ตอนที่21 องค์กรค้ามนุษย์
รุ่งเช้าซูเวยตื่นขึ้นมาเวลา04.00 น. เธอตรวจสอบผลการค้นหาของโปรแกรมที่เปิดค้างไว้ให้ทำงานตลอดทั้งคืนปรากฏว่ายังไม่มีผลลัพธ์แสดงออกมาแต่อย่างใด เธอจึงเปลี่ยนชุดนอนเป็ชุดกีฬาเพื่อไปวิ่งออกกำลังกายและฝึกฝนทักษะต่อสู้ซาเซินบนูเาจนกระทั่งถึงเวลาเกือบหกนาฬิกา เธอจึงวิ่งกลับบ้านอย่างสดชื่น เมื่อเดินเข้าไปในบ้านซูเวยมองเห็นสองแม่ลูกจิวมู่ตานและสืออู๋เจ๋อนั่งพูดคุยกับยายอยู่ในห้องโถงด้วยท่าทางที่มีความสุข
“เวยเวยกลับมาพอดี”ยายร้องทักหลานสาวเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาในห้องโถง
ซูเวยอึ้งครู่หนึ่งพลางเหลือบมองทุกคนอย่างเข้าใจเธอไม่คิดว่ายายจะใจร้อนมากกว่าตนเองและไปพูดคุยเื่การจ้าง
งานกับสองแม่ลูกเสร็จเรียบร้อยแล้วเพราะมีเสียงทักทายอย่างเกรงใจมาจากจิวมู่ตานที่พูดกับซูเวยโดยตรงว่า
“เวยเวยต่อไปน้าจะมาทำอาหารและงานบ้านให้เองหนูจะได้มีเวลาอ่านตำราและเรียนหนังสืออย่างเต็มที่” จิวมู่ตานพูดถึงหน้าที่ตนเองที่จะต้องทำงานในบ้านนี้กับซูเวยอย่างยินดีเธอไม่คาดคิดว่าจะได้รับโอกาสและความช่วยเหลือจากยายเกาอิงมาก่อนซึ่งช่วยให้เธอมีรายได้ประจำที่สูงมากพอจนสามารถส่งเสียลูกชายให้เรียนหนังสือขั้นสูงได้อย่างไม่ลำบากมากนักแถมเป็การทำงานที่อยู่ใกล้บ้าน ไม่ต้องเสี่ยงชีวิตขึ้นูเาหรือเดินทางไกลทำให้เธอประหยัดค่าเดินทางได้มาก
รวมทั้งเกาอิงยังมีน้ำใจให้พวกเธอและลูกชายทานอาหารด้วยกันทั้งสามมื้อทำให้เธอและลูกชายได้ทานอาหารที่ดีและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นซึ่งเธอคิดว่าชาตินี้คงไม่สามารถหานายจ้างที่มีจิตใจดีเช่นนี้ได้อีกแล้ว จิวมู่ตานจึงตอบรับการว่าจ้างจากเกาอิงอย่างเต็มใจ
ส่วนสืออู๋เจ๋อลูกชายของจิวมู่ตานนั้น วันจันทร์ถึงวันศุกร์สามารถไปเรียนได้ตามปกติ เฉพาะตอนเย็นของวันจันทร์ถึงวัน
ศุกร์และวันหยุดสุดสัปดาห์หรือ่ปิดเทอมเท่านั้นเขาถึงจะมาช่วยแม่ทำงานอื่นๆ ที่บ้านของเกาอิง รวมถึงการช่วยงาน
ในนาและไร่เมื่อถึงฤดูเพาะปลูกซึ่งสืออู๋เจ๋อเต็มใจช่วยงานอย่างยิ่ง เป็ผลให้การพูดคุยเื่จ้างงานจบลงด้วยดี ซึ่งซูเวยกลับมาเห็นภาพแห่งความพึงพอใจของทั้งสามคนเข้าพอดี
“ขอบคุณมากค่ะน้าจิววันไหนหนูอารมณ์ดีก็จะทำอาหารให้ทานเองค่ะ”ซูเวยตอบรับคำพูดของน้าจิวพลางบอกพฤติกรรมตนเองที่อาจทำในอนาคตให้สองแม่ลูกรับรู้ไว้เธอแสดงความใจกว้างกับสองแม่ลูกเพิ่มเติมอีกว่า
“หนูมีเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอยู่หากพี่อู๋เจ๋ออยากใช้เพื่อทำงานส่งอาจารย์ก็ใช้ได้นะคะ ถ้าพี่เขาตั้งใจทำงานเป็อย่างดีหนูจะบอกให้ยายซื้อเครื่องเล็กๆให้สักเครื่องเอาไว้ใช้ส่วนตัว”
คำพูดของซูเวยที่แสดงน้ำใจกับสืออู๋เจ๋อส่งผลให้สองแม่ลูกมีน้ำตาซึมพลางกล่าวขอบคุณและยืนยันความซื่อสัตย์กับเกาอิงและ ซูเวยว่า“ขอบคุณมากเวยเวย น้าขอบคุณจริงๆ”
“ขอบคุณมาก พี่จะตั้งใจทำงานให้อย่างเต็มที่”
สองแม่ลูกสบตากันอย่างยินดีทั้งคู่ไม่คิดว่าเด็กหญิงร้ายกาจที่คนอื่นมักเรียกขานเธอนั้นกลายเป็ว่าซูเวยพูดจาดีมีหลักการเหมือนผู้ใหญ่และรู้จักการให้และมีน้ำใจมากกว่าคนอื่นมากนักทำให้ทั้งคู่สัญญากับตัวเองที่จะตั้งใจทำงานให้ดี เพื่อมีชีวิตที่อยู่ดีกินดีในวันข้างหน้า
จากนั้นจิวมู่ตานเข้าครัวไปทำอาหารเช้ากับลูกชายส่วนซูเวยกลับเข้าห้องนอนเพื่อตรวจสอบโปรแกรมที่ปล่อยให้ทำงานไว้ปรากฏว่ายังไม่มีข้อมูลใดแสดงออกมา เธอขนย้ายคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะออกไปวางไว้ที่ห้องโถงเพื่อให้สืออู๋เจ๋อใช้ทำงานส่งอาจารย์พร้อมกับวางแผนซื้อใหม่อีกเครื่องหนึ่ง
“เห็นทีต้องซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ให้พี่อู๋เจ๋อไว้ใช้ทำงานดีกว่า”ซูเวยคิดวางแผนในใจ นั่นเป็เพราะว่าเธออาจจำเป็ต้องใช้งานพร้อมกันหลายเครื่องในเวลาเดียวกันดังนั้นซื้อใหม่ให้สืออู๋เจ๋อใช้ย่อมสะดวกสำหรับตนเองและสืออู๋เจ๋อเช่นกัน
หลังจากนั้นสามสิบนาทีทั้งสี่คนมานั่งทานอาหารร่วมกันในห้องโถงด้วยบรรยากาศที่เป็กันเองไม่มีการเรียกเ้านายหรือลูกน้องแต่อย่างใดซึ่งซูเวยพอใจกับบรรยากาศแบบนี้มากกว่าการแบ่งแยกชนชั้นแต่ทว่าจิวมู่ตานและสืออู๋เจ๋อยังมี
ท่าทางเกรงใจเกาอิงและซูเวยอยู่เพราะถึงอย่างไรสองแม่ลูกก็เป็แค่ลูกจ้างเท่านั้น
จากนั้นจิวมู่ตานเริ่มทำงานบ้านให้กับเกาอิงทั้งการทำความสะอาดบ้าน ซักเสื้อผ้า และช่วยเก็บสมุนไพรออกมาตากแห้ง
ส่วนสืออู๋เจ๋อแยกตัวไปทำงานที่บ้านของตนเองพร้อมกับเตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์การเรียนสำหรับชั้นประถมปี6 เทอมสอง ซึ่งเป็ปีสุดท้ายของสืออู๋เจ๋อ เขามีความตั้งใจที่จะเรียนสัตวแพทย์เนื่องจากชอบช่วยเหลือสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งยายเกาอิงและซูเวยต่างเข้าใจและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
ด้านยายเกาอิงนั้นเธอขี่จักรยานคันเก่าไปหาผู้ใหญ่บ้านเพื่อให้ช่วยหาช่างมาสร้างบ้านใหม่พร้อมกับทำรั้วล้อมรอบที่ดินแปลงใหญ่ทั้งหมดในคราวเดียว
..........
