EP : 31 ดื่มน้ำชา
เว่ยลู่เซียนหันไปมองชายใส่หน้ากากที่นั่งพิงต้นท้อที่ก้านเดียวกับนาง ที่สำคัญนางไม่รู้ตัวเลยว่าอีกฝ่ายมาตอนไหน
“ทำไมท่านต้องใส่หน้ากากด้วย” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกเพราะพอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
“เจ้าสำนักนครเวหาช่างทำตัวลึกลับยิ่งนัก” นางเอ่ยขึ้นพลางแกว่งขาที่ห้อยอยู่ไปมาไปด้วย
“เจ้ารู้ได้อย่างไร” เสวี่ยซานเฟยเอ่ยถามทันที
“ข้าฉลาด” เว่ยลู่เซียนเอ่ยตอบ พลางเงยหน้ามองพระจันทร์ต่อโดยไม่ได้สนใจอีกฝ่าย
“หึ” เสวี่ยซานเฟยอดไม่ได้ที่หัวเราะในลำคอเมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่ายที่ตอบออกมาได้หน้าตาเฉย
“ดื่มน้ำชาหรือไม่” เสวี่ยซานเฟยเอ่ยถามพลางโบกมือไปมากาน้ำชาและแก้วสองใบก็ปรากฏขึ้น ชายหนุ่มรินน้ำชาพลางส่งให้หญิงสาวที่ยังคงนั่งมองพระจันทร์เงียบๆ
เว่ยลู่เซียนมองแก้วน้ำชาที่ลอยอยู่ตรงหน้าก็คว้ามันมาก่อนจะมองอีกฝ่ายที่นั่งดื่มน้ำชาเงียบๆ ก่อนจะหันมามองแก้วน้ำชาต่อแล้วจิบมันทันที
“เข้าใจเลือกดีนี่” เว่ยลู่เซียนเอ่ยขึ้นเมื่อรับรู้แล้วว่ามันคือน้ำชาดอกท้อ
“นี่ท่านตา ท่านเคยถูกหลอกให้รอคอยหรือไม่” เว่ยลู่เซียนพูดขึ้นมาในที่สุด นางหันไปมองอีกคนกำลังสำลักน้ำชาอยู่
“อะแฮ่มๆ ไม่เคย” เสวี่ยซานเฟยไอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยตอบ ยังตกใจไม่หายที่ถูกหญิงสาวเรียกตัวเองเช่นนั้น
เว่ยลู่เซียนที่เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองถามเรื่องอีกฝ่ายในเรื่องที่ไม่ควรถาม แต่พออีกฝ่ายตอบมาก็ทำให้นางอยากจะถามต่อ
แต่คิดไปคิดมาแล้วว่านางก็ไม่ได้สนิทอะไรด้วยทำไมถึงต้องมาพูดเรื่องนี้กับเขาด้วยก็เลยเลือกที่จะเงียบไปเสียดีกว่า
“ข้าให้” เสวี่ยซานเฟยเอ่ยบอกพลางโยนหน้ากากสีขาวเป็นรูปพยัคฆ์ให้กับหญิงสาว
เว่ยลู่เซียนมองหน้ากากที่อีกฝ่ายให้กับนางก่อนจะมองหน้าชายหนุ่มเชิงถามไปด้วย
“มันคือหน้ากากลบตัวตน เมื่อเจ้าสวมใส่มันก็จะไม่มีใครรับรู้ถึงตัวเจ้าได้ หรือแม้แต่จะเปลี่ยนใบหน้าของตัวเองก็ได้” เสวี่ยซานเฟยเอ่ยตอบ ก่อนจะดื่มน้ำชาต่อไป
“ต้องการอะไรจากข้าล่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยถามเมื่ออีกฝ่ายให้ของดีมา
“นั้นสิ ข้าต้องการอะไรจากเจ้ากันนะ” เสวี่ยซานเฟยเอ่ยขึ้นพลางเหลือบตามองอีกฝ่ายที่มองค้อนตัวเอง
“ข้าไปนอนดีกว่า” เว่ยลู่เซียนลุกพลางดีดแก้วน้ำชาส่งคืนให้อีกฝ่ายก่อนจะลอยตัวเข้าห้องนอนไปทันที
“พิลึกคน” เว่ยลู่เซียนมองหน้ากากก่อนเอ่ยออกมา ก่อนจะเก็บเอาไว้ในแหวนมิติน่าแปลกก็คือทำไมนางไม่คืนให้อีกฝ่ายไป แต่กลับถือมันมาด้วยแทน
“น้องรักหลับสบายดีหรือไม่” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยถามเมื่อเห็นเว่ยลู่เซียนเดินลงมาจากบันได
“สบายดีเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยตอบพลางมองใครบางคนที่วันนี้มาแปลก เพราะอยู่ดีๆ ก็มาทานอาหารกับคนอื่น
“มานั่งนี่สิลู่เซียน” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยบอกเมื่อเห็นเว่ยลู่เซียนเดินมาพร้อมกับเว่ยเฉินเทียน
“ใครทำอาหารหรือเจ้าคะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยถามทันที มองดูก็รู้เลยว่านี่ไม่ใช่ฝีมือของเว่ยเซี่ยวป้ออย่างแน่นอน
“พอดีท่านเจ้าสำนักสั่งอาหารมาให้นะ” เว่ยหมิงหย่งเอ่ยตอบเขารู้ดีว่าเว่ยลู่เซียนนั้นไม่ได้เรื่องมากในการทานอาหาร ที่นางถามก็คงแค่แปลกใจเพราะปกติพี่ชายของเขาจะทำอาหารให้นางทานตลอดหากได้อยู่ด้วยกัน
