ณ ตำหนักฮองเฮา
“ในวันพรุ่งนี้ฝ่าาทรงยินยอมให้องค์ชายรองแห่งแคว้นฉีเป็ผู้ไต่สวนคดีที่เ้าร่วมก่อการฏในเมื่อมันเป็เื่ที่เกี่ยวข้องกับตัวเ้าเราจะให้เ้าติดตามเราไปฟังการสืบสวนคดีด้วย” ฮองเฮาทรงรู้สึกสงสารอดีตพระสนมเซียงเซียง
“แล้ว เอ่อพระโอรสล่ะเพคะ” เซียงเซียงเป็ห่วงลูก
“ให้หุ่ยซีดูแลไปก่อนเผื่อเสด็จพี่ของเ้าอาจช่วยเ้าล้างมลทินให้ได้” ฮองเฮาตรัส
“ขอบพระทัยเพคะที่ทรงมีเมตตาต่อหม่อมฉัน”เซียงเซียงรู้สึกซึ้งใจ
“เรารู้ว่าเ้าถูกปรักปรำแต่เราไม่อาจหาหลักฐานมาล้างมลทินให้เ้าได้ ฝ่าาเองก็เช่นกัน” ฮองเฮาทรงเข้าพระทัยฝ่าา
“หม่อมฉันเข้าใจเพคะ”เซียงเซียงกล่าว
“องค์ชายรองทรงมีท่าทีแข็งกร้าวมากและไม่ยอมเชื่อว่าเ้าจะเป็ผู้กระทำความผิดเช่นนั้นอย่างแน่นอนจนฝ่าาทรงถึงขั้นยอมให้องค์ชายรองเป็ผู้ไต่สวนด้วยพระองค์เองตอนนี้เ้าไปทานอาหารเถิด เราจะอุ้มหลี่ซูไปเข้าเฝ้าฝ่าา" ฮองเฮาทรงทราบว่าเซียงเซียงมัวแต่ดูแลหลี่ซู เลยยังไม่ทานอาหาร
“เพคะ”
******************************
ตกกลางคืนฝ่าาทรงจัดให้มีงานเลี้ยงฉลองต้อนแขกบ้านแขกเมืองไม่เพียงเท่านั้นยังจัดให้บรรดาเหล่าองค์หญิงและบุตรสาวของขุนนางมาร่วมงานด้วยเผื่อว่าองค์ชายรองจะทรงถูกพระทัยหญิงผู้ใดฝ่าาทรงจะได้ประทานสมรสเพื่อเชื่อมความสัมพันธไมตรีระหว่างแคว้นเสียเลย
“บุตรสาวของท่านไม่มาร่วมงานด้วยอย่างนั้นหรือ” องค์ชายรองตรัสกับท่านเสนาบดี
“เอ่อ พระองค์ทรงรู้จักบุตรสาวของกระหม่อมด้วยหรือพะย่ะค่ะ” ท่านเสนาบดีแปลกใจ
“เราเคยได้ยินชื่อเสียงของฉู่หลิน ซึ่งเป็บุตรสาวของท่านนางงดงามไม่แพ้พระสนมเอก ใครเห็นใครก็ต้องชอบ”องค์ชายรองทรงมีเป้าหมายบางอย่าง
“พระองค์ทรงกล่าวเกินไปแล้วพะย่ะค่ะ ต้องขอประทานอภัยจริงๆ ฉู่หลินไม่สบายนางมีไข้ขึ้น ไม่อาจมาต้อนรับพระองค์ได้พะย่ะค่ะ”ท่านเสนาบดีกล่าว
“น่าเสียดายจริงๆ” องค์ชายรองทรงแกล้งแสดงสีหน้าเสียดาย
แต่แล้วตลอดงานเลี้ยงองค์ชายรองก็ทรงไม่สนพระทัยหญิงผู้ใดเลยมีเพียงการสอบถามถึงบุตรสาวของท่านเสนาบดีเท่านั้น
ทางด้านสาวงามก็พากันผิดหวังไปตามๆกันเพราะองค์ชายรองนั้นเป็ชายรูปงาม ใครเห็นใครก็ต้องชอบและอาจเป็เพราะฝ่ายหญิงยังไม่รู้จักพระองค์ว่าทรงร้ายกาจเพียงใด
******************************
และในขณะเดียวกันณ จวนท่านเสนาบดี
“คุณหนู ทานยาเ้าค่ะ” สาวใช้กล่าว
แคร็กๆแคร็กๆ แคร็กๆ “ขอบใจมาก เ้ามีอะไรไปทำก็ไปทำเถิดข้าทานยาเสร็จเดี๋ยวข้าก็นอนแล้ว" เหวยเซียงในร่างฉู่หลินแกล้งไอ