ส่วนซูเวยนั้น เวลานี้เธอกำลังแฮ็กระบบเฝ้าระวังของตำรวจและกล้องวงจรปิดแถบชานเมืองหลานพื้นที่ที่เธอเคยถูกโจรลักพาตัวนำไปรอคนรับซื้อต่อที่โกดังร้างนอกเมืองเธอ้ารู้ว่ากลุ่มที่มาซื้อต่อนั้นคือพวกไหนและซื้อไปทำอะไร
ความคิดของ ซูเวยในตอนนี้คือ เธอ้ากำจัดคนชั่วให้สิ้นซากจะได้ไม่ต้องมาสร้างปัญหาให้กับเด็กๆหรือสังคมของโลกนี้ได้อีกต่อไป
โชคดีที่ฮาร์ดดิสก์เก็บข้อมูลของกล้องวงจรปิดใน่เวลานั้นยังคงมีข้อมูลอยู่ทำให้ซูเวยเห็นรถตู้และรถเอสยูวีสีดำขับตรงเข้าไปในพื้นที่โกดังร้างหลังจากที่รถตู้ลักพาตัวเธอและเด็กคนอื่นเข้าไปได้ประมาณสิบห้านาที
ซูเวยหรี่ตามองชายฉกรรจ์นับสิบคนจากรถตู้และรสเอสยูวีด้วยความสนใจ“พวกแกเป็ใครกันแน่?”ซูเวยตัดสินใจแฮ็กข้อมูลจากเครือข่ายของหน่วยงานรัฐที่คาดว่าจะมีฐานข้อมูลของประชากรเธอกำลังเขียนโปรแกรมเพื่อทำการเทียบเคียงลักษณะทางกายภาพ โครงสร้างใบหน้าและใบหน้าของเหล่าคนร้ายเพื่อตรวจสอบว่าเป็ใครและอยู่ที่ใดโดยเธอตั้งใจส่งต่อข้อมูลเ่าั้ให้กับตำรวจหรือทหารที่มีหน้าที่รับผิดชอบแก้ไขปัญหาเื่นี้ต่อไป
ซูเวยไม่กล้าที่จะลงมือแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองเนื่องจากเธอยังอ่อนแอเกินไปและอยู่ในร่างกายของเด็กอายุแค่สิบขวบซึ่งต้องรอเวลาอีกหลายปีจึงจะเติบโตและแข็งแกร่งมากกว่านี้ดังนั้นเธอจะยังไม่แสดงตัวให้คนร้ายพุ่งความสนใจมาที่ตัวเองเด็ดขาด
“คิดถึงไอเดียจังเลยพอไม่มีมันแล้ว ทำให้ฉันต้องลงมือทำงานเองทุกอย่าง” ซูเวยบ่นพึมพำขณะเขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่ทั้งนี้เป็เพราะว่าบนดาวเอเอสนั้นมีเทคโนโลยีเหนือจินตนาการที่เชื่อมต่อกับสมองบางส่วนของเหล่าเอสเปอร์ทั้งหลายเป็เสมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่สามารถสั่งการจากสมองของผู้ควบคุมให้ทำงานทุกอย่างโดยเฉพาะงานเกี่ยวกับ
