ตอนที่ 11 สาเหตุ
หานชีเยวี่ยมองดูตู้ฉาแต่ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมา
หากตอนนี้หานชีเยวี่ยแสดงสีหน้าเ็าออกมาใจของตู้ฉาก็คงไม่รู้สึกหวาดหวั่นขนาดนี้ แต่นี่หานชีเยวี่ยกลับแสดงท่าทางผ่อนคลายทำให้ตู้ฉารู้สึกขนลุกขนพองอย่างบอกไม่ถูก
“เธอ้าอะไร?” ตู้ฉาถามออกไปโดยไม่ทันคิด
หานชีเยวี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น“ไม่ใช่ฉันที่้าอะไร แต่เป็เธอต่างหากที่้าอะไร!”
ระหว่างที่พูดหานชีเยวี่ยขยับเข้าไปใกล้ตู้ฉาเล็กน้อย ดวงตาทั้งสองข้างดูเลศนัยทำให้ตู้ฉายิ่งหวาดกลัวมากขึ้นไปอีก
“เธอพูดแบบนี้หมายความว่าไง? อย่าคิดว่าแค่ลูกชายฉันชอบเธอ…”
หานชีเยวี่ยขัดจังหวะตู้ฉา “ลูกชายเธอชอบฉัน แล้วฉันต้องชอบลูกชายเธอด้วยงั้นหรือ? นี่เธอไม่รู้รึไงว่าบนโลกใบนี้ไม่มีที่ไหนใช้หลักกากดหัววัวให้ให้กินน้ำได้นะ?”[1]
“ตู้ฉา ตอนนี้มันยุคจีนใหม่แล้วนะไม่ใช่ยุคเก่า พวกเธอตระกูลจวงไม่สามารถบังคับให้คนอื่นแต่งงานด้วยได้แล้วนะ? หรือว่าเธอคิดว่าตัวเองเป็คนเมืองถึงได้มาข่มเหงรังแกพวกชาวนาระดับกลางล่างผู้ยากจนอย่างพวกเรางั้นเหรอ?”
หานชีเยวี่ยสวมหมวกใบโต [2] ให้ตู้ฉาทันที จนอีกฝ่ายถึงกับมึนงง
ที่เธอยอมเห็นด้วยให้หานชีเยวี่ยเข้าบ้านก็เพราะรู้ว่าหานชีเยวี่ยเป็คนหัวอ่อนเธอตั้งใจจะให้หานชีเยวี่ยมาเป็ทาสรับใช้คนในครอบครัว ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่มีวันยอมให้ลูกชายแต่งงานกับสาวชาวบ้านเด็ดขาด
แต่ตอนนี้คนที่เคยหัวอ่อนกลับกลายเป็คนเฉียบแหลมทันคน ทำให้เธอปรับตัวไม่ทัน
สิ่งที่ทำให้เธอหวาดกลัวมากที่สุดคือสัญชาตญาณของเธอกำลังบอกว่าหานชีเยวี่ยดูเหมือนจะรู้เื่บางอย่างที่เธอพยายามปิดบังอยู่
ดวงตาของหานชีเยวี่ยมองจ้องตู้ฉาไม่วางตาจ้องจนอีกฝ่ายรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นไปอีก
“หานชีเยวี่ยฉันสัญญาว่าจะไม่ไปที่จุดรวมตัวใหญ่อีกแต่เธอต้องบอกฉันมาสิว่าเธอรู้เื่นี้มาได้ยังไง”
หลังจากอึกๆ อักๆ อยู่นานตู้ฉาก็เอ่ยประโยคนี้ขึ้นมาด้วยสีหน้าซีดเผือด
“ตู้ฉาเธอมีสิทธิ์อะไรมาต่อรองกับฉันด้วยการไม่ไปที่จุดรวมตัวใหญ่?” หานชีเยวี่ยเอ่ยขึ้นพร้อมแสยะยิ้ม ใบหน้าฉายแววดูถูกอย่างเห็นได้ชัด
ตู้ฉาพูดไม่ออกภายในใจเต็มไปด้วยความเกลียดชังแต่กลับไม่กล้าแสดงออก
“เธอรีบบอกฉันมาว่าเธอรู้เื่นี้ได้ยังไง”
“อยากรู้รึไง?” หานชีเยวี่ยถาม
“อยาก!” ตู้ฉาอยากจะฉีกทำลายหานชีเยวี่ยใจจะขาดแต่ตอนนี้เธอตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบ จึงได้แต่เก็บซ่อนความเกลียดชังเอาไว้ในใจ
“อยากรู้ ก็ขอโทษฉันซะ”
“ขอโทษ? ขอโทษเื่อะไร?” ตู้ฉาแกล้งมองไปรอบๆ แสร้งทำเป็ไม่เข้าใจ
“ที่ผ่านมาเธอพูดจาไร้สาระโดยไม่มีหลักฐาน”
ตู้ฉาไม่อยากเอ่ยคำขอโทษแม้แต่น้อยเธอจึงได้แต่พูดว่า “หานชีเยวี่ยเปลี่ยนเป็ข้อเสนออื่นได้ไหม? ฉันจะให้เงินเธอ...”
