ตอนที่ 28 สายจากแฟนเก่า
กัวเทียนหยิบโทรศัพท์ออกมา ถ่ายนามบัตรไว้แล้วส่งให้ป๋ายอันเพื่อนสนิทของเขา ก่อนจะส่งข้อความตามไป ‘สืบเรื่องคนนี้ด้วย’
จากนั้นป๋ายอันก็ส่งกลับมาสองคำ ‘รับทราบ!’
กัวเทียนโบกตลับนามบัตรในมือพลางเอ่ย “ผมขอเก็บตลับนามบัตรนี้ไว้นะ.”
“เอาไปสิ ผมไม่ได้ใช้อยู่แล้ว” มู่เจ๋ออวี่พยักหน้า
ขณะที่พูดโทรศัพท์ของมู่เจ๋ออวี่ก็พลันดังขึ้น นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาได้ยินเสียงโทรศัพท์ในช่วงเวลากว่าครึ่งเดือนที่อาศัยในหมู่บ้านสุ่ยเซียง
ครั้งแรกเป็นสายจากอวี๋ซย่า ถามว่าเขาอยู่ที่ไหน แต่เขาไม่ยอมบอก หลังรู้ว่าตัวเองถูกบริษัทยกเลิกสัญญาก็บอกกับอวี๋ซย่าว่า เขาออกตระเวนท่องเที่ยว ยังไม่รู้วันกลับ บอกให้อีกฝ่ายไม่ต้องห่วง และไม่ต้องโทรมาบ่อยๆ
จากนั้นอวี๋ซย่าก็ไม่เคยโทรมาอีกเลย
เพราะฉะนั้นตอนนี้ การที่จู่ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา ทำให้เขากับกัวเทียนจดจ้องกระเป๋าเขาเป็นตาเดียว
ผ่านไปพักใหญ่เขาถึงรู้ตัวว่าเป็นโทรศัพท์ตัวเองที่ดัง
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู พอเห็นชื่อที่แสดงสีหน้าก็เปลี่ยนไปในฉับพลัน ก่อนลุกขึ้นเดินออกไป
หลังออกจากห้อง มู่เจ๋ออวี่ก็มาอยู่ที่ลานบ้าน นั่งลงใต้ต้นไม้
จากนั้นจึงกดรับสายแล้วยกโทรศัพท์แนบหู ไม่รอให้เขาพูดอะไร ปลายสายก็พูดประโยคที่ทำเอามู่เจ๋ออวี่สีหน้าครึ้มลงในบัดดล “นายยังไม่ตายอีกเหรอเนี่ย!”
มู่เจ๋ออวี่ตอบกลับเสียงเข้ม “ทำไมล่ะ ผิดหวังเหรอ”
แฟนที่คบกันมาหลายปี ไม่เพียงแต่ร่วมมือกับคนอื่นให้ร้ายเขา ซ้ำร้ายในสถานการณ์ที่เขาไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนหลังเกิดเรื่องอีก สายแรกที่โทรมาไม่ใช่เพื่อถามไถ่ กลับถามว่าเขาตายหรือยัง ช่างน่าสลดสิ้นดี
แต่เดิมก็ไม่นึกอาลัยอาวรณ์ต่อความสัมพันธ์ครั้งนี้อยู่แล้ว ตอนนี้ไม่ใช่แค่ไม่อาลัยอาวรณ์ แต่ยังรู้สึกเกลียดชังผู้หญิงที่อยู่ปลายสายขึ้นมาด้วย
เขาไม่คิดจริงๆ ว่าตัวเองจะรักคนแบบนี้ สงสัยตอนนั้นขี้ตาคงบังตาถึงได้มองคนผิดไป
“มู่เจ๋ออวี่ นายอย่ามาปรากฏตัวต่อหน้าฉันอีกจะดีที่สุด ตอนนี้ฉันมีความสุขมาก อาหมิงขอฉันแต่งงานแล้ว อีกไม่นานฉันจะได้แต่งเข้าตระกูลไฮโซ นายเลิกคิดเรื่องคืนดีกับฉันซะ!” หลินลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอำมหิต
มู่เจ๋ออวี่แค่นหัวเราะ “เธอสำคัญตัวเองเกินไปแล้ว ฉันน่ะเหรออยากคืนดีกับเธอ ทั้งชีวิตนี้ก็ไม่มีวัน!”
“นาย!” หลินลี่คล้ายคิดไม่ถึงว่ามู่เจ๋ออวี่จะไม่ไว้หน้ากันขนาดนี้ เธอแค่นเสียงเย็นเอ่ยว่า “ได้! นายพูดเองนะ ถึงเวลาอย่ามาขอร้องอ้อนวอนฉันแล้วกัน! อ้อ จริงสิ เกือบลืมไป นายพอใจกับว่าที่สามีของนายไหมล่ะ”
หลังถ้อยคำนี้ เสียงหัวเราะโหดเหี้ยมของหลินลี่ก็ดังมาจากปลายสาย บาดเข้าไปในแก้วหูมู่เจ๋ออวี่
“ฝีมือเธอเองเหรอ!” สีหน้ามู่เจ๋ออวี่เย็นชาลงเรื่อยๆ
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม ฉันจะบอกนายให้นะ ถึงหนีไปได้ก็เปล่าประโยชน์ ตอนนี้คนคนนั้นกำลังตามหานายให้ควั่ก เขาไม่ใช่คนที่ใครจะแหย็มได้ง่ายๆ หรอกนะ นายรอโดนเขาเล่นงานจนตายไปเถอะ!”
กล่าวจบ หลินลี่ก็เป็นฝ่ายตัดสายก่อน มู่เจ๋ออวี่มองโทรศัพท์ ความโมโหที่อัดอั้นอยู่ไม่มีที่ระบาย เขาจึงเงื้อมือทำท่าจะปาโทรศัพท์ แต่ถูกมือข้างหนึ่งจับไว้ “เขวี้ยงมือถือเพราะหญิงเกาะผู้ชายกินคนหนึ่งคุ้มตรงไหน ใจเย็นๆ ก่อน”
เสียงของกัวเทียนดังอยู่เหนือหัวมู่เจ๋ออวี่ เขาชะงัก ลองขยับมือดู ก็พบว่าข้อมือตรงที่ถูกกำไว้ร้อนผ่าวเป็นพิเศษ
“อื้อ…”
ไม่รู้เพราะอะไร อยู่ๆ มู่เจ๋ออวี่ก็รู้สึกรุ่มร้อนในใจ เขาบิดข้อมือให้หลุดออกจากมือกัวเทียน ความไม่สบอารมณ์ที่เกิดจากหลินลี่ถูกเขาลืมไปจนสิ้น
“ถ้าไม่มีธุระ ช่วยเข้าไปในตำบลกับผมที ผมต้องไปซื้อเมล็ดและต้นอ่อนผัก” กัวเทียนกล่าว
มู่เจ๋ออวี่ยังจมดิ่งอยู่กับความไหวหวั่นเพียงเสี้ยววินาทีที่ได้รับจากการถูกกัวเทียนกำมือ พอได้ยินที่กัวเทียนบอกก็พยักหน้าด้วยท่าทางล่องลอย “ได้สิ”