บทที่ 19 เรียนรู้จากการต่อสู้
โดยพื้นฐานแล้วคำขอของยูเมะไม่นับว่าเป็เื่ใหญ่ทั้งหมดนี้ก็เพียงการเปลี่ยนสถานที่ประลองเท่านั้นทั้งยังขยับไปจากจุดเดิมเพียงไม่กี่เมตร มันไม่ใช่เื่ใหญ่ที่ต้องใส่ใจ
แต่สำหรับใครบางคน‘สถานที่’ บางแห่งก็มีความหมายมากเกินกว่าที่คนอื่นจะเข้าใจได้
สำหรับยูเมะสิ่งที่เปลี่ยนก็แค่สถานที่แต่สำหรับหลี่เจี้ยนสิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นมีมากกว่าสถานที่
เื่นี้ยูเมะย่อมไม่ทราบเพราะเขาไม่รู้จักหลี่เจี้ยนมาก่อนแต่ในห้องเรียนแห่งนี้ คนส่วนใหญ่รู้จักหลี่เจี้ยนดีพอสมควรและรู้ว่าหลี่เจี้ยนมีนิสัยแปลกๆอยู่อย่างหนึ่ง
นิสัยที่ยากจะเข้าใจเหตุผลจะมีก็เพียงครูฝึกเท่านั้นที่พอจะเข้าใจ แต่ก็จนใจที่จะแก้ไขนิสัยเสียที่มักจะ ‘จริงจัง’ จนเกินเหตุเมื่อประลองบนสังเวียน
ไม่ว่าจะเป็‘สังเวียน’ แบบไหน จะเป็เวทีที่ยกสูงขึ้นเพื่อใช้ในการสาธิตศิลปะการต่อสู้ให้กับนักเรียนเวทีที่ใช้ในการประลองอย่างเป็ทางการหรือแม้แต่วงล้อมที่เกิดจากการขีดเส้นเพื่อกำหนดขอบเขตของการประลอง
ทั้งหมดนี้เหมือนจะทำให้หลี่เจี้ยนตอบสนองอย่างรุนแรงราวกับนักสู้ที่ก้าวขึ้นสู่สังเวียน
วินาทีที่ก้าวขึ้นไปบนเวทียกสูงสีหน้าของหลี่เจี้ยนก็เปลี่ยนไป กลายเป็จริงจังเคร่งขรึมรอยยิ้มหายไปจากใบหน้าโดยสิ้นเชิง บรรยากาศสบายๆ ก็กลายเป็ดุดัน
ความเปลี่ยนแปลงนี้ปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจนจนทุกคนััได้ยูเมะเองก็ยิ่งกว่าััได้ เขาถึงกับบังเกิดลางสังหรณ์ว่าการประลองในครั้งนี้ไม่ใช่เื่เล่นๆอีกต่อไป
แม้จะไม่เข้าใจทว่าหัวใจของเขากลับเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น สีหน้าแววตาและรอยยิ้มจึงเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน
วินาทีนั้นทุกคนคล้ายกับเห็นเดจาวูราวกับเห็นยูเมะกลายเป็หลี่เจี้ยนอีกคนหนึ่ง
่เวลานั้นความคิดของทุกคนคล้ายกับหยุดนิ่งไปสายตาทุกคู่จ้องมองไปยังเวทีหน้าห้องแม้กระทั่งครูฝึกและสตริงก็ยังมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงนี้
ผิดกับคนทั้งสองที่ไม่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นนอกเวทีโดยสิ้นเชิงทั้งยูเมะและหลี่เจี้ยน ต่างมองกันและกันด้วยสีหน้าเคร่งขรึมที่แฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นยินดี
ชั่วขณะหนึ่งทั้งสองรู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นของอีกฝ่ายทำให้ทั้งสองตื่นเต้นกับการประลองที่จะเกิดขึ้นมากกว่าเดิม
“ผมจะเริ่มแล้วนะครับ”
“เชิญ!”
สิ้นคำ ดาบสองเล่มก็เคลื่อนไหว ยูเมะตั้งดาบขวางเอาไว้ด้านหน้าในระดับอกเป็การแสดงท่าเตรียมหลี่เจี้ยนจรดดาบไปด้านข้างในแนวเฉียง ปลายดาบชี้ลงพื้น
พริบตานั้นทุกเสียงเงียบหายไปชั่วขณะยูเมะกับหลี่เจี้ยนก็เคลื่อนไหวพร้อมกัน
ยูเมะก้าวเท้าไปด้านหน้าก้าวหนึ่งสาวเท้ายาวๆ อย่างเร่งร้อน ขณะที่จิตใจผนึกตัวจดจ่อถึงขีดสุดจนแทบจะััได้ถึงการไหลเวียนของเวลา
หลี่เจี้ยนก็พุ่งทะยานออกไปสองเท้าก้าวติดต่อกันอย่างต่อเนื่องด้วยก้าวสั้นๆ แต่รวดเร็ว ทุกก้าวลื่นไหลต่อเนื่องกันจนดูไม่เหมือนการวิ่งหากแต่ดูเหมือนการลื่นไถลเสียมากกว่า
จังหวะก้าวนี้ยังไม่นับว่าสมบูรณ์นักยังไม่สามารถเข้าถึงหัวใจหลักของวิชาดาบ ‘แปดสายธาร’ได้อย่างแท้จริงแต่ก็แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของวิธีก้าวเท้าได้อย่างชัดเจน
เพียงแค่เห็นการก้าวเท้าสตริงก็ทอดถอนใจออกมาด้วยความชื่นชม
“ยอดเยี่ยม! อายุแค่นี้ก็เข้าใจหลักการก้าวย่างเพื่อเสริมกำลังดาบแล้วไม่เลว!”
พริบตาที่เสียงชมเชยดังขึ้น ดาบทั้งสองเล่มก็เคลื่อนเข้าปะทะกันเสียงโลหะปะทะกันดังกังวาน สายตาของทั้งสองก็สบกันครั้งหนึ่งก่อนจะเหยียดยิ้มออกมา จากนั้นดาบต่อๆ ไปก็ติดตามมาอย่างต่อเนื่อง
เพียงแค่3 ดาบ ที่ไหลลื่นราวกับสายน้ำ ยูเมะก็เริ่มหรี่ตาลงจังหวะก้าวถูกผลักดันให้ถอยกลับไปพร้อมกับสภาวะดาบที่ถดถอยกำลังรุกลดทอนลงไปอย่างช่วยไม่ได้เพราะแรงกายของเขามีน้อยกว่า
นอกจากนั้นสภาวะดาบของหลี่เจี้ยนก็ลื่นไหลมากทุกดาบตามติดกันมาราวกับสายน้ำที่ไหลรินไม่ขาดสาย ไหลทะลักออกมาราวกับสายน้ำคลั่ง
ทุกกระบวนท่าที่ฟาดฟันทำให้ยูเมะรู้สึกเจ็บมือเขาจึงไม่สามารถรักษาจังหวะรุกของตัวเองได้และจำต้องถอยกลับอย่างเลี่ยงไม่ได้
เมื่อยูเมะก้าวถอยนักเรียนคนอื่นๆ ในห้องก็คล้ายกับได้สติกลับมา แต่ละคนต่างพากันแสดงสีหน้าเห็นใจเล็กน้อยแม้กระทั่งคนที่ดูถูกยูเมะก่อนหน้าก็ยังมีสีหน้าเห็นใจปนสมเพช
ไม่มีใครเลยที่แปลกใจกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหากเป็การประลองทั่วไป คงไม่มีใครรู้สึกแบบนี้แต่การประลองกับหลี่เจี้ยนบนสังเวียนนั้น ถือเป็เื่ ‘ต้องห้าม’ สำหรับคนที่เรียนคลาสดาบวิชาแปดสายธาร
“เ้าหมอนั่นดวงซวยจริงๆ ดันไปขอพี่เจี้ยนประลองบนเวทีหาที่ตายชัดๆ”
“ก็จริงนะ แต่ก็น่าแปลกอยู่นะ ปกติพี่เจี้ยนไม่น่าจะตอบตกลงนี่”
“บางทีอาจจะมีเื่ที่น่าสนใจเกิดขึ้นก็ได้ รอดูต่อไปเถอะ”
แต่ละคนต่างแสดงความคิดเห็นที่ต่างกันแต่สายตาของทุกคนยังคงจดจ้องอยู่ที่การประลองไม่วางตาแม้ในใจของพวกมันจะคาดเดาผลลัพธ์สุดท้ายได้แล้ว
ทว่าพวกมันก็ไม่คิดที่จะพลาดโอกาสที่หาได้ยากแบบนี้
อีกด้านหนึ่งสีหน้าของยูเมะเริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อยความเ็ปจากฝ่ามือยิ่งมาก็ยิ่งเลวร้าย เขารู้สึกชาขึ้นมาบ้างแล้ว
‘ยอดไปเลย! นี่คือนักดาบของจริงสินะยอดเยี่ยม!!’