“ให้เงิน? เธอจะให้เงินฉันเท่าไหร่? สามร้อย หรือห้าร้อย?” หานชีเยวี่ยแค่นเสียงเ็า
จริงๆแล้วตู้ฉาคิดจะให้เงินเพียงแค่สามถึงห้าหยวนเท่านั้นไม่คิดเลยว่านางขี้โลภหานชีเยวี่ยจะอ้าปากเรียกเงินสามถึงห้าร้อยหยวน
สีหน้าของตู้ฉาบูดบึ้งมากขึ้นไปอีก
แค่นางเด็กบ้านนอกคนหนึ่งทำไมถึงได้ละโมบโลภมากกล้าเรียกเงินมากขนาดนี้ไม่กลัวว่าพูดไปแล้วลมพัดฟ้าแล่บลงลิ้น [3] หรือไง! สามถึงห้าร้อย คู่ควรหรือไง?
“ทำใจให้ไม่ลงใช่ไหมล่ะ? งั้นก็ขอโทษมา ถ้าเธอไม่ยอม วันหลังเรามาเปลี่ยนสถานที่ให้เธอขอโทษก็ได้”
หานชีเยวี่ยคิดเตรียมไว้แล้วเธอรู้ชัดอยู่แก่ใจว่าตู้ฉาเป็คนรักษาหน้าตาขนาดไหน
ในที่สุดตู้ฉาก็ยอมจำนน ถ้าถูกคนอื่นกำลังบีบคออยู่ล่ะก็ เป็คุณจะทำยังไง?
ถ้าความสัมพันธ์แบบนั้นของเธอกับคนอื่นถูกเปิดโปงออกมาเธอคงถูกตราหน้าว่าเป็ผู้หญิงส่ำส่อนเป็แน่
อย่าว่าแต่จะใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปเลยแค่คิดว่าจะถูกคนอื่นตราหน้าว่าเป็หญิงมากชาย เธอก็แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
“ฉันขอโทษ!” ตู้ฉากัดฟันกรอด “ทั้งหมดเป็เื่ที่ฉันกุขึ้นมาเอง เพื่อทำลายชื่อเสียงของหานชีเยวี่ย”
ยายหานที่ยืนฟังอยู่ด้านข้างจึงพอคาดเดาเื่ราวคร่าวๆ ได้
หญิงเฒ่ามองหานชีเยวี่ยด้วยความสงสัยหลานสาวของเธอรู้เื่นี้ได้อย่างไรกัน?
หรือว่าหลานสาวของเธอจะสนอกสนใจตระกูลจวงมาตลอด?
เด็กโง่นี่ที่แท้แล้วชอบเ้าเด็กนั่นมากขนาดนั้นเชียวหรือ?
หลังจากที่ยายหานครุ่นคิดไปเรื่อยเปื่อยสายตาที่มองหานชีเยวี่ยก็ยิ่งเต็มไปด้วยความเอ็นดูมากขึ้น
เมื่อเห็นว่าหานชีเยวี่ยยังคงมีท่าทีไม่พอใจตู้ฉาจึงได้แต่พูดต่อ “หานชีเยวี่ยกับจวงเหวินหลินลูกชายฉันเป็แค่เพื่อนร่วมชั้นกันเท่านั้นแต่ไหนแต่ไรมาเธอไม่เคยยั่วยวนลูกชายฉันเลย”
ใบหน้าของตู้ฉาซีดเผือด เกือบจะเป็ลม
วันนี้ต้องเป็ลูกไก่ในกำมือของนางเด็กนี่คนเดียวทำให้เธอรู้สึกโมโหตัวเองอย่างมาก
รอให้เธอหาโอกาสได้ก่อนเธอจะต้องทำให้หานชีเยวี่ยชดใช้เื่นี้ให้สาสม
ท่าทางที่ตู้ฉาแสร้งทำเป็ร้องไห้อย่างน่าสงสารนั้นทำให้หานชีเยวี่ยรู้สึกขยะแขยง
ผู้หญิงคนนี้ พยายามแสดงท่าทีบอกคนอื่นว่าเธอถูกบังคับให้พูดแบบนี้งั้นหรือ?
งั้นก็ปล่อยให้เธอแสดงไป!
