แพรดาวขมวดคิ้วยื่นหน้าไปดูใกล้ ๆ ว่าอ่านผิดหรือเปล่า แต่เมื่อทักษะการอ่านภาษาไทยที่ติดตัวมาั้แ่เกิดยังทำงานได้เป็อย่างดีเลยพิมพ์กลับไปว่า‘ส่งให้ผิดคนเหรอเปล่าคะ’แต่เขาก็ไม่ได้อ่านข้อความเพราะเจตรินเข้าไปในห้องแล้ว
เธอที่มั่นใจว่ากันตพลส่งให้ผิดคนแน่นอนก็ปล่อยผ่านเื่นี้ไปรวมรวบสมาธิเพื่อทำงานตรงหน้า โดยหารู้ไม่ว่าเขาแทบจะกัดนิ้วตัวเองขาดอยู่แล้วอยู่ดี ๆ เธอก็ส่งข้อความมาหา ในขณะที่ลังเลว่าจะส่งคำถามนั้นไปดีหรือเปล่า ซ้ำร้ายยังใเสียงเคาะประตูของเจตรินเลยกดส่งข้อความนั้นไป แล้วก็ได้แค่คิดในใจว่า... ‘นี่มันจังหวะนรกชัดๆ’
พอตกเย็น...ในขณะที่แพรดาวลืมเื่ข้อความไปแล้วเพราะยุ่งอยู่กับงานทั้งวัน เธอเลยแปลกใจที่เ้านายทำตัวแปลกๆ ตอนเจอกันหน้าลิฟต์หลังเลิกงาน
“คุณกันต์...โอเคไหมคะ”
“ไม่ครับ”
“ไม่สบายเหรอคะ”เธอมองเขาให้เต็มสองตา ทว่าคนตรงหน้าก็ดูไม่ได้เจ็บป่วยตรงไหนจะว่าอยากเข้าห้องน้ำก็ไม่น่าใช่เพราะเดินอีกไม่กี่ก้าวก็ไปนั่งปลดทุกข์ได้ตามสบาย แต่ทำไมดูกระสับกระส่ายชอบกล
“ผมไม่ได้ส่งผิดคนนะครับ”
“ส่งอะไรคะ?”คนลืมง่ายไม่เข้าใจว่าเขาพูดถึงเื่อะไร
“ข้อความครับ”
“อ๋อ! คุณกันต์จะคุยอะไรเหรอคะ คุยตอนนี้เลยก็ได้ค่ะ” เธอบอกสบาย ๆพร้อมกับเดินเข้าไปในลิฟต์พร้อมกัน แต่เขาไม่รู้สึกแบบนั้นสักนิด อยู่ดี ๆก็กังวลเหมือนเป็คนกลัวที่แคบ
“ผมจะคุยเื่ของเราครับ”
“เรา...เหรอคะ?”
“ครับผมอยากบอกคุณแพรว่าผมชอบคุณแพรมานานแล้ว พอรู้ว่าคุณแพรมีแฟน ผมก็ลองไปชอบคนอื่นดูแต่ชอบไม่ได้เลยครับที่ผ่านมาผมไม่เคยคิดจะแย่งคุณแพรเลย แต่พอผมรู้ว่าคุณแพรจะเลิกกับแฟนก็หยุดคิดไม่ได้ว่าจะจีบคุณแพรยังไงดี”
“เอ่อ...”
“พอเขามาคุยกับผมเมื่อเช้าผมอยากบอกให้คุณแพรบอกเลิกเขาเร็ว ๆ แต่ผมกลัวคุณแพรคิดว่าผมทำแบบนั้นเพื่อตัวเองเพราะผมรอให้คุณแพรโสดมานานแล้ว แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่นะครับ ผมแค่อยากให้คุณแพรมีความสุขตัดขาดจากผู้ชายแบบนั้นสักที”
“อ่อ...”
