บทที่ 22 นังสารเลว
การช่วยเหลือเกื้อกูลและตอบแทนน้ำใจกันคือหลักการสำคัญในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของคนในหมู่บ้าน
ก่อนที่ท้องฟ้าจะมืด เจียงเหลียนจูให้ต้าเป่านำเกี๊ยวไปส่งที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านและให้เอ้อร์เป่านำเกี๊ยวไปส่งที่บ้านท่านยายหลู
เมื่อได้รับมอบหมายงานเด็กชายทั้งสองก็รีบออกไปทำหน้าที่ของตนทันที
เจียงเหลียนจูจัดเก็บโต๊ะ เก้าอี้ และถ้วยชามอยู่ในห้อง ส่วนหนานเป่าตัวน้อยนำโจ๊กข้าวโพดตอนเที่ยงมาผสมกับน้ำซุปเกี๊ยวที่ยังร้อนกรุ่น เพื่อนำไปเลี้ยงลูกหมาสามตัว
ทุกคนต่างมีหน้าที่ให้ทำ
เจียงเหลียนจูรำพึงในใจว่าการเลี้ยงลูกก็ไม่ได้ยากอย่างที่นางคิดไว้แต่แรก
ขอเพียงเด็ก ๆ ว่านอนสอนง่ายและรู้ความแต่ละคนก็น่ารักจนน่าเอ็นดูยิ่งนัก
หลังจากเก็บของเสร็จ เจียงเหลียนจูก็เริ่มเคี่ยวชิวหลีเกา
...
บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านอยู่ไกลหากจะเดินทางจากบ้านเดิมของซิ่วไฉไปที่นั่นจำเป็ต้องเดินผ่านหน้าบ้านตระกูลหวัง
ซื่อหลางและอู่หลางของตระกูลหวังกำลังเล่นกันอยู่ที่หน้าประตู
พวกเขามองเห็นต้าเป่าถือบางอย่างเดินมาแต่ไกล
"พี่ดูนั่นสิ ต้าเป่านี่ในมือเขาถืออะไรอยู่น่ะ ใส่ชามใบใหญ่เชียวหรือว่าจะเป็ของกิน?" อู่หลางถาม
ซื่อหลางเขย่งเท้ายืนบนกองฟืนที่หน้าประตูเพื่อมองให้ไกลขึ้น
"เอ๊ะ? เหมือนจะเป็ของกิน ดูเหมือนจะเป็เกี๊ยว!"
อู่หลางได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นทันที "ใช่แล้ว วันนี้พวกเขาสามแม่ลูกทำให้ท่านย่าโกรธจนเป็ลม ต้องถือเกี๊ยวมาขอขมาท่านย่าแน่ ๆ ดีจริง ๆ คงจะอยู่ดีกินดีไม่น้อยถึงมีเกี๊ยวให้กินถือว่าพวกเขารู้ความ ข้าจะไปรายงานท่านย่า"
เขากลืนน้ำลายดังอึก แล้วรีบวิ่งกลับเข้าไปในประตูบ้านตระกูลหวัง
ขณะที่วิ่งก็ะโเสียงดัง "ท่านย่าขอรับ ท่านย่า เ้าต้าเป่าลูกไม่มีพ่อคนนั้นถือเกี๊ยวชามใหญ่มาขอขมาท่านย่าแล้วขอรับ ดูท่าทางยังร้อน ๆ อยู่เลยด้วย"
คนในตระกูลหวังในเวลานี้ต่างก็รับประทานอาหารกันเสร็จแล้ว
แต่พอได้ยินคำว่าเกี๊ยวก็อดไม่ได้ที่จะน้ำลายไหล
ในเกี๊ยวมีเนื้อด้วยนะ!