“ตู้ฉา ในเมื่อบ้านจวงเป็คนเมืองทำไมถึงต้องหาสาวชาวบ้านมาเป็สะใภ้ด้วยล่ะ?”
สถานการณ์ในตอนนั้นเป็แบบไหนเธอรู้ดีอยู่แก่ใจ แต่คนอื่นไม่รู้
หานชีเยวี่ยไม่้าให้ใครใช้โอกาสนี้โจมตีเธอได้
ตอนนี้อู๋เสี่ยวเหลียนกำลังแสดงสีหน้าไม่พอใจบางทีเธออาจกำลังอยากหาข้อแก้ต่างให้ตู้ฉาก็เป็ได้?
แน่นอนว่าหัวข้อนี้ดึงดูดความสนใจของผู้หญิงหลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์ได้
ก็ใช่น่ะสิ คนตระกูลจวงมีอันจะกินขนาดนี้ทำไมถึงต้องหาลูกสะใภ้จากชนบทด้วย?
“คือว่าบ้านเรา...”
ตู้ฉาอึกๆ อักๆ พูดหาเหตุผลไม่ได้
แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่รู้ว่าทำไมลูกชายของเธอถึงยืนกรานจะแต่งงานกับสาวชาวบ้านแต่ในสถานการณ์แบบนี้ เธอจะบอกว่าเธอไม่รู้ได้หรือ?
แน่นอนว่าไม่ได้!
“บอกมาเถอะพวกเราอยากรู้ว่าทำไมบ้านเจ๊ถึงต้องหาลูกสะใภ้จากชนบทแบบนี้ด้วย”
สัญชาตญาณของเหลียงเซี่ยวรู้สึกได้ถึงความผิดปกติจึงได้เอ่ยถามออกไป
ทั้งคู่เติบโตมาจากหมู่บ้านเดียวกันทำไมจะไม่รู้จักนิสัยของกันและกัน
ถ้าไม่ใช่เพราะจวงเหวินหลินชอบหานชีเยวี่ยจริงๆตู้ฉาคงไม่มีวันยอมรับหานชีเยวี่ยเป็สะใภ้แน่ๆ
ถ้าบอกว่าไม่ได้วางแผนอะไรไว้เหลียงเซี่ยวก็ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
“ที่บ้านเรามีคนป่วยติดเตียงอยู่บนเตียงสองคนฉันก็เลยคิดจะหาเด็กสาวจากชนบทที่ควบคุมง่ายๆ สักคนให้แต่งเข้ามาดูแลคนป่วยที่บ้าน!”
ภายใต้สถานการณ์บีบบังคับตู้ฉาจึงนึกถึงข้ออ้างนี้ขึ้นมาได้ และต้องใช้มันบังหน้าไปก่อน
เมื่อได้ยินที่ตู้ฉาพูดทุกคนก็เข้าใจขึ้นมาทันที
ก็นั่นน่ะสิทำไมตระกูลจวงที่มีฐานะร่ำรวยถึงมาหาลูกสะใภ้จากชนบท?
ที่แท้ไม่ได้อยากหาลูกสะใภ้แต่กำลังหาคนรับใช้ต่างหาก!
นี่สินะเื่จริง!
ไม่มีสาวเมืองคนไหนหรอกที่ยอมทนอยู่บ้านเฉยๆเพื่อดูแลคนป่วยติดเตียงสองคน
เด็กสาวจากชนบทขยันอดทนต่อความลำบากไม่เหมาะสมตรงไหน?
“ตู้ฉา วันนี้มีคนอยู่ที่นี่เยอะขนาดนี้ หล่อนยังกล้าพูดอะไรแบบนี้อีกถ้าคราวหน้ายังให้ฉันได้ยินหล่อนพูดเื่แบบนี้อีกฉันจะส่งหล่อนไปรับการศึกษาที่คอมมูน [1] เลยคอยดู!”
เมื่อหานชีเยวี่ยพูดจบทุกคนต่างก็ปรบมือให้พร้อมกับตำหนิตู้ฉา
“ได้ยินมาว่าแต่ก่อนตระกูลจวงเป็นายทุนเห็นทีจะเคยชินกับการเอาเปรียบคนอื่นสินะ”
“ตอนนี้นโยบายดีไม่อนุญาตให้กดขี่ข่มเหงคนอื่น ก็เลยใช้วิธีนี้ เห็นชัดๆ ว่าเป็คนจิตใจโสมม!”
ยายหานโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ โมโหจนยกไม้กวาดฟาดใส่ตู้ฉา
แค่คนป่วยติดเตียงแค่คนเดียวที่บ้านยังแทบจะดูแลไม่ไหว นี่เล่นป่วยพร้อมกันทีเดียวสองคน
ที่ผ่านมาตระกูลจวงไม่เคยบอกเลยสักคำว่าจะให้ชีเยวี่ยของเธอไปทำอะไรแบบนี้
“ฉันจะตีแกให้ตายเลย ไอคนเลวไร้ศีลธรรม!”
