ตอนที่ 16
เกินควบคุม
“ยอดเลยข้าไม่เคยเห็นน้ำตกขนาดใหญ่เช่นนี้มาก่อนเลยขอรับ” ยามเดินทางผ่านป่าเขาอันแสนกว้างใหญ่ในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยนั้นการได้พบสิ่งใหม่ๆก็ถือเป็เื่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้ออกเดินทางอย่างชุนหยางไม่น้อยยามนี้ชุนหยางและไป๋ซิงซินเดินทางออกมาจากเมืองจินซุยมาไกลมากแล้ว ตลอดเส้นทางชุนหยางได้พบสิ่งต่างๆมากมายและน้ำตกขนาดใหญ่ราวกับได้เห็นกำแพงม่านน้ำที่จะนำพาไปสู่์นี้ก็เป็อีกสิ่งหนึ่งที่สร้างความตื่นเต้นดีใจให้ชุนหยางไม่น้อยเลย
“ในที่สุดก็เจอสะพานชมน้ำเสียที อย่างน้อยพวกเราก็มากันถูกทางสินะ”ตรงกันข้ามกับชุนหยางที่กำลังตื่นเต้นดีใจกับทิวทัศน์ที่เพิ่งได้พบเห็นเป็ครั้งแรกฝ่ายไป๋ซิงซินกลับแสดงท่าทีโล่งใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดเพราะนางเองก็ไม่มั่นใจว่าตลอดการเดินทางนั้นพวกตนมุ่งหน้ามาถูกทางหรือไม่ตลอดการเดินทางไป๋ซิงซินผู้รู้เส้นทางจำเป็ต้องเลี่ยงเส้นทางที่คุ้นเคยและเดินทางทั้งๆที่ตัวเองแยกทิศทางไม่ออกส่วนชุนหยางผู้อ่านทิศทางออกก็ไม่ได้รู้เส้นทางที่แท้จริงและทำได้เพียงเดินทางตามการชี้ทางของไป๋ซิงซินเท่านั้นบางครั้งไป๋ซิงซินก็แอบกังวลว่าพวกตนจะเดินทางไปถึงที่หมายได้หรือเปล่าเหมือนกัน
“ที่นี่เรียกสะพานชมน้ำหรือขอรับเป็ชื่อที่เหมาะดีนะขอรับ” ชุนหยางยามได้ยินชื่อของน้ำตกก็เข้าใจได้ทันทีว่าเหตุใดถึงได้ตั้งชื่อว่าสะพานชมน้ำนั่นเพราะตลอดเส้นทางการเดินทางต่อจากนี้เป็เส้นทางที่ต้องเดินบนสะพานแขวนเพื่อข้ามไปอีกฝั่งตลอดเส้นทางของสะพานนั้นพาดผ่านน้ำตกขนาดใหญ่ที่ทำให้ตลอดเส้นทางสามารถชมวิวทิวทัศน์ของน้ำตกได้ตลอดเวลาจะเรียกเส้นทางชมน้ำก็ไม่ผิดนักหรอก
“ถูกแล้ว ที่นี่เป็เส้นทางข้ามไปยังแผ่นดินตะวันออกพอข้ามไปแล้วเดินทางต่ออีกสักยี่สิบวันก็น่าจะถึงเมืองกวางจิ้งแล้ว” ไป๋ซิงซินพยักหน้าพลางมองไปยังสะพานแขวนขนาดใหญ่ที่เชื่อมเส้นทางข้ามน้ำตกด้วยท่าทียิ้มแย้มในที่สุดการเดินทางก็เกือบจะจบแล้ว...