“เ้าค่ะ”
พอสาวใช้ออกไปจากห้องฉู่หลินก็รีบลุกขึ้นนั่งทันที และพูดพึมพำว่า “ยังดีที่ข้ามีพืชที่ช่วยทำให้ข้าตัวร้อนหมอถึงเชื่อว่าข้าไม่สบายจริงๆและเื่อะไรที่ข้าจะต้องมารับกรรมแทนเ้าด้วยล่ะฉู่หลินข้ารู้แก่ใจดีว่าองค์ชายรองทรงต้องหาทางแก้แค้นเ้าอย่างแน่นอนยังไงข้าก็ต้องเอาตัวรอดให้จงได้”
******************************
วันถัดมาณ ศาลตุลาการในเมืองหลวง แคว้นฝาง
ฝ่าาฮองเฮา พระสนมเอกและเหล่าขุนนางที่เกี่ยวข้องต่างพากันนั่งประจำตำแหน่งเพื่อฟังการสอบสวนคดีที่อดีตพระสนมเซียงเซียงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อฏโดยมีองค์ชายรองแห่งแคว้นฉีเป็ผู้ไต่สวน”
“เบิกตัวต้าเหริ่น” องค์ชายรองตรัส
“กระหม่อมต้าเหริ่นพะย่ะค่ะ”
“เ้าได้ซัดทอดว่าอดีตพระสนมเซียงเซียงสมรู้ร่วมคิดก่อการฏอย่างนั้นหรือ”องค์ชายรองทรงถาม
“ใช่แล้วพะย่ะค่ะ” ต้าเหริ่นตอบอย่างมั่นใจ
“เ้าติดต่อพระนางเช่นไร” องค์ชายรองทรงสงสัย
“กระหม่อมและพรรคพวกผลัดกันแอบลอบเข้าไปที่ตำหนักพระสนมพะย่ะค่ะ”ต้าเหริ่นตอบเสียงดังฟังชัด
“เบิกตัวกงกงตงฉี ที่ดูแลตำหนักพระสนมเซียงเซียง” องค์ชายรองทรงสั่ง
“กระหม่อม ตงฉี พะย่ะค่ะ”
“ในบันทึกการเข้าเฝ้าของตำหนักพระสนมเซียงเซียงนั้นมีรายชื่อของต้าเหริ่นและพรรคพวกหรือไม่หรือเ้าเคยเห็นชายผู้นี้หรือไม่” องค์ชายรองทรงถาม
“ในบันทึกไม่มีขุนนางเข้าเฝ้าพระสนมเซียงเซียงเลยสักคนพะย่ะค่ะและกระหม่อมก็ไม่เคยเห็นชายผู้นี้เลยสักครั้ง”กงกงตงฉีกล่าวอย่างมั่นใจเช่นกัน
“ช้าก่อน ที่ตำหนักสนมเซียงเซียงมีการจดบันทึกการเข้าเฝ้าด้วยอย่างนั้นหรือ” ฝ่าาทรงแปลกพระทัย
“มันเป็ข้อปฏิบัติของแคว้นฉีพะย่ะค่ะดังนั้นกระหม่อมจึงเชื่อว่าน้องสาวของกระหม่อมจะต้องทำบันทึกไว้เพราะมันเป็วิถีชีวิตปกติของคนในวังแคว้นฉีอยู่แล้ว” องค์ชายรองทรงมั่นพระทัย
“เราขอดูหน่อย” ฝ่าาทรงอยากทอดพระเนตร
กงกงตงฉีถวายบันทึกให้ฝ่าาทรงทอดพระเนตร
“ในบันทึกนั้นละเอียดมาก มีการจดรายชื่อ วันที่ เวลา เื่ที่เข้าเฝ้าและลงนามเป็ลายลักษณ์อักษรด้วย” ฝ่าาทรงทึ่งจากนั้นพระองค์ก็ทรงส่งคืนให้กับองค์ชายรอง
พอองค์ชายรองทรงทอดพระเนตรเสร็จก็ทรงหันไปตรัสกับผู้ต้องหา “เ้ามีอะไรจะพูดต้าเหริ่น เหตุใดในบันทึกถึงไม่มีชื่อเ้าเลย”
“มันเป็เื่ลับ กระหม่อมไม่กล้าลงนามในบันทึกหรอกพะย่ะค่ะ” ต้าเหริ่นกล่าวอ้าง
“เอาล่ะ เบิกตัวนางกำนัลฉีหลาน” องค์ชายรองตรัส