เทคโนโลยีได้โดยตรง ช่วยประหยัดเวลาและแรงงานโดยเอสเปอร์หนึ่งคนจะมีไอเดียคนละหนึ่งเครื่องหากไอเดียถูกติดตั้งที่เอสเปอร์คนใดแล้วเอสเปอร์คนอื่นจะไม่มีสิทธิ์ใช้งานในทุกกรณี
ดังนั้นเอสเปอร์ทั้งหลายจึงนิยมใช้งานยิ่งนักเพราะช่วยผ่อนแรงทำให้เอสเปอร์มีเวลาคิดค้นงานวิจัยอื่นที่มีคุณค่ามากกว่านี้เหมือนกับที่แม่ทัพซ่งเย่สามารถคิดค้นเทคโนโลยีล้ำยุคหนึ่งจนทำให้ดาวเจอรัล้าแย่งชิงนั่นเอง
ทันใดนั้นซูเวยเหลือบมองเห็นสัญลักษณ์หนึ่งที่มีในตัวชายฉกรรจ์ทั้งสิบคนเหมือนกันเป็รูปสักที่ถูกสลักบนต้นคอของ
คนร้ายทั้งสิบคน
“รอยสักรูปดาว?” ซูเวยพึมพำกับตัวเองด้วยความประหลาดใจ เธอเริ่มต้นค้นหาคำค้นใหม่ที่น่าสนใจนั่นคือ “รอยสักรูป
ดาว” ปรากฏว่ามีข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลลับเข้ารหัสของกองทัพทำให้ซูเวยตัดสินใจแฮ็กข้อมูลของทางการเพื่อดูรายละเอียดเื่นี้ทันที
..........
ขณะที่ซูเวยเจาะระบบป้องกันฐานข้อมูลลับของกองทัพแล้วเข้าไปเอาบางไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับรอยสักรูปดาวอยู่นั้น ร่องรอยบางส่วนของเธอพลันถูกส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังทีมแฮ็กเกอร์และโปรแกรมเมอร์ที่ออกแบบระบบแต่ทว่าแค่ชั่วครู่เท่านั้นร่องรอยของซูเวยพลันหายไปอย่างเงียบเชียบปราศจากร่องรอยใดๆสร้างความประหลาดใจให้กับกลุ่มเ้าหน้าที่
ของทางการที่เป็ผู้ดูแลระบบจนเกิดการพูดคุยกันเป็วงกว้าง
“เอ๊ะ!มีคนพยายามแฮ็กฐานข้อมูลลับของกองทัพใช่ไหม?”
“นั่นสิ! เหมือนใช่และเหมือนไม่ใช่”
“ระบบตรวจจับไม่น่าจะพลาดนะ”
“อยากรู้จริงๆว่าเป็ใครที่กล้าเข้ามาลูบคมแบบนี้?”
“ช่างไม่กลัวว่าทางการจะจับได้หรือ?”
“จับได้อะไร? ดูสิ ตอนนี้มีใครตามรอยได้บ้างละ?”
“จะต้องให้สมาร์ตเอกซ์ออกโรงไหม?”
