“ก่อนจะห่วงหนูมารีฉันว่าแกห่วงเื่หนี้ที่แกติดแล้วไม่มีปัญญาจ่ายดอกให้ฉันจะดีกว่านะ”เสี่ยบุญชัยที่มีรอยยิ้มบางเมื่อครู่เปลี่ยนเป็คนที่น่ากลัวทันทีป้าแจ่วที่ไม่อยากมีปัญหาจึงได้แต่เดินจากไปราวกับว่าเื่ที่เธอเห็นเมื่อครู่ไม่เคยมีอยู่จริง
“ไอ้ดำมึงไปจัดการอย่าให้นางแจ่วมันปากมากสิกูไม่อยากให้ใครรู้จนกว่ากูจะได้หนูมารีมาเป็ของกู”เสี่ยบุญชัยสั่งลูกน้องของตนด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“ครับเสี่ย”ไอ้ดำรับคำแล้วเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม
“แกตายซะเถอะ”มารีที่เห็นว่ายงมาได้ไกลแล้วจึงได้ใช้ปากกาเหน็บอยู่ที่ปกเสื้อแทงไปที่มือของไอ้ยงทันที
“โอ้ย”ยงร้องด้วยความเ็ปแล้วปล่อยร่างของมารีทันทีทำให้ร่างบางตกลงแล้วกลิ้งลงตามบันไดทันที
“ไอ้ยงมึงทำอะไร”เสี่ยบุญชัยที่เห็นเหตุการณ์ถามลูกน้องของตนด้วยความใ
“ก็มันแทงมือฉันนะเสี่ย”ยงตอบพร้อมกับกำมือที่มีแผลของตน
“ไอ้รี”เหมียวที่ออกมาเดินตามหาเพื่อนของตนร้องเรียกด้วยความใที่เห็นว่าเพื่อนของเธอได้นอนอาบเือยู่ที่บันได
“ช่วยด้วยมีคนตกบันได”เหมียวร้องเสียงดังด้วยความใ
“หมอเสียใจด้วยนะครับหมอได้พยายามอย่างถึงที่สุดแล้วคนไข้เสียชีวิตแล้วครับ”หมอที่พยายามช่วยชีวิตของมารีพูดกับเหมียวและพี่นิดที่ยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน
“อะไรกันนี้เรามาตายด้วยเื่แบบนี้หรือเนี่ย”ร่างโปร่งแสงที่มองดูเหตุการณ์ั้แ่เธอตกบันไดบ่นกับตนเองด้วยน้ำเสียงไม่พอใจที่ต้องมาตายเพราะคนเลว
“ป้าหลิวทำใจดีๆนะ”เหมียวที่ต้องเป็คนบอกข่าวร้ายให้กับครอบครัวของเพื่อนสนิทพูดเสียงสั่น“นางเหมียวจะพูดอะไรก็รีบๆ พูดสิวะคนยิ่งรีบๆอยู่ถ้าข้าออกจากบ้านไม่ทันฤกษ์ดีนะข้าจะด่าให้ลืมหน้าแม่เอ็งเลย”นางหลิวที่กำลังเตรียมตัวจะออกไปเล่นไผ่ที่บ่อนพูดอย่างอารมณ์เสีย
“ป้าไอ้รีมันตายแล้ว”เหมียวพูดพร้อมกับสูดหายใจเข้าปอดของตนเสียงดัง
“ไอ้เหมียวไอ้บ้ามันใช่เื่ที่แก่จะมาพูดเล่นได้หรอเดี๋ยวถ้าเจอหน้านางนวลข้าจะด่าเข้าให้”นางหลิวดุเหมียวอย่างไม่พอใจที่เอาความเป็ความตายของลูกสาวของเธอมาล้อเล่นแบบนี้
“จริงๆนะป้า ไอ้รีมันตายตอนนี้มันอยู่ที่โรงพยาบาลXXXถ้าป้าไม่เชื่อก็มาดูสิ”เหมียวพูดพร้อมกับมองไปที่ร่างไร้ลมหายใจของเพื่อนของเธออย่างรู้สึกใจหาย