“หม่อมฉัน ฉีหลาน นางกำนัลประจำตำหนักพระสนมเซียงเซียงเพคะ”
“ในบันทึกไม่มีรายชื่อขุนนางมาเข้าเฝ้าเลย แสดงว่าพระนางไม่เคยติดต่อเหล่าขุนนางเลยใช่หรือไม่”องค์ชายรองทรงถาม
“พระสนมเซียงเซียงทรงไม่เคยติดต่อขุนนางผู้ใดเลยเพคะเพราะพระสนมทรงไม่มีเวลาเลยจริงๆ ดังนั้นเวลาที่มีขุนนางมาขอเข้าเฝ้าพระองค์ทรงจำเป็ต้องปฏิเสธไม่ให้เหล่าขุนนางเข้าพบเพคะ”ฉีหลานกล่าว
“พระสนมทำอะไร เหตุใดถึงไม่มีเวลา” องค์ชายรองทรงสงสัย
“คือ เอ่อ ที่ตำหนักมักจะมีคนกลั่นแกล้งอยู่บ่อยครั้ง บ้างก็วางยาพิษบ้างก็ซุ่มแอบลอบทำร้าย ดังนั้นนางกำนัลเหวยเซียงจะต้องตรวจสอบทุกพื้นที่ในตำหนักว่ามีพิษหรือภัยอันตรายใดๆที่จะส่งผลร้ายต่อบุตรในครรภ์ของพระสนมเซียงเซียงหรือไม่พอพบก็ต้องรีบกำจัดทันทีอีกทั้งต้องกำชับให้เหล่าองครักษ์จัดเวรยามแ่าเพื่อป้องกันคนร้ายลอบปองร้ายพระนางไม่เพียงเท่านั้นนางกำนัลเหวยเซียงยังต้องจัดตารางเวลาให้พระสนมเซียงเซียงทรงออกกำลังกายเบาๆเพื่อเพิ่มภูมิต้านทานให้ทั้งตัวพระสนมและบุตรให้แข็งแรงเพคะ” ฉีหลานเล่า
“เรานึกไม่ถึงเลยว่า สนมเซียงเซียงนั้นโดนรังแกมากมายเช่นนี้นางไม่เคยบอกเราเลยสักคำ” ฝ่าาตรัส
“เพราะนางคงไม่มีหลักฐานเอาผิดใครอีกทั้งไม่อยากกระตุ้นให้ศัตรูคิดแผนการรุนแรงขั้นสุดซึ่งอาจทำให้นางไม่อาจรับมือได้ก็เป็ได้นะพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองทรงคาดการณ์สักพักพระองค์ก็ทรงหันไปเห็นนางกำนัลคนสนิทที่ยืนอยู่ด้านหลังฮองเฮากำลังเช็ดน้ำตาเลยตรัสว่า “เหตุใดเ้าถึงร้องไห้”
“หม่อมฉันเพียงแค่สงสารพระสนมเซียงเซียงเท่านั้นเพคะ” เซียงเซียงที่ปลอมตัวอยู่รีบกล่าวอ้าง
“งั้นก็แล้วไป เรานึกว่าเ้ามีส่วนเกี่ยวข้องในคดี”องค์ชายรองตรัส
“พยานที่ท่านสืบสวน ล้วนแต่เป็คนของพระสนมเซียงเซียงทั้งสิ้นมันจะไม่เป็การเข้าข้างพระสนมไปหน่อยหรือ” พระสนมเอกตรัส
“ในความเป็จริง กลุ่มฏจะไม่เปิดเผยตัวการใหญ่และยิ่งไม่ยอมพาดพิงถึงนายใหญ่เป็อันขาด หากใครโดนจับได้คนผู้นั้นไม่ฆ่าตัวตายก็โดนลอบสังหาร แต่ชายผู้นี้กลับกล่าวหาตรงๆมันเหมือนเป็การใส่ร้ายมากกว่า และที่สำคัญผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มีทั้งสภาพอ่อนแอแถมเป็คนต่างแคว้นอีกจะมีใครยอมเชื่อฟังรับคำสั่งของนางอย่างนั้นหรือและยิ่งให้ลูกของนางเป็ผู้สืบทอดราชบัลลังก์ก็ยิ่งแล้วใหญ่ขุนนางอย่างพวกท่านจะยอมอย่างนั้นหรือหากองค์รัชทายาทมีเชื้อสายครึ่งหนึ่งมาจากแคว้นฉีเรามองยังไงก็เป็การใส่ร้ายทำลายนางอยู่ดี” องค์ชายรองตรัสเหตุผล