“อย่างนี้นี่เอง ใกล้จะถึงแล้วสินะขอรับ”ชุนหยางยามได้ยินเช่นนั้นก็มีท่าทีดีใจออกมาทันที เพียงแต่ยามพูดว่าการเดินทางใกล้จะจบลงแล้วทั้งชุนหยางทั้งไป๋ซิงซินก็มีท่าทีหดหู่ขึ้นมาครู่หนึ่งพอส่งชุนหยางไปพบท่านหมอแล้วจะเป็เช่นไรต่อ หลังจากนั้นไป๋ซิงซินก็คงต้องส่งชุนหยางให้ท่านหมอดูแลส่วนตัวเองก็ต้องกลับไปทำหน้าที่ของศิษย์สำนักปราบมารต่อสินะ...
“ชุนหยาง ตอนนี้ท้องฟ้าใกล้จะมืดแล้วพวกเราไปหาที่พักกันก่อนเถอะเส้นทางผ่านหน้าน้ำตกค่อนข้างชื้นแถมอาจจะต้องเจอกับผู้คนด้วยเราค่อยเดินทางพรุ่งนี้ทีเดียวให้ถึงอีกฝั่งไปเลยน่าจะดีกว่า”ไป๋ซิงซินยามเผลอคิดว่าจะต้องแยกจากกับชุนหยางกลับมีความรู้สึกขุ่นมัวขึ้นมาเสียเฉยๆอยู่ๆนางก็หาข้ออ้างหยุดการเดินทางขึ้นมาทั้งๆที่ยังไม่ทันเข้า่เย็นเสียด้วยซ้ำแต่ถึงอย่างนั้นตัวชุนหยางเองกลับไม่คิดจะทักท้วงแต่อย่างไรแถมยังนำทางไปหาสถานที่พักแรมอีกต่างหาก
ตูม!!
หลังจากหาทำเลพักผ่อนได้เรียบร้อยแล้วชุนหยางที่เพิ่งจะเคยได้แวะริมน้ำตกเป็ครั้งแรกก็ไม่รอช้ารีบะโลงไปเล่นในน้ำด้วยท่าทีตื่นเต้นทันทีน้ำในน้ำตกใสมากจนมองเห็นพื้นเบื้องล่างได้ และนอกจากก้อนหินชุนหยางก็ยังมองเห็นปลาจำนวนหนึ่งที่กำลังว่ายไปมาอยู่แถวนั้นด้วย
“พี่ซิงซินวันนี้พวกเรากินปลากันดีหรือไม่ขอรับ” ชุนหยางเห็นปลาในน้ำก็หันไปถามไป๋ซิงซินที่ควรจะอยู่บนฝั่งแต่ยามหันกลับไปนั้นชุนหยางกลับมองไม่เห็นไป๋ซิงซินเสียแล้วเพราะพริบตาที่ชุนหยางหันไปร่างของไป๋ซิงซินก็ทิ้งตัวลงมาในน้ำเช่นเดียวกันทำเอาละอองน้ำซัดใส่หน้าชุนหยางจนมองอะไรไม่เห็นเลย
“คิกๆ ดูเ้าสิเปียกหมดแล้ว”ไป๋ซิงซินผู้เป็ต้นเหตุให้เส้นผมของชุนหยางเปียกชุ่มไปด้วยน้ำหัวเราะคิกคักออกมาระหว่างกำลังยืนอยู่บนพื้นน้ำที่สูงขึ้นมาจนถึงเอวของนางแต่ถึงจะกำลังหัวเราะชุนหยางแต่ตัวนางเองก็เปียกไปเกินครึ่งตัวแล้วเช่นกัน
