บทที่ 19 การแลกเปลี่ยนที่มากขึ้น
เซียนฮัววิ่งมาหาเหวินหน่วนด้วยความโกรธหวังเพื่อด่าทอระบายอารมณ์ แต่เธอกลับยิ่งโกรธมากกว่าเดิม
เมื่อเห็นผู้เป็แม่กลับถึงบ้าน เหวินเชี่ยงก็ดึงเธอเข้ามาและถามด้วยเสียงที่แ่เบาว่า "แม่ พี่สาวของผมจะไม่กลับมาเหรอ?"
เมื่อวานเขาไม่อยู่บ้านในตอนที่มีเหตุทะเลาะกัน มีแค่เหวินเจวียนที่พูดให้เขาฟังว่ามีเื่เกิดขึ้น
"ให้มันตายข้างนอกนั่นไปเลย!" หวังเซียนฮัวเต็มไปด้วยความโกรธ จากนั้นเธอก็นึกถึงเื่ที่เหวิน
หน่วนด่าเหวินเชี่ยงลับหลัง แต่น้องชายกลับยังคงห่วงใยพี่สาว ดังนั้นเธอจึงยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีก "ถ้ามันไม่กลับมาก็ช่างมัน ไม่มีใครอยากให้มันกลับมาหรอก!”
เหวินเชี่ยงเม้มริมฝีปาก
เขาคิดในใจ ถ้าไม่อยากให้กลับมาจะวิ่งไปหาทำไม
"เธอจะอยู่ที่นั่นได้จริง ๆ เหรอ" เหวินเชี่ยงพูด "นั่นเป็บ้านผีสิง ผมได้ยินมาว่ามีผีอยู่"
หวังเซียนฮัวแทบจะกระอักเื
เมื่อนึกถึงคำพูดของเหวินหน่วนที่หาว่ามีผีมาเคาะประตูกลางดึก ยัยเด็กนั่นมองว่าเหวินเฟิงฉีเป็ผี ช่างกวนใจเธอนัก!
“ช่างหัวเธอไปซะ” หวังเซียนฮัวตบหัวลูกชายของเธอ “ใครมันจะไปอยู่อาศัยที่นั่นได้กัน? ผ่านไปสักสองสามวัน ทั้งทำงานหนัก ทั้งบ้านผีสิงนั่น เดี๋ยวพี่สาวแกมันก็จะรู้เองว่าบ้านเรานั้นดีที่สุด มันจะต้องคลานเข่ากลับมาหาเราอย่างแน่นอน!”
“แล้วถ้าพี่ไม่กลับมาล่ะแม่?" เหวินเชี่ยงพึมพำเสียงต่ำ "แล้วผมจะยังได้งานในโรงงานปูนซีเมนต์ได้เหรอ"
เขาไม่ได้กังวลว่าเหวินหน่วนจะอยู่ดีมีสุขอยู่ข้างนอกหรือไม่ เขาแค่เป็ห่วงงานของตัวเองเท่านั้น
ถ้าเหวินหน่วนอยู่ข้างนอกแบบนี้และไม่กลับมา เธอก็จะไม่แต่งงานกับลู่กัวจื่อ แล้วงานของเขาล่ะ ไม่ต้องสิ้นหวังหรอกเหรอ?
เมื่อพูดถึงเื่งาน หวังเซียนฮัวก็แทบสำลัก
ไอ้ลูกชายตัวดีมันเป็ห่วงแค่เื่นี้?
“พ่อของแกติดต่องานในโรงงานซีเมนต์ให้แกได้อย่างแน่นอน” หวังเซียนฮัวปลอบโยนลูกชายของเธอ “อย่ากลัวไปเลย ไปกินข้าวกันเถอะ”
เหวินเจวียนที่กำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัวกำลังเบ้ปากอยู่
"หนูคิดว่าพี่สาวของหนูตัดสินใจได้แล้ว หลังจากเธอคิดใคร่ครวญมานาน" เธอพึมพำ "ถ้าเธอไม่กลับมาจริง ๆ และไม่้าแต่งงาน หนูควรทำอย่างไร?”
"ควรทำยังไงน่ะเหรอ?" เหวินเฟิงฉีพูดด้วยใบหน้ามืดมน "ตัดความสัมพันธ์! ฉันคนคลั่งเหวินจะคิดเสียว่าฉันไม่เคยมีลูกสาวอย่างมัน และจะไล่ให้มันไปอยู่ที่ชาชุน!"
เหวินเฟิงฉียกยิ้มขึ้นเมื่อเขาพูดแบบนั้น "ไม่อยากแต่งงานใช่ไหม ได้! ฉันจะให้มันไม่ได้แต่งงานไปตลอดชีวิต!"
บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารเย็นตกอยู่ความเงียบชั่วครู่
“ไม่… อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลย… ” หวังเซียนฮัวพูดเสียงเบา “กัวจื่อยังไม่กลับมา ฉันจะพยายามเกลี้ยกล่อมเธอ เมื่อผ่านไปสองสามวัน หลังจากที่เธอรู้ตัวว่าเธอเอาตัวไม่รอด"
เหวินเฟิงฉีมองดูผู้เป็ภรรยาและพูดด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายว่า "งั้นก็จัดการให้เรียบร้อย"
...