ยายหานกวัดแกว่งไม้กวาดไปมาราวกับเสือเต้นทำเอาตู้ฉาใกลัว
คนตระกูลหานขึ้นชื่อเื่ลงไม้ลงมืออย่างไร้ปราณีอยู่แล้วบอกว่าจะตีก็คือตีไม่มียั้ง
ตู้ฉาไม่สนใจอะไรอีกต่อไปรีบวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต
ยายหานฮึดสู้ไม่ยอมแพ้วิ่งไล่ตามหลังไปติดๆ
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! เื่เลวทรามแบบนี้แกยังกล้าทำอีก!”
ตู้ฉาวิ่งนำหน้าส่วนยายหานก็วิ่งไล่ตามหลังมา แต่เท้ายายหานเป็เท้ากลีบบัว เลยวิ่งตามไม่ทัน
ทันใดนั้นสายตาของตู้ฉาก็เหลือบไปเห็นหานชีเยวี่ยเธอรู้สึกได้ว่าบางทีที่หานชีเยวี่ยไม่ยอมแต่งงานก็เป็เพราะรู้ว่าที่บ้านของเธอมีคนป่วยติดเตียงอยู่สองคนหรือเปล่านะ?
แต่คนแก่บ้านเธอก็เพิ่งล้มป่วยติดเตียงได้ไม่นานคนอื่นๆ ก็คิดว่าเขาป่วยธรรมดา แล้วหานชีเยวี่ยจะไปรู้ได้อย่างไรกัน?
ขณะที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยเท้าของตู้ฉาก็ชะงักลงโดยไม่รู้ตัว และโดนไม้กวาดของยายหานฟาดเข้าอย่างจัง
ตู้ฉาร้องโอดโอยด้วยความเ็ปก่อนจะรีบวิ่งหนีไปอีกครั้ง
หานชีเยวี่ยเห็นยายหานวิ่งไล่ตามตู้ฉาไปด้วยความกลัวว่าคุณย่าจะเสียเปรียบ จึงรีบวิ่งไล่ตามไปติดๆ
หลังจากที่ตู้ฉาโดนไม้กวาดฟาดไปหนึ่งทีร่างกายของเธอก็เหมือนกับถูกเข็มทิ่มก้น วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบินได้
“บ้าเอ๊ย ปล่อยให้มันหนีไปได้ยังไง!”
ยายหานวิ่งไม่ไหวแล้วจึงได้แต่ยืนด่าอยู่กับที่!
“ยายคะ เขาวิ่งไปไกลแล้วคราวนี้ปล่อยมันไปก่อน ครั้งหน้าถ้ายังกล้ามาอีก ไว้พวกเราไปทักทายเธอกัน!” หานชีเยวี่ยรีบเข้าไปประคองคุณยายพร้อมกับพูดปลอบ
“นางผู้หญิงสารเลวนั่นฉันเกือบจะปกป้องหลานน้อยของฉันไว้ไม่ได้แล้ว!” ยายหานบ่นอุบอิบ “ชีเยวี่ย หนูไม่ต้องกังวล คราวหน้าถ้าฉันเจอยัยนั่นหนึ่งทีฉันจะตียัยนั่นหนึ่งครั้ง ฉันบอกหนูไว้เลยตอนยายสมัยวัยรุ่นน่ะ ไม่เคยแพ้ใครเื่ตีกัน”
สำหรับเื่นี้ ยายหานภูมิใจมาก!
“ยายต่อไปหล่อนคงไม่กล้ามาที่นี่อีกแล้วล่ะค่ะ!” หานชีเยวี่ยกล่าวชมคุณย่า “คุณย่าเก่งที่สุดเลยค่ะ!”
หานชีเยวี่ยพยุงคุณย่ากลับหมู่บ้านพร้อมกับปลอบคุณย่าไปด้วย ทว่าทั้งคู่ยังไม่ทันได้เดินเข้าหมู่บ้านก็มีคนมาขวางทางของพวกเขาก่อน
เชิงอรรถ
[1] 牛不喝水强按头กดหัววัวให้กินน้ำ เป็สำนวนจีน หมายถึงใช้กำลังข่มเพื่อให้อีกฝ่ายยอมจำนน
[2] 高帽子สวมหมวกใบโต หมายถึง พูดจาเยินยอ ชีเยวี่ยพูดเยินยอตู้ฉา
[3] 风大闪了舌头ลมพัดฟ้าแล่บลงลิ้นหรือไงหมายถึง พูดจาเกินจริง