นางพราย กระหายรัก

    ตอนที่ 21: แขกกลุ่มใหม่กับความวิปลาส


    เสียงกรีดร้องปานจะขาดใจของสุดาดังทะลุม่านหมอกหนาทึบยามเช้าของคุ้งแม่น้ำยม ทันทีที่ขบวนรถยนต์หรูแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าอาคารต้อนรับของที่พักตากอากาศริมน้ำ ท่ามกลางละอองน้ำค้างและกลิ่นดินชื้นจากลมพายุที่เพิ่งผ่านพ้นไป ความหวาดระแวงและประสาทหลอนทำให้สุดาที่เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนโคลนแห้งกรังวิ่งเตลิดออกมาชี้หน้าตะโกนด่าทอผู้มาเยือนราวกับเห็นเพชฌฆาตที่กำลังจะมาปลิดชีวิตของตนเอง

    "พวกแกมาทำไม! พวกแกฆ่ารัญจวน! หล่อนคอยยืนแสยะยิ้มเหนือน้ำยมกวักมือเรียกพวกแกแล้ว! ออกไป! รีบออกไปจากที่นี่ซะ!" สุดาแผดเสียงร้องโวยวายแสบแก้วหู เนื้อตัวสั่นงันงกคล้ายคนเป็นบ้า พยายามจะพุ่งเข้าหาผู้มาเยือน ทว่าฝ้ายต้องรีบกอดเหนี่ยวรั้งร่างของพี่สะใภ้ไว้ด้วยเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่น้อยนิด

    ผู้ที่ก้าวลงจากรถคนแรกคือ นนท์ นักลงทุนหนุ่มมาดเเนี้ยบในชุดเสื้อเชิ้ตดูหรูหรา คู่เดินทางมากับ มิว ไฮโซสาวภรรยาผู้หยิ่งยโสและเชิดหน้ามองโลกด้วยความดูถูก ตามมาด้วย พีท สถาปนิกออกแบบภายในชื่อดัง และ เกล ภรรยาสาวหน้าตาสะสวยผู้มีนิสัยหึงหวงรุนแรง ทั้งสี่คนขมวดคิ้วจ้องมองภาพอุจาดตาเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกอึดอัดรังเกียจ

    มิวเดินก้าวถอยห่างยกมือขึ้นโบกปัดฝุ่นผงและกลิ่นอายชื้นดินอย่างหยิ่งจองหอง "ยัยคนบ้าประสาทกลับคนนี้เป็นใครกันคิว? ทำไมที่พักตากอากาศระดับหรูหราที่คุณร่วมหุ้นลงทุนถึงปล่อยให้มีคนเสียสติเพ้อละเมอออกมายืนตะโกนด่าทอลูกค้าแบบนี้! มันทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิดเสียบรรยากาศหมดตั้งแต่วันแรกที่มาถึง!"

    "คุณนนท์คะ คุณพีทคะ ฝ้ายขอเตือนด้วยความหวังดี!" ฝ้ายกระชับอ้อมกอดกั้นตัวสุดาที่ดิ้นรนพลางร้องไห้เตือนสติตะโกนฝ่าลมเย็น "ที่นี่ไม่ปลอดภัย! มีบางอย่างแอบแฝงอยู่ในแม่น้ำยมนี้ มันกำลังจ้องเอาชีวิตพวกคุณ! รีบเลี้ยวรถกลับกรุงเทพฯ ไปตอนนี้เดี๋ยวนี้เลยเถอะค่ะ อย่าอยู่ที่นี่เด็ดขาด!"

    พีทหัวเราะขบขันในลำคอ แววตาฉายประกายความสมเพชอย่างปิดไม่มิด "คุณฝ้ายครับ... คุณเครียดเรื่องงานก่อสร้างโครงการริมแม่น้ำจนสมองเลอะเลือนประสาทเสียตามพี่สะใภ้คุณไปอีกคนแล้วเหรอครับ? แม่น้ำยมก็แค่น้ำไหลผ่านตลิ่งธรรมดา จะมีปีศาจร้ายอะไรกัน โลกยุคนี้เขาไปถึงไหนแล้ว เลิกทำตัวงมงายไร้สาระเถอะครับ"