แม้จะลำบาก แต่หัวใจของยูเมะกลับเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นยินดีเขาถอยต่อไปอย่างต่อเนื่อง ถอยจนแทบจะสุดขอบเวทีแล้ว แต่หลังจากถอยมาถึงจุดนี้เขาก็จับเคล็ดลับบางอย่างได้
พริบตานั้นวิถีดาบของยูเมะก็เปลี่ยนไปมันไม่ได้ฟาดฟันเป็เส้นตรงหรือเส้นโค้งง่ายๆ อีกแต่เป็เส้นสายที่อ่อนช้อยราวกับสายน้ำ
ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ชัดเจนนักในตอนแรกจึงไม่มีใครสังเกตเห็นยกเว้นครูฝึกกับสตริงที่เริ่มมีสีหน้าเคร่งขรึมคล้ายกับมองเห็นอะไรบางอย่าง
แต่หลังจากนั้นเพียง10 ดาบ ในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ สีหน้าของหลี่เจี้ยนก็เปลี่ยนไปความดุร้ายสงบลงไปหลายส่วนและเริ่มปรากฏความเคร่งขรึมในดวงตา
สภาวะรุกไม่ถอยของมันเริ่มหยุดชะงักเพราะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับยูเมะััจากดาบที่ฟันลงไปเริ่มเปลี่ยนแปลงเริ่มรู้สึกว่าแรงสะท้อนลดลงจนทำให้ไม่สามารถหยิบยืมแรงสะท้อนเพื่อรั้งดาบกลับมาได้อย่างที่ใจ้า
เมื่อสามารถหยุดสภาวะรุกของหลี่เจี้ยนได้สายตาของยูเมะก็เริ่มเปลี่ยน รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้งพร้อมกันนั้นวิธีจับดาบของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยส่งผลให้การฟันดาบเปลี่ยนไปจนกลายเป็ไม่แน่นอน
ทว่าความไม่แน่นอนนี้กลับแฝงไว้ด้วยการควบคุมที่อ่อนจาง
ชั่วขณะนั้นสายตาของครูฝึกก็เปลี่ยนเป็เคร่งขรึมสายตาของมันจดจ้องอยู่ที่มือของยูเมะด้วยความเคร่งเครียด ก่อนจะมองไปทางสตริง
“คุณสอนดาบแปดสายธารให้เขามาก่อนหรือ”
“ห๊ะ! ไม่! ไม่เคยผมจะไปสอนเด็กคนนั้นได้ยังไง ผมรู้กฎดีน่า!”