“เื่นั้น เราคิดว่า…..” ฝ่าาทรงอธิบายไม่ได้
“ฝ่าา พระองค์ทรงรู้ตัวผู้นำฏหรือไม่พะย่ะค่ะพวกเขามีกองกำลังอยู่ที่ไหน พร้อมที่จะชิงบัลลังก์แล้วหรือไม่หรือเป็เพียงคำกล่าวอ้างของกลุ่มขุนนางเพื่อหวังจะกำจัดสนมต่างแคว้นและบุตรของนางเท่านั้น”องค์ชายรองทรงถาม
“บังอาจ พระองค์ไม่ควรสงสัยการสืบสวนของแคว้นฝางนะพะย่ะค่ะ” ท่านเสนาบดีกล่าว
“เราขออภัย เอาล่ะ เราจะไต่สวนต่อ ต้าเหริ่น กองกำลังของพวกเ้าอยู่ที่ไหน”องค์ชายรองรีบตัดบท
“กระหม่อมบอกไม่ได้พะย่ะค่ะ” ต้าเหริ่นแสดงสีหน้ามีพิรุธ
“บอกไม่ได้หรือว่ามันไม่มีั้แ่แรก บอกมา”องค์ชายรองทรงเค้นถาม
“กระหม่อมบอกไม่ได้พะย่ะค่ะ”ต้าเหริ่นส่งสายตาหลอกแหลก
“เบิกตัว ฮูหยินและลูกชายวัย 10 ขวบของต้าเหริ่น”องค์ชายรองทรงสั่ง
“ทะ ท่าน ไปช่วยพวกเขามาได้ยังไง” ต้าเหริ่นรีบปิดปากของตัวเองที่เผลอหลุดปาก
“ตอนที่บริวารของเราไปช่วยนางและลูกที่คุกใต้ดินแห่งหนึ่งทหารคุมคุกที่เราจับได้ พวกเขาต่างพากันฆ่าตัวตายทั้งสิ้นเหลือเพียงครอบครัวของเ้าเท่านั้น เอาล่ะ ฮูหยินเ้ารู้มั้ยว่าคนที่จับเ้าและลูกไป พวกเขาเป็ใครกัน”องค์ชายรองทรงหันไปถามฮูหยินของต้าเหริ่นแทน
“อย่าพูดนะ” ต้าเหริ่นรีบห้าม
“บังอาจ เราไม่ได้สอบถามเ้า” องค์ชายรองทรงตะคอก
“คนของสนมเอ…..” ฮูหยินกล่าวไม่จบก็ถูกกล่าวแทรก
“บังอาจ นี่เ้ากล้าพาดพิงถึงคนอื่นอีกแล้วงั้นหรือ”พระสนมเอกทรงร้อนตัว
“เหมือนพระองค์ทรงกำลังกินปูนร้อนท้องอยู่นะ พระสนมเอก” องค์ชายรองทรงรู้ทัน
“ชายผู้นี้ปรักปรำอดีตสนมเซียงเซียงแล้วยังไม่พอยังให้ลูกเมียใส่ร้ายผู้อื่นอีก” พระสนมเอกตรัสอ้าง
“จงบอกมา คนจับเ้าเป็คนของใคร” องค์ชายรองทรงย้ำคำถาม
ต้าเหริ่นมองไปที่นายใหญ่คนหนึ่งสักพักเขาก็รีบกระโจนเข้าไปปิดปากฮูหยินของตัวเองและกล่าวว่า “กระหม่อมยอมรับผิดแล้ว กลุ่มฏไม่มีอยู่จริงกระหม่อมกุเื่ขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายพระสนมเซียงเซียงพะย่ะค่ะ”
“ใครบงการเ้าให้กระทำการเช่นนี้ บอกมาเ้าไม่ได้มีความแค้นต่อพระสนมเซียงเซียงเสียหน่อย” องค์ชายรองทรงสงสัย
“กระหม่อมเกลียดชังแคว้นฉีไม่อยากให้คนเชื้อสายแคว้นฉีได้เป็ใหญ่ในแคว้นฝางพะย่ะค่ะ” ต้าเหริ่นกล่าวอ้าง
“ช่างหาข้ออ้างเสียจริงนะ คงกลัวอำนาจบารมีคนที่บงการเ้าล่ะสิ” องค์ชายรองทรงรู้ทันแต่ไม่มีหลักฐาน
