ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 25 ครบรอบวันตาย
“พวกเ้าเป็ใคร!?” เสียงจากชายชุดเทาดังก้องไปทั่วโถงถ้ำ
ทำให้พรรคพวกของมันที่สวมใส่เครื่องแบบสีเทา รวมถึงคนงานนับร้อยที่กำลังแบกหามหินพลังงานหันมามองกันเป็ตาเดียว
เพียงครู่เดียวเท่านั้น ทั้งห้าก็ตกเป็เป้าสายตาของทุกคนในโถงขนาดใหญ่แห่งนี้
และหลายๆ คนก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดแปลกของคนที่เข้ามาใหม่ทั้งห้าคน
แม้จะไม่ได้ดูน่าอนาถเหมือนเหล่าคนงานที่กำลังแบกหาม แต่จะเรียกว่าเนื้อตัวสะอาดสะอ้านก็ไม่ใช่
ร่างพวกเขาทั้งห้าเต็มไปด้วยเืแห้งเกรอะกรังสีแดงเข้ม บางคนมีร่องรอยคมอาวุธตามร่างกาย บ่งบอกได้เป็อย่างดีว่าคนเหล่านี้เพิ่งผ่านประสบการณ์เช่นไรมา
ชายชุดเทาที่เหมือนกับเป็หัวหน้าผู้คุมเริ่มรู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติ
ผู้คุมทุกคนที่อยู่ที่นี่ ตัวมันจำหน้าได้หมด
ผู้ดูแลที่ทางตระกูลใหญ่ส่งมาคุมงาน มันเองก็รู้จัก
กลุ่มโจรเต่าเขียวที่ได้รับการจ้างวานให้มาทำงานเก็บกวาดด้านนอก มันก็เคยเห็นผ่านตามาแล้วทั้งนั้น
แต่กับทั้งห้าคนตรงหน้านี้......ไม่มีสักคนที่มันรู้สึกคุ้นเคย
อีกอย่าง ไม่ใช่ทุกคนที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาภายใน แม้แต่หัวหน้ากลุ่มโจรเต่าเขียวก็ไม่ได้รับสิทธิ์นั้น
ฉะนั้นหากไม่ใช่พวกพ้องฝั่งมันแล้วล่ะก็......ห้าคนตรงหน้าก็มีแต่จะต้องเป็ผู้บุกรุกเท่านั้น!
แต่ผู้บุกรุกจะเข้ามาได้อย่างไรเล่า? ่นี้มีท่านหวงอี้จือคอยประจำการอยู่ที่้าเหมืองแห่งนี้ ท่านเป็ถึงอเวกระดับหกที่ตระกูลหวงหลงส่งมาดูแลเชียวนะ จะปล่อยให้ผู้บุกรุกเข้ามาได้อย่างไร?
ชายชุดเทาที่ะโออกไปในตอนแรกขบคิดอยู่ภายในใจ มีหลายสิ่งที่มันไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลย
แต่เมื่อสังเกตเห็นรอยเืบนร่างของอีกฝ่าย ความรู้สึกไม่ดีก็ก่อตัวขึ้นอย่างฉับพลัน
รวมกับที่อีกฝ่ายไม่ได้ตอบรับอะไรตน ความไม่พอใจและความไม่สบายใจก็เร่งเร้าตัวมันให้ต้องทำอะไรสักอย่าง
“บัดซบ กล้าเมินเฉยข้าผู้นี้!” ชายชุดเทาคำรามลั่น มันหันไปหากลุ่มคนงานแล้วรีบสั่งการออกไปทันที
“พวกเ้าทั้งหมดจงเข้าไปจับตัวพวกมันมาให้ข้า!” มันะโสั่งคนงานเบื้องล่าง
แต่อาจเพราะทุกสิ่งกะทันหันจนเกินไป ไม่มีใครสักคนที่ทำตามคำสั่งนั้น ทุกคนต่างยืนนิ่งหันหน้ามองกันไปมาด้วยความสับสน ไม่มีใครมีความกล้าที่จะก้าวขาออกไปเป็คนแรก
เมื่อเห็นดังนั้นชายชุดเทาที่ยืนอยู่บนโขดหินก็โกรธจนใบหน้ากลายเป็สีแดง มันล้วงมือเข้าไปหยิบอุปกรณ์สี่เหลี่ยมออกมาจากด้านในเสื้อ
อุปกรณ์ชิ้นนี้มีลักษณะเป็สี่เหลี่ยมผืนผ้า มีปุ่มหลายปุ่มติดตั้งอยู่้า
ชายชุดเทาไม่ลังเล ง้างนิ้วกระแทกลงไปบนปุ่มสีเหลืองทันที
มันค่อยๆ เหลือบสายตามองไปยังเหล่าคนงาน คาดหวังจะได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น
“อ๊ากกกกกก!”
