[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก

    117 แปลกประหลาด

    ปี๊ด!  ปี๊ด!  ปี๊ด….!  


    เสียงนกหวีดดังมาแต่ไกล โยฮันที่อยู่บนร่างของไส้เดือนดินระดับ 6 จึงหันมองดูว่ารถไฟออกจากสถานีแล้วหรือยัง เมื่อเห็นว่านักสู้ทางฝั่งนั้นทำหน้าที่ได้ดีเขาจึงกระพือปีกเล็กๆด้านหลัง ก่อนจะกระโจนขึ้นฟ้าสูงแล้วกางปีกบินตามหลังรถไฟ ต่อให้เขาจะไม่สามารถบินได้เหมือนนก หลังจากวิวัฒนาการครั้งที่ 4 การร่อนหนึ่งครั้งด้วยปีกกลับเดินทางได้ไกลราว 3 - 4 กิโลเมตร จึงเป็นเรื่องง่ายที่เขาจะตามรถไฟ


    ในขณะที่ร่างกำลังร่อนไปตามทางรถไฟ โยฮันก็ได้หันมองดูด้านหลังเพราะอยากรู้ว่าซอมบี้ระดับ 6 ที่เขาจากมาจะทำสิ่งใดต่อไป ทว่ามันกลับมุดลงไปใต้ดินด้วยการใช้ปากขนาดใหญ่ขุดรูจนราวกับเครื่องจักร เพียงแค่พริบตาที่ส่วนหัวของมันจมลงไปใต้ดินส่วนหางของมันก็หายเข้าไปในรูสร้างความตกใจให้กับโยฮัน เนื่องจากการเคลื่อนไหวบนพื้นดินกับใต้ดินของมันแตกต่างกันมาก  หลังจากมุดดินความเร็วที่มันทำได้ก็พุ่งสูงถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและคาดว่าน่าจะมีความเร็วมากกว่านั้นอีก  โยฮันจึงต้องลงเหยียบพื้นแล้วกระโดดบินหนีไปอีกทางเพื่อไม่ให้มันตามรถไฟไป เขาสามารถตามรถไฟเมื่อไหร่ก็ได้ เพียงแต่ซอมบี้ระดับ 6 ตัวนี้ไม่ควรจะตามรถไฟไป


    “ แย่แล้วสิ ดันสนใจรถไฟซะได้ ”


    ความรู้สึกวิตกเผยบนใบหน้าโยฮัน จากเดิมไส้เดือนดินพยายามไล่ตามเขาจากบาดแผลที่เขาสร้างให้หลายพันรอย แต่ตอนนี้เสียงวิ่งของรถไฟกลับทำให้มันไล่ตามไป นอกจากนั้นแล้วมันยังใช้ความสามารถของตนเองสั่งการให้ซอมบี้ทั้งหมดวิ่งตามไปด้วยกัน แม้เครื่องปล่อยสัญญาณรบกวนจะยังทำงานอยู่ก็ตาม ซอมบี้กลับพยายามวิ่งตามไปด้วยความโกรธที่ต้องรับคำสั่งไปพร้อมๆกับรับความเจ็บปวดจากคลื่นเสียง


    “ แย่แล้ว มันกำลังตามเรามา! ”


    หนึ่งในนักสู้ที่อยู่บนรถไฟร้องตะโกนด้วยท่าทางหวาดกลัว รถไฟที่พวกเขานั่งมีความเร็วเพียงแค่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพียงเท่านั้น ซอมบี้ตัวยักษ์กลับค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆอีกไม่นานคงจะมาคว่ำรถไฟของพวกเขาได้ทัน ขณะที่ทุกคนกำลังแตกตื่นกับการไล่ตามของซอมบี้ระดับ 6 ที่กำลังควบคุมกองทัพซอมบี้ให้ไล่ตาม รถไฟตู้ท้ายสุดกลับปรากฎร่างของซอมบี้มนุษย์ระดับ 6 ส่งผลให้ทุกคนที่อยู่ภายในตู้คอยควบคุมเครื่องสร้างคลื่นรบกวนเงียบเสียงลงไปในทันทีจากแรงกดดันที่กำลังปลดปล่อยออกมาสะกดข่มไม่ให้เคลื่อนไหว 


    ปัง!


