ซิ่วซิ่นโคจรพลังปราณอีกคราจากนั้นออกแรกผลักชายตรงหน้าให้ออกห่างอย่างสุดแรง ครั้งนี้จิ่นเลี่ยนไม่หลบแต่โคจรปราณคุ้มภัยมาตั้งรับเอาไว้พลังปราณทั้งสองปะทะกันและแหลกสลายไป
ร่างทั้งสองผละห่างจากกันตามที่ซิ่วซิ่น้าหากใช้พลังปราณปะทะกันตรง ๆ ชัยชนะจะต้องตกเป็ของจิ่นเลี่ยน ระดับชั้นของพลังนั้นแตกต่างกันเกินไป
“ข้าจะไม่ยุบพรรคของท่านพี่เหิงแล้วเข้าร่วมกับพรรคจิ่นจ้งของเ้าเป็แน่เลิกความคิดที่จะหว่านล้อมข้าเสียที ข้าไม่หลงกลกับเื่พวกนี้หรอกนะ”ซิ่วซิ่นว่าแบบนั้นก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูทางออกและผลักบานไม้นั่น
“ถ้าเรียกข้ามาด้วยเื่แค่นี้ข้าขอตัวก่อนแล้วกัน”นางเดินตรงออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมาหาจิ่นเลี่ยนเลยแม้แต่น้อย
จิ่นเลี่ยนเปล่งเสียงหัวเราะออกมาหลังจากบานประตูนั่นปิดลง“ข้าจะทำให้เ้าเป็ของข้าไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม ซิ่วซิ่น”
หลังจากซิ่วซิ่นกลับมาถึงพรรคหลิ่งเหอก็มุ่งหน้าไปยังลานฝึกวิชายุทธในทันทีบริเวณสนามมีหุ่นไม้ตั้งเรียงแถวอยู่ประปรายทั่วสนามซึ่งมันก็มีรูปลักษณ์ที่ต่างกันไปเพื่อทำให้ฝึกวิชายุทธได้หลากหลาย
ซึ่ง่เวลานี้ก็มีศิษย์ของพรรคฝึกวิชาอยู่เช่นกันเมื่อเหล่าศิษย์พวกนั้นเห็นซิ่วซิ่นก็รีบละมือจากการฝึกและแสดงความเคารพในทันที
นางไม่ได้ตอบกลับพวกเขาเลยแม้แต่น้อยทั้งที่ในทุกครั้งนางจะทักทายกลับไป เพราะเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นั้นช่างหยามศักดิ์ศรีความเป็จอมยุทธของนาง
บรรดาลโทษะเลยยังไม่ถูกชำระล้างออกไปเลยแม้แต่น้อยเหล่าบรรดาลศิษย์ของพรรคต่างสงสัยกับพฤติกรรมแปลก ๆ ของซิ่วซิ่นในตอนนี้
ซิ่วซิ่นโคจรพลังปราณทั่วร่างทำให้ละอองลมปราณเกิดขึ้นรอบร่างกายของนางเพียงชั่วอึดใจที่นางตวัดขาเตะเข้า่กลางของหุ่นไม้
หุ่นไม้หักพร้อมกับลมกรรโชกที่เกิดขึ้นเพราะพลังของนางไม่ใช่เพียงตัวเดียวที่หักครึ่งท่อน หุ่นไม้ตัวถัด ๆ ไปเองก็ถูกผลกระทบของลูกเตะนี้จนหักครึ่งเช่นกันเศษฝุ่นบริเวณพื้นตีขึ้นฟุ้งเพราะลมกรรโชกรุนแรง
หลังจากเหวี่ยงตัวเตะจนครบรอบและกลับมายืนอยู่ในท่าเตรียมพร้อมนางสูดหายใจเข้าลึก ๆ หนึ่งคราเพื่อเคลียอารมณ์ที่เหลืออยู่ในจิตใจให้หมดไปพร้อมกับการถอนหายใจเฮือกใหญ่ในครั้งนี้
เหล่าศิษย์ผู้เห็นเหตุการณ์พากันใกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่พวกเขาก็พอจะเดาได้ว่าตอนนี้ท่านรองสำนักของพวกเขาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่ดีเป็แน่มิเช่นนั้นนางคงไม่ทำเื่แบบนี้
“ไอเ้าบ้านั่น... ถ้าข้าระดับวรยุทธสูงกว่านี้ล่ะก็-” ซิ่วซิ่นพึมพำออกมาเบา ๆ และเสียงของศิษย์ก็ขัดขึ้นมา