ตอนที่ 23 แหล่งอุปถัมภ์ใหม่
เสียงเครื่องปรับอากาศตัวใหญ่ภายในห้องประชุมผู้บริหารระดับสูงของโรงงานอุตสาหกรรมแห่งนี้ดังหึ่งเบาๆ แผ่กระจายความเย็นเฉียบไปทั่วทุกตารางนิ้ว ทว่าความเย็นเหล่านั้นกลับไม่สามารถดับความร้อนรุ่มที่แอบซ่อนอยู่ในดวงตาของใครบางคนได้เลย ฉันยืนอยู่ตรงหัวโต๊ะไม้มาฮอกกานีตัวยาวขัดเงาวับ สวมชุดสูททำงานเข้ารูปสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต มันโอบรัดสรีระส่วนเว้าส่วนโค้งของฉันอย่างแนบเนียน ทั้งช่วงเอวที่คอดกิ่วและสะโพกที่ผายออกอย่างสมบูรณ์แบบ เสื้อเชิ้ตตัวในสีขาวสะอาดตาถูกปลดกระดุมบนออกสองเม็ด เผยให้เห็นร่องอกรำไรที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจของฉันอย่างเป็นธรรมชาติ
"จากรายงานสรุปภาพรวมสภาพจิตใจและพฤติกรรมของพนักงานในไลน์ผลิตช่วงไตรมาสที่ผ่านมานะคะ" ฉันเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทรงอำนาจ และแฝงไปด้วยความน่าเชื่อถือตามแบบฉบับของนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ มือเรียวบางที่เคลือบเล็บสีนู้ดเรียบหรูค่อยๆ เลื่อนหน้าจอแท็บเล็ตเพื่อเปลี่ยนสไลด์นำเสนอ "ดิฉันพบว่ามีความเครียดสะสมจากยอดการผลิตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างพนักงานด้วยกันเอง มีการก่อตัวของความสัมพันธ์เชิงชู้สาวลับๆ หลายคู่ในพื้นที่อับสายตาของโรงงาน สิ่งเหล่านี้แม้จะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ในระยะยาวมันคือจุดอ่อนที่บั่นทอนประสิทธิภาพการทำงาน และอาจนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งที่ร้ายแรงกว่าเดิมได้ค่ะ"
ฉันกวาดสายตามองผู้บริหารหลายคนที่นั่งเรียงรายกันอยู่ แต่เป้าหมายหลักของฉันมีเพียงคนเดียว นั่นคือเสี่ยประสงค์ ชายวัยห้าสิบห้าปี เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่แห่งนี้ เขานั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะในตำแหน่งประธาน สวมชุดสูทราคาแพงระยับ ท่วงท่าภูมิฐานและมีอำนาจล้นเหลือ ใบหน้าของเขามีร่องรอยของกาลเวลา แต่กลับยิ่งขับเน้นความน่าเกรงขามและบารมีของผู้ที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ทว่าสิ่งหนึ่งที่เขาไม่อาจปกปิดจากสายตาที่ผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์มาอย่างโชกโชนของฉันได้เลย ก็คือแววตาแห่งตัณหา
ดวงตาของเสี่ยประสงค์ไม่ได้จับจ้องอยู่ที่กราฟข้อมูลบนหน้าจอโปรเจกเตอร์ แต่มันกำลังโลมเลียไปตามเรือนร่างของฉันอย่างเงียบเชียบ เขาจ้องมองความอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อสูท เลื่อนลงมาที่เอวคอด และหยุดอยู่ที่เรียวขาขาวเนียนที่โผล่พ้นกระโปรงทรงสอบผ่าข้าง ทุกครั้งที่ฉันขยับตัว หรือโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อชี้แจงรายละเอียด ฉันรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่ติดขัดและแววตาที่วาววับขึ้นของเขา มันคือความปรารถนาที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากของผู้บริหารผู้ทรงเกียรติ