    นนท์ส่ายศีรษะมองฝ้ายด้วยสายตาเย็นชาเหยียดหยัน "นั่นสิฝ้าย คิวเขากำลังทำธุรกิจใหญ่ร่วมลงทุนสร้างอนาคตเพื่อแต่งงานกับเธอ แต่เธอกลับพาคนบ้ามาสร้างเรื่องโวยวายวุ่นวายด่าทอลูกค้าหุ้นส่วนในโถงต้อนรับต่อหน้าคนงานก่อสร้างมากมาย เสียเกียรติและทำลายชื่อเสียงโครงการนี้หมดเลยนะ ถ้ารู้ตัวว่าคุมสติไม่อยู่ก็ไปนอนเงียบๆ ในห้องเถอะ"

    คิวเดินสับเท้าก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตึงเครียดจัด ชายหนุ่มตรงเข้ากระชากแขนฝ้ายออกห่างจากสุดาและตวาดใส่เสียงดังด้วยความโกรธจัด "ฝ้าย! หุบปากและลากพี่สุดากลับเข้ากระท่อมเรือนไม้หลังริมน้ำไปซะ! ถ้าเธอยังกล้าพล่ามเรื่องผีสางปัญญาอ่อนทำลายชื่อเสียงธุรกิจของผมอีก ฉันจะสั่งให้คนงานโยนกระเป๋าเสื้อผ้าของพวกเธอออกไปนอกที่พักตากอากาศเดี๋ยวนี้เลย! เลิกมาทำตัวขวางหูขวางตาไร้ประโยชน์ได้แล้ว!"

    ฝ้ายมองหน้าคิวสะอื้นไห้น้ำตาร่วงพรูด้วยความปวดใจเจียนตาย "คิว! คุณโดนเป่าหูจนหน้ามืดตามัวมองไม่เห็นความจริงแล้วเหรอ! คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าพงศธรเพิ่งพลัดตกน้ำยมสูญหายไปในพายุกระหน่ำเมื่อคืนนี้! คุณจำสัญญาของเราไม่ได้เลยเหรอคิว!"

    คิวจ้องมองฝ้ายด้วยสายตาว่างเปล่าเฉยชาและเอ่ยกระด้าง "พงศธรแค่พลัดตกน้ำตกเรือเพราะความซุ่มซ่ามของตัวเอง เจ้าหน้าที่และคนงานกำลังระดมพลหาตัวอยู่ริมแม่น้ำ เลิกเอาความเครียดส่วนตัวมาปนกับงานและโยนความผิดให้สิ่งลี้ลับได้แล้ว! พาคนบ้ากลับไปขังซะ!"

    ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดหนักหน่วงและฝ้ายสะอื้นกอดประคองสุดาด้วยหัวใจที่แหลกพังทลาย รันปรากฏตัวขึ้นจากหลังฉากไม้สักแกะสลักในชุดพนักงานต้อนรับสีหวานสะอาดตา สะพรั่งด้วยใบหน้าจิ้มลิ้มไร้เดียงสา หล่อนก้มศีรษะลงช้าๆ นำแก้วน้ำมะตูมอุ่นโชยกลิ่นหอมชวนอบอุ่นคลายความหนาวเย็นเข้ามาส่งมอบบริการต้อนรับแขกทุกคนอย่างอ่อนน้อมถ่อมตนมีมารยาท

    "ยินดีต้อนรับคุณนนท์ คุณมิว คุณพีท และคุณเกล เข้าสู่ที่พักตากอากาศริมน้ำยมนะคะ... รันต้องขออภัยแทนคุณฝ้ายและคุณสุดาด้วยนะคะที่ทำเสียงดังรบกวนความสงบ รันจัดเตรียมน้ำดื่มสมุนไพรอุ่นๆ และเตรียมบ้านพักส่วนตัวพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวหลังริมตลิ่งไว้ต้อนรับพวกคุณเรียบร้อยแล้วค่ะ ให้รันนำทางพาไปพักผ่อนคลายความเหนื่อยล้าก่อนนะคะ" รันเอ่ยเสียงหวานนุ่มนวลปาดหยดน้ำตาคลอเบ้าแสร้งทำน่าสงสารอย่างพินอบพิเทา