“ฉันต้องขอบคุณเสี่ยมากเลยนะจ๊ะที่เป็คนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้กับเราเพราะถ้าไม่มีเสี่ยฉันก็ไม่รู้จริงๆว่าจะหาเงินที่ไหนมาจัดงานศพให้กับนางรีมัน”นางหลิวพูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปมองที่ควันที่ลอยออกจากปล่องไฟด้วยสายตาเศร้า
“ไม่เป็ไรฉันเอ็นดูหนูมารีนะแกขยันมากเลยนะแต่ไม่น่ามาตายั้แ่อายุน้อยๆแบบนี้เลย”เสี่ยบุญชัยพูดพร้อมกับมองไปที่ลูกน้องของตนให้ยืนซองขาวปึกหนาให้กับนางหลิวที่มองมาที่เสี่ยตรงหน้าด้วยสายตามึนงง
“เสี่ยให้ฉันทำไมหรือจ๊ะ”นางหลิวถามด้วยน้ำเสียงงงงวย
“ไม่มีอะไรฉันแค่สงสารเธอกับครอบครัวนะรับเงินไปสิ”เสี่ยบุญชัยพูดพร้อมกับพยักหน้าให้นางหลิวรับเงินของตนไปเพื่อความสบายใจ
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบใจนะจ๊ะ”นางหลิวขอบคุณพร้อมกับมองไปที่เสี่ยตรงหน้าอย่างซาบซึ้ง
“ป้าป้าทำอะไร”เหมียวที่เห็นว่านางหลิวรับเงินจากเสี่ยบุญชัยที่เธอคิดว่ามันเป็สาเหตุให้เพื่อนของเธอต้องตายเอ่ยถามนางหลิวแม่ของเพื่อนเธอเสียงแข็ง
“โอ้ยนางนี้จะอะไรนักหนาเขาให้ฉันก็รับสิดูเงินต้องหลายแสนไม่รับก็โง่แล้ว”นางหลิวตอบพร้อมกับเก็บเงินเข้ากระเป๋าของตนทันที
“ก็ไอ้เสี่ยนั้นแหละที่เป็คนทำไอ้รีตาย”เหมียวะโใส่นางหลิวอย่างเหลืออด
“ไอ้รีมันตายไปแล้วข้ากับไอ้อ๊อดยังต้องอยู่ต้องกินแกจะให้คนจนๆอย่างฉันรักศักดิ์ศรีที่กินไม่ได้หรา”นางหลิวตอบแล้วเดินจากเหมียวไปอย่างไม่ใส่ใจนัก
“แม่ของรีใจร้ายจังถ้าไม่บอกพี่คงไม่เชื่อแน่ว่าป้าแกเป็แม่ของรี”นิดที่อยู่ในเหตุการณ์พูดกับเหมียวด้วยน้ำเสียงยากจะเชื่อ
“แล้วเงินประกันของรีละ เหมียวจะทำยังไง”นิดหันมาถามลูกจ้างของตน
“เฮ้อไอ้รีมันใส่ชื่อน้องชายมันไว้นะพี่นิดเดี๋ยวพอจบเื่วุ่นวายหนูจะแอบพามันไปทำเื่ไม่ให้ป้าหลิวรู้ขืนรายนั้นรู้เข้าเงินต้องถูกเอาไปให้บ่อนแน่ๆเลยพี่นิด”เหมียวเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เมรุด้วยแววตาเศร้า
“เอาแบบนั้นก็ได้ิญญาของรีจะได้หมดห่วงเื่พ่อกับน้องชาย”นิดพยักหน้าเห็นด้วยแล้วจูงมีเหมียวออกจากงานศพของมารีด้วยความเศร้าร่างโปร่งที่รู้ว่าเงินประกันของเธอจะไม่ถูกแม่เอาผลาญที่บ่อนพนันได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
กริ้ง กริ้ง กริ้งเสียงกระดิ่งดังขึ้นสามีครั้งทำให้มารีที่ยืนอยู่หันไปมองตามที่มาของเสียงด้วยความสงสัย
“แม่หนูฉันบอกแล้วว่าแม่หนูจะมีเคราะห์ทำไมไม่ฟังกันเลยละ”ตาแก่ที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม่ใหญ่เอ่ยถามมารีด้วยน้ำเสียงเศร้า
