ข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 135 เบาะแสของหญ้าฟั่นอิน

                ไต้ซือลุกขึ้นยืน แววตาคล้ายกับไม่สนใจในเรื่องที่ผ่านๆ มามองเฉินเกอและหนิงมู่ฉือด้วยแววตาคมปลาบพร้อมกับยิ้ม

                หนิงมู่ฉือเอ่ยเรียกอย่างแปลกใจ “ไต้ซือ?”

                “สีกาคงจะเป็นหลานสาวของซั่งกวนเหวยหยางสินะ ไม่คิดเลยว่าจะโตขนาดนี้แล้ว”เสียงของไต้ซือใสกังวานประดุจกระดิ่ง แทรกซึมเข้าไปในใจผู้คน

                หนิงมู่ฉือรับคำก่อนจะยิ้มหวาน “ท่านตาฝากข้ามาทักทายท่านด้วยเจ้าค่ะ”

                ไต้ซือยิ้ม มองเฉินเกอที่ไม่พูดไม่จาตั้งแต่เข้ามาอย่างหวาดระแวงหยิบแส้ขึ้นมาปัดไปทางนั้นทางนี้ เฉินเกอเอี้ยวตัวหลบพร้อมกับหยิบมีดสั้นออกมาสายตาที่มองไต้ซือไม่เป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด

                หนิงมู่ฉือไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุใดเหตุการณ์ถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ หากในใจก็นึกเป็นห่วงบาดแผลของเฉินเกอเฉินเกอในตอนนี้ไม่สามารถต่อสู้กับผู้ใดได้

                นางจึงรีบเอ่ยออกมา “ไต้ซือเขาเพิ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสมาเจ้าค่ะ”

                “ชะตาชีวิตเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน มีบุพเพแต่ไร้วาสนา!” ไต้ซือเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งทำให้นางมีสีหน้างุนงงยิ่ง

                ไต้ซือไม่นำพากับประโยคก่อนหน้านี้ของหนิงมู่ฉือ ชกหมัดใส่เฉินเกอเฉินเกอก็ไม่น้อยหน้า หลบหมัดก่อนจะถือมีดสั้นพุ่งเข้าใส่ไต้ซือ

                หนิงมู่ฉือตื่นตกใจเป็นอย่างมาก หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ต้องมีใครสักคนเสียชีวิตเป็นแน่นางเอามือปิดหู ลุกขึ้นยืนตะโกนออกมาว่า “หยุด!หยุดเดี๋ยวนี้!”

                ครั้นเห็นมีดสั้นเกือบโดนหนิงมู่ฉือเฉินเกอจึงรีบเก็บกลับคืนที่เอวเช่นเดิม คาดไม่ถึงว่าไต้ซือจะไม่หยุดชกหมัดมาที่หน้าอกเขาอย่างแรง บาดแผลเก่ายังไม่หายดี เมื่อถูกหมัดนี้เข้าไป เขาก็กระอักเลือดออกมา

                หนิงมู่ฉือเห็นเฉินเกอกระอักเลือดออกมา รีบวิ่งเข้าไปดูอาการนางมองไต้ซืออย่างไม่เชื่อสายตา “ท่านทำแบบนี้หมายความเช่นไรพวกเรามาหาท่านด้วยจิตใจบริสุทธิ์ เหตุใดท่านถึงต้องทำร้ายเขา!”

                นางพยุงเฉินเกอให้ลุกขึ้น เฉินเกอมองไปที่ไต้ซือด้วยแววตาคมกริบมุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขณะเอ่ย “ไต้ซือฝีมือดีจริงๆข้าน้อยเลื่อมใส”

                “ความเกลียดชังในตัวประสกช่างรุนแรงนัก ดูท่าประสกคงเป็นคนในยุทธภพอาตมาแค่ช่วยประสกขจัดความเกลียดชังเท่านั้น” เอ่ยจบก็ยื่นมือออกมาเฉินเกอมองมือแห้งกร้านของไต้ซือพร้อมกับขมวดคิ้ว

                “ในเมื่อท่านรู้ว่าข้าจะมา เช่นนั้นข้าก็จะไม่อ้อมค้อม”