สีหน้าของครูฝึกดูเหมือนไม่เชื่อเท่าไหร่นัก แต่มันก็รู้จักสตริงดีและรู้ดีว่าสตริงไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นแน่เพราะมันผิดกฎของบริษัท
“ถ้าอย่างนั้นเด็กคนนี้เรียนรู้หัวใจของดาบแปดสายธารได้ยังไง”
เมื่อได้ยินคำพูดของครูฝึก สีหน้าของสตริงก็เปลี่ยนไปกลายเป็แตกตื่นจนถึงขีดสุดก่อนจะหันกลับไปมองครูฝึกด้วยสีหน้าแตกตื่น
“ว่าไงนะ ‘หัวใจ’ ของดาบแปดสายธารงั้นหรือ ล้อเล่นน่า! ของพวกนั้นไม่มีสอนในห้องเรียนไม่ใช่หรือแม้กระทั่งผมเองยังไม่เคยเห็นเลยแล้วจะไปสอนเด็กนั่นได้ยังไง!!”
สีหน้าของครูฝึกเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันรู้ดีว่าคำพูดของมันรุนแรงไปบ้าง แต่เพราะหัวใจหลักของวิชาดาบนั้นสำคัญเกินไปมันเป็สิ่งที่ไม่สามารถสอนให้ใครได้นักเรียนในคลาสเรียนนี้อาจจะได้รับการสอนวิชาดาบแปดสายธาร แต่ก็เป็เพียงการสอน ‘กระบวนท่า’ และวิธีก้าวเท้าเท่านั้นไม่ได้รวมไปถึงเคล็ดลับสำคัญของวิชาที่จะสอนให้กับ ‘ลูกศิษย์’ที่แท้จริงเท่านั้น
ทว่ายูเมะกลับแสดงหัวใจหลักของดาบแปดสายธารออกมาให้มันเห็นแล้วแบบนี้มันจะไม่ใได้ยังไง
ต่อให้หัวใจหลักที่ยูเมะแสดงออกมาจะเป็เพียงเสี้ยวเดียวแต่หัวใจหลักก็ยังเป็หัวใจหลักเมื่อใช้วิชาดาบแปดสายธารโดยมีหัวใจหลักของวิชาอยู่ในใจ
เพลงดาบก็คล้ายกับมีจิติญญาก่อตัวขึ้นราวกับภาพวาดัที่ถูกเติมั์ตา ทำให้ัในภาพวาดบังเกิดจิติญญา
ในตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกับยูเมะก็คล้ายๆกัน การฟาดฟันที่ไร้รูปแบบคล้ายกับเปลี่ยนไป เขาไม่ได้ใช้เพลงดาบของดาบแปดสายธารแต่ใช้ดาบด้วยหัวใจของดาบแปดสายธาร
ทำให้กระบวนท่าแต่ละกระบวนท่ามีความคล้ายกับวิชาดาบแปดสายธารขึ้นมาโดยธรรมชาติแม้จะไม่ได้ใช้กระบวนท่าใดๆ ของดาบแปดสายธารก็ตาม
ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ยูเมะสามารถตอบโต้ได้อย่างมั่นคงแต่ก็ยังไม่สามารถลดความแตกต่างของเขากับหลี่เจี้ยนได้อย่างสมบูรณ์
หัวใจของดาบแปดสายธารนั้นทำให้การตั้งรับของยูเมะมีความยืดหยุ่นมากขึ้นทำให้ภาระที่ร่างกายต้องแบกรับลดลง ส่งผลให้เขาสามารถแข็งใจฝืนตอบโต้กลับไปได้
ทว่าการตอบโต้ของยูเมะก็เหมือนจะไปกระตุ้นความคิดต่อสู้ของหลี่เจี้ยนทำให้เพลงดาบที่อีกฝ่ายใช้ทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับสายน้ำที่กำลังพิโรธ
ดาบแต่ละดาบที่ฟาดฟันออกมาราวกับคลื่นน้ำที่เชี่ยวกรากมันทำให้ยูเมะรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
ทว่าแรงกดดันนี้ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกท้อถอยแต่ทำให้เขามุ่งมั่นมากขึ้นและตอบโต้กลับไปรุนแรงขึ้น
แต่ละดาบที่ทั้งสองฟาดฟันใส่กันจึงทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นจนเห็นเป็เงาดาบมากมายปะทะกันจนเกิดเสียงดังถี่ยิบประกายไฟเริ่มปรากฏขึ้นมาให้เห็น ทำให้สีหน้าของครูฝึกเปลี่ยนไป
“ไม่ดีแล้ว! เด็กสองคนนี้ลืมตัวไปแล้ว!!”
“เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งหยุด คอยก่อน!!”
ความคิดที่จะหยุดการประลองของครูฝึกถูกสตริงห้ามไว้ในทันทีทำให้สีหน้าของครูฝึกดูไม่ดีเล็กน้อยเพราะถ้าปล่อยให้เกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นจะกลายเป็ปัญหาใหญ่ได้
ทว่าสตริงกลับคิดต่างในสายตาของมันสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้เป็โอกาสที่หาได้ยากหากยูเมะสามารถผ่านไปได้ สิ่งที่เขาได้รับจะมีค่ามหาศาล
สิ่งนี้มีค่ามากกว่าอาการาเ็เล็กๆน้อยๆ มาก นอกจากนั้นมันก็ยังยืนอยู่ที่นี่มันเชื่อว่าตัวเองสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
แต่ถึงจะมั่นใจสตริงก็ไม่ได้ประมาท หลังจากหยุดคิดไปเล็กน้อยมันก็ส่งข้อความไปยังห้องพยาบาลเพื่อให้ทีมแพทย์เตรียมพร้อมเอาไว้
่เวลานั้นการประลองของยูเมะกับหลี่เจี้ยนก็เริ่มไต่ระดับขึ้นจนถึงขีดสุด
จังหวะก้าวของทั้งสองเร่งขึ้นจนถึงขีดสุดแล้วซึ่งความเร็วในการก้าวนั้น ยูเมะด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เขาถูกบีบให้กลายเป็ฝ่ายรับอย่างเสียไม่ได้
ทว่าการตั้งรับของยูเมะก็ค่อยๆเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้น ดาบที่ฟาดฟันออกไปเรียงร้อยต่อกันราวกับสายน้ำมันเริ่มแสดงให้เห็นเอกลักษณ์ของดาบแปดสายธารบ้างแล้ว ทำให้หลี่เจี้ยนรู้สึกสับสนราวกับว่ามันกำลังประลองกับครูฝึกที่เป็คนสอนวิชาดาบแปดสายธารให้มัน
‘เป็ไปได้ยังไง! นี่ไม่ใช่กระบวนท่าดาบของดาบแปดสายธารสักหน่อยแต่ทำไมเราถึงรู้สึกเหมือนกับกำลังประดาบกับครูฝึกเลย!!’
ขณะที่การต้านรับของยูเมะแข็งแกร่งและยืดหยุ่นขึ้นทีละน้อยหลี่เจี้ยนก็เริ่มััได้ถึงขีดจำกัดของตัวเองทำให้สองตาของมันเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงความตื่นเต้นพวยพุ่งออกมาจากภายในใจจนแทบจะลืมทุกสิ่ง
วินาทีนั้นไม่ใช่แค่ยูเมะแล้วที่กำลังัักับบางสิ่งที่ให้ประโยชน์หลี่เจี้ยนเองก็กำลังัักับคอขวดที่มันติดอยู่มานานและเริ่มมองเห็นวิธีที่จะทะลวงผ่าน
เมื่อต่างฝ่ายต่างััได้ถึงขีดจำกัดของตัวเองความมุ่งมั่นอันแรงกล้าก็ถูกปลดปล่อยออกมา ยูเมะเริ่มหายใจไม่ทันแล้ว ร่างกายก็เริ่มหมดแรง
ทว่าจิตใจกลับกระจ่างชัดขึ้นทุกขณะและเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่น่าหลงใหล