เว่ยลู่เซียนไม่ได้พูดอะไรเพียงเดินไปนั่งที่ทันที จะบอกว่านางมาเป็นคนสุดท้ายก็ไม่ถูกนัก เพราะยังมีคนที่มาหลังนางอยู่
“หมิงจื่อเจ้าไม่ได้นอนหรือ” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยถามเมื่อเห็นสภาพของหลิ่วหมิงจื่อเหมือนคนไม่ได้นอน
“ขอรับ” หลิ่วหมิงจื่อเอ่ยตอบพลางมองไปที่เว่ยลู่เซียนวูบหนึ่งก่อนจะนั่งลงกับเก้าอี้
ทั้งหมดก็นั่งทานอาหารตามปกติ เมื่อทานเสร็จก็พากันไปที่สถานที่ประลองทันที เพราะยังแข่งประลองไม่จบ
“ท่านหมอๆ ข้ามีของจะให้” หลิ่วหมิงจื่อเรียก พลางยัดของใส่มือกับเว่ยลู่เซียนก่อนจะเดินจากไปทันที
เว่ยลู่เซียนมองกล่องไม้เล็กขนาดเท่าฝ่ามือของนางพลางเปิดดูไปด้วย ก่อนจะตาลุกวาวเมื่อเห็นของในกล่องไม้ มันคือเข็มที่ถูกทำเป็นอาวุธและเข็มที่เอาไว้รักษาแถมยังถูกลงอักขระระดับเซียนอีกด้วย
“ไม่เลวๆ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยพลางเก็บเอาไว้ในแหวนมิติก่อนจะเดินเข้าไปในสถานที่ประลอง
“อันที่จริงเจ้ามานั่งกับพวกพี่ก็ได้นะ” เว่ยหมิงหย่งเอ่ยบอกเมื่อเห็นว่าน้องสาวของเขากำลังเดินไปหาที่นั่ง
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ให้เด็กๆ นั่งไปดีกว่าเจ้าค่ะท่านพี่” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกพลางมองหาที่นั่งช่วยพี่ชายของนางไปด้วย
“ตรงนั้นยังว่างอยู่” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยบอกพลางเดินนำหน้าทุกคนไปเพื่อจองที่
“เจ้านายเขามองท่านอีกแล้ว” หลงฉี่ที่เงียบหายไปก็เอ่ยขึ้นทันที
“ข้ารู้” เว่ยลู่เซียนเอ่ยตอบกลับไปพลางนั่งลงกับที่นั่ง ไม่ได้สนใจกับเจ้าสำนักนครเวหาอีก
“เจ้านายๆ ข้าอยากออกไปข้างนอก” หลงเทียนที่หายไปนานก็ร้องบอกเพราะตั้งแต่ที่เว่ยลู่เซียนมานอนกับพี่ชายของนาง เขาก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมานอนกับเว่ยลู่เซียนอีกเลย
“ออกมาไม่ได้ มันอันตราย” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกทันทีเพราะที่นี่คนเยอะเกินไป มันจะทำให้เป็นที่จับสังเกตได้ง่ายๆ
“ท่านก็ให้หลงเทียนใส่หน้ากากที่ชายคนนั้นให้มาเมื่อคืนสิ” หลงฉี่เอ่ยบอกทันทีเมื่อรู้ว่าหน้ากากนั้นมันคือของดี
“ดื้อ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยก่อนจะส่งหน้ากากจากแหวนมิติไปให้หลงเทียนที่อยู่ในดวงจิตน่าแปลกก็คือส่งของเข้าไปได้แต่นางกลับเข้าไปไม่ได้ มันน่าโมโหจริงๆ
พรึบ!!
“แง๊ว!” ทันทีที่หลงเทียนออกมาก็ส่งเสียงเรียกร้องความสนใจทันที
เว่ยลู่เซียนก้มไปมองที่ตักของตัวเองที่มีลูกแมวตัวสีขาวกำลังส่งสายตาน่ารักมาให้นาง
“เจ้ามีสัตว์อสูรพันธสัญญาตั้งแต่เมื่อไรทำไมพี่ไม่รู้เรื่องเลย” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยถามเมื่อได้เห็นลูกแมวที่อยู่บนตักของน้องสาวของเขา
“เมื่อไม่นานมานี้เจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนตอบพลางจับให้หลงเทียนนั่งดีๆ
“แง๊ว!” หลงเทียนร้องขึ้น คนอื่นฟังมันไม่เข้าใจนอกจากเว่ยลู่เซียนเท่านั้น
“ท่านพี่ข้าขอขนมหน่อยสิเจ้าคะ” เว่ยลู่เซียนยิ้มก่อนจะเอ่ยบอกพี่ชายของตัวเอง เมื่อรับรู้ว่าหลงเทียนนั้นอยากลองทานขนม นี่เป็นครั้งแรกด้วยซ้ำที่หลงเทียนร้องขอขนมจากนาง
“นี่” เว่ยเฉินเทียนส่งขนมไปให้พลางมองลูกแมวที่กำลังทานขนมด้วยสีหน้ามีความสุข