“การทรมานเพื่อให้สารภาพไม่น่าสนุกสักนิดแต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ” แกยื่นมือขวาลงมา วางลงบนอกผม
ผมรู้สึกทันทีว่าฝ่ามือแกมีแรงดูดมหาศาลหลังจากเข้าใกล้ตัวผมแล้ว หัวใจผมแทบจะถูกดูดไว้
“ถ้ายายแก่อย่างฉันจะฆ่าใครมีนับหมื่นวิธี แต่ถ้าจะฆ่าคน ทั้งยังไม่ให้ถูกฉู่อ๋องตำหนิ ต้องเสียเวลาคิดหน่อย”แกถอนหายใจ “จักจั่นฟ้าอยู่ในหัวใจเธอแล้ว ถ้าฉันเรียกมัน มันจะแทงทะลุร่างเธอออกมาหรือไม่ก็ ฉันจะปล่อยแมงป่องตัวนี้เข้าไป ช่วยเธอจับมันออกมา สองวิธีนี้ ให้เธอเลือกเอง”
ผมรู้สึกว่าหัวใจเต้นลำบากยิ่งขึ้นทุกทีไม่อาจควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจได้
เห็นได้ชัดว่ามีอะไรบางอย่างกำลังกระแทกหน้าอกผมจากข้างในเหมือนก่อนหน้านี้ที่จักจั่นสลักหน้าผีในโลงเย็นเคาะฝาโลงกระจกอะคริลิกไม่หยุด
“ผมไม่รู้” ผมพูดอย่างยากเย็น
ที่จริงไม่มีใครเชื่อที่ผมพูดต่อให้ผมยืนอยู่ที่จุดยืนของฝ่ายตรงข้าม คงยากที่จะเชื่อว่าทายาทคนเดียวของตระกูลเซี่ยจะไม่รู้ความลับของกระจกวารีโหรเทพ
ผมนึกถึงคืนที่ศาลเ้าเถี่ยกงริมทะเลสาบต้าิในสภาพที่พี่ใหญ่ถูกอาวุธปักบนหลังมือ ไม่ยอมเอ่ยถึงความลับใดๆ เกี่ยวกับกระจกวารีโหรเทพ
แมงป่องคลานช้าๆ บนหลังมือแม่เฒ่ามันแกว่งหางเบาๆ ทุกจังหวะเกิดเสียงดัง “ซี่ซี่...”ผมไม่เคยเห็นแมงป่องขนาดใหญ่โตเท่านี้มาก่อน เปลือกแข็งที่หลังดำเมื่อม เห็นได้ชัดว่ามันเป็แมงป่องตัวผู้โตเต็มวัยที่นิสัยดุร้ายและพิษร้ายแรงถ้าโจมตีเป้าหมายย่อมก่อให้เกิดการาเ็รุนแรง
“คนตายเพราะเงินตรา ปักษาตายเพราะอาหารมาถึงขั้นนี้แล้วยังเห็นของล้ำค่าสำคัญกว่าชีวิตหรือ” แม่เฒ่าก้มลงหลังมือขวาแตะแก้มผม เสียงเสียดสีของเท้าแมงป่องดังเสียดหูมาก ดังตรงเข้าไปในหูผม
“ผมไม่รู้จริงๆ บีบผมจนตายก็ไม่มีประโยชน์”ผมตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว รอผลสุดท้ายที่เลวร้ายที่สุด
ทันใดนั้นแม่เฒ่าหุบห้านิ้วมือขวาเข้าหากันแมงป่องตัวนั้นไถลลงมากลางหน้าผากผม ปลายเท้าที่แหลมคมจิกลงมาเต็มแรงเกาะอยู่บนหน้าผากบนอย่างมั่นคง ปลายหางที่แหลมส่ายไปมาแล้วชี้มาที่ตาขวาผม
“นี่เป็โอกาสสุดท้ายแล้ว คิดให้ดีก่อนแล้วค่อยพูดถ้าพูดผิด เธอต้องรับผลที่เกิดขึ้นเอง” แกบอก
ผมหลับตารู้สึกได้ว่าหางแมงป่องพิษสั่นไหวเบาๆ ห่างจากม่านตาผมไม่กี่มิลลิเมตรไม่รู้ว่าจะแทงลงมาเมื่อไร