ยายเฒ่าหวังหลิวในขณะนั้นกำลังคุมพวกสะใภ้เก็บถ้วยชามอยู่ในครัว พอได้ยินคำนี้ใบหน้าก็ปรากฏแววสะใจขึ้นมาทันที
แต่ปากกลับแค่นเสียง " หึ ะโโวยวายทำไม ไม่เคยเห็นของแบบนี้หรือไง ต่อให้ส่งเกี๊ยวมา ข้าคนนี้ก็จะไม่ยกโทษให้พวกนางง่าย ๆ หรอก"
คนอื่น ๆ ในตระกูลหวังต่างถูกเสียงของอู่หลางดึงดูดให้ออกมาที่ลานบ้าน
สะใภ้สามเป็แม่ของอู่หลาง นางจึงพูดเสริมว่า "ท่านแม่ อู่หลางหวังดีมาแจ้งข่าวให้ท่านทราบ เด็กคนนี้ใจร้อนกระตือรือร้นหากวันหน้าได้เข้าเรียนมีอาจารย์คอยสั่งสอนก็น่าจะนำพาไปในทางที่ถูกได้เ้าค่ะ ท่านแม่ เจียงซื่อคนนี้ข้าเคยบอกนางไปแล้วว่าให้หิ้วเนื้อหมาป่าสิบจินมาขอโทษท่านแม่ แต่ผลลัพธ์กลับเป็แค่เกี๊ยวชามเดียว ช่างไม่มีความจริงใจเอาเสียเลย ท่านแม่เื่นี้จะปล่อยให้พวกนางผ่านเื่นี้ไปง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้นะเ้าคะ ในบ้านได้กินเกี๊ยวกันแล้ว แต่พวกเราตอนเย็นยังต้องกินหมั่นโถวผสมผักอยู่เลยเ้าค่ะ"
อู่หลางยืนยิ้มร่าอยู่ข้าง ๆ เขาเป็คนวิ่งเร็วกว่าซื่อหลาง จึงเข้ามาแจ้งข่าวดีก่อนเพื่อชิงความดีความชอบอีกประเดี๋ยวท่านย่าต้องแบ่งเกี๊ยวให้เขาได้กินบ้างแน่นอน
ส่วนสะใภ้รองกล่าวว่า "ท่านแม่ ข้าว่าการที่เจียงซื่อส่งต้าเป่าเอาเกี๊ยวมาให้แสดงว่านางตั้งใจจะก้มหัวให้ท่าน ไม่ว่าจำนวนจะมากหรือน้อยแต่นี่คือท่าที อย่างไรก็ควรจัดการให้ดี วันนี้เราเสียหน้าต่อหน้าชาวบ้าน การรับเกี๊ยวไว้จะทำให้คนนอกเห็นว่าเจียงซื่อรู้ตัวว่าผิดและยอมก้มหัวให้เรา จะดุด่าไล่กลับไปโดยไม่สนใจไม่ได้ หากเจียงซื่อโกรธจนไม่มีทางลงแล้วเกิดอาละวาดขึ้นมา"
ตาเฒ่าหวังพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของสะใภ้รองอย่างเห็นได้ชัด
ดังนั้นยายเฒ่าหวังหลิวจึงลูบผมที่ขมับทั้งสองข้างแล้วกระแอมไอ "ก็ได้งั้นออกไปดูหากนางยอมรับผิดอย่างจริงใจข้าจะยอมให้ทางลงแก่นาง"
กลุ่มคนเดินมาที่หน้าประตูบ้าน ในเวลานี้ต้าเป่าเดินเข้ามาใกล้แล้ว
ทุกคนมองเห็นได้อย่างชัดเจน
เกี๊ยวชามใหญ่ใบหนึ่ง ดูจากขนาดแล้วหากไม่ถึงสามสิบลูกก็ต้องมีสักยี่สิบลูก เป็ชามที่ให้เยอะและดูเต็มอิ่มมาก
ควันกรุ่นร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง
ทุกคนต่างคำนวณในใจว่าตนเองจะมีส่วนแบ่งด้วยหรือไม่?
คนบ้านรองคิดว่าตนเป็เสาหลักของตระกูลหวังทั้งยังมีลูกชายสามคนที่ฉลาดหลักแหลมทุกคนย่อมต้องมีส่วนแบ่งให้แน่นอน ไม่ต้องถึงกับสิบหรือแปดลูก ขอสักห้าหกลูกก็น่าจะได้
บ้านสามคิดว่า บ้านตนเป็ที่โปรดปรานและมีลูกชายสองคน ครั้งนี้สะใภ้สามมีความดีความชอบที่ปกป้องหวังหลิวซื่อจนถูกตะขาบกัดมือบวม แม้จะไม่มีผลงานโดดเด่นแต่ก็นับว่าลำบากแบ่งให้บ้านสามสักแปดสิบลูกก็สมควรแล้ว
...
ตาเฒ่าหวังและยายเฒ่าหวังหลิวเมื่อเห็นเกี๊ยวชามใหญ่ขนาดนี้ต่างก็แอบพยักหน้าในใจ
รู้สึกว่าได้กู้หน้าคืนมาบ้าง
ด้วยปริมาณเกี๊ยวชามนี้ ต่อหน้าชาวบ้าน หน้าตาที่ยายเฒ่าหวังหลิวเสียไปเพราะเจียงซื่อในวันนี้อย่างน้อยก็น่าจะได้คืนมาเกินครึ่ง
ในเวลานี้ชาวบ้านคนอื่น ๆ ก็ออกมามุงดูด้วยความอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น?