    พีทหันมองรันทันที แววตาของสถาปนิกหนุ่มจับจ้องทรวดทรงอรชรภายใต้เสื้อต้อนรับแนบเนื้อด้วยความรู้สึกหลงใหลและชื่นชมในความจิ้มลิ้มพริ้มเพราอย่างรวดเร็ว ในขณะที่นนท์สบประสานสายตากับดวงตาซื่อตรงของรัน แล้วพลันรู้สึกอุ่นวาบซาบซ่านแล่นพุ่งลึกเข้าไปในทรวงอก ศักดิ์ศรีและความรู้สึกเด่นในความเป็นชายของนนท์ที่มักโดนมิวภรรยาหลวงจิกหัวข่มขู่ต่อหน้าคนในสังคมเมืองหลวง พลันได้รับการปลุกตื่นขึ้นด้วยสายตาเทิดทูนพินอบพิเทาจากสาวชาวบ้านผู้อ่อนโยนคนนี้ ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองพบลานพักใจที่ตามหามานาน

    "อืม... ขอบใจนะรัน หน้าตาก็จิ้มลิ้มน่ารัก แถมยังรู้จักหน้าที่ดูแลใส่ใจบริการลูกค้าดีกว่าคนใกล้ตัวบางคนเยอะเลย" พีทเอ่ยชมเชยเสียงหยาดเยิ้มพลางปรายสายตามองเกลผู้เป็นภรรยาของตน เกลขบกรามแน่นกอดอกไม่พอใจแต่ก็พยายามสงบอารมณ์เพื่อไม่ให้เสียภาพลักษณ์ต่อหน้าหุ้นส่วน

    รันก้มหน้าน้อมรับคำชม แสร้งก้าวเท้านำทางพาแขกทุกคนเดินลัดเลาะผ่านสวนหินตกแต่งไปส่งยังบ้านพักตากอากาศริมน้ำ คิวและพนักงานต้อนรับคนอื่นๆ ต่างพากันจัดแจงแยกย้าย ฝ้ายจำยอมพยุงสุดาที่เหนื่อยล้าเดินหนีกลับเข้าไปยังกระท่อมที่พักตากอากาศหลังเล็กท้ายป่าไผ่อย่างสิ้นหวังและระทมใจ

    ในระหว่างทางเดินปูแผ่นหินที่แคบและล้อมรอบด้วยกอไผ่ชื้นแฉะ รันก้าวเดินนำทางถือกระเป๋าเดินทางใบย่อมของนนท์อยู่ข้างหน้า นนท์จงใจเร่งฝีเท้าขึ้นจนก้าวเดินเคียงข้างกับรันอย่างใกล้ชิด ชายหนุ่มทอดสายตามองลาดไหล่กลมกลึงและแผ่นหลังบอบบางของสาวบ้านนอกที่ขยับไหวตามจังหวะเดินอย่างมีเสน่ห์ดึงดูด ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายเมื่อเห็นผิวเนียนละเอียดที่มีละอองน้ำค้างเกาะพราวสะท้อนแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า ผสมผสานกับกลิ่นหอมของดอกลำเจียกป่าที่โชยมาจากกายของหล่อนจนทำให้เขาเกิดแรงปรารถนาคุกรุ่นขึ้นในอกอย่างห้ามไม่อยู่

    ทันใดนั้น รันแสร้งสะดุดถอยเท้าเหยียบก้อนหินที่ปกคลุมด้วยมอสลื่น หล่อนร้องอุทานเสียงหวานเบาๆ เอี้ยวลำตัวอ่อนละมุนและก้นงอนอวบแน่นสะบัดเบียดชิดกระแทกเข้าหาหน้าขาและท่อนล่างของนนท์อย่างจงใจ กลิ่นกายเนื้อสาวผสมผสานกลิ่นดอกลำเจียกป่าฉุนเฉียวยวนใจโชยเข้าปะทะโสตประสาทของชายหนุ่มสะกดอารมณ์ความใคร่ตามธรรมชาติให้เตลิดพล่าน