ฉันลอบยิ้มในใจอย่างเยือกเย็น มนุษย์ผู้ชาย ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งสูงส่งเพียงใด มีเงินทองล้นฟ้าแค่ไหน สุดท้ายก็ตกเป็นทาสของสัญชาตญาณดิบเถื่อนและความหลงใหลในเรือนร่างของสตรีเพศเสมอ ฉันเรียนรู้ความจริงข้อนี้มาตั้งแต่อายุยังน้อย ตั้งแต่วันที่ครอบครัวของฉันต้องพังทลายและทิ้งหนี้สินก้อนโตไว้ให้ฉันต้องเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง วันที่ฉันต้องใช้ร่างกายแลกกับเศษเงินและความอยู่รอดจากผู้ชายมีภรรยาที่หน้าไหว้หลังหลอกพวกนั้น มันสอนให้ฉันรู้ว่า อำนาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่เงินทอง แต่อยู่ที่การควบคุมจิตใจและความปรารถนาของผู้อื่นต่างหาก
การนำเสนอจบลงด้วยเสียงปรบมือชื่นชมจากเหล่าผู้บริหาร ทุกคนทยอยลุกออกจากห้องประชุมเพื่อกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง ฉันค่อยๆ เก็บเอกสารและแท็บเล็ตลงในกระเป๋าหนังแบรนด์เนมอย่างเชื่องช้า จงใจอ้อยอิ่งเพื่อเปิดโอกาสให้เหยื่อได้เข้ามาติดกับดัก
"คุณพราวรินทร์ครับ" เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของเสี่ยประสงค์ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ฉันหมุนตัวกลับไปหาเขาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่ประดับอยู่บนใบหน้า เป็นรอยยิ้มที่ฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อให้ดูเป็นมืออาชีพแต่ก็แฝงความหวานละมุนอย่างพอเหมาะ
"คะ ท่านประธาน มีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานหรือเปล่าคะ" ฉันถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ
เสี่ยประสงค์ก้าวเข้ามาใกล้ฉันอีกนิด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ผสมผสานกับกลิ่นซิการ์บางเบาโชยมาจากตัวเขา มันเป็นกลิ่นของความมั่งคั่งและอำนาจ "รายงานของคุณยอดเยี่ยมมากครับ การวิเคราะห์ทะลุปรุโปร่งจนผมเองยังประหลาดใจ คุณมีมุมมองที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการจัดการปัญหาความขัดแย้งในที่ทำงาน ผมอยากจะปรึกษาหารือกับคุณเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรเจกต์ใหม่ที่เรากำลังจะเริ่ม ไม่ทราบว่าเย็นนี้คุณพราวรินทร์พอจะมีเวลาว่างไปทานมื้อค่ำกับผมไหมครับ เราจะได้คุยกันเรื่องงานในบรรยากาศที่ผ่อนคลายกว่านี้"
ข้ออ้างเรื่องงาน เป็นมุกตื้นๆ ที่ผู้ชายระดับนี้มักจะใช้เพื่อลดความเคอะเขินและสร้างความชอบธรรมในการสานสัมพันธ์ ฉันแสร้งทำเป็นนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองเขาอย่างใช้ความคิด ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด "ถ้าเป็นเรื่องงานและเพื่อประโยชน์ของบริษัท พราวยินดีค่ะท่านประธาน"