พร้อมกันนั้นหลี่เจี้ยนก็เริ่มััได้ถึงการสอดประสานกันของการก้าวย่างกับเพลงดาบเป็ครั้งแรกจนทำให้จังหวะการก้าวย่างกับเพลงดาบหลอมรวมกันอย่างช้าๆ
ความพยายามตลอด1 ปีที่ผ่านมาของมันกำลังจะสัมฤทธิผลทำให้มันลืมไปจนหมดสิ้นว่ามันกำลังประลองดาบกับแขกที่มาทดลองเรียน
ยูเมะเองก็คล้ายกับััได้ถึงภาพมายาของสายน้ำในจิตใจที่ค่อยๆชัดเจนขึ้นทีละน้อย จนทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวไปตามที่ใจสั่งดาบที่ฟันออกไปจึงเปลี่ยนแปลงไปโดยไม่รู้ตัว
วินาทีนั้นจังหวะที่ก้าวถอยหลังไปจากแรงปะทะที่รุนแรงยูเมะก็ก้าวเท้าติดต่อกันราวกับกำลังลื่นไหลไปบนสายน้ำ ร่างกายหมุนควงเป็วงกลมรอบหนึ่งก่อนจะฟาดดาบออกไปตามสภาวะ
พริบตานั้นภายในจิตใจของยูเมะก็มีภาพของสายน้ำปรากฏขึ้นดาบที่ฟันออกไปราวกับกลายเป็คลื่นหนุนในสายน้ำคมดาบฟันตัดขวางออกไปในจังหวะที่หมุนกลับมาและปะทะเข้ากับดาบที่ฟาดฟันลงมาของหลี่เจี้ยนพอดี
สองดาบปะทะกันอย่างรุนแรงทว่าเสียงที่เกิดขึ้นกลับเบากว่าที่ควรจะเป็ ก่อนที่ยูเมะจะถอยกลับไปสองก้าวด้วยใบหน้าที่ซีดขาวข้อมือของเขาปวดจนแทบจะกุมดาบเอาไว้ไม่ได้
ขณะเดียวกันหลี่เจี้ยนที่ชิงรุกมาตลอดก็ถูกบังคับให้ถอยกลับไปก้าวหนึ่ง
จังหวะที่ก้าวถอยไปนั้นสติที่ถูกครอบงำด้วยความตั้งใจอันแรงกล้าก็สั่นสะท้านขึ้นมาครั้งหนึ่งดวงตาที่แดงก่ำก็สั่นไหวก่อนจะได้สติกลับมาอีกครั้ง
ดาบที่เตรียมจะฟาดฟันออกไปก็หยุดลงอย่างช้าๆก่อนจะมองยูเมะด้วยสายตาที่สับสน
“พอได้แล้ว! หลี่เจี้ยน!! เธอทำเกินไปแล้ว!!”
“ข..ขอโทษครับครูฝึก!!”
ครูฝึกที่เข้ามาห้ามและตำหนิหลี่เจี้ยนอย่างรุนแรงก่อนจะหันกลับไปหายูเมะที่หน้าซีดขาวด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
กระบวนท่าสุดท้ายที่ยูเมะใช้นั้นสำหรับคนอื่นมันอาจจะไม่ใช่กระบวนท่าที่พิเศษอะไร แต่ในสายตาของมันที่ฝึกฝนวิชาดาบแปดสายธารมาั้แ่เล็กมีหรือที่มันจะมองไม่ออกว่าดาบเมื่อครู่นี้ของยูเมะได้แฝง ‘ไม้ตาย’ ของวิชาดาบแปดสายธารที่เรียกว่า‘คลื่นหนุน’ เอาไว้
แม้ว่ากระบวนท่าของยูเมะจะไม่สมบูรณ์แต่มันก็มีการหนุนเสริมเกิดขึ้นจริงดาบที่ฟันออกไปนั้นจึงมีกำลังมากกว่าการฟาดฟันปกติ ราวกับมีดาบสองเล่มฟาดลงไปติดต่อกัน
‘เ้าเด็กนี่มัน..สัตว์ประหลาดชัดๆ!!’