    เสียงปืนดังเรียกสติทุกคนที่กำลังหวาดกลัวกับซอมบี้ระดับ 6 ที่ขึ้นมาบนรถไฟ ปืนที่มีพลังทำลายมากพอจะทะลวงเกราะรถถังหลังจากยิงมันก็พุ่งทะลวงหลังคาตู้สุดท้ายเข้าไปด้านในแล้วเจาะเข้าบริเวณกลางหน้าอกของซอมบี้ระดับ 6 เพียงแต่ว่ากระสุนกลับกระเด็นออกไปด้านข้าง ไม่สร้างแม้กระทั่งรอยขีดข่วนใดๆให้กับซอมบี้เลยแม้แต่น้อย เหล่านักสู้ที่เห็นว่าซอมบี้กำลังเปิดช่องว่างจึงชักอาวุธออกมาต่อสู้กับมัน เพียงแต่ว่าซอมบี้มนุษย์กลับตวัดแขนขวาที่มาพร้อมกรงเล็บส่งผลให้ตู้สุดท้ายของรถไฟถูกตัดในแนวขวาง ทุกๆอย่างที่อยู่รอบตัวของมันถูกผ่าครึ่งไปทั้งหมด


    เครื่องปลดปล่อยคลื่นรบกวนถูกผ่าครึ่งจนทำงานไม่ได้ ร่างของนักสู้ที่มีอยู่ราว 9 คนถูกฆ่าตาย ไอริสที่เห็นว่าเครื่องมือที่ช่วยให้หลบหนีได้ง่ายถูกทำลาย เธอจึงยิงปืนอีกครั้งด้วยกระสุนที่เหลืออยู่อีก 5 นัดหวังจะผลักร่างของมันลงจากขบวนรถไฟ เพียงแต่ว่าอีกฝ่ายทำเพียงยืนนิ่งมองหาต้นตอของเสียงก่อนจะพบว่าเธอยืนอยู่บนหลังคาตู้ที่ 4 จากหัวรถไฟ


    ปัง!


    กระสุนนัดสุดท้ายยิงออกจากกระบอกปืนพุ่งตรงเข้าหาซอมบี้ระดับ 6 เพียงแต่ว่ามันกลับหายตัวไปจากการมองเห็นปล่อยให้กระสุนพุ่งทะลวงพื้นของรถไฟตู้สุดท้าย ขณะที่ไอริสพยายามกวาดตามองดูว่ามันหายไปที่ไหน เธอก็เห็นภาพเลือนรางจากการเคลื่อนไหวที่เร็วมากๆของมันพุ่งเข้ามาใกล้  เธอจึงทิ้งปืนเข้าไปในตู้รถไฟแล้วชักดาบออกมาเตรียมป้องกันด้วยสัญชาตญาณของระดับ 5 หวังว่าจะช่วยเหลือเธอได้บ้าง 


    ทันทีที่ร่างของซอมบี้เคลื่อนที่มาหยุดด้านหน้ามันก็ตวัดมือที่เต็มไปด้วยกรงเล็บมุ่งตรงเข้าหาศีรษะของเธอด้วยความเร็วที่ยากจะตามทัน ดาบที่ยกขึ้นมาป้องกันก่อนหน้านั้นถึงขั้นแตกหัก ไม่แม้แต่จะหยุดมือที่พุ่งเข้ามาหาได้ 


    ภายใต้ภาพเคลื่อนไหวช้าๆในช่วงที่ความตายเคลื่อนที่ใกล้เข้ามา ไอริสกลับพบว่ามีมือเล็กๆมือหนึ่งพุ่งมาจากด้านหลังของเธอคว้าจับไปยังข้อมือของซอมบี้ ก่อนที่ร่างของมือจะปรากฎตัวด้านข้างแล้วใช้เท้าเตะร่างของซอมบี้จนร่วงตกลงไปจากรถไฟ ทำให้เธอรอดตายจากกรงเล็บเมื่อครู่  ด้วยพลังระดับ 5 ของเธอไม่คิดว่าตนเองจะทำอะไรไม่ได้มากขนาดนี้เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับซอมบี้ระดับ 6


    “ พี่สาวไอริส พี่ปลอดภัยดีไหมคะ ” เสียงเล็กๆของเด็กสาวอายุไม่เกิน 20 เอ่ยออกมา ไอริสที่เห็นใบหน้าคุ้นตาเธอจึงพยักหน้าขึ้นลง ตอนนี้เธอไม่แม้แต่จะเอ่ยเสียงออกมาได้เพราะกำลังตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


    “ พี่ถอยไปก่อน หนูจะหาทางหยุดมันเอาไว้เอง ตอนนี้หนูวิวัฒนาการเสร็จแล้วน่าจะฟัดกับมันได้สักระยะหนึ่ง ”


    เล็บมือของพี่ชายที่ถูกทำเป็นมีดสั้นดึงออกมาจากฝัก การใช้หางแส้คงต้องพักเอาไว้ก่อนเพราะอีกฝ่ายมีความเร็วในการตอบสนองที่ดีมาก การเตะของเธอเมื่อครู่หากเป็นซอมบี้ระดับ 5 คงร่างระเบิดตายไปแล้ว ซอมบี้ระดับ 6 กลับสามารถยกมืออีกข้างขึ้นป้องกันได้ทันจนทำให้มันไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย


    ความรู้สึกกังวลเผยบนใบหน้าเล็กน้อย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ต้องสู้กับซอมบี้ระดับ 6 และเป็นตัวตนที่พี่ของเธอก็ยังไม่เคยสู้กับมัน เนื่องจากซอมบี้มนุษย์ไม่เคยเป็นระดับ 5 มาก่อน ตัวที่อยู่ตรงหน้าเธอกลับเป็นระดับ 6  ทันใดนั้นมันก็ได้กระโจนขึ้นมาบนตู้ที่ 4 อีกเช่นเคยแล้วมองเธอด้วยใบหน้างุนงงราวกับเด็กที่กำลังเกิดความสงสัย แอลลี่จึงใช้โอกาสนี้พุ่งเข้าไปจับคอของมันแล้วพาร่างกระโจนไปยังรถไฟตู้สุดท้าย หากมีอะไรเกิดขึ้นจะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ของเธอ


    ซอมบี้ระดับ 6 ที่ถูกจับคอมันจึงใช้มือข่วนแอลลี่ เธอจึงปล่อยมือแล้วทิ้งระยะออกมายืนดูมันที่กำลังมองเธอราวกับวิเคราะห์ว่าส่วนไหนอร่อย


    “ แกฟังที่ฉันพูดรู้เรื่องไหม ถ้ารู้เรื่องลงไปจากรถไฟนี้ซะ ”


    มีดสั้นถูกกระชับให้มั่นพลางย่อตัวเล็กน้อยเตรียมต่อสู้กับอีกฝ่าย ขณะที่กำลังรอดูว่าซอมบี้จะพูดกับเธอได้ไหมนั้น แอลลี่กลับตกใจเพราะมันกำลังเลียนเสียงของเธอแล้วใช้คำพูดประโยคเดียวกันกับเมื่อครู่เอ่ยออกมา


    “ แกฟังที่ฉันพูดรู้เรื่องไหม ถ้ารู้เรื่องลงไปจากรถไฟนี้ซะ ”


    “ ถ้ารู้เรื่องลงไปจากรถไฟนี้ซะ ”


    ประโยคถูกพูดซ้ำไปมา แอลลี่จึงลองเปลี่ยนประโยคใหม่ ปรากฎว่าซอมบี้ระดับ 6 ตัวนี้พยายามจะเลียนแบบเสียงของเธอ นับว่าแปลกไม่น้อยเพราะปกติซอมบี้ยิ่งวิวัฒนาการพวกมันจะยิ่งฉลาด อีกฝ่ายกลับไม่ได้แสดงท่าทางฉลาดออกมาเลยแม้แต่น้อย มันพยายามจะเลียนแบบเสียงของเธอราวกับเด็กทารกทั้งๆที่ร่างกายของมันไม่ต่างจากผู้ใหญ่ แต่แล้วซอมบี้กลับยืนด้วยท่าทางที่ไม่ต่างจากเธอ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งการวางขา หรือจะเป็นตำแหน่งมือล้วนเหมือนกันหมด จากท่าทางของมันทำให้แอลลี่รู้ตัวว่าตนเองกำลังจะถูกเลียนแบบ ซึ่งซอมบี้ตรงหน้าพยายามจะเรียนรู้สิ่งต่างๆจากเธอ


    “ พี่! ”


    เสียงกรีดร้องของแอลลี่ส่งออกไปไกล เธอสามารถรับมือกับมันได้แน่ แต่ไม่รู้ว่าจะนานมากแค่ไหน หากอีกฝ่ายเรียนรู้วิธีต่อสู้ของเธอแล้วรู้จักนำมันมาปรับใช้แล้วหาจุดอ่อนจนพบ เธอจะเป็นฝ่ายถูกเล่นงาน การจะหยุดมันไม่ให้สร้างปัญหามากไปกว่านี้จึงเป็นการเรียกพี่ของเธอให้กลับมาช่วยรุมฆ่ามันโดยไม่ให้ได้ลอกเลียนแบบอะไร



    หลังจากที่กรีดร้องออกไป ซอมบี้ตรงหน้าก็เริ่มกรีดร้องเช่นกันด้วยการใช้เสียงของเธอ แอลลี่ที่เห็นว่ายังมีเวลาอยู่ เธอจึงพยายามกรีดร้องอีกหลายประโยคเพื่อซื้อเวลาก่อนจะปะทะกันกับซอมบี้ระดับ 6 ตรงหน้า


    ภายใต้เสียงกรีดร้องของเธอและซอมบี้ที่สลับกันร้องเสียงดัง แอลลี่ก็เริ่มมองเห็นร่างของพี่ชายกำลังบินลงมาจากฟ้าด้วยความรวดเร็ว เธอจึงกรีดร้องเต็มกำลังเพื่อบอกสิ่งที่อยากให้พี่ชายทำ