"เรียกผมว่าคุณประสงค์เถอะครับ อยู่นอกเวลางานแล้ว ผมไม่อยากให้ดูเป็นทางการจนเกินไป" เขายิ้มตอบ ดวงตาเป็นประกายด้วยความพึงพอใจที่ได้รับคำตอบตกลง
"รับทราบค่ะ คุณประสงค์" ฉันรับคำเสียงหวาน พร้อมกับก้มศีรษะให้อย่างนอบน้อม เป็นการแสดงออกถึงการยอมอ่อนข้อที่ทำให้ผู้ชายที่มีอีโก้สูงส่งอย่างเขารู้สึกถึงความเหนือกว่า
ช่วงค่ำวันนั้น รถยุโรปคันหรูของเสี่ยประสงค์พาฉันมาถึงภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นระดับไฮเอนด์ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจการค้าที่เจริญที่สุดของเมือง ทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้าน พนักงานต้อนรับในชุดกิโมโนก็โค้งคำนับอย่างนอบน้อมและนำทางเราไปยังห้องส่วนตัวที่ถูกจองไว้ล่วงหน้า บรรยากาศภายในห้องตกแต่งอย่างหรูหราด้วยไม้สนสีอ่อน ปูด้วยเสื่อทาทามิที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ประตูกระดาษสาบานเลื่อนถูกปิดลงอย่างเงียบเชียบ ตัดขาดเราสองคนออกจากโลกภายนอกและเสียงรบกวนใดๆ อย่างสิ้นเชิง
แสงไฟในห้องสลัวลงเล็กน้อย สร้างบรรยากาศที่ดูเป็นส่วนตัวและโรแมนติก ฉันนั่งคุกเข่าลงบนเบาะรองนั่งอย่างสง่างาม จัดระเบียบกระโปรงให้เรียบร้อยแต่ก็ไม่ลืมที่จะจงใจเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนวับๆ แวมๆ พอให้เป็นที่สะดุดตา เสี่ยประสงค์นั่งลงฝั่งตรงข้าม เขาสั่งอาหารชุดโอมากาเสะที่แพงที่สุดของร้าน พร้อมกับสาเกเกรดพรีเมียมที่พนักงานนำมาเสิร์ฟในขวดคริสตัลเจียระไน
การพูดคุยเริ่มต้นด้วยเรื่องงานตามที่เขากล่าวอ้าง แต่เพียงไม่นาน บทสนทนาก็เริ่มเบี่ยงเบนเข้าสู่เรื่องส่วนตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เสี่ยประสงค์สอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ การทำงาน และความสนใจของฉัน ฉันตอบคำถามเหล่านั้นด้วยจริตของสาวสังคมชั้นสูงที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างดี ฉันเลือกใช้คำพูดที่ชาญฉลาด มีไหวพริบ และแฝงความขี้เล่นอย่างพองาม ทำให้เขาหัวเราะและยิ้มแย้มตลอดเวลา
ฉันวิเคราะห์ท่าทางของเขาทุกกระเบียดนิ้ว การที่เขาเอนตัวมาข้างหน้าเวลาที่ฉันพูด การสบตาที่ยาวนานขึ้น และรอยยิ้มที่มุมปากที่พึงพอใจเมื่อฉันกล่าวชมเชยความสำเร็จทางธุรกิจของเขา ทั้งหมดนี้บ่งบอกถึงความลุ่มหลงที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจเขาอย่างรวดเร็ว เขาเป็นผู้ชายที่มีอำนาจล้นมือ มีคนคอยประจบสอพลอมากมาย แต่สิ่งที่เขาขาดหายไปคือการได้รับการเติมเต็มทางอารมณ์จากผู้หญิงที่ฉลาดและมีเสน่ห์ทัดเทียมกับบารมีของเขา และฉันก็กำลังสวมบทบาทนั้นได้อย่างแนบเนียน
"คุณพราวรินทร์เป็นผู้หญิงที่เก่งและมีความสามารถมากนะครับ ทั้งสวย ทั้งฉลาด ผมไม่แปลกใจเลยที่คุณก้าวหน้าในสายอาชีพนี้ได้อย่างรวดเร็ว" เสี่ยประสงค์เอ่ยชมขณะที่รินสาเกลงในจอกของฉัน