“ยายเป็ใครกันแน่ผมไม่อยากตายด้วยน้ำมือของพวกที่ไร้ชื่อเสียง” ผมหลับตาร่างสั่นระริกด้วยความโกรธแค้น
ครั้งนี้ถังหว่านและเยียนเกอสิงต่างไม่อยู่ไม่รู้ว่ายังมีใครที่จะช่วยผมได้ ถ้าผมตาย สกุลเซี่ยจะสูญสลายหมดผลลัพธ์เช่นนี้มิตรสหายเศร้าใจ ศัตรูสะใจ ทำให้ผมทำใจไม่ได้
ทันใดนั้นผมก็นึกถึงกลอนสองบทที่หวงเฉาวีรบุรุษแห่งยุคในสมัยราชวงศ์ถังเขียนไว้“ถึงวันที่แปดเดือนเก้าเข้าหน้าสารท เบญจมาศดารดาษทุกแห่งหนทั่วฉางอันอบอวลด้วยกลิ่นสุคนธ์ ได้ยลดอกสีเหลืองทองส่องแวววาว ลมประจิมพัดดอกไม้จนไหวสั่นผีเสื้อบินกันมาแม้เหน็บหนาว ถ้าได้เป็เทพวสันต์จะเสกกล่าว ให้บานคราวเดียวกับเหมยน่าเชยชม”
เมื่อหวงเฉายังไม่ประสบความสำเร็จใช้กลอนดอกเบญจมาศเพื่อแสดงถึงปณิธานในใจ วันหน้าถ้าได้ครองแผ่นดินจะสั่งการไปทั่วหล้า เวลานี้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาจึงคับแค้นใจและฮึกเหิมถ้าวันนี้ผมไม่ตาย จะต้องเอาอย่างหวงเฉา ทุ่มเททะยานสูงขึ้นไป กระตุ้นตนเองทั้งกลางวันกลางคืนไปจนก้าวถึงขอบเขตที่ “กุมอำนาจสังหารคน กอดนฤมลเมาหลับไป”
“ร้องไห้หรือ กลัวใช่ไหม”เสียงหัวเราะประหลาดของแม่เฒ่าดังข้างหูผม
เป็ความจริงที่มีน้ำตาซึมออกมาที่หางตาผมไหลลงไปที่ขมับซ้ายขวา นั่นไม่ใช่ความกลัว แต่เป็ความเคียดแค้น
ผมแค้นตัวเองที่เสียเวลาไปสิบปีอย่างเปล่าประโยชน์ไม่ได้ศึกษายอดวรยุทธ์ที่ “สิบก้าวสังหารหนึ่งคน พันลี้ไร้ร่องรอย” ไม่ได้ก้าวหน้าไม่ได้รับราชการในตำแหน่งสูงส่วนการศึกษายิ่งไม่ได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงกลายเป็คนที่ประสบความสำเร็จบนหอคอยงาช้าง ผมในเวลานี้มีเพียงบ้านเก่าที่ทรุดโทรมหลังนี้กับโลงเหล็กที่เย็นเฉียบที่ห้องโถงข้างนอกถ้าผมต้องจบชีวิตลงอย่างนี้ ผมทำใจไม่ได้และไม่ยอมรับ
ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้น ในเมื่อความตายมาเยือนแล้วจะห่วงอะไรกับตาข้างหนึ่ง ถ้าคนคนหนึ่งไม่กลัวแม้กระทั่งความตายแล้วจะมีความยากลำบากอะไรบนโลกที่ก้าวข้ามไม่ได้
ปลายหางแหลมของแมงป่องพิษส่ายไปมาตรงหน้าผมบดบังสายตาผมไว้
“เอาเ้านี่ออกไป แล้วมาคุยกัน” ผมบอก
แม่เฒ่ารู้สึกแปลกใจ “คุยงั้นหรือ เวลานี้เธอเป็เหมือนอาหารในจานของฉันฮ่าๆ บอกมาดีๆ ว่าของนั่นอยู่ไหน บางทีจะให้เธอมีชีวิตรอดชั่วคราว...”
