หวงหลานที่เหม่อลอยอยู่จึงได้สติ ค่อยๆหันหน้ามามองไป๋เจียอีเอ่ย
“บะ…บ่าว…เข้าใจคุณหนู หากวันนี้คุณหนูไม่ฆ่าพวกมันพวกมันก็จะฆ่าพวกเรา แล้วจะบอกว่าคุณหนูโเี้ได้อย่างไรเ้าคะ ที่บ่าวใกลัวเป็เพียงว่านี่เป็ครั้งแรกที่บ่าวได้พบเจอกับเหตุการณ์นองเืต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ต่อไปก็คงจะคุ้นชินไปเองเ้าค่ะ”
ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า…!
ไป๋เจียอีหัวเราะอย่างชอบใจ : “นี่เ้ายังหวังให้มีครั้งหน้าอยู่อีกรึ”
หวงหลาน: “มะ…ไม่…ใช่แบบนั้นนะเ้าคะ บ่าวแค่อยากจะบอกว่าไม่ว่าคุณหนูจะทำอะไรบ่าวก็พร้อมที่จะสนับสนุนคุณหนูเ้าค่ะ”
ไป๋เจียอี: “หวงหลานเป็เด็กดี เชื่อฟังจริงๆ”
ห่วงหลาน: "..."
บางทีคุณหนู ก็ดูเหมือนผู้ใหญ่จนเกินไป แต่บางครั้งก็เหมือนเด็กในเวลาเดียวกัน นางมึนงงและสับสนไปหมดแล้ว
ไป๋เจียอีไม่รอช้าเอ่ยต่อ : “ป่ะ…ไปไหว้พระขอพรพระพุทธองค์กัน จะได้ทำให้ความปรารถนาของจางซื่อเป็จริง”
นางเน้นคำว่าความปรารถนาของจางซื่ออย่างหนักหน่วง หวงหลานย่อมเข้าใจสิ่งที่คุณหนูของตน้าสื่อออกมา จึงพยักหน้าลุกขึ้นเดินตามคุณหนูขึ้นเขาไป
เช้ง!…เช้ง!…เช้ง…! เสียงดาบปะทะกันอย่างหนักหน่วงหลังจากเดินมาได้เพียงนิดเดียว
ไป๋เจียอี: “หวงหลาน เ้ากลัวหรือไม่”
หวงหลาน: “มีคุณหนูอยู่บ่าวไม่กลัวเ้าค่ะ”
ไป๋เจียอีคลี่ยิ้มที่แสนจะอันตรายออกมา จนทำให้หวงหลานที่ยืนดูอยู่รู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูกนางรู้สึกว่าบางที นี่อาจเป็ตัวตนที่แท้จริงของคุณหนูก็เป็ได้
หวงหลาน: “คุณหนูรอบ่าวด้วยเ้าค่ะ”
ใครเป็คนบงการพวกเ้าให้มาฆ่าข้ากันแน่!
เสียงหนุ่มน้อยวัย 11 ปี ที่มีใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตรบน์เอ่ยปากถามมือสังหารฝ่ายตรงข้ามที่มีมากถึง 50 คน ตัวเขานั้นถูกองครักษ์หลาย 10 คน ปกป้องไว้อยู่ตรงกลางเป็อย่างดีเดิมทีฝ่ายองครักษ์ของหนุ่มน้อยมีมากถึง 40 คน แต่ถูกฆ่าตายเหลือแค่ 10 คน ที่สะบักสะบอมสภาพกำลังจะตายแหล่มิตายแหล่
“ไปถามเอากับยมบาลเถอะองค์ชายใหญ่”
พวกเราฆ่า!
ไป๋เจียอีมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างเฉยชาปากก็เอ่ยพึมพำกับตัวเอง : “อ่อนหัดสิ้นดี”
แต่เสียงของนางนั้นไม่เบา ทำให้ทุกคนที่กำลังฆ่าฟันกันอย่างดุเดือดอยู่นั้นถึงกับต้องหยุดชะงักชั่วคราวด้วยความแปลกใจ แล้วหันหน้ามาจ้องมองคนพูด พอเห็นว่าคนที่พูดนั้นเป็ใครพวกเขาถึงกับมีสีหน้าตกตะลึงจนปากอ้าตาค้าง
เด็กยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนี้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกันและนางมาั้แ่เมื่อไหร่เหตุใดพวกเขาที่มีวรยุทธสูงๆ และเก่งกาจขนาดนี้จึงไม่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวได้เลย มือสังหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหานางกะจะให้ใช้ดาบแทงนางให้ตายเสีย คนที่เห็นเหตุการณ์นี้ไม่ว่าจะเป็ใครมันก็ต้องตายสถานเดียว!