"ขอบคุณค่ะคุณประสงค์ พราวแค่ทุ่มเทให้กับสิ่งที่ทำอย่างเต็มที่เท่านั้นเองค่ะ โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ หรอกนะคะ ทุกอย่างต้องแลกมาด้วยความพยายามทั้งนั้น" ฉันตอบพร้อมกับยกจอกสาเกขึ้นจิบเบาๆ ปล่อยให้รสชาติหวานปนขมของสุราหมักชั้นเลิศซึมซาบลงสู่ลำคอ
"นั่นสินะครับ" เขาวางขวดสาเกลงแล้วมองลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน แววตาของเขาเปลี่ยนจากความชื่นชมเป็นการประเมินคุณค่าอย่างจริงจัง "แต่บางครั้ง ถ้าเรามีผู้สนับสนุนที่ดี ความพยายามเหล่านั้นก็อาจจะผลิดอกออกผลได้รวดเร็วและงดงามยิ่งขึ้น คุณพราวรินทร์คิดเหมือนผมไหมครับ"
ฉันวางจอกสาเกลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ รักษารอยยิ้มบางๆ ไว้บนใบหน้า ฉันรู้ดีว่าเขากำลังจะเข้าสู่ประเด็นหลักของการเชิญชวนในค่ำคืนนี้ "ผู้สนับสนุนที่ดีเป็นสิ่งที่มีค่าเสมอค่ะ แต่การจะหาผู้สนับสนุนที่เข้าใจและพร้อมจะส่งเสริมเราอย่างแท้จริงนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ"
"สำหรับคนอื่นอาจจะยาก แต่สำหรับคุณ... มันอาจจะง่ายกว่าที่คิดนะครับ" เสี่ยประสงค์ขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะมากขึ้น น้ำเสียงของเขาต่ำลงและเต็มไปด้วยนัยยะแอบแฝง "ผมประทับใจในตัวคุณมากคุณพราวรินทร์ ผมอยากจะเสนอโอกาสบางอย่างให้คุณ โอกาสที่จะทำให้ชีวิตของคุณสะดวกสบายและก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอีก"
เขาหยิบซองสีขาวซองหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทแล้ววางมันลงบนโต๊ะ เลื่อนมาตรงหน้าฉัน "ผมอยากให้คุณมาเป็นที่ปรึกษาจิตวิทยาส่วนตัวของผม นอกเหนือจากงานที่โรงงาน ผมมีเรื่องเครียดๆ หลายอย่างที่อยากจะได้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างคุณ และแน่นอน... ผมต้องการให้คุณดูแลผมเป็นกรณีพิเศษด้วย"
ฉันปรายตามองซองสีขาวนั้นเพียงแวบเดียว ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองเขาอย่างมีจริต "ดูแลเป็นกรณีพิเศษ... หมายความว่ายังไงคะคุณประสงค์"
"ผมเสนอเงินเดือนให้คุณสองแสนบาทต่อเดือน สำหรับการเป็นที่ปรึกษาลับๆ ของผม" เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น ราวกับว่าตัวเลขนั้นเป็นเพียงเศษเงินสำหรับเขา "และผมได้สั่งจองรถยนต์ยุโรปป้ายแดงรุ่นใหม่ล่าสุดไว้ให้คุณหนึ่งคัน เพื่อความสะดวกในการเดินทางมาพบผม... ในเวลาที่ผมต้องการ"
เงื่อนไขที่เขาเสนอมานั้นเรียกได้ว่ามหาศาลและเย้ายวนใจเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้หญิงธรรมดาทั่วไป มันอาจจะเป็นข้อเสนอที่ทำให้พวกเธอตาโตและรีบตะครุบไว้ในทันที แต่สำหรับฉันที่ผ่านประสบการณ์การเป็นเด็กเลี้ยงมาแล้วหลายรูปแบบ ฉันรู้ดีว่าการแสดงความตื่นเต้นหรือดีใจจนเกินเหตุ จะเป็นการลดคุณค่าของตัวเองลงไปในสายตาของพวกเขา ผู้ชายประเภทนี้ชอบความท้าทาย ชอบที่จะเป็นผู้พิชิต การที่ได้ครอบครองผู้หญิงที่ดูสูงส่งและหยิ่งทะนง จะยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกภาคภูมิใจในอำนาจเงินตราของตนเองมากขึ้น
ฉันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูหวานใสแต่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง ฉันหยิบซองสีขาวนั้นขึ้นมาปลายนิ้วไล้ไปตามขอบซองอย่างเชื่องช้า "สองแสนบาทต่อเดือน กับรถยุโรปป้ายแดง... คุณประสงค์ใจป้ำจังเลยนะคะ สำหรับการเป็นแค่ 'ที่ปรึกษาส่วนตัว'"
"ผมเป็นคนตรงไปตรงมาครับคุณพราวรินทร์ ผมรู้ว่าผมต้องการอะไร และผมก็ยินดีที่จะจ่ายเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดมาครอบครอง คุณมีค่ามากกว่าตัวเลขในซองนี้ด้วยซ้ำไป" เขาตอบกลับอย่างมั่นใจ สายตาจับจ้องมาที่ริมฝีปากของฉันอย่างกระหาย
ฉันวางซองนั้นกลับลงบนโต๊ะ เลื่อนมือไปกุมมือของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ สัมผัสที่ปลายนิ้วของฉันทำให้อุณหภูมิในร่างกายของเขาสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ฉันส่งยิ้มที่หวานที่สุดเท่าที่จะทำได้ไปให้เขา เป็นยิ้มที่ทั้งออเซาะและยั่วยวนอยู่ในที "พราวรู้สึกเป็นเกียรติมากค่ะที่คุณประสงค์เห็นคุณค่าในตัวพราวขนาดนี้ ข้อเสนอของคุณน่าสนใจมาก และพราวก็เป็นคนที่ชอบความท้าทายเสียด้วยสิคะ"
"แปลว่าคุณตกลง?" เสี่ยประสงค์ถามด้วยน้ำเสียงที่เจือความตื่นเต้น
"ค่ะ พราวยินดีที่จะเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้คุณ" ฉันบีบมือเขาเบาๆ เป็นการยืนยัน "และพราวรับรองว่า... การดูแลเป็นกรณีพิเศษของพราว จะทำให้คุณประสงค์หายเครียดจากเรื่องวุ่นวายทั้งปวงเลยล่ะค่ะ"
หลังจากการเจรจาผลประโยชน์จบลงอย่างราบรื่น เสี่ยประสงค์ก็ไม่รอช้าที่จะสานต่อความต้องการของตนเอง เขาพาฉันออกจากร้านอาหารและมุ่งหน้าตรงไปยังคอนโดมิเนียมสุดหรูของเขาทันที มันเป็นเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงในยามค่ำคืนได้อย่างกว้างไกล ภายในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์นำเข้าราคาแพงระยับ ทุกตารางนิ้วสะท้อนให้เห็นถึงความมั่งคั่งและรสนิยมอันหรูหราของเจ้าของ
เมื่อเราเข้ามาถึงในห้อง เสี่ยประสงค์ก็หยิบคีย์การ์ดสำรองและกุญแจรถยนต์ยุโรปป้ายแดงที่เขาสัญญาไว้ออกมาวางบนโต๊ะกระจกกลางห้องรับแขก "นี่สำหรับคุณครับ คุณพราวรินทร์ รหัสผ่านประตูคือวันเกิดของผม หวังว่าคุณจะจำมันได้นะครับ"
"ขอบคุณค่ะ คุณประสงค์ช่างเอาใจใส่จริงๆ" ฉันหยิบคีย์การ์ดและกุญแจรถใส่ลงในกระเป๋าอย่างไม่เร่งรีบ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเขา
เสี่ยประสงค์ก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันอย่างรวดเร็ว แขนแกร่งของเขารวบเอวฉันเข้าไปกอดแนบชิด ลมหายใจร้อนๆ รินรดอยู่ที่ซอกคอของฉัน "ผมให้คุณทุกอย่างที่คุณต้องการแล้ว ทีนี้... ถึงตาคุณดูแลผมบ้างแล้วหรือยังครับคนสวย"