“นี้ลุงมองเห็นฉันหรือจ๊ะ”มารีเอ่ยถามคุณตาตรงหน้าด้วยความสงสัย
“อืม”ชายแก่พยักหน้าตอบ
“จริงหรือคะ”มารีเอ่ยถามอย่างตื่นเต้นแต่เมื่อเธอเห็นว่าคุณตาตรงหน้าเองก็ไม่มีเงาเช่นเดียวกับเธอรอยยิ้มเมื่อครู่ก็ค่อยหายไปทันที
“คุณตาเป็ใครหรอคะ”มารีที่รู้สึกไม่ชอบมาพากลเอ่ยถามด้วยท่าทีระมัดระวัง
“ฉันมารับิญญาของเธอนะ”และทันทีที่ชายแก่พูดจบร่างของชายแก่ก็ค่อยๆเปลี่ยนมาเป็ร่างของชายหนุ่มชุดดำทันที
“คุณเป็ยมทูต”มารีเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ชายชุดดำตรงหน้าด้วยความใ
“ใช่ได้เวลาแล้วไปกันเถอะ”มารีที่หมดห่วงแล้วได้แต่เดินตามชายชุดดำอย่างจำยอม
“นางสาวมารี ใจเอี่ยมเกิดเมื่อวันที่เก้าเดือนธันวาคมพุทธสักราชสองพันห้าร้อยสี่สิบห้าตายจากการตกบันได”ชายร่างใหญ่ที่นั่งตรงกลางห้องโถงเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันโดยที่มารีได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัวด้วยเธอไม่รู้ว่าเธอได้สร้างบาปกรรมไว้หนาเพียงใด
“อืมบาปน้อยกว่าบุญจะไปเกิดเลยหรือจะขึ้นไปเป็เทพธิดาบน์แล้วค่อยลงมาชดใช้กรรมในนรกดีละ”ชายร่างใหญ่เอ่ยถามมารีอย่างใจดี
“เลือกได้หรือคะ”มารีเอ่ยถามอย่างกล้าๆกลัวๆ
“ได้สิสำหรับเ้าข้าให้เ้าเลือกได้”เสียงดุดันเอ่ยตอบอย่างใจดี
“ถ้าอย่างนั้นหนูขอไปเกิดก่อนได้ไหมคะ”มารีตอบพร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ตอนนี้เธอยังไม่ต้องลงไปชดใช้กรรมที่นรก
“ได้สิเช่นนั้นเ้าพาตัวนางไป”เสียงดุดันเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ยมทูตข้างหลังของมารีอย่างออกคำสั่ง
“ขอรับ”ยมทูตเอ่ยขานรับแล้วพามารีเดินมาที่มีคนต่อแถวเป็จำนวนมาก
“ต่อแถวตรงนี้แล้วจะได้ไปเกิด”ยมทูตที่พามารีมาเอ่ยเสียงเรียบแล้วเดินทิ้งมารีไปโดยไม่หันกลับมามองทำให้มารีได้แต่ยืนเข้าแถวด้วยความมึนงงเพราะว่าเธอไม่รู้ว่าถ้าเธอดื่มน้ำเสร็จแล้วจะต้องเดินเข้าไปที่ประตูใดเพราะตอนนี้ตรงหน้าของเธอได้มีประตูมากกว่าสิบบานรอเธออยู่
“ทำอะไรอยู่รีบๆเดินไปสิ”เสียงแหลมของผู้หญิงด้านหลังของมารีเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ
“ใช่ชักช้าจริง”เสียงสนับสนุนดังมาด้านหลังทำให้มารีได้แต่เลือกที่จะใช้ดวงในการเลือกประตูเธอหลับตาเดินไปข้างหน้าแต่เพราะเธอหลับตาเดินทำให้เธอหลุดออกมานอกเส้นทางของประตูทั้งหลายเมื่อครู่