“ไม่ต้องหรอกฉันว่าสมาร์ตเอกซ์รู้แล้ว”
ซูเวยไม่ได้รับรู้การพูดคุยที่ออกรสของผู้คนที่เป็ช่างเทคนิคหน่วยเฝ้าระวังระบบเครือข่ายของกองทัพและประเทศแต่
อย่างใด
เวลานี้เธอกำลังแฮ็กรหัสผ่านเพื่อเปิดไฟล์ขนาดเล็กแค่ยี่สิบกิโลไบต์เท่านั้น
“คิดว่าจะป้องกันเอสเปอร์อย่างฉันได้หรือไง?” ซูเวยพูดกับตัวเองด้วยความสนุกสนาน ที่ตนสามารถดาวน์โหลดไฟล์และแก้ไขรหัสเพื่อเปิดไฟล์ขึ้นมาได้เมื่อเข้ารหัสผ่านและเปิดไฟล์ขนาดเล็กได้แล้ว ข้อความที่ซูเวยได้อ่านนั้นทำให้เธอตกตะลึงตัวแข็งทื่อในทันที
“ดาวเจอรัลส่งสายลับกระจายไปยังดาวเคราะห์หลายดาราจักรเพื่อค้นหาทรัพยากรและพลังงานองค์กรKill Angels มีหน้าที่หลักในการบ่อนทำลายสังคมเดิมของเผ่าพันธุ์พื้นเมืองวิเคราะห์และวิจัยเพื่อสร้างนับรบกลายพันธุ์ให้สามารถต่อสู้และกำจัดเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์แล้วรอเวลายึดครองโลกในอีกไม่นาน”ซูเวยกำมือแน่นด้วยความรู้สึกโกรธแค้นและชิงชังพวกเจอรัลเธอไม่นึกว่าตนเองมาเกิดใหม่แล้ว จะยังมีพวกเจอรัลตามมาหลอกหลอนเช่นนี้ข้อความที่เหลือเป็การพูดถึงธุรกิจที่องค์กรKA ทำกับมนุษย์โลกนี้หลักๆคือ ทำหน้าที่เป็องค์กรค้ามนุษย์เพื่อหาเงินมาพัฒนาและวิจัยสร้างนักรบกลายพันธ์และสร้างอาวุธให้มนุษย์เข่นฆ่ากันเอง
“ฮึ่ม! พวกแกทำให้โลกใหม่ที่ฉันมาอยู่ต้องลำบากฉันจะช่วยแก้แค้นให้บางอย่างก่อนนะ” ซูเวยคำรามด้วยความโกรธแค้น
จากนั้นเธอแฮ็กระบบการเงินขององค์กรชั่วร้ายนี้และองค์กรการกุศลกับมูลนิธิทั่วโลกเธอเร่งมือเขียนโปรแกรมเพื่อให้มีการโอนเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคารขององค์กรนี้ไปยังปลายทางที่ถูกระบุไว้ทั่วโลก
“มีประเทศช่วยเปิดบัญชีและเก็บรักษาเงินให้พวกแกงั้นหรือ?ฉันจะช่วยโอนไปให้คนที่สมควรได้รับแทนแล้วกัน”ซูเวยหัวเราะเยาะเย้ยพลางพิมพ์คำสั่งอย่างรวดเร็ว เพื่อเจาะระบบป้องกันบัญชีธนาคารขององค์กรดังกล่าวเธอ้าโอนถ่ายเงินจากบัญชีธนาคารทุกบัญชีขององค์กรชั่วร้ายไปยังบัญชีการกุศลทั้งหลายอย่างน้อยเป็การระบายความโกรธแค้นของเธอในเวลานี้
..........