“เยียนเกอสิง” ผมพูดชื่อนั้นออกไป
คำหลอกลวงที่แท้จริงนั้นเป็คำพูดที่กึ่งจริงกึ่งเท็จหรือกระทั่งจริงเจ็ดส่วนเท็จสามส่วน มีแต่เช่นนี้จึงจะลวงศัตรูไปผิดทางได้
“หมายความว่ายังไง” แม่เฒ่าถาม
“เอาของสิ่งนี้ออกไป” น้ำเสียงผมสงบนิ่ง
“ฮ่าๆ ฮ่าๆ...” แม่เฒ่าหัวเราะแล้วสะบัดชายแขนเสื้อ แมงป่องพิษตัวนั้นหายไปจากหน้าผากผมแล้ว
ผมลูบคลำหน้าอก หัวใจยังรู้สึกไม่สบาย แต่เต้นเป็ปกติแล้วหายใจคล่องขึ้นไม่น้อย
“เ้าหนู ทางที่ดีอย่าหลอกฉันเด็ดขาด”แม่เฒ่าพูด
ผมลุกขึ้นนั่ง เอานิ้วชี้ล้วงเข้าไปในหูแรงๆก่อน เสียงจักจั่นแทบจะทำให้ผมหูหนวก ขณะนี้ยังเจ็บแก้วหูไม่หายที่จริงผมคาดล่วงหน้าแล้วว่าการฆ่าจักจั่นตัวนั้นเป็ลางร้าย มันไม่ตายเปล่าแน่นอนต้องก่อให้เกิดเื่ร้ายตามมา
“เยียนเกอสิง เขา...จริงสิยายยังไม่ได้บอกผมว่ายายเป็ใคร” ผมถาม
แม่เฒ่าถอยหลังหนึ่งก้าว จ้องผมตาเขม็ง
ผมเองก็มองแก สีหน้าไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมา หลังจากผ่านเงามืดที่อยู่ใกล้ชิดความตายที่แมงป่องพิษนำมา ความคิดผมได้รับการชำระล้างใหม่อย่างสมบูรณ์ราวกับเป็ผู้ใหญ่ขึ้นยี่สิบปีในชั่วพริบตาวิธีวิเคราะห์ปัญหาก็สลัดพ้นจากความคิดทื่อๆ แบบคนหนุ่มอย่างสิ้นเชิงเปลี่ยนเป็ซับซ้อนและเยือกเย็นขึ้น
ขณะนี้ผมต้องช่วยตัวเองให้รอดไม่ใช่อธิษฐานให้เทวดามาโปรด
“เ้าหนู ขู่ฉันหรือ กล้าเอาคนของเยียนอ๋องมาขู่ฉันหรือ”แม่เฒ่าพูด
ผมฉุกคิดในใจเพราะก่อนหน้านี้แกอ้างว่าตัวเองเป็คนของฉู่อ๋อง เวลานี้ยังเอ่ยถึงชื่อเยียนอ๋องเห็นได้ชัดว่าจัดให้เยียนเกอสิงเป็คนในสังกัดของเยียนอ๋อง
“ถ้าใช่แล้วจะยังไง” ผมย้อนถามอย่างเ็า
“ฮ่าๆ ฉันแม่เฒ่าหนอนพิษจอมโหด แม้แต่เยียนอ๋องก็ไม่อยู่ในสายตายิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงสุนัขตัวหนึ่งของเขา” แกหัวเราะ
ผมพยักหน้า “งั้นก็ดีแล้ว ยายไม่กลัวเขางั้นก็มาประชุมพร้อมหน้ากัน มาเจอกันทั้งหมด ทุกคนเผยเบี้ยของตัวเองออกมาบนโต๊ะตกลงกันได้ก็ตกลง ตกลงไม่ได้ก็สู้กัน สุดท้ายตัดสินกันด้วยพลังฝีมือใครเก่งกว่าคนนั้นเอากระจกวารีโหรเทพไป เป็ไง”
แม่เฒ่าส่งเสียงร้องแปลกๆ “เธอ เธอหลอกฉัน...เธอหลอกฉันมาตลอดใช่ไหมกระจกวารีโหรเทพอยู่ในบ้านสกุลเซี่ยจริงใช่ไหม”
ผมเพียงแต่แค่นยิ้มไม่รีบร้อนที่จะตอบคำถามของแก
เสียงข้างนอกทั้งหมดยังคงเดิมแต่ละคนยังทำงานตามหน้าที่ของตนเอง ต่างทำตามหน้าที่อย่างไม่สับสนราวกับวงดนตรี
ถังหว่านกับป้ากวนยังไม่กลับมาผมไม่อยากให้พวกเธอมาปรากฏตัว เพื่อไม่ให้ถังหว่านพลอยตกอยู่ในอันตราย