“ผมเลยอยากให้รู้ว่าผมไม่ได้มีเจตนาร้ายนะครับแต่ผมก็... รอให้คุณแพรโสดอยู่นะครับ”
แพรดาวคอแห้งเมื่อครู่อ้าปากค้างเพราะตั้งใจฟังความในใจของกันตพลและแม้จะเป็คำพูดที่ตรงไปตรงมา แต่สมองประมวลผลไม่ได้ว่าต้องตอบกลับว่ายังไงเพราะไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ยิน
ทว่าเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกอัศวินที่ยืนรออยู่ข้างนอกก็รีบดึงตัวเธอออกมา และแพรดาวก็เดินเคียงข้างเขาโดยไม่ได้หันมาข้างหลังเลยแม้แต่หางตาลิฟต์จึงถูกเปลี่ยนเป็ศาลาคนเศร้า ให้กันตพลยืนเหงาเปล่าเปลี่ยวใจ
“กูเหมือนหมาหัวเน่าเลยว่ะ”ผู้บริหารผู้เก่งกาจในเกมธุรกิจบอกจอมทัพอย่างหดหู่เมื่ออยู่ในเกมรักกลับพ่ายแพ้ไม่เป็ท่า
“อย่าว่าตัวเองแบบนั้นคนสองคนคบกันมันมีรายละเอียดเยอะ ไม่แปลกหรอกที่ตอนเช้าเธอเป็อีกแบบตอนเย็นเป็อีกแบบ เธอคบกับแฟนมาตั้งแปดปีไม่ใช่เหรอคนชื่อวินอะไรนั่นรู้อยู่แล้วว่าต้องดึงความสนใจจากเธอได้ยังไง” เพื่อนซี้ออกความเห็นหลังกันตพลปรับทุกข์ให้ฟัง
“กูไม่น่าใจร้อนบอกชอบคุณแพรเลยว่ะ”
“เธอน่าจะอยากตอบอะไรกลับไปแต่สถานการณ์มันทำให้เป็แบบนั้นไม่ได้ มึงลองคิดดูสิ ถ้ามึงเป็คุณแพรมึงจะยืนคุยต่อทั้ง ๆ ที่แฟนรออยู่หน้าลิฟต์เหรอ”
กันตพลถอนหายใจรู้ว่าตัวเองก็จะทำแบบเดียวกับที่แพรดาวทำ และยิ่งว้าวุ่นเข้าไปใหญ่เมื่อรู้ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับอัศวินเริ่มกลับมาหวานชื่นอีกครา
และบรรยากาศตอนนี้ยิ่งอึมครึมเข้าไปใหญ่เมื่อในห้องประชุมบังเอิญมีกันและกันเธอเข้ามาเตรียมความพร้อมในการนำเสนอแผนงานในห้องประชุมใหญ่ที่นาน ๆจะถูกเปิดใช้สักที ในขณะที่เขาบังเอิญเดินผ่านเลยแวะเข้ามาดูสักหน่อยว่าแม่บ้านทำความสะอาดเรียบร้อยหรือยัง
จากที่ยืนซ้อมเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองและให้เคยชินกับเครื่องไม้เครื่องมือที่ไม่คุ้นเคยในห้องนี้ แพรดาวหยุดการกระทำทุกอย่างไว้ทำเพียงยืนกุมมือ ไม่รู้ว่าเ้านายมองทำไม มีอะไรจะพูดหรือเปล่า เลยส่งยิ้มน้อย ๆให้กันตพลตามมารยาที่ควรมี แต่แทนที่เขาจะเดินเข้ามาหรือไม่ก็ปิดประตูแล้วเดินไปตามโถงทางเดินเขากลับยืนมองหน้าแพรดาวอยู่เกือบนาที
ั้แ่เหตุการณ์ในลิฟต์วันนั้นเธอเลี่ยงที่จะเจอหน้าเขามาตลอด แม้กระทั่งงานที่ต้องพูดคุยกันก็ให้น้องในทีมไปรายงานแทนและกันตพลเองคงรับรู้ว่าทั้งหมดเกิดจากความตั้งใจของแพรดาวเ้านายเลยไม่เซ้าซี้ให้มากความ
“สู้ๆ นะครับ” เขาพูดจบแล้วเดินออกไปแค่้าให้กำลังใจเพราะการประชุมที่จะเริ่มในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าเป็ศึกใหญ่ที่เธอต้องฟาดฟันกับเจตริน
