ภัณฑิรา...
“วันนี้ลูกสาวแม่สวยมากเลย”
พวงพรเอ่ยชมลูกสาวสุดที่รัก ด้วยความปลื้มปีติยินดี และสุขล้น ในวันที่ลูกสาวจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาสักที ซึ่งในวันนี้เป็นวันแต่งงานของภัณฑิรา ตอนนี้เธอแต่งตัวด้วยชุดไทยประยุกต์ อันสวยสดงดงาม อ่อนหวาน ราวกับนางในวรรณคดีก็ไม่ปาน
“ขอบคุณค่ะแม่”
ภัณฑิราละสายตาจากกระจก หันมามองพวงพร ก่อนจะกล่าวขอบคุณด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แห่งความสุขล้นปรี่เป็นอย่างยิ่ง เธอเข้าสวมกอดร่างท้วมๆ อย่างแสนรักใคร พวงพรจึงกอดร่างบางกลับด้วยความรักความหวงแหน
“แม่ดีใจนะที่ได้เห็นภัณแต่งงาน และดีใจที่จะได้เห็นหลานด้วย แม่เชื่อว่าคุณศรเขาจะดูแลลูกของแม่ได้ แม่ไม่ห่วงอะไรอีกแล้ว หากตายก็คงตายตาหลับแล้วล่ะ”
พวงพรพูดอย่างหมดห่วงจริงๆ และปลงตกแล้ว เพราะชีวิตคนเราไม่แน่ไม่นอน อีกทั้งโรคที่พวงพรเป็นอยู่ตอนนี้ ถึงแม้จะดีขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหายขาดไปเลย ยังคงต้องรักษาตัวและไปหาหมออยู่เรื่อยๆ
“แม่อย่าพูดอย่างนี้สิ แม่ต้องสู้ แม่ต้องอยู่กับภัณไปนานๆ แม่จะต้องหาย”
ภัณฑิราผละออกห่างจากพวงพร ดวงตากลมโตคู่สวยมองหน้าพวงพร พร้อมกับพูดให้พวงพรมีกำลังใจ ไม่ท้อแท้ สิ้นหวัง ถึงแม้ว่าไม่รู้ว่าเมื่อไร โรคที่เป็นอยู่จะหายก็ตามที เพราะเธอก็จะไม่ท้อแท้สิ้นหวังเหมือนกัน จะทำทุกวิถีทางให้โรคที่พวงพรเป็นอยู่นี้ ดีขึ้นและหายดีในเร็ววัน
“อืม!... เราอย่าพูดเรื่องนี้กันอีกเลย นี่ก็จะได้เวลาแล้ว เดี๋ยวแม่ลงไปก่อน”
พวงพรกล่าวตัดบท เนื่องจากไม่อยากต่อความยาวอะไรในเรื่องสุขภาพของตัวเอง เพราะตัวเองย่อมรู้ตัวเองดีที่สุด แต่ถึงจะรู้ตัวเอง พวงพรก็ไม่คิดที่จะท้อแท้และสิ้นหวังแต่อย่างใด ยังคงสู้ต่อไป ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง เพื่อที่ว่าจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไปนานๆ เพื่อเห็นหลานตัวน้อยลืมตาดูโลก
พวงพรส่งยิ้มอ่อนให้ภัณฑิรา ก่อนจะผละเดินออกไปจากห้อง ซึ่งในการจัดงานแต่งงานในช่วงเช้านี้ เป็นพิธีแห่ขันหมากและรดน้ำสังข์ ยิ่งใกล้เวลาตามกำหนดการ หัวใจดวงน้อยของภัณฑิราก็ยิ่งเต้นแรงรัวเร็ว ด้วยความปลาบปลื้มตื้นตันใจ ที่ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงจนได้
“โหยยยย.....หิโหยหิโหยยย.... โห้ยยย..... เฮ้ววววว......”
“โหยยยย.....หิโหยหิโหยยย.... โห้ยยย..... เฮ้ววววว......”
“โหยยยย.....หิโหยหิโหยยย.... โห้ยยย..... เฮ้ววววว......”
เสียงโห่ร้อง ตามมาด้วยเสียงดนตรีครื้นเครงดังแว่วเข้ามาภายในห้อง ทำให้ภัณฑิรายิ่งหัวใจเต้นแรงรัวเร็วมากกว่าเดิม ดวงตากลมโตคู่สวยมองไปยังประตูห้อง อย่างใจจดใจจ่อและไม่วางตา เพื่อรอดูว่าประตูห้องจะเปิดออกเมื่อไร
แกร๊กกก......
แล้วประตูห้องก็เปิดออก ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าบ่าวในวันนี้ ก้าวเดินเข้ามาภายในห้อง ด้วยท่วงท่ามั่นคง ขณะก้าวเดิน ดวงตาคมกริบจับจ้องมองมาที่ร่างบาง ด้วยสายตาดีใจ ชื่นชอบ ชื่นชม ในความงาม ของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าสาว
“เจ้าสาวของผมสวยที่สุดเลย”
ชุติศรณ์เดินเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าภัณฑิรา มือใหญ่ยื่นมาจับมือเรียวเล็กขึ้นมาจุมพิตลงที่หลังมือแผ่วเบา ในขณะนั้นดวงตาคมกริบจับจ้องมองใบหน้าสวยหวานไปด้วยไม่วางตา และพอเสร็จจากจุมพิตที่หลังมือ ชุติศรณ์ก็เอ่ยชื่นชมเจ้าสาวของตัวเอง ด้วยความรู้สึกออกมาจากภายในโดยแท้
“เจ้าบ่าวของภัณก็หล่อมากเหมือนกันค่ะ”
ภัณฑิรามองใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ด้วยความชื่นชอบ ชื่นชม ในความหล่ออย่างเปิดเผย เธอรู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าเจ้าบ่าวของเธอหล่ออยู่แล้ว แต่วันนี้เขาหล่อมากกว่าที่เป็นจริงๆ เธอไม่ได้เสแสร้ง แกล้งยกยอปอปั้นแต่อย่างใดทั้งนั้น
“ผมรักคุณนะ และก็อยากจะจูบคุณด้วย แต่เอาไว้ก่อน”
ชุติศรณ์บอกรักเจ้าสาวของตัวเองออกมาเต็มปากเต็มคำ ทั้งยังบอกความต้องการให้เธอได้รับรู้ไปด้วยในคราวเดียวกัน แต่ก็ต้องอดใจเอาไว้ก่อน เพราะได้เวลาที่จะพาเจ้าสาวของเขาลงไปร่วมพิธีแล้ว หากเลยเวลาจะเสียฤกษ์งามยามดีเอาได้
ภัณฑิราส่งสายตามองค้อนเขาแต่พองาม ขณะที่ใบหน้าสวยหวานพลันหน้าแดงระเรื่อซับสีไปด้วย ด้วยความเขินอาย ที่ได้ยินเขาบอกว่าอยากจะจูบเธอในตอนนี้ แต่กระนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรออกมา ทำเพียงเดินไปกับชุติศรณ์ลงไปยังชั้นล่างเพื่อเข้าพิธี
๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