อู่หลางปากไว "ต้าเป่าเอาเกี๊ยวมาขอโทษท่านย่าขอรับ"
ชาวบ้านจึงร้อง "อ้อ" อย่างเข้าใจ บางคนถึงกับแสดงอาการอิจฉาทันที
ใกล้เข้ามาแล้ว และใกล้เข้ามาทุกที
แต่ผลปรากฏว่า ต้าเป่าเดินผ่านหน้าประตูบ้านตระกูลหวังไปโดยตรงโดยไม่หยุดแม้แต่ก้าวเดียว
เขามองกลุ่มคนที่ยืนออกันอยู่ที่หน้าบ้านตระกูลหวังราวกับเป็ธาตุอากาศ
นี่มัน...
ทุกคนถึงกับตาค้าง
เกิดอะไรขึ้น? ไม่ได้มาส่งเกี๊ยวขอโทษยายเฒ่าหวังหลิวหรอกหรือ แล้วนี่จะเดินไปไหน?
อู่หลางเริ่มร้อนรนรีบก้าวเข้าไปขวางต้าเป่า "ต้าเป่า เ้าจะไปไหน ท่านย่าก็อยู่นี่ไง!"
เขาแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะเอื้อมมือไปแย่งชามเกี๊ยวในมือของต้าเป่า
ต้าเป่ามองพวกเขาด้วยสายตาเ็า "ท่านแม่ให้ข้าเอาเกี๊ยวไปส่งให้ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อขอบคุณที่ท่านปู่คอยดูแลพวกเรา พวกเ้าคิดจะแย่งเกี๊ยวของท่านปู่หรือ"
มือที่อู่หลางยื่นออกไปค่อย ๆ หดกลับมาอย่างช้า ๆ
ถ้าเป็เกี๊ยวของต้าเป่า เขากล้าแย่งและแย่งได้เพราะปีนี้เขาอายุแปดขวบแล้ว สูงกว่าต้าเป่าหนึ่ง่หัวเต็ม ๆ
แต่เกี๊ยวของท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้าน เขาจึงไม่กล้าแย่ง
ชาวบ้านพากันหัวเราะลั่น "ที่แท้เป็แบบนี้นี่เอง ต้าเป่ารีบไปเถอะระวังเกี๊ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อยนะ"
ต้าเป่าไม่สนใจพวกเขา ก้าวเท้าเดินต่อไปข้างหน้า
คนบ้านตระกูลหวังแต่ละคนต่างรู้สึกอับอายจนหน้าแดงก่ำ
ตาเฒ่าหวังทนรับความอับอายไม่ไหวจึงตะคอกเสียงต่ำว่า "เหลวไหล!" แล้วหมุนตัวเดินเข้าบ้านไป
ยายเฒ่าหวังหลิวทั้งขัดเขินและโกรธแค้น นางเตรียมคำพูดไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะวางท่าอย่างไร แต่ผลกลับเป็เช่นนี้
ช่างเป็การคิดไปเองที่น่าสมเพช นางเสียหน้าจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว
นางหันกลับมาบิดหูอู่หลางเพื่อจะตี "เ้าลูกหมาตัวแสบกล้าพูดจาเหลวไหลหลอกพวกเราทั้งบ้านวันนี้ข้าจะตีเ้าให้ตาย"
อู่หลางเห็นท่าไม่ดีจึงสลัดตัววิ่งหนีออกไปซ่อนตัว
ยายเฒ่าหวังหลิวจับอู่หลางไม่ได้ จึงหันไปหาแม่แท้ ๆ ของเขาคือสะใภ้สาม
"นังผู้หญิงสารเลวที่สมควรโดนสับเป็พันชิ้น เ้าสั่งสอนลูกชายให้เป็คนแบบไหนกัน วัน ๆ เอาแต่โวยวายยืนก็ไม่มีท่าทาง นั่งก็ไม่มีกิริยา ปากไม่มีหูรูด คนอื่นเขากำลังพูด มันก็พูดแทรก ปากหมา ๆ ของมันไม่มีทางพูดเื่ดี ๆ ออกมาได้ เ้าลูกหมาตัวแสบทำให้ข้าต้องเสียหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า โกรธจนจะตายอยู่แล้ว พรุ่งนี้พวกเ้าแม่ลูกห้ามกินข้าวทั้งวัน! ยังคิดจะเข้าเรียนอีกหรือ ด้วยนิสัยลนลานแบบนี้มีคุณสมบัติจะเข้าเรียนที่ไหนกัน อย่าให้เสียเงินตระกูลหวังเปล่า ๆ เลย เงินเอาไปซื้อของกินยังจะช่วยให้ร่างกายโตขึ้น ส่งมันเข้าโรงเรียนไปก็ไม่มีทางมีความก้าวหน้าอะไรเลย"