หลังจากที่จู้ตงินำฟืนมาให้เหวินหน่วนเมื่อวาน เขาก็เอามันมาให้อีกหลังจากกินข้าวในตอนเช้าเสร็จ เขามาที่บ้านผีสิงของเหวินหน่วนพร้อมกับหูเสี่ยวหลิง
"ในเมื่อเหวินหน่วน้าอยู่ที่นี่และยังต้องไปทำงาน ฉันก็อยากช่วยเธอซ่อมแซมบ้าน" จู้ตงิพูดกับหูเสี่ยวหลิง "เธออยากจะไปด้วยกันไหม"
เขาพูดให้ชาวบ้านได้ยิน เพราะเขากังวลว่าชาวบ้านจะเอาเหวินหน่วนไปนินทาว่าร้าย
เขาเรียกหาหูเสี่ยวหลิงให้ไปด้วยกันด้วยความรอบคอบ เพราะถ้าชาวบ้านเห็นพวกเขาสองคนไปหาเหวินหน่วนด้วยกัน พวกเขาจะได้ไม่ต้องคิดมากเกี่ยวกับเื่นี้
หูเสี่ยวหลิงตกลงในทันที และยังเรียกหูเสี่ยวตงมาช่วยด้วย
“โชคดีที่สองวันมานี้หิมะไม่ตก” หูเสี่ยวหลิงพูด “ถ้าหิมะตก คงอยู่บ้านนี้ไม่ไหวแน่นอน”
หญิงสาวสาปแช่งเหวินเฟิงฉีในใจ
ก่อนที่พวกเขาจะถึงบ้านของเหวินหน่วนพวกเขาได้พบกับเหวินเจวียน เมื่อเห็นจู้ตงิ ดวงตาของเหวินเจวียนเป็ประกาย "พี่ตงิจะไปไหน"
หูเสี่ยวหลิงกลอกตาขึ้นทันที
"ไม่มีอะไร" จู้ตงิตอบด้วยเสียงต่ำและพวกเขาก็ยังคงเดินไปที่บ้านของเหวินหน่วนโดยไม่หยุดฝีเท้า
“คุณจะไปช่วยพี่เหวินหน่วนทำความสะอาดบ้านเหรอ” เหวินเจวียนพูดอย่างโกรธเคือง “คุณรู้ไหมว่าพ่อของฉันเตรียมให้พี่สาวของฉันแต่งงานกับลู่กัวจื่อแล้ว และเธอจะเป็ภรรยาของผู้อำนวยการโรงงานปูนซีเมนต์ในอนาคต”
จู้ตงิหยุดและมองไปที่อีกฝ่าย แต่ไม่ได้พูดอะไร
“เนรคุณ” หูเสี่ยวหลิงสาปแช่ง
ถ้าไม่ใช่เพราะเหวินหน่วนใจดีกับน้อง ๆ มากจนยอมเลิกไปโรงเรียนและทำงานหนักเพื่อหาเงินแล้วล่ะก็ เหวินเจวียนคงไม่ได้ไปโรงเรียนและมีชีวิตที่สบายเหมือนอย่างทุกวันนี้
เมื่อคิดแบบนั้นก็ยิ่งทำให้หูเสี่ยวหลิงไม่ชอบหน้าเหวินเจวียนมากกว่าเดิม
“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังทำอะไร” เหวินเจวียนมองหูเสี่ยวหลิงด้วยสายตาเย้ยหยัน จากนั้นเหลือบมองจู้ตงิ “เธอมีแผนอะไรอย่าคิดว่าคนอื่นไม่รู้!”
คำพูดไม่กี่คำเกือบทำให้หูเสี่ยวหลิงอยากเริ่มต่อสู้กับอีกฝ่าย
เหวินหน่วนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่หน้าประตูบ้านของเธอ เธอไปถึงฐานทัพแล้ว และเธอก็ได้นัดหมาย
กับเฝิงเหยียนลี่เมื่อวานนี้ เพื่อนำของมาส่งในเช้าวันนี้อีกครั้ง
"เธอมาแล้ว" เฝิงเหยียนลี่พูดอย่างตื่นเต้นว่า "ฉันมารอเธอนานแล้ว แม่สาวน้อย"
เธอทำอาหารไม่ค่อยเก่ง แต่เมื่อคืนเธอทำซุปเกี๊ยว สามีและลูก ๆ ของเธอกินจนเกลี้ยง
สามีและลูก ๆ ของเธอถึงกับเอ่ยถามว่าเธอทำอร่อยขนาดนี้ได้อย่างไร
เธอแค่ทำตามปกติ? เป็เพราะใช้แป้งมากเกินไปหรือเปล่า? หรือว่าเธอใส่ไส้เยอะกว่าเดิม?