ไป๋เจียอีหรี่ตาแคบลง เดิมทีนางแค่อยากจะยืนชมดูฝีมือนักฆ่าของโลกใบนี้สักหน่อยเท่านั้นเอง ไม่คิดอยากจะสอดมือเข้าไปยุ่งแต่อย่างใด แต่ก็อย่างว่าไม่เดินเข้าไปหาเื่ เื่ก็ดันเดินเข้ามาหาเองซะอย่างงั้น ถ้างั้นก็อย่าหาว่าข้าผู้นี้โเี้ก็แล้วกัน! มือสังหารเพิ่งจะง้างดาบขึ้น
ไม่นะ! เสียงร้องะโของหนุ่มน้อยดังขึ้นอย่างสิ้นหวังแต่แล้ว
ฉับ! มีดสั้นบินไปตัดลำคอของมือสังหารคนนั้นขาดกระเด็นอย่างง่ายดาย เืพุ่งสาดกระเซ็นราวน้ำฝน
เงียบ!
ทุกคนเงียบกริบ…ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจแรง
ทุกอย่างเหมือนถูกหยุดเวลาไว้ ไป๋เจียอีคลี่ยิ้มอย่างเ็าโฉบไปหยิบหัวมือสังหารคนนั้นขึ้นมาแล้วค่อยๆ หมุนหัวมันเข้ามาหาตนเพื่อดูใบหน้าที่กำลังใและหวาดกลัว นางเอ่ยอย่างอ่อนโยน
“บอกข้าสิ เ้าจะฆ่าข้าได้อย่างไรกันนะ”
จากนั้นรอยยิ้มของนางก็หายไปภายในชั่วพริบตาแทนที่ด้วยความเ็าและไอสังหารอันเข้มข้น เขวี้ยงศีรษะที่ถืออยู่ไปทางกลุ่มคนที่ยืนแข็งทื่อ ปากอ้าตาค้างมองนางอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น
ไป๋เจียอี: “มันผู้ใด้าลิ้มรสฝีมือของข้าผู้นี้อีก ก็ดาหน้ากันเข้ามาได้เลย”
มือสังหารกลุ่มนั้นรวมถึงองครักษ์ของคนที่ถูกเรียกว่าองค์ชายใหญ่ต่างพากันถอยหลังกรูด
เป็เวลาพักใหญ่ถึงตั้งสติได้… “นี่พวกเขาเป็อะไรกันไปหมดแล้วแค่เด็กน้อยตัวเล็กๆ อายุน่าจะราวๆ 5-6 ปี เท่านั้นก็นึกกลัวกันแล้วหรือ ช่างน่าขันยิ่งนัก”
มือสังหาร 50 คนคิดได้ดังนั้น ก็พากันดาหน้าเข้าไปโจมตีนางทันทีแต่แล้วเสียง
ฉึก…! ฉึก…! ฉึก…!
ก็ดังถี่รัวๆ จนนับครั้งไม่ถ้วน สาวน้อยที่แสนจะน่ารักน่าชังคนนั้นไม่รู้นางใช้วิธีใด เห็นเพียงเงาที่วูบไหวผ่านไปมาอย่างรวดเร็วเท่านั้นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากเงานั้นหายไปก็คือหัวของมือสังหารแต่ละคนก็หลุดออกจากบ่าทันที เืพุ่งสาดกระเซ็นเป็น้ำพุเืช่างดูสยดสยองยิ่งนัก
ตุบ! หัวสุดท้ายของมือสังหารตกลงพื้นพร้อมกับการปรากฏตัวของสาวน้อยวัย 5 ปี
ไป๋เจียอี: “รนหาที่ตาย” นางกล่าวอย่างเ็า
คุณหนู…!
