บทที่ 19 กล้ารับปากหรือเปล่า?
ทันทีที่โม่เฟิงประกาศออกไปแบบนั้น ก็มีพนักงานออฟฟิศบางส่วนถือแบบสอบถามแล้วเดินจากไป ตั้งใจจะหาเพื่อนมาช่วยตอบแบบสอบถามอย่างละเอียด เพราะถ้าถูกเลือกขึ้นมา เงินรางวัลหนึ่งพันหยวน พวกเขาสามารถทานอาหารมื้อพิเศษได้อย่างแน่นอน
สำหรับบางคนก็อยากจะใช้เซอร์ไพรส์แฟนสาว ดังนั้นเพื่อเงินรางวัลนี้ จึงมีผู้คนอย่างน้อยสองพันคนที่กำลังระดมความคิด อาจกล่าวได้ว่าจำนวนคนสองคนต่อเงินเพียงหนึ่งหยวนเท่านั้น นี่เป็วิธีที่ไม่เลวเลย โม่เฟิงจึงอดไม่ได้ที่จะชื่นชมความเฉลียวฉลาดของตัวเอง แต่ในทำนองเดียวกัน เงินหนึ่งพันหยวนนี้ ด้วยนิสัยของโม่เฟิง เขาย่อมจะไม่จ่ายอยู่แล้ว
โม่เฟิงเปิดประตูร้านกาแฟ แล้วเดินยิ้มไปหาติงหรูจวิน เดิมทีติงหรูจวินที่อารมณ์ดีอยู่แล้ว กลับรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาในทันที
ทันใดนั้น ติงหรูจวินเริ่มนึกถึงทุกครั้งที่เธอพบกับโม่เฟิงว่าเธอต้องเสียเปรียบอะไรบางอย่างเสมอ แต่ครั้งนี้เธออยู่ห่างจากเขาไกลขนาดนี้ คงจะไม่มีอะไรเสียหายใช่ไหม? ทำไมเธอยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่?
โม่เฟิงเดินไปนั่งลงข้าง ๆ ติงหรูจวิน พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งก็เดินมาพอดี จากนั้นเขาสั่งกาแฟไปหนึ่งแก้ว พนักงานเสิร์ฟกำลังจะเดินจากไป โม่เฟิงก็ขมวดคิ้วขึ้นมา ก่อนจะพูดว่า “เรียกเ้าของร้านของพวกคุณออกมาหน่อย!”
ติงหรูจวินรู้สึกงุนงงกับพฤติกรรมของโม่เฟิง แต่เธอยังจำภารกิจที่เธอได้รับมาได้ สีหน้าของติงหรูจวินเริ่มแดงขึ้นเล็กน้อยด้วยความโกรธและพูดว่า “โม่เฟิง ฉันบอกให้นายทำงานอยู่ข้างนอกไม่ใช่เหรอ? นายเข้ามาทำไม?”
โม่เฟิงยิ้มแล้วยกแก้วกาแฟของติงหรูจวินขึ้นดื่ม รสชาติขมเล็กน้อย แต่ก็ยังพอดับกระหายได้ ภายใต้สายตาโกรธเคืองของติงหรูจวิน เขาพูดอย่างใจเย็นว่า “ผมทำงานเสร็จแล้วกระหายน้ำมาก คุณไม่รังเกียจใช่ไหมที่ผมดื่มกาแฟของคุณ ถึงแม้จะไม่ค่อยอร่อยก็เถอะ!”
ในขณะนี้ ติงหรูจวินรู้สึกอยากฆ่าคนขึ้นมาจริง ๆ แต่จิตใต้สำนึกของเธอก็บอกว่าอย่าทำอย่างนั้น เธอหัวเราะอย่างเ็าแล้วพูดว่า “โม่เฟิงนายหิวน้ำมากขนาดนั้น แม้นายจะดื่มกาแฟฉันไปแล้ว ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ แต่ดื่มเสร็จแล้วก็ควรออกไปทำงานต่อ!”
โม่เฟิงนั่งไขว่ห้างแล้วพูดอย่างไม่เคารพว่า “ผมทำงานเสร็จแล้วจริง ๆ การที่คุณสงสัยในการทำงานของผมแบบนี้ มันทำให้ผมไม่อยากทำงานต่อนะ ทั้งที่ประสิทธิภาพการทำงานของผมดีขนาดนี้ คุณจะชมผมสักคำไม่ได้เลยหรือไง?”