“ท่านเองก็ลองดูบ้างสิขอรับ”ชุนหยางยามเห็นนางหัวเราะกลับยิ้มออกมาก่อนจะใช้ฝ่ามือวักน้ำสาดใส่ร่างของไป๋ซิงซินบ้างด้วยท่าทีราวกับเด็กน้อยกำลังเล่นน้ำกันไม่มีผิดเผลอเพียงครู่เดียวทั้งสองต่างก็สาดน้ำใส่กันอย่างสนุกสนานอย่างที่ไป๋ซิงซินไม่ได้ทำมาเสียนานตลอดหลายปีมานี้นางแทบจะไม่ปล่อยตัวเองให้ผ่อนคลายเลย แต่ไม่ทราบทำไมยามอยู่กับชุนหยางนางถึงได้คลายท่าทีจริงจังลงแล้วกลับมาเล่นราวกับเด็กเช่นนี้ได้
“โถ่...แบบนี้ปลาน่าจะหนีไปหมดแล้วแน่ๆเ้าเล่นสาดน้ำเสียแรงเช่นนี้” หลังจากเล่นกันจนเปียกปอนไปทั้งตัวไป๋ซิงซินกลับมองไปรอบๆด้วยท่าทีขำขันทั้งสองต่างก็เป็ผู้ฝึกฝนพลังิญญายามเล่นสนุกบางครั้งก็เผลอใช้แรงมากเกินไปสุดท้ายก็เลยเล่นเสียจนปลาที่คิดจะจับว่ายหนีหายไปจนหมดเสียแล้ว
“นั่นสินะขอรับ...”ชุนหยางยิ้มเจื่อนๆออกมาก่อนจะเผลอมองไปบนเรือนร่างที่เปียกปอนของไป๋ซิงซินอย่างไม่ตั้งใจนอกจากไป๋ซิงซินจะมีใบหน้าที่งดงามแล้วเรือนร่างของนางเองก็ยั่วยวนไม่น้อยเลย ยามส่วนเว้าส่วนโค้งเผยออกมาเพราะเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มเช่นนี้กลับทำให้ชุนหยางยิ่งเกิดอารมณ์ขึ้นมาเสียเฉยๆรู้ตัวอีกทีชุนหยางก็เดินเข้าไปหาไป๋ซิงซินก่อนจะดึงนางเข้ามาจูบอยู่กลางน้ำตกเสียแล้ว
“อืม...” ตลอดเส้นทางไป๋ซิงซินทำกับชุนหยางไปแล้วหลายต่อหลายครั้งถึงตรงนี้นางไม่หาข้ออ้างเพื่อจะทำมันอีกแล้ว ยามชุนหยางเข้าหานาง นางก็แค่ปล่อยตามน้ำและร่วมเสพสุขไปกับเขาเท่านั้นเพียงแต่ครั้งนี้กลับมีอะไรบางอย่างต่างออกไป
“อึก...” ระหว่างกำลังร่วมสัมพันธ์กันอย่างดูดดื่มอยู่ๆร่างของไป๋ซิงซินก็เกร็งไปทั้งร่างพร้อมทั้งกอดรัดชุนหยางเอาไว้แน่นถึงท่าทีเช่นนี้จะไม่ใช่เื่แปลกระหว่างร่วมสัมพันธ์กันแต่อาการของไป๋ซิงซินกลับแปลกออกไปจากทุกทีจนแม้แต่ชุนหยางก็ยังััได้
“พี่ซิงซินท่านเป็อะไรหรือเปล่าขอรับ” ชุนหยางยามเห็นว่าไป๋ซิงซินมีอาการผิดปกติก็รีบหยุดทันทีก่อนจะพยายามตรวจสอบร่างกายของไป๋ซิงซินที่กำลังกอดรักร่างกายตัวเองเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเมื่อครู่ชุนหยางกำลังดูดซับพลังิญญาของไป๋ซิงซินอย่างที่ทำทุกครั้งแต่สิ่งหนึ่งที่ต่างออกไปก็คือชุนหยางรู้สึกได้ว่าพลังิญญาของไป๋ซิงซินที่ดูดซับมาได้นั้นไม่ได้มากเช่นเดิม