“พระองค์ทรงกำลังพยายามทำให้ชายผู้นี้พาดพิงถึงขุนนางหรือชนชั้นสูงอีกนะเพคะและจากการที่ชายผู้นี้ใส่ร้ายพระสนมเซียงเซียงคำพูดของชายผู้นี้ไม่อาจเชื่อได้อีกต่อไป” พระสนมเอกตรัสอ้าง
“เื่นี้ เราจะสืบหาให้ละเอียดเอง ขอบคุณมาก องค์ชายรอง” ฝ่าาทรงตัดบท
“แล้วเื่ที่พระสนมเซียงเซียงหายตัวไปล่ะพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองทรงแค้นพระทัย
“เราส่งคนออกตามหานางจนทั่วเมือง แต่ยังหาไม่เจอ แต่ถึงอย่างไรเราจะรีบส่งคนออกตามหานางอย่างไม่ลดละ และรีบคืนตำแหน่งให้กับนาง” ฝ่าาทรงรู้สึกผิด
“ให้กระหม่อมพานางกลับแคว้นดีกว่ามั้ยพะย่ะค่ะหากปล่อยให้นางอยู่แคว้นนี้ต่อไป นางอาจโดนรังแกและโดนใส่ร้ายแบบนี้อีก” องค์ชายรองทรงไม่ทน
“ไม่ได้! เอาล่ะ เราสัญญาหากเจอตัวนาง เราจะปกป้องนางจะไม่ยอมให้ใครรังแกนางอีกแล้ว” ฝ่าาทรงยังรักอดีตพระสนมอยู่พระองค์ทรงไม่อยากให้นางจากไปไหนอีกแล้ว
“งั้นตอนนี้ เลิกศาล” องค์ชายรองตรัส
นับว่าการไต่สวนครั้งนี้องค์ชายรองทรงสามารถล้างมลทินให้กับพระสนมเซียงเซียงได้แต่ยังไม่สามารถพาดพิงไปยังผู้บงการได้แม้จะรู้แก่ใจว่ามันเป็ฝีมือของพระสนมเอกก็ตาม
องค์ชายรองรีบเสด็จไปดักพระพักตร์ฮองเฮาแห่งแคว้นฝาง
“พระองค์ทรงมีอะไรอย่างนั้นหรือ” ฮองเฮาทรงสงสัย
“ขอกระหม่อมสอบถามนางกำนัลของพระองค์ได้มั้ยพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองตรัส
“ตามสบายเถิด งั้นเราขอตัว” ฮองเฮาทรงเข้าพระทัยและทรงดำริว่าองค์ชายรองทรงต้องมองออกว่านางเป็น้องสาว
ฮองเฮาทรงยินยอมปล่อยนางกำนัลสวมรอยคุยกับองค์ชายรองแต่โดยดีพระองค์ทรงรีบเสด็จกลับตำหนักทันที
อดีตพระสนมเซียงเซียงที่ปลอมเป็หุ่ยเชียงซึ่งเป็นางกำนัลวัยกลางคนอยู่นั้น นางรู้สึกตื่นเต้นที่ได้พบพี่ชายแต่ก็ต้องพยายามสำรวมกริยาไว้และกล่าวว่า “มีอะไรหรือเปล่าเพคะ”
“เซียงเซียง พี่รู้ว่าเป็เ้า” องค์ชายรองตรัสอย่างไม่ปกปิด
“พระองค์ตรัสอะไรเพคะ หม่อมฉันจะเป็อดีตพระสนมได้อย่างไร” หุ่ยเชียงกล่าวทั้งๆที่หลบสายตา
“เ้าเองก็รู้ว่าพี่มีจมูกดีมาั้แ่เกิด พี่จำกลิ่นของเ้าได้” องค์ชายรองตรัส
“เสด็จพี่” อดีตพระสนมคุกเข่าปาดน้ำตา นางไม่กล้าโผไปกอดพี่ชายที่ตนคิดถึงจับใจเพราะเกรงว่าจะมีคนจับได้
“เหตุใดเ้าถึงต้องปลอมตัวเช่นนี้ มันเกิดอะไรขึ้น” องค์ชายรองทรงเข้าพระทัยเลยยืนถามปกติ เพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกสงสัย
“เื่มันยาวเพคะ หม่อมฉันโดนปองร้ายเลยอาศัยใบบุญหลบซ่อนอยู่ในตำหนักองค์ฮองเฮาเพคะ” หุ่ยเชียงหรืออดีตพระสนมเซียงเซียงเล่า