เสียงกรีดร้องของเหล่าคนงานดังระงม
ประกายไฟฟ้าแลบออกมาจากปลอกคอหนามที่ลำคอ
หลายๆ ร่างทรุดลงไปนั่งกับพื้น บางคนถึงกับทำของที่อยู่ในมีหล่นกระแทกหน้าตนเอง สภาพของแต่ละคนเ็ปทรมานเป็อย่างมาก
เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ชายชุดเทาที่เป็คนกดปุ่มสั่งการก็ยิ้มเย้ยหยันออกมาด้วยความพอใจ
ในสถานการณ์ที่ไม่น่าพอใจ เมื่อได้มาเห็นพวกเศษสวะชั้นต่ำพวกนี้ดิ้นทุรนทุราย มันก็พอจะทำให้ตัวเขาอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง
“อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำอีกครั้ง ไปจับพวกมันมา! ข้าไม่สนว่าจะจับเป็หรือจับตาย แต่หากพวกเ้าไม่ทำ......พวกเ้าจะต้องทรมานจนอยากตายเลยเชียวล่ะ ข้ารับประกัน!”
เหล่าคนงานที่ล้มตัวลงไปค่อยๆ ยันกายขึ้นมาด้วยร่างอันสั่นเทา แววตาเหม่อลอยของแต่ละคนเริ่มเปลี่ยนไป มันเต็มไปด้วยจิตสังหาร
จิตสังหารของอเวกนับร้อยคนพวยพุ่งขึ้นพร้อมกัน แผ่ขยายความน่าหวาดหวั่นไปทั่วทั้งโถง
คราแรกมันพุ่งเป้าไปที่ชายชุดเทาทั้งหลายในพื้นที่แห่งนี้ แต่เพียงครู่เดียวก็เปลี่ยนเป้าหมายไปที่ผู้บุกรุก
แม้พวกมันจะโกรธแค้นผู้คุมที่ทรมานตนมากแค่ไหน แต่สุดท้ายมันก็แก้ไขอะไรเื่นั้นไม่ได้อยู่ดี จะโจมตีผู้คุมก็ไม่ได้ หลบหนีก็ไม่ได้ ทำได้เพียงก้มหน้าก้มตารับคำสั่งของกลุ่มชายชุดเทาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ในเมื่อมันทำอะไรผู้คุมไม่ได้เพราะถูกตั้งค่าผ่านตัวควบคุม ฉะนั้นเป้าหมายของพวกมันจึงตกไปอยู่ที่ผู้มาใหม่
ความผิดทุกอย่าง ความเ็ป ความทรมาน ความคับแค้นใจ ล้วนพุ่งตรงเข้าใส่คนทั้งห้า
คนงานกว่าร้อยชีวิตคำรามอย่างบ้าคลั่งก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าหาสมาชิกตระกูลพีไรซ์จากทุกทิศทางด้วยความบ้าคลั่ง
…...
เมื่อทั้งห้าคนเห็นภาพตรงหน้า ต่างก็พากันใกับจำนวนคนงานที่พุ่งเข้ามาหา
แม้ระดับพลังของพวกเขาจะเหนือกว่าคนงานสภาพอิดโรยพวกนี้มาก อย่างมากที่สุดพวกนี้ก็เป็แค่อเวกระดับที่สองเท่านั้น แต่เื่ของจำนวนก็นับได้ว่าเป็ปัญหาใหญ่
พวกเขาอาจจะถูกกลุ่มชายชุดเทาลอบโจมตีเมื่อไหร่ก็ได้ นั่นทำให้ไม่อาจมุ่งความสนใจอย่างเต็มที่ไปที่ฝูงคนงานเหมือง
นอกจากนั้นคนงานเหล่านี้จริงๆ ก็ไม่ได้ดูเหมือนจะเต็มใจทำงานให้อีกฝั่งเท่าไรนัก นี่เท่ากับพวกเขาต้องสังหารกลุ่มคนที่ไม่ใช่ศัตรูอย่างโหดร้ายเช่นนั้นหรือ?