หัวใจของครูฝึกเย็นเยือกอยู่ไม่น้อยมันถึงกับเกิดความสงสัยว่าวิชาของตระกูลถูกขโมยไปหรือไม่แต่ก็ต้องส่ายหน้าเพราะมันเป็ไปไม่ได้ที่วิชาจะถูกขโมยเนื่องจากหัวใจหลักของวิชาและไม้ตายนี้ เป็ความลับที่ไม่ได้ถ่ายทอดให้คนนอก
วิชาแปดสายธารที่ถูกนำมาสอนก็เป็วิชาที่ถูกตัดทอนเอาหัวใจสำคัญออกไปแล้วจึงเป็ไปไม่ได้เลยที่ยูเมะจะเรียนรู้หัวใจหลักและไม้ตายจากการสอนในห้องเรียนได้
ดังนั้นความเป็ไปได้เดียวที่สามารถบอกได้ก็คือยูเมะเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง
ซึ่งเื่นี้ครูฝึกยังรู้สึกว่ามันเป็ไปไม่ได้ยิ่งกว่าเหตุผลก่อนหน้านี้เสียอีกสุดท้ายมันก็ทำได้เพียงส่ายหน้าโดยไม่สามารถหาคำตอบได้และได้แต่หันไปมองสตริงด้วยความสงสัย
เพราะถ้าความเป็ไปได้ทั้งหมดที่มันคิดไม่ใช่เื่จริงเช่นนั้นความเป็ไปได้เพียงหนึ่งเดียวที่สามารถเป็จริงได้ก็มีเพียงฝีมือของสตริง
‘คุณคิดอะไรอยู่กันแน่สตริง’
ขณะที่ครูฝึกลอบตื่นตระหนกอยู่ในใจ สตริงก็ตื่นตระหนกจนไม่สามารถปิดบังได้สีหน้าของมันแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าใมาก ทันทีที่การประลองยุติลงมันก็ตรงเข้าไปหายูเมะทันที
ในใจมีคำถามมากมายที่คิดจะถามแต่มันก็รู้สึกตัวขึ้นมาก่อนจึงไม่ได้ถามและหันไปให้ความสนใจกับอาการาเ็ของยูเมะแทน
“เวรกรรม! เ้าหนู าเ็มากไหม!เวรเอ๋ย เ้าหลี่เจี้ยน แก่ลงมือหนักเกินไปแล้ว!!”
“ข..ขอโทษครับคุณสตริง ผม..ผมลืมตัวไป”
คำตอบของหลี่เจี้ยนทำเอาสตริงแทบจะสบถออกมาแต่มันก็ยังมีสติมากพอที่จะเก็บคำพูดไว้และหันไปให้ความสนใจกับยูเมะที่ยังนิ่งอยู่โดยไม่มีท่าทีว่าจะตอบคำถามใดๆ
สีหน้าของยูเมะตอนนี้ค่อนข้างที่จะแปลกแม้จะดูเหมือนเหม่อลอย แต่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว ดูเหมือนสับสน แต่ก็ดูเหมือนไม่ใช่
คนที่เข้าใจความรู้สึกของยูเมะในตอนนี้ได้เกรงว่าคงมีเพียงตัวเขาเองเท่านั้นมีเพียงเขาเองเท่านั้นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้และรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“ผมไม่เป็ไรครับคุณสตริง อย่าไปโทษพี่หลี่เจี้ยนเลยผมเองก็ผิดเหมือนกันที่ลืมตัวไป”
หลังจากพูดแบบนั้นยูเมะก็เงยหน้าขึ้นมองหลี่เจี้ยนก่อนที่ทั้งสองจะสบตากันราวกับเข้าใจกันดีและยิ้มให้กันเล็กน้อย
วินาทีนั้นมิตรภาพของชายหนุ่มก็ก่อตัวขึ้นทันทีดังเช่นคำกล่าวที่ว่า ลูกผู้ชายรู้จักกันด้วยหมัด