รอยยิ้มของติงหรูจวินยิ่งเ็าขึ้น เธอรู้ดีว่าโม่เฟิงจะไม่หยุดจนกว่าจะเจอของจริง เธอจึงพูดอีกครั้งว่า “นายกลับไปดีกว่า ถ้านายโยนแบบสอบถามทิ้งบนพื้น แล้วพวกเราไม่ได้รับแบบสอบถามตามที่คาดหวังไว้ นายจะต้องจ่ายค่าเสียหาย!”
โม่เฟิงพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความน้อยใจว่า “แล้วผมต้องยังไง คุณถึงเชื่อ?”
ทันใดนั้นติงหรูจวินก็คิดได้ว่านี่คือโอกาส เธอต้องใช้ประโยชน์จากโม่เฟิงที่กำลังคิดจะอู้งาน เธอจึงคิดแผนแกล้งเขาอย่างแเี จากนั้นติงหรูจวินจึงพูดอย่างระวังว่า “ถ้านายทำไม่ได้ นายกล้ารับปากกับฉันไหมว่าจะมาแจกใบปลิวเกี่ยวกับโฆษณาสร้างสรรค์ของเราที่นี่เป็เวลาหนึ่งเดือน?”
โม่เฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ทำเป็ใจเย็นพูดว่า “ทำไมผมต้องรับปาก ด้วยล่ะ แล้วถ้าผมทำสำเร็จล่ะ?”
ติงหรูจวินไม่ทันได้สังเกตเลยว่านี่เป็แผนการที่โม่เฟิงจงใจวางไว้ หรือไม่ในใจของเธอ เธอไม่เชื่อเลยว่าโม่เฟิงจะสามารถทำได้ในเวลาอันสั้น…
ดังนั้นติงหรูจวินจึงไม่มีความระแวดระวังต่อแผนการร้ายนี้ เธอยิ้มอย่างมีความสุข ราวกับเห็นสภาพของโม่เฟิงที่น่าสงสารอยู่ตรงหน้า แล้วก็กลัวว่าโม่เฟิงจะเปลี่ยนใจ เธอจึงรีบพูดว่า “นาย้าอะไรล่ะ?”
โม่เฟิงยิ้มอย่างหื่นกระหายแล้วพูดว่า “ผมเป็คนค่อนข้างเรียบง่าย ผม้าแค่เงินแล้วก็สาวสวยเท่านั้นแหละ… งั้นเอาแบบนี้ดีไหม? ถ้าผมทำสำเร็จ คุณต้องให้เงินผมสองพันหยวน แล้วก็จูบผมทีหนึ่งเป็ไง?”
ทันทีที่โม่เฟิงพูดจบ ติงหรูจวินก็หน้าแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย แต่เธอก็คิดได้ในทันทีว่าโม่เฟิงอาจจะอยากใช้ความยากของงานนี้มาขู่ให้เธอถอยไป แต่ความจริงแล้วเขาเองก็ทำไม่สำเร็จ ติงหรูจวินที่คิดว่าตัวเองเดาความคิดของโม่เฟิงออก จึงพยักหน้าอย่างไม่ลังเลแล้วพูดว่า “ตกลงตามนี้!”
โม่เฟิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับปฏิกิริยาของติงหรูจวิน ยิ่งทำให้ติงหรูจวินมั่นใจในความคิดของเธอมากขึ้น แต่สำหรับโม่เฟิง เขากลับรู้สึกไม่เข้าใจว่าทำไมติงหรูจวินถึงเกลียดเขามากขนาดนั้น…
จากนั้นทั้งคู่จึงได้ตกลงกันในรายละเอียดบางอย่าง อย่างไรก็ตาม จำนวนแบบสอบถามที่จะได้รับคืนก็เป็ปัญหาที่ต้องพูดคุยกัน ไม่อย่างนั้นหากในภายหลังติงหรูจวิน โกงไม่ยอมรับ เขาอาจจะต้องควักเงินจากกระเป๋าตัวเองก็ได้ ดังนั้นหลังจากที่โม่เฟิงยอมถอยให้ ก็ได้ข้อสรุปว่าภายในวันนี้โม่เฟิงต้องได้รับแบบสอบถามจำนวนสองร้อยฉบับ…
ในขณะที่ติงหรูจวินกำลังรอคอยที่จะได้ดูเื่สนุก เ้าของร้านกาแฟก็เดินเข้ามา เขาเป็ชายวัยกลางคน สวมชุดกีฬาที่ดูสบาย ๆ ทำให้เขาดูเป็กันเองมาก แต่ก็แฝงไปด้วยท่าทางที่สง่างาม เขาเอ่ยทักทายทั้งคู่ด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีครับ! ผมชื่อหลิวชิ่ง เป็เ้าของร้านกาแฟนี้ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าทั้งสองท่านมีอะไรไม่พอใจกับทางร้านของเราหรือเปล่าครับ?”
