ณ กระโจมของเ้าหญิงธาระตี
ในตอนนี้พระหัตถ์ของเ้าหญิงธาระตีข้างหนึ่งถูกมัดไว้กับเสา เ้าหญิงกำลังจะหยิบมีดสั้นที่พกติดตัวเอามาตัดเชือก แต่แล้วมีดนั้นก็ถูกองค์พ่อหลวงทรงแย่งไปทันที
“คืนมีดหม่อมฉันนะเพคะ พระองค์ทรงไม่มีสิทธิ์มากระทำกับหม่อมฉันแบบนี้”
“มีสิทธิ์สิ ก็เราจะเป็พระสวามีของท่านในอนาคตอยู่แล้วนี่ หรือว่าท่านไม่เชื่อฟังพ่อหลวงธาระเทพ เสด็จพ่อของท่านล่ะ”
“อย่าทรงนำเสด็จพ่อของหม่อมฉันมาอ้างเพคะ และอันที่จริงในตอนนั้น พระองค์เองนั่นแหละที่จะขอยกเลิกการหมั้นเพราะมีหญิงคนรักอยู่แล้ว และเพราะหญิงคนรักของท่านหนีไป พระองค์จึงขอให้หนังสือการยกเลิกหมั้นเป็โมฆะ”
เมื่อองค์พ่อหลวงทรงได้ยินถึงเื่ที่หญิงคนรักหนีไป ก็ยิ่งรู้สึกกริ้วอย่างมากเพราะจี้ใจดำ จึงบีบข้อพระหัตถ์ของเ้าหญิงอย่างแรง
“โอ๊ย! หม่อมฉันเจ็บนะเพคะ หม่อมฉันพูดจี้ใจดำล่ะสิ” เ้าหญิงธาระตียังไม่ยุติ
พ่อหลวงอินนะทัตตั้งสติได้ จึงตรัสว่า “เราไม่ยักรู้ว่าท่านจะสนใจเรามากขนาดนี้ ถึงขนาดรู้เื่ของเราอย่างละเอียดยิบเชียว อีกอย่างท่านก็มีความดีความชอบที่นำกลุ่มทหารแคว้นอินนะมาส่งคืนให้ ท่านนี่รักไพร่พลของแคว้นอินนะจริงๆ นะ สมกับที่จะเป็ราชินีของเราโดยแท้จริง”
“พระองค์ตรัสอะไรออกมาเพคะ หม่อมฉันไม่ได้สนใจพระองค์ ในตอนนั้นหม่อมฉันก็ดีใจที่พระองค์ยอมถอนหมั้นแต่มาทรงกลับคำภายหลัง ส่วนเื่เชลยที่หม่อมฉันพามา ก็เพราะท่านทาจีเคยช่วยเหลือชาวบ้านแคว้นซาตี ดังนั้นหม่อมฉันจึงยอมไว้ชีวิตเขาบ้างก็เท่านั้น”
“เอาล่ะ เราไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับท่านอีกแล้ว ทานอาหารซะ พรุ่งนี้จะได้มีแรงเดินทาง หรือท่านอยากนอนพิงอกเราล่ะ เลยแกล้งไม่ทาน ยอมหมดเรี่ยวแรง”
“หม่อมฉันจะทานเองเพคะ แต่ตอนนี้หม่อมฉันทานไม่ลง ถ้าพระองค์ยังอยู่ในกระโจม ทรงออกไปได้แล้วเพคะ”
“เราออกไปก็ได้ แต่ขอให้จำเอาไว้ ข้างนอกมีนายพลเอกาเฝ้าท่านอยู่ หากท่านหนี เราจะมานอนที่นี่กับท่าน ท่านคงรู้ความสามารถของนายพลเอกาดีแล้วใช่มั้ย”
เ้าหญิงธาระตีทรงรู้สึกกริ้วมากแต่ตรัสอะไรไม่ออกอีกแล้ว เลยเบือนหน้าหนี พ่อหลวงอินนะทัตทรงยิ้มมุมปาก แล้วเสด็จออกมาจากกระโจมทันที
*****************************************
ในวันถัดมา กองทัพเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าสู่พระราชวังแคว้นอินนะ โดยเ้าหญิงธาระตียังทรงถูกมัดพระหัตถ์และทรงม้าตัวเดียวกันกับพ่อหลวงอินนะทัต ในระหว่างที่เดินทางเข้าสู่เมืองหลวง ประชาชนที่ทราบข่าวว่าพ่อหลวงอินนะทัตจะกลับมาปกครองแคว้นอินนะตามเดิมต่างพากันดีใจ และมาคอยต้อนรับองค์พ่อหลวงโดยการคุกเข่ารับเสด็จตรงข้างทางที่องค์พ่อหลวงเสด็จผ่าน และเมื่อประชาชนเห็นเ้าหญิงกับองค์พ่อหลวงทรงม้าตัวเดียวกัน ก็เข้าใจว่าเ้าหญิงเป็พระราชินีของแคว้น เลยมีเสียงะโแว่วๆ ว่า “พ่อหลวงอินนะทัตทรงกลับมาแล้ว พ่อหลวงทรงมีพระชายาแล้ว”