เขาพยายามจะซุกไซ้ใบหน้าลงมาที่ซอกคอของฉัน แต่ฉันใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกของเขาไว้เบาๆ เป็นการปฏิเสธที่นุ่มนวลแต่เด็ดขาด "ใจเย็นๆ สิคะคุณประสงค์ คุณเพิ่งทำงานหนักมาทั้งวัน ร่างกายของคุณเต็มไปด้วยความตึงเครียด การรีบร้อนเกินไปจะทำให้คุณไม่ได้รับความผ่อนคลายอย่างเต็มที่นะคะ"
เขาชะงักไปเล็กน้อย คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความขัดใจ แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและรอยยิ้มออดอ้อนของฉัน อารมณ์คุกรุ่นของเขาก็อ่อนลง "แล้วคุณจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ ในเมื่อคุณยืนอยู่ตรงหน้าผม สวยและยั่วยวนขนาดนี้"
"ไปอาบน้ำให้สบายตัวก่อนดีไหมคะ เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดคลุมอาบน้ำนุ่มๆ แล้วพราวจะนวดผ่อนคลายให้คุณเอง พราวมีเทคนิคการนวดที่รับรองว่าคุณจะต้องติดใจ และลืมความเครียดทุกอย่างไปเลยล่ะค่ะ" ฉันเสนอพร้อมกับลูบไล้ฝ่ามือไปตามสาบเสื้อสูทของเขาอย่างอ้อยอิ่ง การสัมผัสที่แผ่วเบาแต่จงใจปลุกเร้าให้ความต้องการของเขาพุ่งสูงขึ้น
เสี่ยประสงค์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาพ่ายแพ้ต่อจริตมารยาของฉันอย่างสิ้นเชิง "ก็ได้ครับ ตามใจคุณเลย"
เขาเดินหายเข้าไปในห้องน้ำครู่ใหญ่ ก่อนจะกลับออกมาในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดตา กลิ่นครีมอาบน้ำราคาแพงโชยมาเตะจมูก ฉันเตรียมพร้อมรอเขาอยู่แล้วที่เตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนผ้าไหมเนื้อนุ่มลื่น ฉันถอดเสื้อสูทตัวนอกออก เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมลงมาลึกกว่าเดิม และกระโปรงทรงสอบที่ร่นขึ้นมาจนเห็นเรียวขาอ่อนได้อย่างชัดเจน
"เชิญนอนคว่ำลงบนเตียงเลยค่ะคุณประสงค์" ฉันบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและเซ็กซี่
เขาทำตามอย่างว่าง่าย นอนคว่ำหน้าราบไปกับเตียงนุ่ม ฉันหยิบขวดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นอโรมาที่เตรียมมาด้วย ชโลมลงบนฝ่ามือแล้วถูกันจนเกิดความร้อน ก่อนจะทาบทับฝ่ามือลงบนแผ่นหลังกว้างของเขา สัมผัสแรกที่ผิวเนื้อกระทบกันทำให้เขาสะดุ้งเล็กน้อย ฉันเริ่มออกแรงนวดคลึงไปตามกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดบริเวณบ่าและไหล่ น้ำหนักมือของฉันหนักสลับเบา ผสมผสานกับการใช้ปลายนิ้วกดจุดตามศาสตร์การนวดผ่อนคลาย
ฉันปีนขึ้นไปคร่อมบนแผ่นหลังของเขาอย่างเชื่องช้า น้ำหนักตัวของฉันกดทับลงไปบนเรือนร่างของเขาเพียงแผ่วเบา แต่ก็มากพอที่จะทำให้เขารับรู้ถึงความนุ่มหยุ่นของหน้าท้องและสรีระส่วนล่างของฉันที่แนบชิดอยู่กับแผ่นหลังของเขา ฉันขยับสะโพกไปมาเล็กน้อยตามจังหวะการนวด จงใจให้ความเสียดสีนั้นสร้างความกระสันซ่านให้เกิดในตัวเขา