“ใครกัน พระสนมเอกอย่างนั้นหรือ”องค์ชายรองทรงกำพระหัตถ์ไว้แน่นที่มีคนกล้าปองร้ายน้องสาวของพระองค์
เซียงเซียงไม่อยากพูดนางก็เลยพยักหน้าปาดน้ำตา
“แล้วลูกของเ้าล่ะ และเหวยเซียงอยู่ที่ไหน เหตุใดถึงไม่ดูแลเ้าให้ดี” องค์ชายรองทรงสงสัย
น้ำตาเซียงเซียงยิ่งไหลไม่หยุด“ลูกของหม่อมฉันตายหลังคลอดเพคะ ส่วนเหวยเซียงนั้นนางพลัดตกจากหอคอยประจำตระกูลพระสนมเอก”
“มีอะไรกัน เหตุใดนางกำนัลผู้นี้ถึงร้องไห้หนักขนาดนี้” ฝ่าาทรงสงสัย
เซียงเซียงรีบปาดน้ำตาและรีบพูดว่า“ไม่มีอะไรหรอกเพคะ”
“กระหม่อมเพียงสงสัยว่า เหตุใดนางกำนัลผู้นี้ถึงร้องไห้ในศาล พอสอบถามนางดูถึงรู้ว่าครอบครัวของนางมีชะตากรรมคล้ายคลึงกับชีวิตของอดีตพระสนมครอบครัวของนางโดนใส่ร้ายและถูกเนรเทศไปอยู่ชายแดนพะยะค่ะ” องค์ชายรองตรัส
“จริงหรือ ให้เรารื้อฟื้นไต่สวนคดีของเ้าดีมั้ย” ฝ่าาทรงสงสาร
“ไม่เป็ไรแล้วเพคะ พวกเขาเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวกันหมดแล้ว และเื่มันก็เกิดนานมากเป็สิบๆปีแล้วด้วยเพคะ”เซียงเซียงรีบแก้ตัว
“เราเสียใจด้วย” ฝ่าาตรัส
“พระองค์ทรงมีธุระกับกระหม่อมหรือพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองทรงรีบตัดบทเพราะสงสารน้องสาว
ฝ่าาทรงทอดพระเนตรไปที่นางกำนัลเพราะอยากคุยกับองค์ชายรองตามลำพัง
เซียงเซียงเข้าใจก็เลยกล่าวว่า“หม่อมฉันขอตัวกลับตำหนักฮองเฮาเพคะ”
พอฝ่ายชายอยู่ตามลำพังฝ่าาก็รีบตรัสว่า “พระองค์ถูกใจหญิงผู้ใดหรือเปล่า”
“ยังพะย่ะค่ะ กระหม่อมเคยได้ยินคนเล่าลือกันว่าบุตรสาวของท่านเสนาบดีงดงามมากกระหม่อมก็เลยอยากยลโฉมน้องสาวของพระสนมเอกสักครั้ง” องค์ชายรองทรงมีแผนการ
“นางยังเด็กนัก นิสัยเอาแต่ใจตัวเอง แม้นางจะโฉมงามแต่พระองค์ทรงอาจไม่สามารถทนความร้ายกาจของนางได้” ฝ่าาทรงกังวล
“ก็ไม่แน่พะย่ะค่ะ กระหม่อมมีนิสัยชอบปราบพยศเสียด้วย” องค์ชายรองตรัส
“เอาล่ะ หากมีโอกาส เราจะช่วยให้ท่านพบนางสักครั้ง” ฝ่าาทรงทอดพระเนตรเห็นความมุ่งมั่นของชายสูงศักดิ์ต่างแคว้น
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ”
******************************
ณจวนท่านเสนาบดี
ฮัดเช่ยฮัดเช่ย ฮัดเช่ย “เหตุใดข้าถึงจามไม่หยุดแบบนี้หรือข้ากำลังเป็หวัดเข้าจริงๆเสียแล้ว แถมวันนี้รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ยังไงชอบกล”เหวยเซียงในร่างฉู่หลินรู้สึกแปลกๆ เหมือนภัยกำลังมาถึงตัวอย่างไรไม่รู้