“ข้าไม่เป็ไร...ดูเหมือนพลังิญญาของข้าจะฟื้นฟูไม่ทันเท่านั้นเอง”ไป๋ซิงซินคลายกอดของตนเองลงก่อนจะตอบชุนหยางออกไปราวกับตนไม่ได้เป็อะไรมากแต่ถึงอย่างนั้นท่าทางของไป๋ซิงซินกลับอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัดจนชุนหยางต้องพานางขึ้นจากน้ำตกและพานางไปพักที่ใต้ต้นไม้เพื่อดูอาการอีกที
“...” หลังจากหาอาหารให้นางกินรวมทั้งให้นางได้พักผ่อนร่างกายของไป๋ซิงซินก็ดีขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งๆที่ตอนนี้ยังไม่เข้า่เย็นเสียด้วยซ้ำแต่ไป๋ซิงซินกลับนอนหลับไปในทันทีที่กินอาหารเสร็จหรือว่าร่างกายของนางจะเหนื่อยล้าเกินไปงั้นหรือ
“พี่ซิงซิน หรือว่าพลังิญญาของท่าน...”ชุนหยางนั่งเฝ้าดูอาการของไป๋ซิงซินอยู่ครู่ใหญ่จนได้ข้อสรุปออกมาอย่างหนึ่ง ความจริงแล้วอาการอ่อนเพลียเช่นนี้ของไป๋ซิงซินสมควรจะเป็เื่สมเหตุสมผลเสียด้วยซ้ำเพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาตนดูดซับพลังิญญาจากไป๋ซิงซินอย่างหนักทำให้ไป๋ซิงซินไม่สามารถฟื้นฟูพลังิญญาได้ทันหรือไม่ตัวเขาก็ดูดซับพลังิญญามากขึ้นถึงได้ทำให้พลังิญญาของไป๋ซิงซินมีไม่มากพอจะให้ดูดซับอย่างปลอดภัยเสียแล้ว
ช่างโง่เขลายิ่งนัก ทั้งๆที่รู้ดีอยู่แล้วว่าการดูดซับพลังิญญาจากไป๋ซิงซินจะทำให้นางอ่อนแอแต่เพราะอดทนต่อความอยากไม่ไหวสุดท้ายก็เลยทำกันเสียจนเกินขีดความปลอดภัยไปไกลมากหากชุนหยางยังทำกับไป๋ซิงซินแบบนี้ต่อไปโดยไม่ปล่อยให้นางพักผ่อนมีหวังพวกเขาเดินทางไปไม่ถึงเมืองกวางจิ้งเข้าจริงๆแน่
“พี่ซิงซินข้าขอโทษนะขอรับ”ชุนหยางมารู้สึกผิดยามนี้อาจจะสายเกินไปหน่อย แต่อย่างน้อยอาการของไป๋ซิงซินก็มีเพียงความอ่อนเพลียเท่านั้นขอเพียงหลังจากนี้ชุนหยางลดการดูดซับพลังิญญาจากไป๋ซิงซินลงให้เหลือเพียง่เวลาจำเป็เท่านั้นและให้ท่านหมอที่เมืองกวางจิ้งช่วยดูอาการของนางให้อีกคนก็อาจจะไม่เป็ไรก็ได้ทว่า...
