บทที่16.สองต่อสอง
ซีเหมินหายไปไม่นานเพียงสองเค่อก็เดินกลับมาพร้อมฟืนมากมายแต่เข้ายังบอกว่าจะไปเอามาอีกเท่านี้คงไม่พอ ซินโหยวพยักหน้ารับทราบอย่างเข้าใจก่อนนางจะจัดการหาใบไม้ที่อยู่รอบๆหน้าปากถ้ำมาวางปูรองพื้นทั้งยังหาหินมาสามก่อนวางไว้มุมหนึ่งของปากทางเข้าถ้ำเพื่อทำเป็ที่สำหรับก่อไฟด้วยก่อนจะค่อยๆ เดินขนฟืนที่มู่หรงซีเหมินกองไว้เข้ามา แล้วนางก็เริ่มจุดไฟทันทีดีที่อิงอิงสาวใช้ของนางเตรียมของจำเป็ไว้ให้นางพกใส่กระเป๋าผ้าเล็กๆสะพายติดตัวไว้ ในนั้นมีไม้ขีดไฟอยู่ด้วยจึงทำให้นางสามารถก่อไฟได้ไม่ยากนักดังนั้นเมื่อมู่หรงซีเหมินกลับมาจึงเห็นว่ามีกองไฟที่จุดไว้เรียบร้อยแล้ว
“โหยวเอ๋อร์เหตุใดไม่รอข้าก่อนแล้วเ้าจุดไปเช่นไร”ร่างสูงที่หอบฟืนไม้เข้ามาพร้อมไก่ป่าอีกสองตัวอีกทั้งกระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำอีกสี่กระบอกเอ่ยถามอย่างแปลกใจ
จะให้หม่อมฉันอยู่เฉยๆรอท่านอ๋องอย่างเดียวได้เช่นไรกันหม่อมฉันมีไม้ขีดไฟแล้วก็ของอีกนิดหน่อยที่อิงอิงสาวใช้ของหม่อมฉันเตรียมไว้ให้พกติดตัวยามเข้าป่าเพคะท่านอ๋องมานั่งพักก่อนเถิดเพคะ ได้ไก่ป่ากับน้ำมาด้วยดีจริงๆ”นางถึงกับตาโตเมื่อมองเห็นของที่อยู่ในมือหนาตรงหน้า
“อื้มมีลำธารไม่ไกลมากนักส่วนไก่ป่านี้ข้าเจอมันตอนกำลังจะกลับจากลำธารน่ะ”เมื่อเห็นตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างดีใจกับเพียงแค่เื่เล็กน้อยเช่นนี้เขาจึงยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน
“ท่านอ๋องนั่งก่อนเพคะหม่อมฉันทำแผลให้ก่อน”
“ได้ ข้ามีผงยาห้ามเลือกอยู่”ซีเหมินหยิบขวดผงยาห้ามเืออกมาส่งให้นางจากนั้นก็ลงมือถอดเสื้อผ้าของตนเองออกอย่างคล่องแคล่วจนซินโหยวได้แต่อึ้งกับความเร็วนี้เมื่อได้สติแล้วจึงรีบใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเดิมชุบน้ำแล้วมาเช็ดรอบๆแผลให้สะอาดจากฝุ่นดินก่อนเมื่อแผลสะอาดแล้วก็โรยผงยาห้ามเืจากนั้นจึงฉีกชายกระโปรงตัวในที่สะอาดของตนเองออกมาพันแผลให้อย่างเบามือ
“คงต้องทำแผลเพียงเท่านี้ไปก่อนนะเพคะกลับไปแล้วค่อยเรียกหมอมาดูอีกครั้ง”
“อืมเท่านี้ก็ดีมากแล้วขอบใจเ้ามาก” รับคำพร้อมมองมือขาวๆของนางที่คอยหยิบจับทำแผลให้เขาอย่างเพลิดเพลิน
“ดีที่ท่านอ๋องมีผงยาห้ามเืติดตัวมาด้วย”
“ข้าจำต้องพกยาสามัญพวกนี้ติดตัวไว้บ้าง”
“เช่นนี้มียาอย่างอื่นด้วยหรือไม่เพคะ”นางพยายามชวนคุยไปเรื่อยๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตนเองจากสายตาวิบวับๆของท่านอ๋องที่ขยันส่งมาให้นางอยู่ตลอด
“มียาบรรเทาอาการปวดอยู่ด้วย”
“เช่นนั้นดียิ่งนักเดี๋ยวหม่อมฉันทำอาหารให้ท่านอ๋องก่อนแล้วค่อยกินยานะเพคะ”กล่าวจบนางก็ผละกายถอยออกมาแล้วเดินไปที่ไก่สองตัวที่มู่หรงซีเหมินฆ่ามาเรียบร้อยแล้ว
“ข้าช่วย”กล่าวทั้งรีบแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนจะเดินเข้าไปช่วยนางอีกแรง
ซินโหยวทำท่าจะห้ามแต่เมื่อเห็นสายตาไม่ยินยอมของเขานางจึงได้แต่เงียบไปแล้วตามใจอีกฝ่ายแต่โดยดี
เมื่อเห็นท่าทางว่าง่ายๆของซินโหยวก็ทำให้เขารอบยิ้มอย่างเอ็นดูจนใจเต้นแรงไปหมด เมื่อไหร่นางจะโตสักทีนะจะได้ทำสิ่งที่อยากทำได้มากกว่านี้สักหน่อย...
