“รีบสลายพลังเดี๋ยวนี้ เ้าเพิ่งควบคุมพลังครั้งแรกดันส่งพลังมามากมายเดี๋ยวได้ทำลายร่างกายจนแหลกสลายหรอก”
“โห...กง พลังเหล่านี้่อบอุ่นและอ่อนโยนเพียงนี้ ไม่เป็ไรหรอกครับพวกเค้าเป็มิตรกับผมแล้ว”เด็กชายกล่าวพร้อมกับปรับรูปร่างปราณในมือจนกลายเป็กระบี่ เดี๋ยวเป็โล่ไม่กี่อึดใจแปรเปลี่ยนหลายรูปแบบโดยที่พลังยังคงสงบนิ่งครานี้เป็ชายชราที่ยกมือขึ้นปาดเหงื่อ(ทั้งที่ไม่มีเหงื่อ)อย่างอึ้งทึ่งในใจคร่ำครวญว่า – เกิดมามีชีวิตกว่าสามหมื่นปีเจอสัตว์ประหลาดมาก็มาก แต่ไม่มีใครที่เหมือนเ้าเด็กผีนี่เลย-
“ สุดยอดมากเลยกง กงต้องเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์มากแน่เลยครับเพียงแนะนำเล็กน้อยผมก็ทำได้แล้ว” เด็กชายหันมายิ้มให้ ในมือขวาและมือซ้ายกลับปรากฏร่างแสงพลังงานเป็รูปร่างคนสองคนกำลังต่อสู้กันอย่างเมามัน
-ที่สุดยอดนะเอ็งต่างหาก- ชายชราคิดในใจ
“ใช่แล้ว ข้าเป็หนึ่งในเทพผู้เก่งกาจที่สุดผู้ที่เข้าใจพลังปราณ์ลึกซึ้งเป็หนึ่งไม่เป็สองรองใครในเวลานั้นไม่มีผู้ใดไม่รู้จัก เทพอสูรเกาจิ้ง เทพแห่งพลังปราณ ห้า ห้าห้า”ชายชราหลับตานึกถึงเื่ในอดีตอดหัวร่อขึ้นมาไม่ได้
“เยี่ยม ผมควบคุมพลังปราณจักรวาลได้แล้ว พวกเค้ายินดีจะให้ผมยืมพลังแต่ผมรู้สึกว่ามันเสียเวลาไปนิดหนึ่งก่อนที่ผมเนื้อจะใช้งานได้ หรือผมคิดไปเอง”
“ข้อเสียของการผู้ที่ไม่อาจเปิดจุดโพลงหรือตันเถียนในร่างเนื้ออยู่ตรงนี้เองแต่หากขยันหมั่นเพียงฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่งถึงระดับขั้นหนึ่งจุดโพลงของเ้าจะค่อยเปิดออกเอง แต่..เดี๋ยวนะเ้าบอกว่าพลังงานจักรวาลพูดคุยกับเ้ารึ”ชายชรากำลังอธิบายกลับเพิ่งสะดุดคำกล่าวของเด็กชาย รีบกล่าวถามอย่างใ
“ใช่ครับ พวกเค้าบอกว่า เค้าเป็พลังงานแห่งสรรพสิ่งพวกเค้าใจดีมากครับ” เด็กชายยิ้มแป้น
-อะไรกัน พลังจักรวาลมีสำนึกรู้คิดหรือนี่ ไม่...เป็ไปไม่ได้พลังงานก็คือพลังงาน เ้าเด็กผีต้องแกล้งหลอกแน่นอน คิดจะสะกดข่มข้ารึอย่างหวังเสียละ-
“ เอาเถอะ เ้าเพิ่งสำนึกรู้ในพลังที่ไม่เคยรู้จักห้วงสำนึกอาจจะสับสน แต่ไม่เป็ไรผ่านไปอีกสามสี่วันก็จะดีขึ้นหากคิดจะเป็ผู้เยี่ยมยุทธในโลกใบนี้ ขอเพียงเ้ากราบข้าเป็อาจารย์ข้าจะท่ายทอดเคล็ดวิชาชั้นเทพ เ้าจะกลายเป็ยอดคนอันดับหนึ่งของแผ่นดินอย่างแน่นอน”เทพอสูรเกาจิ้งกอดอกอย่างผู้ยิ่งใหญ่ในความคิดเด็กชายต้องก้มกราบตนเองเป็อาจารย์แน่นอนไม่มีผู้ใดกล้าปฏิเสธข้อเสนอนี้ได้ แม้แต่ยอดคนอันดับหนึ่งของแผ่นดินนี้
