หลังจากการกลับมาจากที่โรงเรียนเด็กหนุ่มนั้นได้เดินเข้าห้องของเขาเพราะนั้นเป็นสถานที่เดียวที่เขานั้นรู้สึกปลอดภัยอยากจะทำอะไรก็ได้ ดั่งใจเขา ไม่มีสายตาของใครที่จะมองเข้ามานั้นจึงทำให้เขาสบายใจที่ได้อยู่ในห้องนี้ เวลาผ่านไปเรื่อยๆยังไร้วี่แววของพ่อของเขาที่จะกลับมา แต่ถึงเขานั้นจะกังวลแค่ไหนแต่ก็ปลอบใจตัวเองว่า พ่อของเขานั้นชอบทำงานและคงจะช่วยคนอื่นๆหรืออาจจะอย่างอื่นแต่เขาก็คิดว่าอีกไม่นานพ่อนั้นก็คงกลับมา เด็กหนุ่มนั้นเลยทำอาหารทิ้งไว้ห้คนเป็นพ่อ และให้ตัวเขาได้กิน และหลังจากนั้นเด็กหนุ่มที่ไม่ได้มีอะไรตื่นเต้นในชีวิต เขานั้นก็เข้านอนเพื่อให้วันนี้ผ่านพ้นไปเหมือนกับทุกวัน เช้าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นเด็กหนุ่มนั้นเดินออกมาจากห้องนอนของเขาที่วันนี้ตัวเขานั้นรู็สึกแปลกๆถึงแม้การจากไปของแม่นั้นจะทำให้ที่บ้านเงียบแต่วันนี้มันรู้สึกเงียบมากกว่านั้น เมื่อเขาเดินออกไปที่ห้องนอนของพ่อก่อนที่จะถึงห้องนอนของพ่อนั้นเขาก็ต้องชะงักเพราะอาหารที่เขาได้ทำให้พ่อนั้นมันยังคงอยู่ไร้ร่องรอยการกิน เขาเลยไม่รอช้ารีบวิ่งและพุ่งเข้าไปในห้องพ่อของเขาทันทีแต่พอเปิดประตูออกมากลับพบว่าในห้องนั้นว่างเปล่า และไร้พ่อของเขาที่อยู่ตรงนั้น เด็กหนุ่มนั้นเริ่มกังวลกว่าเดิมเขาเลยโทรหาพ่อของเขาแต่กลับไม่มีสายตอบรับจากทางนั้นแม้สักครั้งเดียวถึงเด็กหนุ่มจะโทรเป็นสิบๆสายก็ตาม ด้วยความที่เด็กหนุ่มนั้นห่วงพ่อของเขามากแค่ไหนและกลัวว่าพ่อของเขานั้นจะเป็นอะไรรึเปล่าเพราะพ่อของเขานั้นไม่เคยหายไปนานขนาดนี้ แต่เด็กหนุ่มนั้นรู้ที่ทำงานของพ่อแต่ก็ต้องเลิกความคิดที่จะไปตามหาพ่อที่ทำงานเพราะมันค่อนข้างไกล และรถจักรยานยนต์ของเขานั้นก็ยังพังอยู่และงดห้ามใช้มันด้วย เด็กหนุ่มเลยตัดสินใจแต่งตัวและรีบกินข้าวที่ได้ทำให้พ่อไว้นั้น และเดินทางไปโรงเรียนโดยรถประจำทางที่ใช้เรื่อยมาตั้งแต่เกิดเหตุครั้งนั้น เช้าที่โรงเรียนที่เด็กๆต่างพากันวิ่งเล่นสนุกสนาน แต่ไบร์ทนั้นยังรู้สึกกังวลเรื่องของพ่อของเขาและขณะที่เขานั่งคิดอยู่นั้นก็มีลูกบาสพุ่งเข้ามาโดนที่หัวของเขา และมีพวกที่กำลังเล่นบาสและคนที่อยู่รอบๆข้างนั้นพากันหัวเราะและต่างพูดกันว่าดูสิ ไอ้เซ่อนั้นมันโง่ชมัดมัวแต่พล่ามอะไรของมันอยู่คนเดียว โทษกูก็คงจะไม่ได้นะมีตาแต่ไม่ดูเองสมควรแล้วแหละ ไบร์ทนั้นถึงจะรู้สึกโกรธแค่ไหนแต่ก็รู้ดีจากบทเรียนที่ผ่านมาถึงจะแหกปากไปก็คงโดนนักกว่านี้ เขารู้ว่าตัวเองนั้นสู้ไม่ไหวหรอก เลยคิดที่จะเงียบแลเดินออกมา ถึงเวลาเข้าห้องเรียนในคาบแรกนั้นคุณครูประจำชั้นต่างได้ถามเด็กๆทุกคนว่าจบจากที่นี้จะไปต่อโรงเรียนอะไรกันหรอหรือว่าอยากจะเข้าอะไรกันล่ะ เด็กทุกคนนั้นต่างตื่นเต้นและพากันพูดที่นู้นนั้นนี้ ไบร์ทมองรอบตัวทุกคนดูตื่นเต้นกันจังแต่ทำไมตัวเรานั้นถึงไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำตัวเองจะอยากเป็นอะไรหรือเรียนต่อที่ไหน สายอะไรดี เพราะตัวเขานั้นรู้ดีโอกาสของเขานั้นมันจบลงตั้งนานแล้ว ถึงจะเรียนจนจบชั้นมัธยมปลาย ได้แต่ก็คงไปสูงกว่านั้นไม่ได้ลำพังแค่ตัวเรากับพ่อนั้นก็แย่มากพอแล้ว นี้แหละความเป็นจริงของโลกนี้ มันไม่ความยุติธรรมเลย มันไม่เคยมี ไม่เคยมีตั้งแต่คนเรานั้นเกิดมาแล้วต่างหาก คนที่มีทุกอย่างนั้นต่างพูดกันว่ามีเยอะจนพวกเขาเบื่อ แต่ในขณะผู้ที่ไม่มีอะไรเลยพวกเขานั้นขอแค่มีเพียงเล็กน้อยพวกเขานั้นก็จะพอจมากขึ้น แต่ถ้าพูดถึงพวกที่ไม่มีและยังขาดหายปด้วยบางส่วนบางที่ถึงพวกเขาจะมีโอกาสได้เกิดแต่ไม่มีโอกาสแม้จะลืมตาดูโกเลยสักนิด นี้แหละความจริงของโลกนี้ ทำไมความเท่าเทียมนั้นถึงไม่มี ไบร์ทคิดถ้าตัวเรามีอำนาจพอ เรานั้นอยากจะ จะ! ให้ทุกคนนั้นมีทุกอย่างที่เท่าเทียมกันจริงๆ เสียงนั้นดังอยู่ในความคิดของเด็กหนุ่ม เวลาในห้องเรียนได้จบลงและไบร์ทจากเด็กหนุ่มที่ไร้สิ่งที่ต้องการเขานั้นอยากจะช่วยผู้คนเขานั้นอยากจะเปลี่ยนโลก เปลี่ยนสังคมบ้าๆนี้ อยากให้ทุกคนได้มีทุกอย่างที่เท่าเทียมกัน เขารู้ว่าถ้าเล่าให้ใครมันคงฟังดูบ้ามากๆ เพราะต่อให้มีอำนาจขนาดไหนก็ยังเปลี่ยนมันไม่ได้ แล้วเด็กหนุ่มที่ไม่มีอะไรเลยยังไบร์ทจะทำได้หรอ ไบร์ทรู้ว่านี้คงเป็นแค่สิ่งที่หวังเท่านั้นเขารู้ดี ขณะที่เสียงกริ่งเลิกเรียนนั้นดัง ไบร์ทเด็กหนุ่มที่ไม่ชอบการกลับไปบ้านจากทุกวันแต่วันนี้เขานั้นรีบออกจากโรงเรียนให้ไว เพื่อที่จะกลับไปดูวว่าพ่อของเขานั้นกลับมาแล้วหรือยัง