ทั้งสองช่วยกันย่างไก่ไม่นานก็ได้ที่แล้ว
“เ้ากินก่อนเถิด”
“เหตุใดเล่าเพคะท่านอ๋องยังต้องกินยาด้วยมิสู้กินพร้อมกันเถิดเพคะ”
“อืมก็ได้”ตอบกลับไปอย่างจนใจและยิ้มน้อยๆเมื่อสบตากลมโตกระจ่างใสนั้นที่มองมาอย่าง้าให้เขากินอาหารเร็วๆมือหนาจึงค่อยหยิบไม้ที่เสียบไก่ย่างขึ้นมาช้าๆ
แต่ซินโหยวเห็นมือของมู่หรงซีเหมินเหมือนจะสั่นๆหรือจะเป็เพราะเจ็บแผลนะ นางจึงรีบล้างมือให้สะอาดก่อนจะตัดสินใจหยิบไก่ขึ้นมาฉีกออกเป่าเบาๆแล้วยืนไปป้อนคนตรงหน้าทั้งที่หน้าแดงก่ำแต่ก็ไม่อยากให้เขาต้องใช้มือทั้งที่ยังเจ็บอยู่ก่อนนี้ท่านอ๋องก็ไปหาฟืนหาอาหารมาแล้วคงใช้แรงไปมากทีเดียว
“ท่านอ๋องเสวยเถิดเพคะ”
“อืม ขอบใจเ้า”มีหรือคนเ้าเล่ห์เช่นเขาจะปฏิเสธได้เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ายื่นมือมาป้อนไก่ให้ทั้งยังเสมองไปทางอื่นเขาก็รอบกระตุกยิ้มมุมปากอย่างสมใจ ใช้แผลที่เจ็บมาออดอ้อนเช่นนี้ได้ผลจริงๆ ด้วยริมฝีปากสีแดงอย่างเป็ธรรมชาติก้มลงไปงับไก่ที่มือนางทันทีทั้งยังงับไปถูกมือน้อยที่ป้อนนั้นเบาๆ อย่างจนใจด้วยจนนางสะดุ้งโหยงแต่พอเงยหน้าไปมองกลับพบแต่สายตาใสซื่อเหมือนไม่ได้ตั้งใจของเขาเสียนี่
“หึ หึอร่อยยิ่งนักเ้าก็ต้องกินด้วยสิ”แม้ไม่ได้ปรุงรสชาติอันใดแต่ไก่ที่นางเป็คนป้อนให้ก็อร่อยมากจริงๆ
“เพคะ”
ซินโหยวป้อนตนเองบ้างป้อนคนตัวสูงด้านข้างบ้างจนทั้งคู่อิ่มเมื่อดื่มน้ำและให้มู่หรงซีเหมินกินยาบรรเทาอาการปวดแผลแล้วจากนั้นซินโหยวก็ทำท่าจะฉีกชายเสื้อตัวในอีกครั้งแต่เมื่อซีเหมินเห็นห้ามไว้เสียก่อน
“ใช้นี่เถิด”กล่าวจบก็ส่งผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าให้นาง
ซินโหยวแม้จะแปลกใจอยู่บ้างที่บุรุษที่เช่นท่านอ๋องพกผ้าเช็ดหน้าแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอันใดก่อนจะรับมาชุบน้ำบิดให้หมาดๆเมื่อบิดผ้าแล้วนางก็เดินกลับมานั่งลงไม่ห่างจากร่างของซีเหมินนักก่อนจะส่งผ้าเช็กหน้าให้
“เช็ดหน้าหน่อยนะเพคะจะได้สดชื่น”
“ข้าไม่มีแรงเลย ยังเจ็บแขนอยู่”กล่าวเสียงอ่อนแรงส่งสายตามองนางปริบๆ