แม้ภายในใจจะขัดแย้งกันมากเท่าไหร่ แต่กับสถานการณ์ตรงหน้า ไม่ได้มีเวลาให้พวกเขาไตร่ตรองอะไรมากนัก เมลิกเคลื่อนไหวเป็คนแรก เขายกดาบที่ยึดจากกลุ่มโจรเต่าเขียวขึ้นมาถือไว้
คนอื่นๆ ยกเว้นมาคัสต่างก็ยกอาวุธของตนเองขึ้นมาเตรียมพร้อม
สายตาของคนทั้งห้าจับจ้องไปทางฝูงชนร่วมร้อยที่พุ่งเข้ามา ทั้งร่างกายซูบผอมและแววตาอันบ้าคลั่ง พวกมันเหมือนกับฝูงห่าซากศพที่วิ่งขึ้นมาจากขุมนรก
ระยะห่างของทั้งสองฝั่งเริ่มย่นระยะเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆ
อีกเพียงไม่กี่ก้าว เหล่าคนงานกลุ่มแรกก็จะมาถึงระยะโจมตีของมาคัสแล้ว
“หยุด!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงะโแทรกขึ้นมา
แม้เสียงนั้นจะดูอ่อนล้า แต่ความรู้สึกที่แฝงอยู่ภายในนั้นแข็งกร้าวมุ่งมั่น
“พวกเ้าอยากจะมีสภาพแบบนี้ต่อไปงั้นหรือ? อยากจะโดนพวกมันกดขี่ไปจนตายหรือไร!”
เสียงะโนั้นค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ มาจากมุมหนึ่งของโถงถ้ำ เป็น้ำเสียงของผู้ไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมท้อถอยต่อโชคชะตา
นั่นทำให้เหล่าคนงานเริ่มชะลอฝีเท้าลง คิดตามคำพูดนั้น
“โอกาสของพวกเรามาถึงแล้ว! เปิดทางให้พวกเขาซะ! เราอาจจะต้องทนทุกข์มากสักหน่อยในตอนนี้ แต่หลังจากนี้...พวกเราจะเป็อิสระ!!”
เสียงนั้นยังคงดังขึ้นต่อเนื่อง มันช่วยปลุกใจ มอบความหวัง และปลุกเหล่าคนงานให้ตื่นขึ้นจากความโง่งม
เหล่าคนงานเริ่มหยุดฝีเท้า มองหน้ากันไปมาก่อนจะพากันเปิดทางเป็ช่องตรงกลางให้คนทั้งห้าเข้าไปได้
นั่นทำให้กลุ่มชายชุดเทาหน้าซีดเผือด
โดยเฉพาะชายชุดเทาที่เป็คนสั่งการ มันมองสถานการณ์ตรงหน้าที่ไม่ได้เป็อย่างใจหวังด้วยดวงตาเบิกกว้าง มือซ้ายที่กำอุปกรณ์สี่เหลี่ยมสั่นไหวเล็กน้อย
นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น! ทำไมทุกอย่างผิดเพี้ยนไปหมด
มันตั้งสติแล้วกดเข้าที่ปุ่มสีเหลืองอีกครั้ง พยายามลงโทษคนที่ไม่ฟังคำสั่ง
แต่ยิ่งกดไปมากเท่าไหร่ ความโกรธแค้นที่พุ่งมาหามันก็ยิ่งทบทวี ไม่มีใครยอมเคลื่อนไหวตามคำสั่งของมันอีกต่อไป
คนงานในที่แห่งนี้ทุกคนล้วนมุ่งหวังว่ากลุ่มคนทั้งห้าจะช่วยปลดปล่อยพวกเขาจากสถานการณ์อันแสนสิ้นหวังนี้ได้
นี่คือแสงสว่าง คือความหวังของพวกเขา......เื่อะไรจะยอมปล่อยไปง่ายๆ เื่อะไรจะยอมกลับไปอยู่ในสถานการณ์บัดซบแบบนั้นอีก!
วันนี้ของปีหน้า จะเป็วันครบรอบวันตายของไอ้พวกผู้คุมทุกตัว!