ยิ่งไปกว่านั้น เด็ก ๆ หลายคนบอกว่ากระหล่ำปลีแช่น้ำส้มสายชูที่ทำเมื่อเช้านี้อร่อยมาก สามีของเธอก็ชมว่าเธอทำอาหารได้ยอดเยี่ยม นี่เป็ครั้งแรกที่เขาชมเธอเื่ฝีมือการทำอาหาร
"สาวน้อย เมื่อวานที่เธอบอกฉันเกี่ยวกับกะหล่ำปลีน้ำส้มสายชู ฉันได้ทำตามวิธีของเธอแล้ว และครอบครัวของฉันชอบมันมากเลย” เฝิงเหยียนลี่พูดอย่างตื่นเต้น
เธอชอบทำอาหารแต่ทำไม่เก่ง ก่อนหน้านี้เธอเคยถูกบ่น แต่วันนี้เธอมีความมั่นใจมากขึ้นแล้ว
“คุณใส่หัวใจลงในการทำอาหาร สิ่งที่พวกเขาได้กินคือความใส่ใจที่คุณใส่ลงไปทุกจาน” เหวินหน่วนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เฝิงเหยียนหลี่รู้สึกดีใจเมื่อได้ยินประโยคนั้นของอีกฝ่าย "วันนี้มีของมาเยอะแยะเลย แต่ไม่ต้องกังวล ฉันสัญญาว่าจะซื้อทั้งหมดนั่น"
"ขอบคุณ พี่สาว" เหวินหน่วนกล่าวด้วยรอยยิ้ม "วันนี้ฉันมีหมูสามชั้นกับไส้กรอกด้วย"
เฝิงเหยียนลี่เคยกินไส้กรอกแต่ไม่เคยกินหมูสามชั้น "ฉันจะทำอาหารจากหมูสามชั้นได้อย่างไร"
"หั่นหมูสามชั้นก่อนแล้วทอดด้วยระดับไฟ..." เหวินหน่วนพูดไปหลายอย่างแต่เมื่อเห็นท่าทางงุนงงของเฟิงเหยียนลี่ หญิงสาวก็พูดด้วยรอยยิ้ม "พี่สาวมีปากกากับกระดาษไหม ฉันจะจดขั้นตอนการทำให้”
หลังจากคุยกันไปได้พักใหญ่ เหวินหน่วนก็ได้รู้ว่าเฝิงเหยียนลี่เป็ผู้อำนวยการแผนกบริการสังคมของฐานทัพ เธอเป็คนที่ชอบทำอาหารแต่กลับทำอาหารไม่เก่ง
“ขอบคุณมาก” เฝิงเหยียนลี่ชอบพออีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่เธอพูดดูอบอุ่นขึ้นมาก
เป็เื่ดีที่มีสูตรอาหารรวมอยู่ในของซื้อขายด้วย ราคาก็ดูสมเหตุสมผล
“เธอรออยู่ที่นี่ ฉันจะเรียกคนมาเพิ่ม” เธอพูดต่อ “ฉันยังมีเพื่อนดี ๆ อีกสองสามคน”
ไม่เป็ไรที่จะแบ่งปันสิ่งเหล่านี้กับคนอื่น
“ไม่ต้องกังวลไป ทุกคนเชื่อถือได้” เธอกล่าวเสริม
"ขอบคุณ พี่สาว" เหวินหน่วนกล่าวอย่างขอบคุณ "ฉันยินดีที่จะได้ทำความรู้จักทุกคน ไม่ว่าจะเป็เงินหรือตั๋ว สามารถเอามาแลกเปลี่ยนสิ่งของได้หมดเลย"
หลังจากนั้นไม่นาน เฝิงเหยียนหลี่ก็เรียกคนสามคนมา สองคนสวมชุดเดียวกันกับเฝิงเหยียนลี่ เป็เสื้อผ้าชุดสีเขียวที่แจกจ่ายให้โดยฐานทัพ
พวกเขาทั้งสามคนตรงไปตรงมามากและแบ่งกันซื้อของจากเหวินหน่วนอย่างเท่าเทียมกันด้วยเงินสดและตั๋วเงิน
เธอใส่เงินและตั๋วไว้ในห้องครัวิญญา เมื่อมีเงินและตั๋วเพิ่มขึ้น จิตใจของเหวินหน่วนก็โล่งและผ่อนคลายมากขึ้น
เธอไม่ต้องกังวลอะไร เมื่อมีอาหารอยู่ในมือ
หลังออกมาจากพื้นที่อยู่อาศัยของเ้าหน้าที่ฐานทัพ เหวินหน่วนก็พบกับสถานที่เงียบสงบเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่จะไปทำงานที่โรงอาหาร
ทันทีที่เธอเดินไปที่โรงอาหาร เธอเห็นผู้เฒ่ากั่วโบกมือให้เธอ "มาพอดีเลย รีบตามฉันไปส่งอาหารเร็ว"
ส่งอาหาร?
ตอนนี้?