    นนท์รีบเอื้อมมือหนาเข้าโอบรัดเอวบางของรันไว้แน่นหนา ดึงร่างของหล่อนเข้าชิดแผงอกกว้าง สัมผัสถึงแผ่นหลังนุ่มนิ่มและความเต่งตึงของทรวงอกงามที่บดเบียดสั่นไหวอยู่ใต้ร่มผ้าเปียกชื้น นนท์กลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก จ้องมองริมฝีปากอมชมพูระเรื่อและลำคอขาวระหงของหญิงสาวด้วยแรงปรารถนาอันรุนแรงที่พวยพุ่งขึ้นมา ชายหนุ่มแกล้งลูบไล้ฝ่ามือหนาบีบเค้นเอวคอดกิ่วของหล่อนแผ่วเบาเพื่อลิ้มลองสัมผัสเนื้อสาว ก่อนจะรีบปล่อยมืออย่างอ้อยอิ่งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของมิวและเกลที่เดินตามหลังมาไกลๆ ใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้นปนหวาดเสียว

    "ขอโทษค่ะคุณนนท์... รันซุ่มซ่ามเองค่ะเกือบทำคุณนนท์ล้มไปด้วย" รันกระซิบเสียงหวานระริกเหนียมอายใบหน้าขึ้นสีแดงฝาด ช้อนแววตาหยาดเยิ้มสบตานนท์อย่างมีความหมายลึกซึ้ง "คุณนนท์มีอะไรให้รันช่วยเหลือหรือคอยรับใช้อีก เรียกหารันได้ตลอดเวลาเลยนะคะ รันพร้อมดูแลคุณนนท์เสมอค่ะ"

    นนท์ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบตอบเสียงแผ่วใกล้ใบหูของหล่อน แววตาเต็มไปด้วยประกายชู้สาวท้าทาย "แล้วถ้าฉันอยากให้เธอเข้ามาดูแลเรื่องอื่นในห้องนอนส่วนตัวของฉันล่ะรัน... เธอจะมาคอยดูแลฉันคนเดียวได้ไหม?"

    รันก้มหน้าบิดนิ้วมือเหนียมอาย แสร้งทำชดช้อยน่ารักน่าเอ็นดู "ถ้าคุณนนท์ต้องการแบบนั้นจริงๆ... คืนนี้รันจะแอบมารอดินเนอร์ส่วนตัวดูแลบริการที่หลังบ้านพักสระว่ายน้ำส่วนตัวนะคะ ขอเพียงแค่คุณนนท์ไม่เบื่อสาวบ้านนอกอย่างรันก็พอค่ะ"

    คำพูดและสายตาเชื่อมโยงจุดประกายความปรารถนาในอกของนนท์จนพุ่งทะยาน ชายหนุ่มลุ่มหลงในท่าทางเรียบร้อยและคำเชิญชวนแสนหวานออดอ้อนนั้นทันที หัวใจเต้นรัวคุกรุ่นด้วยแรงเสน่หาดึงดูดและเริ่มวางแผนการที่จะลอบหนีออกไปพบกับหล่อนริมสระน้ำส่วนตัวยามค่ำคืน ชายหนุ่มนึกฝันถึงเรือนร่างนวลผ่องสะท้านตาที่จะได้เชยชมในความเงียบสงัด โดยไม่สนใจความถูกต้องหรือเสียงบ่นด่าข่มขู่จากมิวภรรยาของตนเองเลยแม้แต่น้อย

    มิวและเกลเดินตามมาหยุดกอดอกจ้องมองร่างของรันด้วยสายตาเหยียดหยามและชิงชัง มิวสะบัดเสียงห้วนอย่างหยิ่งยะโส "นังเด็กคนนี้ทำตัวประจบประแจงสะดีดสะดิ้งแสดงจริตมารยาอ่อยผู้ชายอ่อยผู้ชาย หวังจะเกาะขาหุ้นส่วนอย่างพวกเราเพื่อยกระดับตัวเองล่ะสิ น่ารังเกียจจริงๆ พีทกับนนท์ก็อย่าไปสนใจคำพูดของพวกเด็กเสิร์ฟคนงานไร้ราคาพวกนี้เลยค่ะ"

    รันน้อมตัวเดินแยกย้ายเลี่ยงหนีกลับออกไป ทว่าทันทีที่หล่อนหันหลังกลับเดินลึกเข้าไปในป่าไผ่ริมตลิ่งชัน แววตาแสนซื่อเปราะบางที่เคยแสดงละครตบตาคนเมืองหลวงพลันอันตรธานหายไปจนสิ้น แววตาของรันกลับแปรเปลี่ยนเป็นประกายสีเขียวมรกตเรืองโรจน์ส่องสว่างสะท้อนในความมืดสลัว