“ไม่ละ... ผมรู้ว่าอากงเป็เทพา ความเก่งกาจย่อมไม่ต้องสงสัยแต่ว่า...” เด็กชายหยุดกล่าวอย่างตั้งใจยืดเวลาออกไป
“แต่ว่าอะไร...” เทพอสูรเกาจิ้งอดรนทนไม่ได้ส่งเสียงขึ้น
“แต่ว่า เคล็ดวิชาร้ายกาจมากมายล้วนผ่านการฝึกฝนขัดเกราจนเหลือแก่นแท้มายาวนานถึงอย่างนั้นผมยังเชื่อว่า อาจจะยังไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดสำหรับผมซึ่งเป็คนจากโลกใบเล็กมีความเชื่อย่างหนึ่งว่าไม่มีสิ่งใดที่ดีที่สุดมีแต่คำว่าไม่สิ้นสุดจึงจะพบกับความก้าวหน้าไร้ขีดจำกัด”เด็กชายกล่าวไปพลางคิดในใจว่า –เราก็เก่งนะนี่ อุตส่าสรรหาคำพูดพวกนี้มาพูดได้อิอิ-
“ไม่มีสิ่งใดที่ดีที่สุดมีแต่คำว่าไม่สิ้นสุดจึงจะพบกับความก้าวหน้าไร้ขีดจำกัด เฮอะ...ช่างเป็คำกล่าวที่โอหังนักได้...เ้าหนู ข้าจะบอกเคล็ดความฝึกลมปราณที่เรียกว่าพายุเก้าขั้นให้ภายในร้อยปีหากเ้าทำให้วิชานี้ร้ายกาจขึ้นกว่าเดิมได้ข้าจะนับถือเ้าเป็อาจารย์น้อยทันที”เทพอสูรเกาจิ้งครั้งหนึ่งเป็เป็หนึ่งในผู้อยู่จุดสูงสุดของแดนเทพชั่วชีวิตมีแต่คนเอาใจประจบสอพลอไม่เคยมีใครกล้าดูถูกตนเองมาก่อนตอนนี้แทบจะอับจนปัญญากับเด็กประหลาด ต้องกล่าวเดิมพันโดยโทสะจิตออกมา
“ได้ ผมรับคำท้า แต่ว่า...”
“แต่อะไรอีก เ้าเด็กผี ในสมองเ้ามีอะไรมากมายนัก”เทพอสูรเกาจิ้งตอนนี้หากไฟลุกท่วมหัวได้คงได้เห็นไฟลุกขึ้นมาแล้ว
“ผมมีข้อแม้นิดหน่อย หวังว่ากงจะยอมรับนั่นจะทำให้การเดิมพันของเราตื่นเต้นขึ้นอีกด้วย” เด็กชายยิ้มเยาะในใจแต่ภายนอกแสร้างปั้นหน้าเคร่งขรึมจนเทพอสูรเกาจิ้งพยักหน้าเป็การย่อมรับเด็กชายจึงเอ่ยว่า
“กง บอกว่าให้ผมฝึกฝนร่างกาย แสดงว่าต้องมีเคล็ดวิชาฝึกฝนร่างกายเป็การเฉพาะ...”
“มี... ข้าจะให้เคล็ดวิชาโล่์แก่เ้า แต่อย่าคิดว่าจะฝึกง่ายดายข้าจะบอกเคล็ดขั้นต้นหากเ้าต้องเข้าถึงเคล็ดวิชาสามส่วนภายในหนึ่งวันหาไม่แล้วการพนันของเราเป็อันสิ้นสุด เ้าต้องกราบข้าเป็อาจารย์เพราะเพียงวิชาง่ายๆเช่นนี้ยังไม่อาจเข้าใจได้ในหนึ่งวันก็อย่าหมายจะเข้าถึงแก่นแท้ของวิชาพายุเก้าขั้นจนสามารถสร้างสรรค์ให้เลิศล้ำกว่าเดิมได้เสียเวลาเปล่าๆ”
“ได้ครับ แต่ว่ายังมีอีกเื่...”