แม่เฒ่ายังคงคล้องตะกร้าไม้ไผ่ไว้ที่แขนนอกจากแมงป่องพิษแล้ว ในนั้นน่าจะมีสัตว์พิษประหลาดอีกหลายตัวท่าทางแม่เฒ่าดูพื้นๆ แม้แต่ตะกร้าก็ไม่สะดุดตาดังนั้นถ้าแกผละออกไปก็จะหายไปท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปมาบนถนนชวีสุ่ยถิงตามหาไม่เจออีก
คนอย่างแกเหมาะเป็มือสังหารที่สุดเพราะคนอย่างแกจะไม่เป็ที่สนใจของใคร
“เ้าหนู ตอนนี้พูดได้แล้ว”แม่เฒ่าพูดเตือน สีหน้าเหี้ยม
เมื่อกี้แกอ้างว่าเป็แม่เฒ่าหนอนพิษจอมโหดสังกัดฉู่อ๋องเช่นนั้นต้องมาจากดินแดนเผ่าเหมียวภาคใต้ เชี่ยวชาญวิชาหนอนพิษทั่วร่างเต็มไปด้วยพิษ
“เงินค่าตอบแทน” ผมตอบแก
ขณะนี้ผมต้องให้แกกับเยียนเกอสิงเผชิญหน้ากันตามลำพังตัวผมจะได้ถอยออกมา ให้คนของสองฝ่ายที่เป็ปรปักษ์ไปแย่งชิงกระจกวารีโหรเทพที่อาจจะไม่มีอยู่
แม่เฒ่ายื่นมือขวาเข้าไปในตะกร้าไม้ไผ่อีกแกกัดริมฝีปากที่บางและแห้ง พูดเสียงน่ากลัวว่า “ฉันให้ราคาสูงมาก ชีวิตเธอมีค่าแค่ไหนฉันก็ให้ราคาเท่านั้น”
ผมสั่นหัว ยังคงพูดซ้ำว่า “เงินค่าตอบแทน”
ขณะนี้ผมแทบจะไม่คำนึงถึงชีวิตของตัวเอง เลิกใส่ใจแล้วว่าขั้นต่อไปจู่ๆแกจะปล่อยหนอนพิษมาฆ่าผมหรือไม่ เห็นได้ชัดว่าเราสองคนประจันหน้ากันต่อรองเงื่อนไขแต่ผมกลับรู้สึกว่าตัวกับใจผมแยกออกจากกันแล้วกลายเป็บุคคลที่สามที่คอยเฝ้ามองด้วยสายตาแหลมคม วางตัวอยู่นอกเื่ คอยดูแกกับผมซึ่งอยู่บนเตียงพูดคุยกันอย่างสงบนิ่งผมคิดได้แล้ว คนคนหนึ่งถ้าอยากเข้าใจเื่ราวทั้งหมดจำเป็ต้องดึงตัวเองออกจากเื่ที่กำลังดำเนินอยู่อย่างเด็ดขาดแล้วเริ่มจากมุมมองของคนนอกเพื่อวิเคราะห์อย่างเยือกเย็น เปรียบเทียบผลได้ผลเสียจึงจะทำการเลือกได้อย่างถูกต้อง
เวลานี้แม่เฒ่าถูกคำโกหกของผมหลอกอยู่หมัดเข้าใจว่าเยียนเกอสิงกุมโอกาสไว้ก่อนแล้ว กลายเป็เครื่องกีดขวางในการชิงกระจกวารีโหรเทพดังนั้นแกจำเป็ต้องกำจัดเยียนเกอสิงก่อน จึงจะประกันว่าจะได้สิ่งที่ตน้า
สมมติว่าเยียนเกอสิงมาปรากฏตัวอีกผมก็จะใช้วิธีเดียวกันดึงเขาเข้ามา
โบราณว่านกกระเรียนสู้กับหอยกาบ ชาวประมงได้ประโยชน์
ผมหวังว่าตัวเองจะเป็ชาวประมงสามารถทะลวงผ่านระหว่างคมอาวุธของบรรดายอดฝีมือฝ่ายต่างๆ อย่างคล่องแคล่วเอาตัวรอดออกมาได้
“ฉันจัดการเยียนเกอสิงก่อนแล้วค่อยมาต่อรองกับเธอ เป็ไง” ในที่สุดแม่เฒ่าก็ก้าวเข้ามาในกับดักของผมถูกผมจูงจมูก
ผมร้องหึออกมาอย่างเ็า “ตามสบาย”