ติ่ง ติ่งเสียงน้ำหยดลงมาเป็จังหวะทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นของมารีเริ่มสงบลง เธอค่อยกวาดสายตามองหาทางที่เธอเดินมาเมื่อครู่แต่ก็จนใจที่รอบด้านของเธอนั้นมืดจนไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดนอกจากบ่อน้ำที่มีดอกบัวที่บานสะพรั่งอยู่เจ็ดดอกมารีที่อยู่ๆก็รู้สึกคอแห้งค่อยๆเดินเข้าหาบ่อบัวอย่างอ่อนแรงแล้วใช้มือของเธอกวักน้ำขึ้นมาดื่มอย่างหิวกระหาย
“อึก”มารีที่ดื่มน้ำจนชุ่มคอนั่งอยู่ได้ไม่นานก็ต้องทิ้งตัวลงไปที่พื้นด้วยความทรมาน
“แย่แล้วนางดื่มโอสถทิพย์เข้าไปเช่นนี้จะทำอย่างไรดีหากท่านเ้าพิภพรู้เข้าเราแย่แน่”ยามที่แอบออกไปเที่ยวเอ่ยด้วยความใเฝ้าบ่อโอสถมาสามร้อยปีไม่เคยมีผู้ใดเดินมาถึงแต่มาวันนี้ก็ได้มีิญญาที่ไม่รู้ที่มาที่ไปอย่างแน่ชัดมาขโมยดื่มโอสถทิพย์ในวันที่เขาหนีเที่ยวซะได้น่าตายจริงๆยามเฝ้าบ่อโอสถคิดอย่างโกรธเคืองและเขาที่ไม่รู้จะทำเช่นไรกับิญญาตรงหน้าจึงได้อุ้มิญญาของมารีโยนลงไปที่บ่อโอสถทิพย์เพื่อหวังให้ิญญาของมารีถูกหลอมละลายในบ่อโอสถเพื่อหวังทำลายหลักฐานด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายมารีที่รู้แน่แล้วว่าจะถูกทำลายิญญาได้แต่ลืมตาโพรงด้วยความใแต่เพราะความเ็ปจึงทำให้นางไม่มีแรงมากพอที่จะขัดขืนชายตรงหน้าของเธอ
ตูม
สายน้ำที่เข้ามากดทับในร่างกายของมารีทำให้ิญญาของเธอเ็ปทรมานอย่างแสนสาหัสแล้วค่อยหมดสติลงไปอย่างช้าๆ
“แง้ๆ”เสียงร้องของเด็กทารกทำให้ร่างบางที่นอนนิ่งอยู่ได้แต่เปิดเปลือกตาขึ้นมาอย่างยากลำบากเพราะเสียงร้องไห้ของเด็กทารกที่นอนอยู่ไม่ไกลจากร่างของนาง
“ลูกใครเนี้ย”มารีที่อยู่ในร่างของฉีหลินเอ่ยเสียงแ่นางค่อยๆประคองร่างบางของตนเข้าไปโอบอุ้มร่างของเด็กทารกขึ้นมาอุ้มแล้วพากลับมานั่งพิงใต้ต้นไม้ใหญ่อย่างอ่อนแรง
“อะ อึกโอ้ยปวดหัวจังเลย”ทันทีที่กลังบางของฉีหลินแตะถูกลำต้นของต้นท้อพันปีความทรงจำทั้งหมดของฉีหลินก็ได้ไหลเข้ามาสู่หัวมารีทันที ทำให้มารีที่เข้ามาอยู่ในร่างของฉีหลินได้แต่ร้องออกมาอย่างทรมาน
“นะนี้ฉันมาอยู่ในร่างของคนอื่นหรือเนี้ย”มารีที่อยู่ในร่างของฉีหลินเอ่ยด้วยความใพร้อมกับลงมือหยิกที่น่องของตนเองอย่างแรงเพราะนางคิดว่าตนเองกำลังฝันอยู่แต่เมื่อนางรู้สึกเจ็บนางก็รู้ทันทีว่าตอนนี้นางได้เข้ามาอาศัยอยู่ในร่างของสาวใช้อาภัพที่ถูกคนที่นางแอบมีใจให้วางยาเพื่อกำจัดเสียนหนามในเส้นทางรักของตน