เสียงร้องะโที่ใสุดขีดดังขึ้นอย่างกะทันหัน หวงหลานที่เพิ่งมาถึง เห็นคุณหนูของตนยืนอยู่ท่ามกลางมนุษย์ไร้หัวที่เหมือนกับชายชุดดำ 2 คนก่อนหน้านั้นไม่มีผิดเพี้ยนก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือฝีมือของคุณหนูของตนเป็แน่ นางทั้งใที่มีมือสังหารมากมายขนาดนี้ แต่ก็ดีใจที่คุณหนูของตนนั้นยังอยู่รอดปลอดภัยดีตอนนี้ห่วงหลานไม่ได้สนใจคนที่นอนตายหัวหลุดจากบ่าเลยแม้แต่น้อยสาวเท้าวิ่งเข้าไปกอดคุณหนูทั้งจับนางพลิกหน้าพลิกหลังดูาแจากนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
หวงหลาน: “ต่อไปคุณหนูห้ามทิ้งบ่าวแล้วแอบมาต่อสู้ตามลำพังแบบนี้อีกนะเ้าคะ มันทำให้บ่าวกลัวแทบแย่”
ไป๋เจียอี: “ใครใช้ให้เ้าวิ่งช้ากันเล่า ข้าก็อุตส่าห์ผ่อนฝีเท้ารอเ้าตั้งนานแล้วนะ”
หวงหลาน : หึ! “ไม่รู้แหละ อย่างไรวันนี้คุณหนูก็ต้องสัญญากับบ่าวว่าจะไม่ทิ้งบ่าวเหมือนวันนี้อีกแล้ว ไม่อย่างนั้นบ่าวจะรายงานเื่ที่เกิดขึ้นให้นายท่านผู้เฒ่ากับฮูหยินผู้เฒ่ารวมทั้งนายท่านทราบ ต่อไปคุณหนูก็จะไม่ได้ออกมาเล่นซนข้างนอกอีกแล้วนะ เ้าคะ”
ไป๋เจียอี: “หวงหลานเด็กดี เ้าห้ามบอกใครเด็ดขาดเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้เข้าใจหรือไม่ โดยเฉพาะกับ 3 คนนั้น”
หวงหลาน: “งั้นคุณหนูก็ต้องสัญญากับบ่าวก่อนนะเ้าคะ”
ไป๋เจียอี: “ได้…ข้าสัญญา พอใจหรือยัง”
หวงหลานคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ : “ตกลงตามนี้เ้าค่ะ”
หนุ่มน้อยวัย 11 ปี กับองครักษ์ที่เหลืออยู่ 10 คน นั้นได้แต่ยืนอยู่อย่างโง่งมมองดู 2 นายบ่าวตอบโต้สนทนากันไปมาท่ามกลางกองศพที่ไร้หัวอย่างมีความสุขราวกับไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตาเลย
อะแฮ่ม! หนุ่มน้อยกระแอมในลำคอ 1 ครายกมือขึ้นประสานเข้าหากันเป็การขอบคุณ
“ผู้น้อย จางเหว่ย ขอขอบคุณแม่นางน้อยที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือบุญคุณช่วยชีวิตในครั้งนี้ ผู้น้อยจะจดจำไว้ขอทราบชื่อผู้มีพระคุณได้หรือไม่ขอรับ”
ไป๋เจียอีกับหวงหลานหันหน้ามามองเขาอย่างพร้อมเพรียง
ไป๋เจียอี: “ผู้นงผู้น้อยอะไรกัน เ้าเป็องค์ชายใหญ่มิใช่หรือ จะถ่อมตนลดศักดิ์ศรีไปใย”
หม่าจางเหว่ยได้แต่คิดอยู่ภายในใจ หากนางรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็องค์ชายใหญ่ของราชวงศ์เหตุใดยังกล้าเรียกเขาว่าเ้าอยู่อีก แต่มาคิดดูดีๆ แล้ว แม้แต่มือสังหารที่โเี้ที่องครักษ์ของเขายังไม่อาจรับมือได้ก็ถูกนางฆ่าตัดหัวตายอย่างง่ายดายเสียอย่างนั้นแล้วจะยังมีอะไรในโลกใบนี้อีกบ้าง ที่นางจะไม่กล้าทำ
หม่าจางเหว่ย: “กล่าวโดยไม่ปิดบัง เมื่อครู่แม่นางน้อย…”