แม่เฒ่ากระทืบเท้าหนักๆดึงมือขวาที่อยู่ในตะกร้าไม้ไผ่ออกมาแล้ว แต่คราวนี้ฝ่ามือและหลังมือไม่มีแมลงพิษแสดงว่าแกเลิกล้มความตั้งใจที่จะทำร้ายผมแล้ว
“เ้าหนู ทางที่ดีที่สุดจงอย่าเล่นเล่ห์กับยายแก่อย่างฉัน...”แม่เฒ่ายิ้มอย่างอำมหิต
ผมรู้ดีแกยังมีคำพูดร้ายกาจกว่านี้แต่ไม่จำเป็ต้องพูดออกมา ก็เหมือนเยียนเกอสิงต่อหน้าวางตัวเป็สุภาพบุรุษท่าทางมีการศึกษา แต่ที่จริงภายในนั้นมีความโเี้แบบคนในวงนักเลงเหมือนกันโลกนี้ถ้าไม่โหดก็อยู่ยาก นับแต่โบราณถึงเดี๋ยวนี้สัจธรรมข้อนี้ไม่เคยเปลี่ยน
ถ้าผมอยากอยู่อย่างมั่นคงในโลกที่คนอ่อนแอถูกคนเข้มแข็งรังแกนิสัยใจคอและวิธีทำงานต้องเข้าใกล้คนประเภทนี้
“เล่นเล่ห์งั้นหรือ” ผมยิ้มเยาะ“ทุกคนมีการตัดสินใจของตัวเอง ยายมาสาย โอกาสแรกถูกคนอื่นชิงไปแล้ว ยายย่อมตกเป็เบี้ยล่างเวลานี้ยายกับคนอื่นมัวเสียเวลาที่นี่ สู้ออกไปหาเยียนเกอสิงดีกว่าบางทีอาจจะพลิกสถานการณ์ได้บ้าง”
เฉพาะหน้านี้เยียนเกอสิงเป็ผู้ที่มีพลังฝีมือแข็งกล้าที่สุดที่ผมรู้จักรอบข้างยังมียอดฝีมือนับไม่ถ้วน บางทีอาจจะต้านแม่เฒ่าผู้นี้ได้
ผมผลักแกไปหาเยียนเกอสิงเป็เพราะไม่มีทางเลือก เป็วิธีเดียวที่จะแก้ปัญหาเดือดร้อนเวลานี้
แม่เฒ่าครุ่นคิดเล็กน้อย ขยับตะกร้าไม้ไผ่มาคล้องที่วงแขนยิ้มหยันแล้วพึมพำกับตัวเอง “สกุลเยียนแห่งเมืองหลวงกว้างขวางอยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำฉางเจียงมานานแต่กลับไม่กล้าข้ามแม่น้ำลงมาทางใต้ ยิ่งไม่กล้ารุกล้ำดินแดนซานเหมียวของเราทั่วแผ่นดินมีพิษนับหมื่น นิกายเบญจพิษสูงสุด แต่วิชาหนอนพิษของซานเหมียวเราเป็แหล่งกำเนิดที่แท้จริงที่นิกายเบญจพิษเคารพยกย่องแล้วทำไมฉันต้องกลัวเขา อีกอย่างฉู่อ๋องอยากข้ามแม่น้ำขึ้นเหนือรวมวงนักเลงให้เป็หนึ่งเดียว จำเป็ต้องกำจัดอิทธิพลของเยียนอ๋อง ฉันแม่เฒ่าหนอนพิษจอมโหดมีชีวิตเป็คนของฉู่อ๋อง ตายไปก็ขอเป็ผีของฉู่อ๋องครั้งนี้เป็โอกาสดีที่สุดที่จะทดแทนคุณท่านอ๋องไม่ใช่หรือ เอาละ คราวนี้ให้ยายแก่อย่างฉันรับมือกับยอดฝีมือจากเมืองหลวงตามลำพังดูว่าเยียนเกอสิงลูกน้องมือหนึ่งของเยียนอ๋องจะมีฝีมือแค่ไหน”
ผมเงี่ยหูฟังที่แกพึมพำแล้วจดจำชื่อคนเหล่านี้ไว้ พร้อมกับลอบวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของคนเหล่านี้
ที่ไหนมีคนที่นั่นมีวงนักเลงที่ไหนมีวงนักเลงที่นั่นก็มีการต่อสู้ฆ่าฟันกัน แม้จะเป็สังคมที่ปกครองด้วยกฎหมายในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดก็เลี่ยงไม่พ้นที่จะมีเมฆดำซ่อนอยู่หลังดวงตะวันมีการสู้รบซ่อนอยู่หลังสันติภาพ