ทางด้านหยางหยางเขาเพิ่งมาถึงคอนโดที่พักในประเทศ M ได้ครู่หนึ่งพลันมีเสียงแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือของเขาเป็สัญญาณแจ้งการถูกบุกรุกระบบเครือข่ายฐานข้อมูลลับของกองทัพประเทศบ้านเกิดจากคนร้าย
เมื่อเปิดแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์และเข้าโปรแกรมเฝ้าระวังระบบเครือข่ายฐานข้อมูลลับของกองทัพเขาทันเห็นร่องรอยแวบหนึ่งก่อนหายไปหยางหยางยกยิ้มมุมปากด้วยความสนใจพลางนั่งกอดอกครุ่นคิดครู่หนึ่ง จากนั้นเขาพิมพ์คำสั่งเพื่อดูรูปแบบการเจาะระบบเข้ามา
ห้านาทีต่อมา มีข้อมูลแสดงบนหน้าจอหลายบรรทัดแต่สิ่งที่หยางหยางให้ความสนใจคือบรรทัดสุดท้ายที่มีการเปรียบเทียบรูปแบบการโจมตีเพื่อเจาะเข้าไปในระบบกลายเป็ว่าตรงกับรูปแบบการโจมตีของทริปเปิลเอสอย่างเหมาะเจาะ
“คุณเข้าไปเอาอะไรในฐานข้อมูลลับ?” หยางหยางพึมพำกับตัวเองด้วยความแปลกใจเนื่องจากเขาพบว่าแฮ็กเกอร์ที่มีทักษะสูสีกับเขานั้นแค่เจาะระบบเข้าไปแต่ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรให้กับระบบเครือข่ายเ่าั้มีแค่การ
ดาวน์โหลดไฟล์สำคัญไฟล์หนึ่ง แต่เป็ไฟล์ที่สำคัญยิ่งยวดสำหรับกองทัพ
“คุณสนใจองค์กรนี้งั้นหรือ?”หยางหยางถามอากาศด้วยความประหลาดใจมากขึ้น เขาไม่คิดว่าแฮ็กเกอร์ที่เคยปะทะฝีมือกันจะสนใจองค์กรชั่วร้ายนี้จนต้องแอบเข้ามาขโมยไฟล์ข้อมูลไปทำให้เขารีบเขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งชุดเพื่อตามร่องรอยของทริปเปิลเอสโดยตรง
ทางด้านซูเวยเธอไม่รู้เลยว่าในตอนนี้มีคนให้ความสนใจร่องรอยการเจาะระบบฐานข้อมูลลับของตนเองอยู่เธอกำลังหัวเราะชอบใจที่เห็นตัวเลขจากบัญชีทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรชั่วร้ายนั้นกำลังลดน้อยลงเรื่อยๆอย่างรวดเร็วโดยจำนวนเงินที่หายไปนั้นจะไปโผล่ที่องค์กรและมูลนิธิการกุศลทั้งเล็กใหญ่ทั้งหมดที่มีอยู่ในโลก
“ในโลกนี้ให้ความสำคัญกับเงินเป็ใหญ่ลองดูสิถ้าพวกแกไม่มีเงิน แล้วจะทำยังไงต่อไป”ซูเวยเยาะเย้ยอย่างสมเพชองค์กรนั้นโดยตรง
ทางด้านหยางหยางเขาตามร่องรอยของแฮ็กเกอร์ทริปเปิลเอสทันเวลาพอดี ซึ่งเขาเห็นว่าแฮ็กเกอร์เข้าไปยุ่งกับบัญชีธนาคารขององค์กรร้ายที่ทางการจับตามองอย่างใกล้ชิดควบคู่ไปกับการจับกุมคนร้ายทั้งหลายเขาแปลกใจที่เห็น แฮ็กเกอร์ทริปเปิลเอส โยกย้ายเงินจำนวนมหาศาลไปยังองค์กรและมูลนิธิการกุศลทั่วโลกทำให้เขารู้สึกประหลาดใจกับการกระทำนี้เป็อย่างมาก
“ฮึๆคุณเล่นโยกย้ายเงินพวกมันแบบนี้ ระวังมันจะตามเจอนะงั้นผมจะช่วยลบร่องรอยให้แล้วกัน” หยางหยางหัวเราะเบาๆในลำคออย่างอารมณ์ดีที่พบว่าแฮ็กเกอร์ทริปเปิลเอสไม่ได้สร้างปัญหาให้กับหน่วยงานรัฐหรือกองทัพของประเทศบ้านเกิดแต่แฮ็กเกอร์กลับพุ่งเป้าไปจัดการองค์กรชั่วร้ายนั้นแทนเขาจึงยินดีช่วยแฮ็กเกอร์นั้นเก็บกวาดและปิดบังร่องรอยอย่างเต็มใจ