    “ กระแทกมันมาเลย หนูพร้อมแล้ว! ” ซอมบี้ระดับ 6 ร้องตะโกนเสียงดังตามหลังเสียงแอลลี่ที่กระจายออกไป ทันใดนั้นมันกลับพบว่าด้านหลังมีแรงหนึ่งกระแทกเข้ามาส่งผลให้ร่างพุ่งไปด้านหน้าด้วยความเร็วยากจะควบคุมร่างกายได้ จังหวะนั้นเองแอลลี่ก็ได้พุ่งเข้าหาร่างของมันที่เท้าลอยออกจากพื้นแล้วเล็งมือไปบริเวณคอหวังจะตัดมันให้ขาด เพียงแต่ว่าซอมบี้กลับตอบสนองด้วยสัญชาตญาณ  มันได้ใช้แขนยกขึ้นมาบังส่งผลให้แขนข้างซ้ายของมันถูกตัดขาดแทนที่จะเป็นคอ


    “ ระดับ 6 เหรอ มันมาได้ยังไงกัน ” โยฮันถามด้วยความสงสัย เขาไม่รู้ว่าระดับ 6 ตัวนี้มาได้อย่างไร


    “ หนูก็ยังไม่รู้ ต้องถามพี่ไอริส ”  หลังจากพุ่งสวนกันกับซอมบี้ระดับ 6 แอลลี่ก็ได้มายืนด้านข้างพี่ชาย พลางมองไปยังซอมบี้ระดับ 6 ที่กำลังลุกขึ้นยืนแล้วหันมองพวกเธอด้วยสายตางุนงงไม่เข้าใจ จากบาดแผลที่เกิดขึ้นกับแขนของมัน ซึ่งบาดแผลไม่ได้ทำให้ซอมบี้กรีดร้องเลยสักนิด ทำให้สองพี่น้องมั่นใจว่าซอมบี้มนุษย์ระดับ 6 ไม่ได้มีความเจ็บปวดแต่อย่างใด หลังจากตัดสินใจว่าจะรีบฆ่ามันเพราะซอมบี้ตัวใหญ่กำลังตามมาแล้ว โยฮันจึงเป็นฝ่ายพุ่งเข้าหาซอมบี้ ซึ่งมันก็ได้ใช้มือข้างที่เหลืออยู่กางกรงเล็บในท่าที่ไม่ต่างจากโยฮัน เพียงแต่ว่าการที่มันเหลือแขนเพียงแค่ข้างแล้วยังเป็นซอมบี้มนุษย์ตัวเล็กไม่ต่างจากเขามาก มันจึงไม่ยากที่เขาจะฆ่าให้ตาย


    ทันทีที่ทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกัน มือซ้ายของโยฮันก็ได้ตะปบเข้ากับมือขวาของอีกฝ่าย มือขวาที่ว่างอยู่จึงข่วนไปบริเวณคอหวังจะตัดให้ขาด ซอมบี้กลับเอียงคอหลบได้ทันแต่มันก็ถูกหางของเขาแทงทะลวงกลางหน้าอกยึดร่างของมันเอาไว้แน่น แอลลี่ที่วิ่งมาด้านข้างเมื่อรู้ว่าซอมบี้ถูกล็อกเอาไว้ด้วยการโจมตีของพี่ชาย เธอจึงดึงพลังงานออกมาจากร่างฟันไปยังคอของมันจนศีรษะร่วงตกลงไปบนพื้นดิน


    “ หนูไม่ได้อัตราการวิวัฒนาการ ”


    “ ฉันก็ไม่ได้เหมือนกัน ”


    บนใบหน้าของสองพี่น้องเกิดความสงสัย ซอมบี้ถูกตัดคอไปแล้วจะต้องมอบเชื้อวิวัฒนาการให้พวกเขาไม่คนใดก็คนหนึ่ง เพียงแต่เชื้อไวรัสกลับเงียบหาย ทั้งสองจึงรู้ว่ามันไม่ตาย ดูท่าการจะฆ่ามันจะต้องผ่าสมองออกเป็นสองส่วนถึงจะฆ่ามันได้ ทันใดนั้นพวกเขาก็พบว่าศีรษะของมันที่ร่วงตกลงไปจากรางรถไฟพุ่งเข้าไปหาซอมบี้ตัวหนึ่งก่อนจะแปะติดเข้ากับร่างของอีกฝ่าย ไม่นานร่างๆนั้นก็ถูกยึดโดยพลังที่เหนือกว่า ที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือร่างของซอมบี้ระดับ 4 ที่ถูกยึดได้เพิ่มระดับเป็น 6 ในทันที.




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก ที่คุณอ่าน