                “ของที่ประสกต้องการหาได้อยู่ที่นี่ไม่ ขออภัยที่อาตมาไร้ความสามารถ”ไต้ซือหลับตาพร้อมกับลงไปนั่งขัดสมาธิบนพื้นเช่นเดิม

                “จะเป็นไปได้อย่างไร ต้นหญ้าฟั่นอินอยู่ที่นี่ คนในยุทธภพล้วนลือกันว่าที่อารามเต๋าชิงอวี้มีต้นหญ้าฟั่นอินอยู่หนึ่งต้น!”เฉินเกอตะโกนเสียงดัง เส้นเลือดที่คอปูดโปนหน้าขึ้นสีแดงเข้มด้วยความไม่พอใจ

                ที่แท้ที่จอมยุทธ์น้อยเฉินมาที่อารามเต๋าแห่งนี้ก็เพื่อมาหาหญ้าฟั่นอิน เหตุใดเขาถึงไม่ยอมบอกนางในใจหนิงมู่ฉือตอนนี้ทั้งรู้สึกไม่ดีและโศกเศร้า อาจเป็นเพราะนางเป็นห่วงจอมยุทธ์น้อยเฉินก็เป็นได้คิดได้ดังนั้นนางจึงยืนเงียบ ไม่ได้กล่าวคำใดออกไป

                “ข่าวลือก็คือข่าวลือ เชื่อไม่ได้ ประสกมาสายเกินไปหญ้าฟั่นอินเพียงต้นเดียวของอารามแห่งนี้ถูกคนขโมยไปแล้ว” น้ำเสียงของไต้ซือฟังดูน่าอึดอัดหนิงมู่ฉืออดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

                เฉินเกอรู้สึกผิดหวัง แต่ก็ไม่มากนัก ก่อนจะมาเขาตั้งความหวังไว้เพียงว่าอยากจะมาลองดูว่ามีหรือไม่มีเท่านั้น พอมาถึง ก็รู้ว่าไม่มี จึงพอจะทำใจได้ “อาจารย์ข้าบอกว่า ที่เยี่ยนฉือมีต้นหญ้าฟั่นอินปรากฏอยู่สองที่ที่นี่หนึ่งที่ อีกที่ท่านพอจะรู้หรือไม่ว่าคือที่ใด”

                ไต้ซือยกมือลูบเครา ลืมตาพร้อมกับยิ้ม “รู้เพียงแต่ถ้าอยากจะรู้ความลับนี้ต้องมีของมาแลกเปลี่ยน จอมยุทธ์ยินยอมหรือไม่”

                เฉินเกออยากตามหาหญ้าฟั่นอินให้เจอไวๆ เพื่อนำไปช่วยอาจารย์ เขาจึงไม่ได้คิดมากพยักหน้าตอบตกลงออกไปทันที “เชิญพูดมาได้เลย ข้าตอบตกลงทั้งนั้น”

                “นอกจากที่อารามของอาตมาแห่งนี้แล้ว อาตมายังได้ยินมาอีกว่าแถวทะเลทรายทางซีเป่ยมีที่ซ่อนสมบัติซึ่งบรรดาเทพเซียนทิ้งเอาไว้ให้ในที่ซ่อนสมบัตินั้นมีต้นหญ้าฟั่นอินอยู่” ไต้ซือลูบเคราพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงมีลับลมคมใน

                หนิงมู่ฉือรับรู้ได้ว่ามีบางสิ่งแปลกๆนางได้ยินมานานแล้วว่าทะเลทรายแห่งนั้นมีอันตรายมากมายแบบนี้ไม่เท่ากับส่งจอมยุทธ์น้อยเฉินไปตายหรอกหรือ ไต้ซือผู้นี้ดูท่าไม่ใช่ไต้ซือธรรมดาแบบที่ท่านตาบอกเลยหากมีที่ซ่อนสมบัติอย่างที่ไต้ซือว่ามาจริง มันจะยังอยู่จนถึงป่านนี้หรือเวลาผ่านมาจนป่านนี้แล้ว เหตุใดถึงไม่มีผู้ใดไปตามหา ไต้ซือผู้นี้กำลังหลอกใช้จอมยุทธ์น้อยเฉิน

                นางจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมา “ไต้ซือท่านคิดจะให้พวกเราไปตามหาสมบัติแทนท่าน ของแลกเปลี่ยนนี้มันไม่เกินไปหน่อยหรือ”

                ไต้ซืออู๋เลี่ยงมองหนิงมู่ฉืออย่างตกตะลึงครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วห้อง หนิงมู่ฉือจึงยกมือปิดหู “หลานสาวของสกุลซั่งกวนนี่ช่างฉลาดหลักแหลมและมีไหวพริบเสียจริงจุดนี้สีกาเหมือนมารดายิ่ง”

                “ไต้ซือรู้จักมารดาของข้าด้วยหรือ”

                “อาตมาเคยมีวาสนาได้คุยกับนางสองสามประโยค”ตอนที่ไต้ซือกล่าวประโยคนี้ใบหน้าฉายแววอ่อนโยน

                นางรู้สึกไม่ดีกับไต้ซือผู้นี้เป็นอย่างยิ่งคิดจะใช้มารดามาเป็นหัวข้อเพื่อใกล้ชิดนาง ฉลาดมาก

                เฉินเกอกอดดาบนั่งพิงประตู ขมวดคิ้วพลางเอ่ยถาม “ข้าจะหาที่ซ่อนสมบัตินั้นเจอได้อย่างไร”

                “วันนี้อาตมารู้สึกไม่ค่อยสบายพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” เอ่ยจบก็ไล่ทั้งสองคนออกจากเรือนไม้ไผ่ก่อนจะปิดประตู

                เฉินเกอดูไต้ซือผู้นี้ไม่ออก เขายืนนิ่งอย่างใช้ความคิดอยู่นานรู้ตัวอีกทีก็พบว่าหนิงมู่ฉือหายไป เขาตกใจอย่างยิ่ง รีบออกวิ่งตามหานางทันที

                วิ่งหาอยู่นานก็ไม่เจอแม้แต่เงาของนาง เขาวิ่งหาอีกรอบในที่สุดก็เจอนางกำลังนั่งโยนหินลงบนแม่น้ำอย่างเบื่อหน่าย เขาส่ายหน้าอย่างอ่อนใจพร้อมกับเดินตรงเข้าไปหา

                หนิงมู่ฉือได้ยินเสียงฝีเท้าของเฉินเกอที่กำลังเดินเข้ามาจึงหันไปมองเห็นอีกฝ่ายส่งยิ้มมาให้ ทว่าตอนนี้นางยิ้มไม่ออกจริงๆทำได้แค่อย่างเดียวคือถอนหายใจออกมา

                “เหตุใดท่านถึงไม่บอกข้าว่ามาที่นี่เพื่อต้องการตามหาหญ้าฟั่นอิน”

                “ข้าแค่กลัวว่าเจ้าจะเป็นกังวล ข้าก็เลย…” เฉินเกอมีสีหน้าลำบากใจขณะเอ่ยความคิดของตัวเองออกมา

                หนิงมู่ฉือส่ายหน้า ยื่นมือไปตบไหล่พลางเอ่ยอย่างโล่งใจ “จอมยุทธ์น้อยเฉิน ข้าอยากรู้ว่าท่านอยากช่วยอาจารย์ของท่านแต่ข้ารู้สึกว่าไต้ซือผู้นั้นมีบางสิ่งแปลกๆ ท่านต้องระวังตัวให้ดี”

                เฉินเกอพยักหน้า ทว่ายังคงขมวดคิ้วอยู่เช่นเดิม

                หนิงมู่ฉือมองท้องฟ้าด้านนอกอารามซึ่งเริ่มมีเมฆครึ้ม นางเอ่ยอย่างกังวลใจ“ดูท่าวันนี้พวกเราคงกลับออกไปไม่ได้แล้วฝนกำลังจะตกในอีกไม่ช้า”

                เฉินเกอมองอย่างอาลัยอาวรณ์ขณะกล่าวอย่างลำบากใจ “พรุ่งนี้ข้าจะลองไปเสี่ยงโชคที่ทะเลทรายแห่งนั้นดูอาการป่วยของอาจารย์ข้ารอไม่ไหวอีกแล้ว”

     

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663