“ @#$% ”เทพอสูรหมดคำจะกล่าว ในใจด่าทอเด็กชายจนแทบขนทุกสรรพสัตว์ออกมาเลยทีเดียว
“ด้วยภูมิความรู้อันกว้างใหญ่ของอากงเทพอสูร ผมรู้ว่ากงต้องมีวิธีช่วยผมเปิดจุดโพลงในร่างอย่างน้อยเปิดให้จุดเล็กๆก็ยังดี หากเป็เช่นนี้ต่อไปกว่าผมจะฝึกจนช่องโพลงเปิดออกมาเองก็พอดีกัน คนเบื้องนอกเ่าั้จับผมเป็ขยะแล้วหากผมโมโหขึ้นมาหากใช้พลังจักรวาลออกมาทำร้ายคนอื่นโดยไม่ตั้งใจจะผิดปกติเกินไปนะกง คิดดูนะกงคนอะไรมีกายไร้พร์ดันฝึกลมปราณได้เก่งกาจบานนั้นผมอาจโดนพวกใหญ่โตจับไปชำแหละพิสูจน์หาข้อเท็จจริงก็ได้น่า...”เด็กชายพยายามยกอ้างเหตุผลมาร้อยแปด แต่ดูเหมือนเทพอสูรเกาจิ้งจะรู้จุดมุ่งหมายดีได้แต่ส่ายหัวไปมาอดด่าตนเองในใจว่า –ผู้ใดให้ข้าโชคร้ายมาเจอสัตว์ประหลาดตัวนี้กันแต่ก็น่าสนุกดี-
เทพอสูรเดินส่ายหัวไปรอบร่างกายเนื้อของเด็กชายหินปากกล่าวว่า“ข้าคือเทพอสูร เื่ลมปราณไม่มีผู้ใดรู้ดีกว่าข้าแน่นอนข้าจะช่วยเ้าเปิดจุดโพลงที่ชีพจรหนึ่งจุด ที่เหลือเ้าหาวิธีเปิดตันเถียนเอาเองแล้วกัน”
เมื่อกล่าวจบร่างที่เื่แสงของชายชราค่อยๆหรี่แสงลงแต่ที่นิ้วชี้มือขวากลับยิ่งเข้มข้นขึ้นจนคล้ายกับมีเืเนื้อขึ้นมาก่อนจะจี้ลงที่จุดชีพจรหนึ่งที่หน้าอกบนร่างกายเนื้อของเด็กชายหิน
ปึ้ด...เสียงคล้ายกับบางสิ่งขาดออก ร่างจิตของเด็กชายหินสั่นไหวแสงที่เื่รองกระพริบอยู่สามสี่ครั้งก่อนที่มีแสงสว่างเล็กๆเกิดขึ้นตรงจุดที่เทพอสูรจี้ลงไปที่กายเนื้อเด็กชายหินเริ่มรู้สึกได้ถึงกระแสความอบอุ่นเล็กสายหนึ่งในร่างกายเนื้อนี่คือขุมพลังลมปราณเริ่มกำเนิดขึ้นมาแล้ว
“นี่คือเคล็ดวิชาทั้งสอง” ร่างจิตของเทพอสูรเลือนรางหายไปเหลือเพียงนิ้วชี้ขวาที่จี้ในกลางหน้าผากเด็กชายหิน“ข้าคงต้องหลับไปอีกหลายวัน...ที่เหลือแล้วแต่วาสนาของเ้าแล้ว”สิ้นเสียงนิ้วชี้ที่เหลือก็สลายเป็ฝุ่นไป
ในห้วงความคิดของเด็กชายพลันปรากฏข้อมูลจำนวนหนึ่งเข้ามาทั้งหมดคือเคล็ดวิชาพายุเก้าขั้น กับวิชาโล่์ ที่อธิบายเคล็ดความวิธีการฝึกปรือที่ผ่านการกลั่นกรองมายาวนานนับหมื่นปีจนถึงแก่นแท้เด็กชายหินรีบดึงจิตสำนึกกลับสู่ร่าง ััพลังลมปราณที่ร่างกายเริ่มรับรู้ได้ค่อยควบแน่นลงไปในช่องโพลงที่ละน้อย ส่วนห้วงสำนึกเริ่มตีความเคล็ดวิชาโล่์เป็อันดับแรก
จะด้วยภูมิปัญญาความเข้าใจระดับสัตว์ประหลาดหรือเพราะเคล็ดวิชาที่ถูกหล่อมกลั่นจนถึงแก่นแท้ของเทพอสูรเพียงผ่านไปอีกสิบห้าชั่วโมงร่างกายเด็กชายหินเริ่มชำระล้างสิ่งสกปรกสีดำคร่ำออกมาราวกับโคลนเหลวรอบกายมีปราการสีเทาหม่นหกบานตั้งล้อมรอบตัวเป็รูปหกเหลี่ยมนี่เป็ปรากฏการขั้นต้นของผู้ฝึกวิชาโล่์ นี่เพิ่งเลยครึ่งวันมาสามชั่วโมงเด็กชายก็สามารถบรรลุถึงขั้นต้นเกินห้าส่วนสร้างปราการสีเทาหม่นออกมาได้ อย่างนี้ไม่เรียกว่าสัตว์ประหลาดคงไม่ได้แล้ว
.....................