“ชุนหยาง...เ้ายังตื่นอยู่หรือไม่”เพราะชุนหยาง้าจะให้ไป๋ซิงซินได้พักผ่อนก็เลยพยายามอดกลั้นความอยากเอาไว้แล้วปล่อยให้ไป๋ซิงซินได้นอนพักส่วนตนเองนั้นก็แยกออกมานอนห่างจากไป๋ซิงซินมากหน่อยเพื่อไม่ให้ตนเองเผลอไปัันางเข้าแต่ท่าทางความพยายามของชุนหยางจะไร้ประโยชน์เพราะกลางดึกคืนนั้นร่างกายของชุนหยางก็ััได้ถึงน้ำหนักตัวของไป๋ซิงซินที่กำลังคืบคลานขึ้นมาบนร่างของตนแถมนางยังปลดกางเกงของชุนหยางออกไปด้วยตนเองแล้วอีกต่างหาก
“ข้าทนไม่ไหวแล้ว เรามาทำกันต่อเถอะ”ถึงชุนหยางจะพยายามอดทนเอาไว้แล้ว แต่ฝ่ายที่ทนไม่ไหวกลับกลายเป็ไป๋ซิงซินเสียอย่างนั้นทั้งๆที่นางยังฟื้นฟูพลังิญญาได้ไม่เต็มที่แน่ๆแต่นางก็ยังเข้ามาคร่อมร่างของชุนหยางเอาไว้แถมยังเริ่มทำด้วยตัวเองอีกต่างหาก
“พี่ซิงซิน ไม่ได้นะขอรับ ท่านยัง..”ชุนหยางยังไม่ทันได้ตั้งตัวไป๋ซิงซินก็เป็ฝ่ายปิดริมฝีปากของชุนหยางเอาไว้ด้วยตัวเองเสียแล้วยามร่วมรักกันทั้งชุนหยางทั้งไป๋ซิงซินต่างก็รู้สึกดีเสียจนไม่อาจลืมเลือนความรู้สึกนั้นไปได้ความ้าของไป๋ซิงซินในตอนนี้ก็แทบไม่ต่างจากชุนหยางเลย นางไม่อาจควบคุมตัวเองได้ต่อให้ทราบดีว่าหากโดนชุนหยางดูดซับพลังมากเกินไปก็อาจจะต้องรู้สึกเ็ปทรมานปางตายเหมือนเมื่อตอนอยู่ในน้ำตกอีกแต่ถึงอย่างนั้นความ้าของไป๋ซิงซินก็มากกว่าอยู่ดี ส่วนชุนหยางเองก็อดกลั้นมาตลอด่เย็นพอโดนนางจู่โจมเข้าแบบนี้ก็ไม่อาจอดกลั้นเอาไว้ได้อีก
“ไม่นะ...” กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีร่างของไป๋ซิงซินก็หมดแรงนอนอยู่ภายในอ้อมแขนของชุนหยางเสียแล้วความ้าของวิชามารราคะช่างน่ากลัวจริงๆ หากได้เสพติดแล้วต่อให้ต้องััความรู้สึกราวกับจะตายนั่นก็ยังห้ามทั้งสองเอาไว้ไม่อยู่ตอนนี้อาการของไป๋ซิงซินหนักขึ้นกว่าเดิมอีก นางในยามนี้เหนื่อยอ่อนและหายใจรวยรินราวกับคนป่วยหนักเลยแถมที่แย่ที่สุดก็คือพลังิญญาของนางแ่ลงจนชุนหยางก็ยังััได้ด้วยซ้ำ
“ข้าควรทำอย่างไรดี” ชุนหยางกอดร่างของไป๋ซิงซินเอาไว้แน่นก่อนจะพยายามหาทางออกแต่คิดเท่าไหร่ก็ยิ่งคิดไม่ออก พวกเขาควรจะหยุดมีสัมพันธ์กันเพื่อให้ไป๋ซิงซินฟื้นฟูพลังแต่ไป๋ซิงซินและตัวชุนหยางเองก็ห้ามตัวเองไม่อยู่อย่างสิ้นเชิงเลย นี่เขาควรทำอย่างไรดี
“...” ระหว่างครุ่นคิดอย่างหนักอยู่ๆชุนหยางก็นึกถึงวันที่ตนได้เรียนรู้วิชามารเป็ครั้งแรก วันนั้นชุนหยางบังเอิญอ่านเคล็ดวิชามารราคะจากตำราของซูเยว่เซียงก่อนจะใช้เคล็ดวิชามารราคะออกมาเพื่อดูดซับพลังของซูเยว่เซียงคืนกลับมาหากให้ไป๋ซิงซินฝึกฝนเคล็ดวิชานางก็น่าจะดูดซับพลังิญญากลับไปได้มิใช่หรือ...