ฟังเท่านั้นซินโหยวก็เข้าใจแล้วว่าเขา้าให้นางเช็ดหน้าให้เองร่างบางจึงขยับเข้าไปนั่งข้างๆก่อนจะค่อยๆเช็ดคราบฝุ่นดินออกจากหน้าของอีกฝ่ายให้อย่างแ่เบาทั้งสองหาได้พูดสิ่งใดกันอีก
ซีเหมินเอาแต่มองดวงหน้างดงามอ่อนหวานของอีกฝ่ายความทรงจำในคุกใต้ดินเมื่อชาติก่อนผุดขึ้นมา มันยังแจ่มชัดในความทรงจำยามที่นางใช้แขนเสื้อของตนเองบรรจงเช็ดหน้าให้อย่างอ่อนโยนนุ่มนวลและเต็มไปด้วยความรักในคราวนั้นก่อนที่จะดื่มสุราพิษนั้น
ตัวซินโหยวเองนางก็นึกถึงภาพในห้วงฝันที่ได้เห็นความรู้สึกในยามนี้ของคนทั้งคู่ย่อมมีมากมาย จู่ๆ ดวงตากลมโตก็แดงก่ำร้อนผ่าวจนน้ำตารื้อคลอหน่วยขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุก่อนที่หยาดน้ำตาเม็ดโตจะหยดลงมาอย่างไม่ทันได้รู้ตัว
“อย่างร้องเลยโหยวเอ๋อร์”เมื่อเห็นน้ำตาของนางเขาก็ต้องใมากก่อนที่มือแข็งแรงจะเอื้อมมาดึงรั้งร่างบางเข้าสู้อ้อมกอดอันอบอุ่นและแข็งแรงกอดนางเอาไว้แนบอกอย่างแแ่และหวงแหน
“โหยวเอ๋อร์”
“เพคะ”เมื่อเวลาผ่านไปจนนางเริ่มสงบสติอารมณ์ความรู้สึกที่จู่ๆ ก็เอ่อล้นขึ้นมาได้แล้วก็ค่อยๆ ขยับตัวขืนกายออกแต่ซีเหมินก็กอดนางแน่นไม่ยอมปล่อย
"เ้าแต่งเป็ชายาให้ข้าเถิดเป็ชายาเอกชายาเพียงหนึ่งเดียวของข้า” มู่หรงซีเหมินเอ่ยปากพูดออกมาในที่สุดโดยที่ไม่สนใจแล้วว่าจะเพิ่มเข้าหาและทำความรู้จักกับนางยังไม่นานเพราะเขาไม่อยากรออีกแล้ว
“ท่านอ๋อง”เพราะใจึงใช้แรงที่มีผละกายออก ซีเหมินจึงทำเพียงโอบกอดนางไว้หลวมๆ เท่านั้น
ดวงตากลมโตมองอีกฝ่ายด้วยความสับสนแต่งเป็ชายาเอกนั้นนางต้องได้แต่แน่นอนอยู่แล้วแต่ในฝันนั้นมันอีกสามปีตอนนางอายุสิเจ็ดนี่นา
“จะช้าเร็วเ้าก็ต้องแต่งให้ข้ามู่หรงอ๋องอยู่แล้วไม่สู้เมื่อเ้าปักปิ่นในอีกไม่กี่เดือนนี้แล้วแต่งเลยดีหรือไม่”มือหนาใหญ่ยกขึ้นมาลูบไล้แก้มนุ่มนิ่มเบาๆ อย่างเพลินมือ
“แต่ความจริงแล้วต้องอีกสามีปีมิใช่หรือ”เสียงหวานพึมพำอย่างเหม่อลอยและลืมตัวแต่คนตัวสูงที่อยู่ใกล้นางถึงเพียงนั้นย่อมได้ยินอย่างชัดเจน
“เมื่อครู่เ้าบอกว่าความจริงแล้วต้องอีกสามีปีหมายความเช่นไร” เสียถามอย่างปิดความตื่นเต้นไม่มิดหรือนางจะย้อนคืนกลับมาเช่นกันงั้นหรือ
เมื่อได้ยินมู่หรงซีเหมินเอ่ยถามเช่นนั้นนางก็ใที่ตนเองเผลอพูดสิ่งที่ติดออกไปเสียแล้ว...