เมื่อเ้าหญิงทรงได้ยินก็เขินจนหน้าแดง ในใจอยากจะะโว่า “ไม่ใช่พระชายาแต่เป็นักโทษต่างหาก”
*****************************************
ณ พระราชวังแคว้นอินนะ
ทุกคนในวังพากันออกมาต้อนรับการกลับมาขององค์พ่อหลวงอินนะทัตด้วยความยินดี และพากันดีใจที่องค์พ่อหลวงยอมมีพระชายา เพราะั้แ่คนรักขององค์พ่อหลวงหนีไป พระองค์ก็ไม่ทรงยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหนอีกเลย
องค์พ่อหลวงทรงแนะนำพระขนิษฐาทั้งสองให้เ้าหญิงธาระตีรู้จัก
องค์แรกชื่อ อันนา มีอายุประมาณ 20 ปี แต่มีนิสัยเอาแต่ใจ ขี้อิจฉา ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้พระองค์ ดังนั้นเมื่อเ้าหญิงอันนาตรัสกับเ้าหญิงธาระตีจากน้ำเสียงและถ้อยคำที่ไม่เป็มิตรบ่งบอกทันทีว่าไม่ชอบหน้าเ้าหญิงธาระตีอย่างมาก
ผิดกับองค์ที่สองชื่อ อินทา มีอายุประมาณ 18 ปี ลักษณะการพูดจาเป็คนอ่อนโยน เข้ากับผู้อื่นง่าย เสียแต่มีสุขภาพอ่อนแอและไม่สามารถเดินได้จึงต้องนั่งรถเข็นตลอดเวลา
หลังจากนั้นองค์พ่อหลวงอินนะทัตก็ทรงพาเ้าหญิงธาระตีไปที่ตำหนัก
“นี่คือที่พักของท่าน เมื่อพวกเราเข้าพิธีอภิเษกกันเมื่อไหร่ ท่านก็จะได้ย้ายไปห้องของเรา”
“หม่อมฉันไม่เข้าใจเพคะ ทำไมพระองค์ยังคงยืนยันจะเข้าพิธีอภิเษก จริงๆ หม่อมฉันก็เป็ทหารเร่ร่อนธรรมดาไม่ใช่องค์หญิงอีกแล้วด้วย”
“เนื่องจากการที่พ่อหลวงอินทะราชไปคอยกดขี่ข่มเหงชาวแคว้นธารัต พวกเขาคงโกรธแค้นแคว้นอินนะอยู่ไม่น้อย เราจึงอยากสมรสกับท่าน เพื่อให้ชาวแคว้นธารัตไว้ใจเรามากขึ้น เพราะยังไงชาวแคว้นธารัตก็ต้องรักเ้าหญิงธาระตีอยู่แล้ว ถ้าท่านเป็ชายาของเรา ชาวเมืองก็จะยอมรับเราด้วย”
“อย่างนี้นี่เอง แต่มันไม่มีความจำเป็เพคะ ถ้าพระองค์เป็พ่อหลวงที่ดี ไม่ว่ายังไงพวกเขาก็ต้องยอมรับพระองค์อยู่ดี ดังนั้นหม่อมฉันจะไม่มีวันเข้าอภิเษกกับพระองค์ ถ้าพระองค์ยังทรงบังคับหม่อมฉันอีก พระองค์ก็จะได้เห็นศพของหม่อมฉัน”
“เราไม่บังคับท่านก็ได้ แต่เรามีข้อแม้ ในตอนนี้ท่านมีสถานะเป็เพียงแขกบ้านแขกเมือง ไม่มีอำนาจสั่งการใดๆ ทั้งสิ้น แต่หากท่าน้าอำนาจสั่งการในวังเมื่อไหร่ ขอให้ท่านยอมรับว่าตนคือพระคู่หมั้นของเราเท่านั้น ทุกคนจะปฏิบัติต่อท่านดั่งพระราชินีในแคว้นนี้ และเมื่อท่านยอมรับว่าเป็คู่หมั้น ท่านต้องยินยอมเข้าพิธีอภิเษกสมรสอย่างโดยดี ท่านยอมรับเงื่อนไขหรือไม่”
ในพระทัยเ้าหญิงธาระตีทรงคิดว่า “เราไม่มีความจำเป็ต้องใช้อำนาจในแคว้นนี้อยู่แล้ว” เลยว่า “ได้เพคะ หม่อมฉันยอมรับเงื่อนไข”
“ท่านจงเขียนเป็ลายลักษณ์อักษรด้วย”
เ้าหญิงทรงยอมเขียนเป็ลายลักษณ์อักษร ลงลายมือชื่อเรียบร้อย “ว่าแต่ พระองค์ทรงจะปล่อยหม่อมฉันเมื่อไหร่เพคะ”
“เมื่อเราปฏิรูปการเมืองการปกครองของแคว้นธารัตเสร็จ ท่านจงอยู่ที่นี่ไปก่อน เพื่อให้ชาวธารัตเห็นว่าเ้าหญิงธาระตียังทรงปลอดภัยทุกประการ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้เพคะ”