เท่าที่อ่านแผนงานของทั้งสองฝ่ายเขาเองก็ยังลังเลว่าจะเลือกให้ใครเป็ผู้ชนะ เลยต้องจัดให้มีการนำเสนอแผนงานให้หลายคนฟังและช่วยลงคะแนนตัดสินเพราะหากต้องตัดสินด้วยตัวเองก็คงเลือกงานของแพรดาวแน่นอน การประชุมครั้งนี้จึงเป็งานใหญ่และสิ่งสำคัญที่สุดที่้าคือผลคะแนนที่มาจากความยุติธรรม
“เริ่มเลยครับ”เมื่อถึงฤกษ์งามยามดี กันตพลก็เปิดประชุมเพื่อหาข้อสรุปว่าจะเลือกแผนงานของฝ่ายการตลาดทีมไหนมาใช้กับเครื่องดื่มใหม่ของบริษัทและการนำเสนอของแพรดาวและเจตรินก็เป็ไปอย่างราบรื่นเพราะทั้งคู่เตรียมพร้อมมาเป็อย่างดี
ผู้เข้าร่วมประชุมทั้ง40 คนมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่านี่เป็แผนงานที่สูสีกันมากมิน่าล่ะกันตพลถึงต้องหาข้อสรุปด้วยการลงคะแนนเสียงทำได้ดีมากทั้งสองทีมจนยากจะตัดสินใจส่วนสำคัญจึงอยู่ที่อยากให้ใครเป็พรีเซนเตอร์มากกว่ากัน
วงไอดอลจากประเทศเกาหลีอย่างวงเจพีเคจากทีมของแพรดาวยังไงก็การันตีว่าพวกเขาสร้างชื่อให้บริษัทอย่างแน่นอน แต่หากไม่สวยหรูอย่างที่วางแผนเอาไว้หน้าที่การงานจะสั่นคลอนหรือเปล่า เพราะเป็การใช้เงินบริษัทมหาศาลเลยทีเดียว
ถ้าเลือกคู่จิ้นจากซีรีส์วายชื่อดังของประเทศไทยที่ทีมของเจตรินเป็คนเสนอยังไงก็คุ้มค่ากับการลงทุน แต่บริษัทจะไม่ก้าวหน้าเท่าไหร่นัก พลาดโอกาสเติบโตไปสู่ระดับประเทศอย่างที่กันตพลวางเอาไว้
งานนี้จึงไม่ต่างอะไรกับการเสี่ยงว่าจะได้รับโชคใหญ่กับการอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยแต่ได้ผลตอบแทนเท่าเดิม
“มีใครจะถามอะไรไหมครับ”กันตพลกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้องประชุมแต่ไม่มีใครยกมือถามหรือสงสัยเพราะทั้งสองทีมบอกรายละเอียดไว้ครบทุกอย่างแล้ว
“ถ้าไม่มีใครสงสัยลงคะแนนเลยแล้วกันนะครับ แต่คราวนี้ผมขอใช้วิธีอื่นในการลงคะแนน”คำพูดของเขาทำให้คนฟังงงไปตาม ๆ กัน เพราะที่ผ่านมาจะเป็การหาข้อสรุปง่าย ๆด้วยการให้ยกมือ
“ครั้งนี้เป็งานใหญ่ผมอยากให้มีความยุติธรรมมากกว่าทุกครั้ง เพราะฉะนั้นวันนี้ชอบแผนงานของทีมไหนก็เลือกทีมนั้นนะครับรบกวนทุกคนออกไปข้างนอกแล้วเข้ามาในห้องนี้ทีละคนเขียนลงบนกระดาษว่าเลือกทีมเอหรือทีมบี พับแล้วใส่ลงในแก้วน้ำใบนี้ห้ามเปิดฝานะครับ ช่องใส่หลอดกว้างพอให้หย่อนกระดาษที่พับแล้วลงไปได้ในนี้ต้องมีกระดาษแค่ 40 ใบเท่านั้น และแต่ละใบผมเขียนเลขกำกับไว้แล้วถ้าได้คะแนนเท่ากัน ผมจะเป็คนให้คะแนนที่ 41 เพื่อตัดสินว่าใครชนะเสร็จแล้วเรามานับคะแนนกันครับ”
กันตพลชูกระดาษที่เตรียมไว้ให้ทุกคนได้เห็นแล้วยกแก้วน้ำที่ต่างคนต่างคิดว่าเขาถือติดมือมาเพื่อดื่ม ทว่าเมื่อเปิดฝาออกข้างในนั้นมีเพียงความว่างเปล่าเขาเดินนำทุกคนออกไปข้างนอกก่อนที่ผู้เข้าประชุมจะทยอยกันเข้ามาลงคะแนนและกลับออกไปอีกครั้ง