เสียงลมหายใจของเสี่ยประสงค์เริ่มหนักหน่วงและถี่กระชั้นขึ้น เขาส่งเสียงครางในลำคอด้วยความพึงพอใจและทรมานในเวลาเดียวกัน การนวดของฉันไม่ได้มุ่งเน้นแค่การคลายกล้ามเนื้อ แต่มันคือการปลุกเร้าอารมณ์ความใคร่ของเขาให้ตื่นตัวถึงขีดสุด ฉันลูบไล้ฝ่ามือลงไปตามแนวสันหลัง เลื่อนต่ำลงไปจนเกือบถึงขอบชุดคลุมอาบน้ำ ก่อนจะลากนิ้วกลับขึ้นมาอย่างยั่วเย้า
ฉันโน้มตัวลงไปกระซิบที่ข้างหูของเขา ลมหายใจร้อนๆ ของฉันเป่ารดผิวหนังของเขาจนขนลุกซู่ "กล้ามเนื้อของคุณตึงมากเลยนะคะคุณประสงค์ แสดงว่าแบกรับภาระไว้เยอะมาก ปล่อยวางมันลงเถอะค่ะ ปล่อยให้พราวดูแลคุณนะคะ"
ขณะที่ฉันพูด ทรวงอกอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตก็เบียดเสียดกับแผ่นหลังของเขาอย่างจงใจ ความนุ่มหยุ่นนั้นบดเบียดและเสียดสีจนเขาทนแทบไม่ไหว เขาพลิกตัวหงายขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แววตาของเขาแดงก่ำไปด้วยไฟแห่งตัณหา มือหนาของเขาเอื้อมมาคว้าเอวของฉันไว้แน่น รั้งให้ฉันล้มลงไปทาบทับอยู่บนตัวเขา
"พราว... คุณกำลังทำให้ผมคลั่งรู้ตัวไหม" เขาครางเสียงพร่า พยายามจะประทับริมฝีปากลงมาหาฉัน
แต่ฉันเบี่ยงหน้าหลบอย่างรู้ทัน ริมฝีปากของเขาจึงพลาดไปโดนแค่ซอกคอของฉันแทน ฉันหัวเราะเบาๆ อย่างยั่วเย้า พยุงตัวลุกขึ้นนั่งคร่อมอยู่บนหน้าขาของเขา มือเรียวลูบไล้ไปตามแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของวัยกลางคน "ใจร้อนจังเลยนะคะคุณประสงค์ พราวบอกแล้วไงคะว่าพราวอยากให้การดูแลของเราเป็นเรื่องพิเศษ พราวไม่อยากรีบร้อนให้มันจบลงเร็วเกินไป เรายังมีเวลาอีกมากมายไม่ใช่เหรอคะ"
ฉันใช้ปลายนิ้วกรีดกรายไปตามขอบเสื้อคลุมอาบน้ำของเขา แสร้งทำเป็นเปิดมันออกเล็กน้อยให้เห็นความแข็งขืนที่ดันดุนอยู่ภายใต้เนื้อผ้า เขาเกร็งตัวรับสัมผัสนั้น ลมหายใจหอบลึก ความเป็นชายของเขาตื่นตัวเต็มที่และพร้อมที่จะปลดปล่อย แต่ฉันหยุดมือไว้แค่นั้น ฉันไม่ยอมให้เขาก้าวข้ามเส้นที่ฉันขีดไว้ในคืนนี้
"การรอคอย... จะยิ่งทำให้สิ่งที่ได้รับหอมหวานและมีค่ามากขึ้นนะคะคุณประสงค์" ฉันกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สบตาเขานิ่งนาน เพื่อปลูกฝังความต้องการที่ลึกล้ำลงไปในจิตใจของเขา ฉันกำลังเล่นเกมจิตวิทยาขั้นสูง เกมที่ฉันเป็นผู้ควบคุมเบ็ดเสร็จ การปฏิเสธอย่างมีศิลปะ จะยิ่งทำให้เขาโหยหาและปรารถนาในตัวฉันมากขึ้นเป็นทวีคูณ
เสี่ยประสงค์จ้องมองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและพ่ายแพ้ เขาเป็นนักธุรกิจที่คุ้นเคยกับการควบคุมทุกสิ่ง แต่ในตอนนี้ เขาถูกผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฉันควบคุมอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดไว้ในกำมือ เขาถอนหายใจยาว พยายามระงับอารมณ์พลุ่งพล่านของตนเอง ก่อนจะยกมือขึ้นลูบผมของฉันเบาๆ อย่างทะนุถนอม
"คุณนี่มัน... แม่มดชัดๆ เลยพราวรินทร์ คุณรู้จุดอ่อนของผม และคุณก็ใช้มันได้อย่างร้ายกาจมาก" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ยอมจำนน "ก็ได้ครับ ผมจะรอ รอจนกว่าคุณจะพร้อมที่จะมอบรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้กับผม"