เมื่อเห็นว่าติงหรูจวินกำลังจะพูด โม่เฟิงจึงรีบขัดจังหวะ เขาลุกขึ้นยืนและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “สวัสดีครับคุณหลิว ผมมีเื่อยากจะปรึกษาคุณสักหน่อย เชิญนั่งก่อนครับ!”
หลิวชิ่งนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับโม่เฟิง ในสายตาของติงหรูจวิน ตอนนี้โม่เฟิง เมื่อเทียบกับหลิวชิ่งแล้ว เขาดูเหมือนนักเลงไร้ยางอายจริง ๆ
โม่เฟิงยิ้มและพูดต่อว่า “เื่มีอยู่ว่า… คุณหลิว พวกเรากำลังจัดกิจกรรมตอบแบบสอบถามเพื่อชิงรางวัล โดยประมาณเบื้องต้นว่าจะมีคนเข้าร่วมประมาณสองพันคน พวกเราเป็บริษัทโฆษณาในเครือของเฟยอวิ๋นกรุ๊ป และเราได้กำหนดให้ร้านกาแฟของคุณเป็จุดรับคืนแบบสอบถามครับ”
หลิวชิ่งประหลาดใจเล็กน้อย เพราะเฟยอวิ๋นกรุ๊ปเป็บริษัทใหญ่จริง ๆ และเขาเองก็มีคนรู้จักอยู่ในนั้นด้วย แต่นี่มันเกี่ยวอะไรกับการตั้งจุดรับแบบสอบถามคืนที่นี่ และมันก็ไม่สมเหตุสมผลเลย… เมื่อเห็นว่าโม่เฟิงไม่ได้พูดอะไรต่อ หลิวชิ่งจึงถามด้วยมารยาทว่า “ไม่ทราบว่ามีอะไรที่ผมจะช่วยบริษัทของคุณได้บ้างครับ?”
โม่เฟิงดูเหมือนจะรอประโยคนี้อยู่แล้ว เขาจึงพูดขึ้นอย่างช้า ๆ ว่า “คือว่า ใน่นี้คงมีผู้คนนับสองพันคนมาที่ร้านกาแฟของคุณ สิ่งนี้ย่อมช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าให้กับร้านของคุณ แน่นอนว่าตอนนี้ทุกคนที่ได้ตอบแบบสอบถามของเรากำลังพูดถึงชื่อร้านกาแฟของคุณอยู่ สิ่งนี้ถือเป็การโฆษณาฟรีให้กับทางร้าน ดังนั้นเราอยากจะปรึกษากับคุณหลิวว่า ใน่ที่เราไม่อยู่ ทางร้านของคุณช่วยเก็บแบบสอบถามให้เราได้ไหมครับ?”
หลิวชิ่งมองดูโม่เฟิงด้วยท่าทางจริงใจ เขาเข้าใจดีว่าเื่นี้ย่อมส่งผล กระทบต่อร้านกาแฟของเขาอยู่บ้าง แต่การช่วยเก็บแบบสอบถามก็ไม่ใช่เื่ยุ่งยากอะไร ดังนั้นเขาจึงยิ้มและตอบว่า “คุณเกรงใจผมมากเกินไปแล้วครับ คุณช่วยเหลือพวกเราขนาดนี้ เื่แค่นี้ถือว่าเล็กน้อยมาก ทางเรารู้สึกเป็เกียรติอย่างยิ่งที่ได้ช่วยเหลือพวกคุณครับ!”
ทันใดนั้น โม่เฟิงก็เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางเขินอายว่า “เอ่อ... คุณหลิวครับ คุณก็บอกเองว่าเื่นี้ถือเป็การช่วยพวกคุณเป็อย่างมาก ในส่วนของค่าชากาแฟ คุณช่วยละเว้นให้พวกเราหน่อยได้ไหมครับ?”
ติงหรูจวินที่แต่แรกก็ฟังคำพูดของโม่เฟิงด้วยความสงสัยเพียงเล็กน้อย แต่พอได้ยินประโยคนี้ เธออยากจะหาที่แทรกตัวหนีไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด เพราะเธอรู้สึกอับอายขายหน้าเหลือเกิน
หมอนี่มันหน้าด้านเกินไปแล้ว ขอแม้กระทั่งค่าชากาแฟฟรี! และถ้าเขาทำไม่ได้ อีกฝ่ายก็คงไม่ว่าอะไรเขาหรอก ช่างเป็คนคิดคำนวณเก่งจริง ๆ!