“ผมจะเริ่มนับคะแนนแล้วนะครับ”กันตพลเปิดฝาแก้วน้ำ จับมันนอนลงและหยิบออกมาทีละแผ่นก่อนจะขานคะแนนและเมื่อเวลาอ่านครบสี่สิบแผ่น ผลคะแนนก็ได้ข้อสรุปว่าทีมบีหรือทีมของแพรดาวเป็ฝ่ายชนะไปด้วยคะแนน26-14 คะแนน
“โปรเจกต์นี้ฝ่ายการตลาดทีมบีได้ดูแลนะครับแต่หากมีอะไรผิดพลาด แผนงานของทีมเอจะถูกหยิบมาใช้ ขอบคุณคุณเจตกับทีมมากนะครับฝากคุณแพรทำงานที่วางแผนไว้อย่างเต็มที่ด้วย และขอบคุณทุกคนมาก ๆครับที่สละเวลามาช่วยลงคะแนน วันนี้เลิกงานก่อนเวลาได้นะครับ ฝากบอกคนที่ไม่ได้เข้าประชุมด้วยเจอกันหลังหยุดยาวครับ” กันตพลเดินออกจากห้องประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดต่างจากคนอื่น ๆ ที่มีความสุขกับการได้เลิกงานเร็ว เพราะระหว่างยืนรอคงคะแนน เขาบังเอิญได้ยินเื่ที่ทำให้ไม่สบายใจเท่าไหร่นัก
‘พี่แพรไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าจะดึงเจพีเคมาเป็พรีเซนเตอร์ได้ต่อให้ชนะทีมพี่เจต แต่ถ้าทำไม่ได้อย่างที่พูดก็แย่เลยนะ’
‘ทำได้อยู่แล้ว ไม่เชื่อแกก็โหวตให้พี่แพรชนะสิ’
‘แกรู้ได้ไงว่าจะทำได้ ในฐานะที่ฉันเป็ติ่งเจพีเคเป็ตัวท็อปของวงการเลยนะ งานเดี่ยวว่าหาคิวยากแล้วเซ็นสัญญาครบเจ็ดคนไม่ต้องพูด ยากมากแน่นอน’
‘ไม่รู้ว่าพี่แพรจะทำได้ยังไง แต่ทำได้แน่ เพราะฉันเป็รุ่นน้องที่โรงเรียนพี่แพร’
‘แล้วมันเกี่ยวอะไรกับงานนี้’
‘เกี่ยวสิ ก็ก่อนเขาจะย้ายไปเป็เด็กฝึกที่เกาหลี พี่แพรเรียนห้องเดียวกับพี่พีทเจพีเค’
‘เฮ้ย! แล้วตอนนี้ยังติดต่อกันอยู่เหรอ’
‘ตอนนี้ไม่รู้ แต่ตอนฉันอยู่ม. สาม พี่แพรกับพี่พีท อยู่ม.ห้า เขาพูดกันว่าสองคนนี้แอบคบกัน’
‘ถามจริง! แกเคยเห็นเขาอยู่ด้วยกันไหม’
‘ไม่เคยเห็นอยู่ด้วยกันสองต่อสองนะ แต่ได้ยินเื่นี้แป๊บเดียวข่าวก็ซาไปเพราะข่าวที่พี่พีทย้ายไปเกาหลีดังกว่า’
และไม่ใช่แค่กันตพลที่หน้าเครียดยังมีอีกหนึ่งคนที่สีหน้าไม่ต่างจากผู้บริหาร นั่นคือเจตรินที่เดินออกจากห้องประชุมไปพร้อมความคับแค้นใจและอยากรู้ว่าจากยี่สิบเอ็ดคนที่แอบติดต่อให้ลงคะแนนให้ใครกันนะที่หักหลังจนเหลือคะแนนเพียงสิบสี่คะแนน
ส่วนแพรดาวเธอดีใจกับชัยชนะครั้งนี้มาก แต่ไม่ไปร่วมวงฉลองความสำเร็จกับน้อง ๆ ในทีมเพราะวันนี้มีอีกเื่ที่ต้องทำให้เสร็จหลังจากยืดเยื้อมานาน เธอเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานนั่งอยู่ในห้องกว้างที่ตอนนี้ว่างเปล่าและเงียบงันเพราะเพื่อนร่วมงานกลับกันหมดแล้ว
สายตาลอบมองนาฬิกาบนโต๊ะบ่อยๆ เพื่อดูว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาเลิกงานของอัศวินสักทีตอนนี้เขาคงง่วนอยู่กับการประชุมเื่จัดซื้อเครื่องจักรตัวใหม่ที่จะเอามาใช้ในการผลิตทว่าอยู่ดี ๆ ไฟในห้องก็ดับลงอย่างไม่ทราบสาเหตุแต่เสี้ยววินาทีต่อมามันก็กลับมาสว่างไสวดังเดิม