ฉันยิ้มรับคำชมนั้นอย่างภาคภูมิใจ ฉันรู้ดีว่าฉันชนะในเกมกระดานแรกนี้อย่างงดงาม การสร้างความต้องการที่สะสมอยู่ในจิตใจของผู้ชาย คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดที่ผู้หญิงพึงมี
"แต่เพื่อเป็นการไถ่โทษที่คุณทำให้ผมต้องทรมานในคืนนี้..." เสี่ยประสงค์ปรับสีหน้าให้เป็นปกติขึ้น แม้แววตาจะยังคงมีความเสียดายอยู่ลึกๆ "พรุ่งนี้ค่ำ ผมมีงานปาร์ตี้ส่วนตัวกับกลุ่มเพื่อนสนิท พวกเขาล้วนเป็นนักธุรกิจระดับแนวหน้าของประเทศ ผมอยากให้คุณไปร่วมงานนี้กับผม... ในฐานะคู่ควงของผม"
ข้อเสนอนี้ทำให้หัวใจของฉันเต้นแรงขึ้นด้วยความตื่นเต้น งานปาร์ตี้ส่วนตัวของกลุ่มมหาเศรษฐี นั่นหมายถึงโอกาสที่ฉันจะได้ขยายขอบเขตการทดลองทางจิตวิทยาของฉันให้กว้างไกลยิ่งขึ้น ฉันจะได้พบเจอกับผู้ชายที่มีอำนาจ มีเงินทอง และมีอีโก้สูงเสียดฟ้าอีกมากมาย พวกเขาเหล่านั้นจะเป็นเหยื่อชั้นดีให้ฉันได้ทดสอบมารยาและปั่นหัวเล่น เพื่อความสะใจและเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้ชายที่สังคมยกย่องนักหนา แท้จริงแล้วก็เป็นแค่สิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอเมื่อต้องเผชิญกับกิเลสตัณหาของตนเอง
"งานปาร์ตี้ระดับพรีเมียมขนาดนั้น... พราวจะพลาดได้ยังไงล่ะคะ" ฉันส่งยิ้มหวานหยดย้อยไปให้เขา เป็นรอยยิ้มที่เคลือบแคลงไปด้วยยาพิษแห่งความทะเยอทะยาน "พราวยินดีไปกับคุณประสงค์ค่ะ รับรองว่าพราวจะไม่ทำให้คุณต้องผิดหวังหรือเสียหน้าเพื่อนๆ ของคุณอย่างแน่นอน"
ฉันลุกขึ้นจากตัวเขา จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ก่อนจะโน้มตัวลงไปประทับริมฝีปากที่แก้มสากของเขาเบาๆ เป็นรางวัลปลอบใจ "ฝันดีนะคะคุณประสงค์ พรุ่งนี้เจอกันค่ะ"
ฉันเดินออกจากห้องเพนต์เฮาส์สุดหรูของเขามาพร้อมกับรอยยิ้มแห่งชัยชนะ คีย์การ์ดและกุญแจรถยนต์ยุโรปป้ายแดงในกระเป๋าเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จในก้าวแรกของฉัน เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น และฉันมั่นใจว่า ยิ่งฉันก้าวเข้าไปในโลกของผู้ชายที่มีอำนาจมากเท่าไหร่ ฉันก็จะยิ่งสนุกกับการได้กระชากหน้ากากจอมปลอมของพวกนั้นออกมามากเท่านั้น
ค่ำคืนนี้ช่างยาวนานและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความสำเร็จ ฉันขับรถยุโรปคันใหม่เอี่ยมที่ได้มาอย่างง่ายดายไปตามท้องถนนยามราตรี แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าสาดส่องเข้ามาในรถ สะท้อนให้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าของฉัน การเป็นเด็กเลี้ยงในอดีตอาจจะเป็นความเจ็บปวด แต่วันนี้ ฉันคือผู้ล่า ผู้ล่าที่ใช้เรือนร่างและจิตวิทยาเป็นอาวุธ เพื่อบดขยี้หัวใจและความเย่อหยิ่งของผู้ชายทุกคนที่กล้าเข้ามาท้าทายเกมสวาทของฉัน!