เพราะไบร์ทนั้นพยายามติดต่อหาพ่อของเขาทุกทางแต่ไร้การตอบกลับจากพ่อของเขา เขาหวังเพียงว่าขอให้พ่อของเขานั้นไม่เป็นอะไร ถึงไบร์ทนั้นจะเป็นเด็กเบื่อโลก ไม่อยากมีชีวิตอยู่เลยสักวัน ทุกวันภาวนาให้ตัวเอนั้นตายไป ไบร์ทนั้นเป็นเด็กไม่มีความเชื่ออะไรเลยทั้งสิ้น เขานั้นเชื่อแต่ตัวเอง เขาหวังว่าถ้าโลกหลังความตายมีจริงสักวันเขาคงได้เจอแม่ แต่ตอนนี้เขานั้นยังมีชีวิตอยู่เขานั้นก็ไม่อยากทิ้งพ่อไปไหน พ่อนั้นยังเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เด็กหนุ่มยังมีชีวิตต่อในทุกวันๆ เด็กหนุ่มนั้นวันนี้เขาตัดสินใจจะนั่งรถแท็กซี่เพราะเขาคิดว่าน่าจะถึงบ้านได้ไวกว่าจากทุกวันที่เขาจะกลับรถโดยสารทุกครั้ง ไบร์ทนั้นยืนรอรถแท็กซี่ไม่นานนักมันก็มาถึงเขานั้นขึ้นไปและแจ้งว่าต้องการกับบ้านของเขาและคุยกับคุณน้าแท็กซี่ปกติ ในขณะนั้นเขาว่างไม่มีอะไรทำเลยตัดสินใจหยิบมือถือขึ้นมาและเตรียมจะติดต่อพ่อของเขาอีกครั้งในขณะนั้นก็มีรถคันหนึ่งขับมาชนหลังรถที่เด็กนั้นหนุ่มนั่งมาจนทำให้รถนั้นเสียหลักอย่างหนักพุ่งเข้าชนกับเสาไฟฟ้าข้างทาง เด็กหนุ่มนั้นรู้ได้ทันทีว่าคนขับนั้นไม่รอดแน่ๆ และเขานั้นก็รู้ว่าตัวเองก็คงจะไม่รอดเหมือนกันนี้สินะความตายที่ตามหามานาน ความรู้สึกเป็นเช่นนี้สินะ เด็กหนุ่มได้หัวเราะออกมา และยิ้มกลับมันก่อนที่เขาจะหลับตาลาโลกนี้ แต่ว่าเขานั้นยังมีความคิดหนึ่อย่างที่เขานั้นยังไม่ได้เจอพ่อของเขาแต่ในสภาพตอนนี้ร่างกายของเขานั้นทนบาดแผลไม่ไหว สุดท้ายเด็กหนุ่มนั้นก็ได้หลับตาลง สายตาที่ปิดลงและเรื่องราวที่จบลงที่ตรงนั้นไร้แสงสว่างไร้การได้ยินไร้การสัมผัส แต่ไม่นานนักการหลับไหลของเด็กหนุ่มที่มีนามชื่อว่าไบร์ทก็ได้สิ้นสุดลเขาได้ลืมตาตื่นมาอีกครั้งดวงตาที่ปิดมืดมานานพอมีสว่างวิ่งผ่านเข้ามากระทบดวงตาของเขา ตัวเขานั้นด้ตื่นขึ้นมามาองสิ่งรอบกายอีกครั้ง แต่เขาก็ต้องมึนงงกับทุกอย่างเพราะว่าตัวเขานั้นแทนที่จะอยู่ในรถจากอาการสาหัสหรือไม่ก็อยู่โรงพยาบาล แต่ทำไมตัวเขานั้นอยู่ข้างถนนสถานที่รอรถโดยสาร และนี้มันที่ไหนกันนะ และทำไมเราถึงมาอยู่ตรงนี้และร่างกายเราทำไมถึงจากจะเจียนตายแต่ทำไมถึงตอนนี้ไม่เป็นอะไรเลย นี้มันเกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่น่ะ